ตอนที่ 281

เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะออกเดินทางจากที่นี่ มุ่งหน้าสู่สำนักว่านตู้เหมินอันยิ่งใหญ่ไพศาล จูอู๋หยางก็ควรจะเตรียมตัวเสียตั้งแต่ตอนนี้

ดังนั้น เขาจึงเริ่มต้นภารกิจอันยิ่งใหญ่ นั่นคือ การอภิเษกสนมเพิ่มขึ้นอีกหลายคน จากนั้นก็ทำให้พวกนางตั้งครรภ์ให้หมด เหตุผลหนึ่งก็เพื่อขยายเผ่าพันธุ์ตระกูลจู อีกเหตุผลหนึ่งก็เพื่อพัฒนาวิชาอสุจิ

หากในอนาคตเขาโชคร้ายตายจากไป ก็ยังมีทายาทสืบสกุลมากมาย ตระกูลจูจะได้ไม่ต้องสูญสิ้นเผ่าพันธุ์

ในฐานะที่เป็นบุรุษจากโลกมนุษย์ จูอู๋หยางค่อนข้างให้ความสำคัญกับลูกหลาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชาติที่แล้ว ตอนที่เขายังอยู่บนโลก เขายังไม่ได้แต่งงานด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการมีลูก

ความเสียใจในชาติที่แล้ว ต้องชดเชยด้วยการมีลูกหลายพันคนในชาตินี้!

ในเมื่อมีโอกาสเช่นนี้แล้ว จะปล่อยให้เสียเปล่าได้อย่างไร

การที่จะสร้างฐานะและพัฒนาฝีมือในโลกแห่งการบ่มเพาะพลัง ไม่อาจพึ่งพาเขาเพียงคนเดียวได้ ลูกๆ ในอนาคตล้วนเป็นกำลังสำคัญ เป็นผู้ช่วยในการแสวงหาหินทะลวงขีดจำกัดให้กับเขา

บางครั้ง ระหว่างที่กำลังอภิเษกสนมคนใหม่ จูอู๋หยางก็นึกสงสัย เขาไม่น่าจะเป็นตัวเอกในนิยายที่เขาเคยอ่านในชาติที่แล้วกระมัง เพราะโดยทั่วไปแล้ว ตัวเอกในนิยายเหล่านั้นมักจะมีทายาทสืบสกุลก็ต่อเมื่อใกล้จะครองโลกได้แล้ว หรือไม่ก็ใกล้จะจบเรื่องแล้ว

แต่เขากลับตรงกันข้าม ยังไม่ทันจะได้ออกไปผจญภัยที่ไหน ก็มีลูกเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดแล้ว

หากมีผู้ใดนำเรื่องราวของเขาไปแต่งเป็นนิยาย ผู้อ่านที่ได้อ่านคงคิดว่าเรื่องนี้ใกล้จะจบแล้วกระมัง แต่ความจริงแล้ว เรื่องราวเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น บทนำยังไม่จบสิ้น เส้นทางที่สดใสรอเขาอยู่เบื้องหน้า

แน่นอนว่า นี่เป็นเพียงความคิดเพ้อเจ้อของจูอู๋หยางเท่านั้น ในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง เขาไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นตัวเอกห่วยๆ ในนิยายขยะ

ข้าเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขนะเฟ้ย... เป็นถึงเซียนเชียวนะ!

เมื่อรู้ว่าจูอู๋หยางกำลังจะจากไป โอวหยางหมิงอี้ก็ร้อนใจขึ้นมาทันที ภายในเวลาไม่กี่วัน เขาอภิเษกหญิงงามไปหลายสิบคน จากนั้นก็มาขอร้องให้จูอู๋หยางช่วยให้พวกนางมีทายาท

โอวหยางหมิงอี้ไม่มีทายาทสืบสกุลมานานกว่าแปดร้อยปี คิดว่าตระกูลโอวหยางคงต้องจบสิ้นที่รุ่นเขาแล้ว ดังนั้น เขาจึงให้ความสำคัญกับทายาทสืบสกุลยิ่งกว่าจูอู๋หยางเสียอีก

บางทีอาจเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากความคิดของโอวหยางหมิงอี้ จูอู๋หยางจึงเร่งผลิตลูกหลานก่อนออกเดินทาง ราวกับเป็นเครื่องจักรผลิตลูกที่ไร้หัวใจ!

