ตอนที่ 230

“ตูมมมม!”

ในชั่วพริบตาเดียว เขื่อนพลังก็พังทลาย พลังปราณแท้จริงไหลบ่าดุจสายน้ำเชี่ยวกราก ไหลทะลักไปทั่วทุกทิศทุกทาง ขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วเกินหยั่งถึง

1,000 เมตร...1,001 เมตร...1,003 เมตร...1,008 เมตร...1,020 เมตร...1,050 เมตร...1,100 เมตร...

ยิ่งเวลาผ่านไป ความเร็วในการขยายตัวยิ่งทวีคูณ พลังปราณแท้จริงในร่างกายของจูอู๋หยางก็ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

แรงดูดมหาศาลก่อกำเนิดขึ้นภายในร่างกายของเขา ดูดซับพลังปราณจากสวรรค์และผืนดินโดยรอบเข้าสู่ร่างกายด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติหลายร้อยเท่า ในขณะเดียวกัน หินทะลวงขีดจำกัดก็แปรเปลี่ยนเป็นพลังอันแปลกประหลาด หลอมรวมเข้ากับพลังปราณแท้จริง ทำให้พลังปราณของเขาทรงพลังยิ่งขึ้นไปอีก

จู่ๆ จูอู๋หยางที่กำลังอยู่ในช่วงทะลวงขีดจำกัด ก็พบกับคลื่นพลังที่ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง!

ความรุนแรงและฉับพลันของมัน เกินกว่าที่เขาจะคาดคิดไว้มาก

ภายใต้การบ่มเพาะของพลังปราณแท้จริงที่บริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งขึ้น ส่วนต่างๆ ในร่างกายของจูอู๋หยางก็ได้รับการหล่อเลี้ยงและเสริมความแข็งแกร่ง กลายเป็นร่างกายที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นมากขึ้น

1,500 เมตร...

1,800 เมตร...

2,000 เมตร...

ไม่นานนัก พลังปราณแท้จริงก็ขยายตัวจนถึง 2,300 เมตร!

นั่นหมายความว่าพลังของจูอู๋หยางได้ทะลวงผ่านขีดจำกัด ก้าวเข้าสู่ขอบเขตใหม่แล้วอย่างแท้จริง

"ยินดีด้วย โฮสต์ทะลวงสู่ระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์เป็นครั้งแรก ได้รับหินทะลวงขีดจำกัด 5,000 ก้อน..."

การก้าวเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ ทำให้จูอู๋หยางได้รับหินทะลวงขีดจำกัดมากถึงห้าพันก้อน โดยเป็นหินทะลวงขีดจำกัดอิสระถึงสองพันห้าร้อยก้อน เมื่อรวมกับหินทะลวงขีดจำกัดอิสระที่สะสมไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้เขามีหินทะลวงขีดจำกัดอิสระเกือบห้าหลักแล้ว

ถ้าก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ใช้หินทะลวงขีดจำกัดอิสระไปกับการยกระดับวิถีค่ายกล จำนวนหินทะลวงขีดจำกัดอิสระในตอนนี้คงจะมากยิ่งกว่านี้

ด้วยพลังของการทะลวงขีดจำกัดพลังปราณ พลังลมปราณจิตของจูอู๋หยางก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ผลึกลมปราณจิตจำนวนมากปรากฏขึ้นในส่วนลึกของทะเลสาบลมปราณจิต

ส่วนต่างๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก อวัยวะภายในทั้งห้า จุดตันเถียนล่าง เส้นลมปราณทั้งเก้า จุดตันเถียนกลาง... ล้วนได้รับการยกระดับขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

ณ วินาทีนี้ ความแข็งแกร่งทางร่างกายของจูอู๋หยางไม่เป็นรองผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์คนใดในสำนักไป๋ตู้เหมินอย่างแน่นอน เพราะผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์คนอื่นๆ ล้วนฝึกฝนอยู่ในระดับนี้มานานหลายสิบปี หรือกระทั่งร้อยปี การสะสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน ย่อมทำให้ร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งเป็นธรรมดา

