ตอนที่ 242

"จูอู๋หยาง เจ้าจะทนดูน้องภรรยาทั้งเจ็ดของเจ้าถูกพวกเราสับเป็นชิ้นๆ งั้นเหรอ หัวใจของเจ้าทำด้วยอะไรกัน"

"มีคำกล่าวที่ว่า คู่สามีภรรยาแม้จะอยู่ด้วยกันเพียงวันเดียว ก็ยังมีความผูกพันธ์ถึงร้อยวัน ถึงแม้พวกนางจะไม่ใช่ภรรยาของเจ้า แต่ก็คงมีความผูกพันธ์กันบ้างห้าสิบวัน รวมกันก็สามร้อยห้าสิบวันแล้ว เจ้าไม่คิดถึงบุญคุณสามร้อยห้าสิบวันนี้บ้างเลยเหรอ"

"พวกนางร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด เจ้าได้ยินแล้วไม่สงสารบ้างเหรอ"

...

เห็นว่าจูอู๋หยางไม่สนใจชีวิตของน้องภรรยาทั้งเจ็ด เหมียวเจิ้งกวง ประมุขสำนักกู่ตู้เหมิน ก็เริ่มร้อนใจ เขาแปลงร่างเป็นพ่อค้า พยายามขายน้องภรรยาทั้งเจ็ดให้กับจูอู๋หยาง

แต่ถ้าจูอู๋หยางอยากจะซื้อน้องภรรยาทั้งเจ็ด คงต้องแลกด้วยชีวิตของเขา

ในขณะเดียวกัน เหล่าผู้ฝึกตนของสำนักกู่ตู้เหมินที่อยู่รอบๆ เหมียวเจิ้งกวงก็ส่งเสียงโวยวาย

"ฆ่าพวกนางซะ สับพวกนางเป็นชิ้นๆ บูชายัญให้กับพี่น้องของสำนักกู่ตู้เหมินที่เสียชีวิตไป"

"สามีของข้าตายอย่างน่าอนาถ ข้าจะลงมือแล่เนื้อน้องภรรยาของจูอู๋หยางด้วยตัวเอง เพื่อบูชายัญดวงวิญญาณของสามีข้า"

"ใครก็อย่ามาขวางข้า ข้าจะฆ่าน้องภรรยาทั้งเจ็ดของจูอู๋หยาง"

...

จูอู๋หยางมองดูความวุ่นวายของเหล่าผู้ฝึกตนสำนักกู่ตู้เหมินด้วยสายตาเย็นชา เขามองดูการแสดงของเหมียวเจิ้งกวงและคนอื่นๆ รอจนกระทั่งการแสดงของพวกเขาจบลง เขาจึงใช้ค่ายกลสื่อสาร พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "อยากฆ่าก็รีบฆ่าซะ รอให้พวกนางตาย ข้าจะได้ลงมือสังหารพวกเจ้าอย่างสบายใจ ก่อนหน้านี้ข้ายังเห็นแก่คำกล่าวที่ว่าอย่าทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ข้าจึงไม่ได้แตะต้องญาติพี่น้องที่เป็นมนุษย์ของพวกเจ้า"

"แต่ในเมื่อสำนักกู่ตู้เหมินเปิดฉากก่อน ก็อย่าโทษข้าที่โหดเหี้ยม ต่อไปนี้ข้าจะกวาดล้างมนุษย์บนเกาะกลางทะเลสาบให้หมดสิ้น แถมยังจะฆ่าผู้ฝึกตนระดับฝึกลมปราณและผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานอีกจำนวนมาก"

สิ้นเสียง สำนักกู่ตู้เหมินก็ตกอยู่ในความเงียบ จากนั้นผู้ฝึกตนจำนวนมากก็เริ่มส่งเสียงโวยวาย

"ไม่ได้ ห้ามฆ่ามนุษย์เหล่านั้นเด็ดขาด เซียนไม่ฆ่ามนุษย์ เป็นกฎที่ทุกคนในโลกแห่งการบ่มเพาะเซียนยอมรับ หากสำนักกู่ตู้เหมินเปิดฉากก่อน แถมยังฆ่าญาติพี่น้องที่เป็นมนุษย์ของประมุขสำนักไป๋ตู้เหมิน พวกเราจะต้องถูกโลกแห่งการบ่มเพาะเซียนประณามและต่อต้าน สำนักกู่ตู้เหมินไม่ควรเป็นคนเปิดฉาก"