หวังว่าครั้งหน้าที่กลับมา... จะมีลูกๆ คอยต้อนรับ มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง สมกับที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นถึงฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ และเป็นการตอบแทนที่ได้ข้ามมิติมาเกิดใหม่

ในฐานะที่เป็นบุรุษชาวจีนผู้ยึดมั่นในขนบธรรมเนียม ก็ต้องทำเช่นนี้แหละ!

จูอู๋หยางไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่าที่แท้จริงแล้วเขาเป็นคนเจ้าชู้ เห็นหญิงงามมากมายรุมล้อม ก็อดใจไม่ไหว

เขาเป็นคนดี เป็นถึงฮ่องเต้ผู้สูงส่ง การมีสนมมากมายเป็นเรื่องปกติธรรมดา

ในเมื่อเขามีอำนาจและพลังมากมายขนาดนี้ ควบคุมอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลยิ่งกว่าประเทศจีนในชาติที่แล้วหลายสิบเท่า มีหญิงงามมากมายดุจเมฆบนท้องฟ้า คุณภาพโดยรวมเหนือกว่าโลกมนุษย์หลายเท่า

ที่สำคัญที่สุดคือ ในอาณาจักรแห่งนี้ หญิงงามมากมายต่างพากันร้องไห้คร่ำครวญ อ้อนวอนขออยู่เคียงข้างเขา พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดเขา

ทุกวันจะมีขุนนางและเศรษฐีมาเข้าเฝ้า นำบุตรสาวที่งดงามราวกับดอกไม้มาให้เขา เพื่อให้เขาได้อบรมสั่งสอน

เช่นนี้แล้ว การที่เขาเลือกสนมเพียงแค่สามพันกว่าคนจากหญิงงามมากมาย ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว

ดังนั้น จูอู๋หยางจึงรู้สึกทึ่งกับตัวเอกในนิยายกำลังภายในที่เขาเคยอ่านในชาติที่แล้ว พวกเขาช่างมีจิตใจแน่วแน่มั่นคงยิ่งนัก ทั้งที่มีพลังแข็งแกร่ง มีอำนาจล้นฟ้า แต่กลับสามารถต้านทานสิ่งยั่วยุต่างๆ ไม่สนใจใยดีหญิงงามที่รุมล้อม ช่างเป็นพลังจิตที่แข็งแกร่งอะไรเช่นนี้

พวกเขาเป็นผู้ชายจริงๆ หรือ?

อย่างไรเสีย เขาก็ไม่มีทางทำเช่นนั้นได้ เมื่อเผชิญกับการรุกหนักจากเหล่าหญิงงาม สิ่งที่เขาทำได้มากที่สุดก็คือ การรักษากฎเกณฑ์เอาไว้บ้าง ไม่รับทุกคนที่เข้ามา เพียงแค่เลือกเฟ้นหญิงงามที่ถูกใจมาเป็นสนมเท่านั้น

จากหญิงงามหลายแสนหลายล้านคนที่ร้องไห้คร่ำครวญอ้อนวอน เขาเลือกมาเป็นสนมเพียงแค่สามพันกว่าคนเท่านั้น คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ เช่นนี้แล้ว ยังไม่นับว่าน่าชื่นชมอีกหรือ?

หากเป็นท่านผู้เจริญทั้งหลาย เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ มีสักกี่คนที่สามารถต้านทานได้ ปฏิเสธหญิงงามน่ารักแสนหวานเย้ายวนใจบริสุทธิ์ผุดผ่อง... ไปกว่าเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ เลือกมาเพียงแค่หยิบมือเดียว

จิตใจของเขาแน่วแน่มั่นคงมากพอแล้วกระมัง

ด้วยความช่วยเหลือจากจูอู๋หยาง โอวหยางหมิงอี้ก็ได้เป็นพ่อคนสมใจ ไม่สิ ต้องพูดว่า... มีทายาทสืบสกุลเพิ่มขึ้นมากมาย