แต่จูอู๋หยางเพิ่งจะทะลวงขีดจำกัดขึ้นมา ร่างกายของเขาก็เทียบเท่ากับพวกเขาแล้ว

อาวุธวิเศษระดับกลางทั่วๆ ไป คงไม่อาจทำอันตรายเขาได้แม้แต่ปลายเล็บ

พลังปราณแท้จริงกว่าสองพันเมตรไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง ทรงพลังและบริสุทธิ์กว่าเดิมหลายเท่า แม้แต่เมื่อเทียบกับผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ในระดับเดียวกัน จูอู๋หยางก็ยังเหนือกว่า

ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ที่ฝึกฝนมาอย่างยาวนาน หรือผู้ที่กำลังจะทะลวงสู่ระดับแก่นทองคำเทียม พลังปราณในจุดตันเถียนของพวกเขามีขนาดเพียงประมาณสองพันเมตรเท่านั้น

แต่จูอู๋หยางเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ พลังปราณแท้จริงของเขาก็ขยายตัวถึงสองพันสามร้อยเมตรแล้ว ลองคิดดูสิว่าความแตกต่างมันมากขนาดไหน

เมื่อถึงเวลาที่จูอู๋หยางกำลังจะทะลวงสู่ระดับแก่นทองคำเทียม พลังปราณแท้จริงของเขาน่าจะขยายตัวจนใกล้เคียงกับหมื่นเมตร หรืออาจจะทะลุหมื่นเมตรไปเลยก็ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

เมื่อคิดได้ดังนั้น จูอู๋หยางก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มดูดซับพลังจากหินทะลวงขีดจำกัดที่ได้รับจากการทะลวงระดับ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับขอบเขตพลังปราณในปัจจุบัน และถือโอกาสยกระดับพลังขึ้นไปอีกระดับ

หลังจากที่ดูดซับพลังจากหินทะลวงขีดจำกัดชุดนี้จนหมดแล้ว จูอู๋หยางก็เริ่มปรับตัวให้เข้ากับพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำความเข้าใจกับขอบเขตพลังปราณในปัจจุบัน ป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดในระหว่างการต่อสู้จนส่งผลต่อประสิทธิภาพของเขา

หลังจากที่ปรับตัวได้แล้ว จูอู๋หยางก็มีความเข้าใจในพลังของตัวเองมากขึ้น

ณ วินาทีนี้ แม้เขาจะไม่ใช้วิชาลับ เช่น วิชาจันทราสุดขอบฟ้า วิชาก้าวย่างมายา วิชาดาบลมกรด... เขาก็สามารถกวาดล้างผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานได้อย่างง่ายดาย แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำเทียม เขาก็สามารถต่อสู้และเอาชนะได้

ยิ่งถ้าหากเขาใช้วิชาตัวเบาและวิชาเซียนต่างๆ ที่เขาฝึกฝนมา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำเทียมก็ยังต้องคุกเข่าลงต่อหน้าเขา ไม่อาจต้านทานได้

การที่บอกว่าเขาไร้เทียมทานในระดับสร้างรากฐาน ก็คงไม่เกินจริงนัก

ถ้าหากต้องเผชิญหน้ากับเซียนแก่นทองคำ... อันนี้จูอู๋หยางยังไม่เคยลอง แต่ตอนนี้เขาสามารถไปขอคำแนะนำจากผู้อาวุโสสูงสุดโอวหยางหมิงอี้ เพื่อสัมผัสถึงพลังของเซียนแก่นทองคำได้

จูอู๋หยางออกจากห้องลับใต้ดิน มุ่งหน้าไปหาโอวหยางหมิงอี้

หนึ่งชั่วโมงต่อมา จูอู๋หยางกลับมาด้วยสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย

ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ แม้จะทุ่มสุดกำลัง ก็ไม่อาจต้านทานโอวหยางหมิงอี้ได้ แม้แต่จะต่อสู้แบบตาต่อตาก็ยังทำไม่ได้ อย่างมากที่สุดก็แค่รับมือได้สักสิบกว่ากระบวนท่า ก็คงจะโดนโอวหยางหมิงอี้กำจัด

แน่นอนว่าหากจูอู๋หยางไม่คิดจะสู้ ตั้งใจใช้วิชาก้าวย่างมายาเพื่อหลบหนี โอกาสในการหลบหนีอย่างน้อยก็ต้องมีมากกว่าเจ็ดส่วน หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ

ดังนั้นแม้จูอู๋หยางจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเซียนแก่นทองคำ แต่การจะหลบหนีก็ยังพอทำได้

แต่ก็น่าจะได้ผลแค่กับเซียนแก่นทองคำขั้นต้นเท่านั้น เพราะโอวหยางหมิงอี้ฝึกฝนมากว่าแปดร้อยปี ก็ยังเป็นเพียงเซียนแก่นทองคำขั้นต้นเท่านั้น

แต่โอวหยางหมิงอี้กลับบอกกับจูอู๋หยางด้วยความภาคภูมิใจว่า แม้เขาจะเป็นเพียงเซียนแก่นทองคำขั้นต้น แต่แก่นทองคำของเขาผ่านการหลอมรวมมาแล้วหนึ่งครั้ง หรือก็คือแก่นทองคำระดับหนึ่ง แม้แต่ในหมู่เซียนแก่นทองคำขั้นต้น เขาก็นับว่าอยู่ระดับแนวหน้า

ยิ่งไปกว่านั้น โอวหยางหมิงอี้ยังฝึกฝนวิชาเซียนและวิชาตัวเบามามากมาย ดังนั้นการที่จูอู๋หยางสามารถรับมือกับเขาได้ขนาดนี้ ในบรรดาเซียนแก่นทองคำขั้นต้น คงมีไม่กี่คนที่สามารถเอาชนะเขาได้

หรือแม้แต่ต้องเผชิญหน้ากับเซียนแก่นทองคำขั้นต้นที่อ่อนแอ จูอู๋หยางก็ยังมีโอกาสชนะ

ตอนที่เผชิญหน้ากับโอวหยางหมิงอี้ จูอู๋หยางไม่ได้ทุ่มสุดกำลัง ยังคงเก็บซ่อนวิชาเด็ดไว้มากมาย ถึงอย่างนั้นก็ทำให้โอวหยางหมิงอี้ถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง เกือบจะสงสัยว่าจูอู๋หยางไปพบเจอโอกาสล้ำค่าอะไรมารึเปล่า

โชคดีที่จูอู๋หยางยังสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ พลังที่เขาแสดงออกมายังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ไม่ถึงขั้นทำให้คนอื่นสงสัยว่าเขามีสมบัติล้ำค่าอะไรซ่อนอยู่ มิเช่นนั้นจูอู๋หยางคงต้องพบกับปัญหามากมายเป็นแน่

แม้แต่โอวหยางหมิงอี้ที่คาดหวังในตัวเขาไว้มาก แต่ถ้าจูอู๋หยางเผยสมบัติล้ำค่าที่สามารถมอบผลประโยชน์มหาศาลให้กับเขาออกมา จูอู๋หยางก็มั่นใจว่าโอวหยางหมิงอี้ต้องพลิกฝ่ามือเล่นงานเขาอย่างแน่นอน

คนจนมีทรัพย์ ย่อมหาความสุขสงบไม่ได้ แม้แต่คนโง่ก็ยังรู้ดี

การมีสมบัติล้ำค่าโดยปราศจากพลังที่แข็งแกร่งเพียงพอ ก็ไม่ต่างอะไรกับการหาที่ตาย

ไม่ต้องพูดถึงคนนอก แม้แต่ญาติสนิทมิตรสหาย ก็อาจจะลงมือทำร้ายได้ เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมากมายในโลกแห่งการบ่มเพาะเซียน

ดังนั้นในระดับหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่าจูอู๋หยาง ผู้เป็นถึงเซียนระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ผู้นี้ มีพลังต่อสู้เทียบเท่ากับเซียนแก่นทองคำแล้ว

หากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป ย่อมสร้างความตื่นตะลึงไปทั่วดินแดนรกร้างทางใต้ หรือแม้แต่ที่ที่ไกลออกไป ดังนั้นตอนนี้จูอู๋หยางจึงไม่กล้าเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาโดยง่าย

แทนที่จะทำตัวโดดเด่นเป็นเป้าสายตา จูอู๋หยางกลับชอบที่จะสะสมความแข็งแกร่งอย่างเงียบๆ มากกว่า!