"บนเกาะกลางทะเลสาบมีมนุษย์อาศัยอยู่หลายหมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้องของผู้ฝึกตนสำนักกู่ตู้เหมิน ก่อนหน้านี้จูอู๋หยางไม่ได้แตะต้องพวกเขา พวกเราจะลงมือน้องภรรยาของเขาได้อย่างไร มิเช่นนั้นมนุษย์ของสำนักกู่ตู้เหมินจะต้องตายมากกว่านี้"

"ถูกต้อง สำนักกู่ตู้เหมินของพวกเราเป็นสำนักชั่วร้าย แต่ก็ไม่ควรทำเรื่องที่ผู้ฝึกตนทุกคนต้องรังเกียจ ท่านประมุข โปรดยั้งมือเถอะ หากท่านฆ่าน้องภรรยาทั้งเจ็ดของจูอู๋หยาง เขาจะไม่ลังเลที่จะลงมืออีกต่อไป"

"พูดตรงๆ นะ การที่ต้องสังเวยชีวิตมนุษย์ของสำนักกู่ตู้เหมินและผู้ฝึกตนจำนวนมากเพื่อแลกกับน้องภรรยาทั้งเจ็ดของจูอู๋หยาง มันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย"

...

เมื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคาม เหล่าผู้ฝึกตนของสำนักกู่ตู้เหมินก็เงียบลงทันที แม้แต่ผู้ฝึกตนที่เคยกระโดดโลดเต้น อยากจะลงมือแล่เนื้อน้องภรรยาของจูอู๋หยาง ตอนนี้ก็หงอยไปเหมือนลูกโป่งที่โดนปล่อยลม ไม่กล้าพูดอะไรอีก เพราะเขามีญาติพี่น้องที่เป็นมนุษย์อยู่ในสำนักกู่ตู้เหมิน

มีเพียงผู้ฝึกตนส่วนน้อยที่ไม่สนใจอะไร ยังคงส่งเสียงโวยวาย แต่ไม่นานนักก็ถูกผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ปิดปาก บอกให้พวกเขาหยุดพูด

คำขู่ของเหมียวเจิ้งกวงกลายเป็นเรื่องตลกไปในพริบตา เร็วเกินกว่าจะคาดคิด

แม้แต่ตัวเหมียวเจิ้งกวงเองก็มีญาติพี่น้องที่เป็นมนุษย์อยู่ไม่น้อย ยิ่งบวกกับความกังวลว่าจูอู๋หยางจะลงมือสังหารผู้ฝึกตนของสำนักกู่ตู้เหมินโดยไม่ลังเล เขาจึงไม่กล้าพูดอะไร

คำขู่ของเขากลับกลายเป็นการถูกจูอู๋หยางขู่กลับ

ราวกับว่าเหมียวเจิ้งกวงกำลังถืออุจจาระขว้างใส่จูอู๋หยาง แต่อุจจาระกลับไม่โดนตัวจูอู๋หยาง แถมยังกระเด็นกลับมาโดนหน้าโดนตัวเขาเอง ความรู้สึกแบบนี้คงไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำว่า "สบาย"

เหมียวเจิ้งกวงยืนอยู่ข้างๆ น้องภรรยาทั้งเจ็ดของจูอู๋หยางด้วยสีหน้ามึนงง เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับคนที่ถูกขู่แล้วยังทำตัวอวดดีแบบนี้

ซวยชะมัด!

"รีบฆ่าซะสิ ข้ารอไม่ไหวแล้ว!"

เสียงของจูอู๋หยางดังก้องมาจากที่ไกลๆ ดังกึกก้องไปทั่วทั้งเกาะกลางทะเลสาบ เต็มไปด้วยความเย็นชาและความไม่แยแส ทำให้เหมียวเจิ้งกวงและเหล่าผู้ฝึกตนของสำนักกู่ตู้เหมินยิ่งจนมุม

ตอนนี้เหล่าผู้ฝึกตนของสำนักกู่ตู้เหมินหลายคนเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ถึงแม้สำนักกู่ตู้เหมินจะมีชื่อเสียงที่ย่ำแย่ เป็นสำนักชั่วร้าย ในดินแดนหนาน แต่สำนักไป๋ตู้เหมินก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน เป็นสำนักชั่วร้าย เช่นเดียวกัน

พวกเขาจะคาดหวังให้ประมุขของสำนักชั่วร้าย ทำตัวเหมือนผู้ฝึกตนสำนักธรรมะ เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือญาติพี่น้องที่เป็นมนุษย์ได้อย่างไร?