ในขณะที่สนมกว่าสามพันคนของจูอู๋หยางกำลังตั้งครรภ์ ผู้หญิงกว่าร้อยคนที่โอวหยางหมิงอี้รับมาเป็นภรรยาก็ตั้งครรภ์เช่นกัน พวกนางล้วนกำลังอุ้มท้องลูกของเขา ทำเอาโอวหยางหมิงอี้ดีใจจนแทบจะบ้า

ดังนั้น ตอนที่จูอู๋หยางออกเดินทางจากไป เขาจึงได้รับพรจากลูกๆ หลายพันคน และในช่วงเวลาเกือบสองปีมานี้ สนมหลายคนก็สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งเต๋าได้สำเร็จด้วยความช่วยเหลือจากเขา

การที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งเต๋าได้นั้น เป็นเรื่องยากลำบากสำหรับนักสู้ทั่วไป แต่หลังจากที่เขาปรับปรุงแก้ไขแล้ว แม้ศักยภาพของผู้ที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งเต๋าด้วยวิธีนี้จะด้อยกว่า แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้เป็นผู้ฝึกตน

ในอนาคต เมื่อเขามีพลังมากขึ้น เขาจะส่งทรัพยากรและโอกาสต่างๆ ไปให้พวกนาง เพื่อให้พวกนางพัฒนาฝีมือ มีอายุยืนยาวขึ้น

เมื่อเขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด คนรอบข้างก็จะพลอยได้รับผลประโยชน์ไปด้วย นี่คือสิ่งที่เขาต้องการ แน่นอนว่า หากไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เขาก็จะพาคนสนิทไปผจญภัยด้วยกัน มุ่งสู่เส้นทางแห่งความเป็นอมตะ

หากเส้นทางนี้ยากลำบากเกินไป เงื่อนไขเข้มงวดเกินไป เขาก็คงต้องเดินทางเพียงลำพัง ทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดเพื่อพัฒนาตัวเอง หากสามารถก้าวขึ้นเป็นเซียนผู้ยิ่งใหญ่ได้ เมื่อนั้น เขาจะย้อนเวลากลับไปช่วยเหลือญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว หรือไม่ก็ตามหาพวกเขาในปรโลก นำพวกเขากลับมาสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง

เพราะในเส้นทางแห่งการบ่มเพาะพลังนี้ ด้วยระบบช่วยเหลือเป็นทุนเดิม เขาคือคนที่มีโอกาสบรรลุความเป็นอมตะมากที่สุด และเมื่อเขาเป็นอมตะ มีชีวิตเป็นนิรันดร์แล้ว เขาก็จะมีโอกาสช่วยให้ญาติพี่น้องของเขามีชีวิตเป็นอมตะเช่นเดียวกัน

หากแม้แต่ตัวเขาเองยังไม่อาจเป็นอมตะได้ แล้วจะไปพูดถึงการทำให้ญาติพี่น้องเป็นอมตะได้อย่างไร หากญาติพี่น้องคนอื่นๆ ตายจากไป เขายังพอมีหวังที่จะชุบชีวิตพวกเขากลับมาได้ แต่หากเขาตายไป ทุกคนในตระกูลจูล้วนต้องตาย ไม่มีใครได้เป็นอมตะแน่นอน

จูอู๋หยางนำทรัพยากรและสมบัติล้ำค่าติดตัวไปด้วยบางส่วน จากนั้นก็ออกเดินทางจากสำนักไป๋ตู้เหมิน มุ่งหน้าสู่สำนักว่านตู้เหมินอันไกลโพ้น โอวหยางหมิงอี้เคยบอกกับเขาว่า สำนักว่านตู้เหมินอยู่ห่างจากสำนักไป๋ตู้เหมินหลายล้านลี้ เป็นการเดินทางที่ยาวไกล

แม้เขาจะมีพลังฝีมือถึงระดับแก่นทองคำแล้ว แต่การจะเดินทางไปถึงที่นั่นก็ต้องใช้เวลาไม่น้อย เพราะระหว่างทางคงไม่ราบรื่นอย่างแน่นอน

ทว่า ในวิกฤตย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่ นี่อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้