การกระทำของเหมียวเจิ้งกวง นอกจากจะทำให้ศัตรูไม่เกรงกลัวแล้ว ก็ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรอีก

นี่มัน...

บรรยากาศบนทุ่งราบเต็มไปด้วยความอึดอัด เหล่าผู้ฝึกตนของสำนักกู่ตู้เหมินกว่าสองหมื่นคนเงียบกริบ พวกเขาถูกจูอู๋หยางขู่จนแทบจะสิ้นสติ เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของจูอู๋หยางที่ดังมาจากที่ไกลๆ ผู้ฝึกตนของสำนักกู่ตู้เหมินหลายคนก็อยากจะมุดดินหนี แม้แต่เหมียวเหรินฟาก็ยังรู้สึกอับอาย เขาจึงหลบเข้าไปในเต็นท์

มีเพียงเหมียวเจิ้งกวงที่จนมุม เขายืนอยู่บนแท่นสูงด้วยใบหน้าแดงก่ำ ราวกับลิงที่ถูกนำมาโชว์ตัว ข้างๆ เขายังมีน้องภรรยาทั้งเจ็ดของจูอู๋หยางส่งเสียงร้องไห้ ทำให้สถานการณ์ยิ่งดูน่าขัน

ข้าแพ้แล้ว!

ไม่กี่นาทีต่อมา เหมียวเจิ้งกวงก็ต้องยอมรับความจริง เขาพูดด้วยน้ำเสียงเคอะเขินว่า "ฮ่าๆๆ สำนักกู่ตู้เหมินของพวกเราไม่มีทางทำเรื่องที่ผิดกฎของโลกแห่งการบ่มเพาะเซียน พวกเราจะปล่อยตัวน้องภรรยาของเจ้าเดี๋ยวนี้ แต่ขอให้เจ้ารักษาสัญญา อย่าทำร้ายมนุษย์ของสำนักกู่ตู้เหมิน และอย่าลงมือสังหารผู้ฝึกตนของสำนักกู่ตู้เหมินโดยไม่จำเป็น"

"เรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดหลายวันที่ผ่านมา สำนักกู่ตู้เหมินของพวกเรายอมรับความพ่ายแพ้ ขอให้ท่านประมุขจูถอนกำลังออกไป สำนักกู่ตู้เหมินจะคืนดินแดนของประเทศต่างๆ ที่ยึดครองมาให้ ท่านประมุขจูเห็นว่าอย่างไร"

"ฮ่าๆๆๆ..."

จูอู๋หยางหัวเราะลั่น "อยากยึดก็ยึด อยากคืนก็คืน บนโลกนี้ไม่มีเรื่องง่ายๆ แบบนั้นหรอก ความสูญเสียของสำนักไป๋ตู้เหมินเกิดขึ้นแล้ว เจ้าคิดว่าไม่ควรชดเชยอะไรบ้างเลยเหรอ"

"ถ้าอยากให้ข้าถอนกำลัง ก็จงมอบทรัพยากรครึ่งหนึ่งของสำนักกู่ตู้เหมินให้กับสำนักไป๋ตู้เหมิน ส่วนประเทศต่างๆ ในโลกมนุษย์ ก็จงมอบมาครึ่งหนึ่ง เรื่องนี้ก็จะจบลง มิเช่นนั้นก็ฝันไปเถอะ"

"อีกอย่าง ฟางเฉินอู่สร้างความเสียหายให้กับสำนักไป๋ตู้เหมินมากมาย สังหารผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานของสำนักไป๋ตู้เหมินไปเกือบร้อยคน ผู้ฝึกตนระดับฝึกลมปราณอีกหลายพันคน เรื่องนี้ไม่ต้องชดเชยงั้นเหรอ ดังนั้นอีกครึ่งหนึ่งของทรัพยากรสำนักกู่ตู้เหมิน้ก็ต้องมอบให้กับสำนักไป๋ตู้เหมิน เพื่อเป็นการชดเชย"