จูอู๋หยางลอบเข้าไปในหนองน้ำพันกู่โดยไม่มีใครล่วงรู้ เขาอาศัยข้อมูลเกี่ยวกับสำนักกู่ตู้เหมินที่อยู่ในหัว ลอบมุ่งหน้าไปยังรังของสำนักกู่ตู้เหมินที่อยู่ในส่วนลึกของหนองน้ำพันกู่
ระหว่างทางเขาพบกับแมลงกู่ที่สำนักกู่ตู้เหมินปล่อยออกมาเพื่อคอยตรวจตรา หากรบกวนพวกมันเข้า เขาจะถูกคนของสำนักกู่ตู้เหมินพบตัว
แต่ด้วยพลังของจูอู๋หยาง การจะหลบเลี่ยงพวกมันก็ไม่ต่างอะไรกับเรื่องกล้วยๆ เขาผ่านจุดตรวจตราของแมลงกู่ไปทีละจุด มุ่งหน้าสู่ส่วนลึกของหนองน้ำพันกู่ต่อไป
หลายชั่วโมงต่อมา จูอู๋หยางก็ปรากฏตัวขึ้นบริเวณนอกค่ายกลคุ้มกันของสำนักกู่ตู้เหมิน
สำนักใหญ่ของสำนักกู่ตู้เหมินคือเกาะกลางทะเลสาบขนาดใหญ่ มีรัศมีหลายร้อยลี้ รอบๆ เป็นทะเลสาบพิษที่เต็มไปด้วยแมลงกู่นานาชนิด นับเป็นกำแพงธรรมชาติอย่างหนึ่ง
สำนักกู่ตู้เหมินตั้งค่ายกลต่างๆ มากมายเอาไว้ในทะเลสาบพิษ ก่อตัวเป็นค่ายกลคุ้มกันที่แข็งแกร่งไม่แพ้ของสำนักไป๋ตู้เหมิน หรืออาจจะกล่าวได้ว่าค่ายกลคุ้มกันของสำนักกู่ตู้เหมินแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ
ค่ายกลคุ้มกันแห่งนี้ประกอบขึ้นจากค่ายกลวิญญาณระดับต่ำขั้นยอดเยี่ยมหลายร้อยค่ายกล ค่ายกลวิญญาณระดับต่ำขั้นสูงอีกหลายสิบค่ายกล และค่ายกลวิญญาณระดับต่ำขั้นกลางและระดับต่ำขั้นต่ำอีกหลายสิบค่ายกล
ทว่าสำนักไป๋ตู้เหมินได้ศึกษาและสำรวจค่ายกลคุ้มกันของสำนักกู่ตู้เหมินมานานแล้ว ภายในสำนักจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับค่ายกลคุ้มกันแห่งนี้เก็บไว้มากมาย ซึ่งจูอู๋หยางได้อ่านจนจบแล้ว
ยิ่งบวกกับความรู้ด้านค่ายกลระดับต่ำขั้นยอดเยี่ยมของเขา ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งรองจากปรมาจารย์ค่ายกลระดับกลาง การจะทำลายค่ายกลคุ้มกันแห่งนี้อาจเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าแค่ลอบเข้าไป ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนออกเดินทาง ผู้อาวุโสสูงสุดโอวหยางหมิงอี้ยังมอบยันต์ทำลายค่ายกลให้กับเขาหนึ่งแผ่น เพียงแค่ใช้ยันต์แผ่นนี้ ก็สามารถเปิดช่องว่างบนค่ายกลได้ ช่วยให้จูอู๋หยางสามารถลอบเข้าไปได้อย่างเงียบเชียบ
แม้ว่าจะใช้ได้เพียงไม่กี่ครั้ง เพราะพลังวิญญาณในยันต์ใกล้จะหมดแล้ว แต่มันก็เป็นอาวุธลับชั้นยอด
การกระทำของโอวหยางหมิงอี้มีจุดประสงค์แอบแฝงอีกอย่าง นั่นก็คือไม่อยากให้จูอู๋หยางเปิดเผยความรู้ด้านค่ายกลของตัวเอง เพราะอาจทำให้คนอื่นสงสัย และเชื่อมโยงเขากับฆาตกรของสำนักไป๋ตู้เหมินได้
ความจริงแล้วจูอู๋หยางก็คิดเรื่องนี้เช่นกัน เขาถึงขั้นคิดค้นวิชาทำลายค่ายกลขึ้นมาใหม่ ซึ่งมีผลลัพธ์ไม่ต่างจากยันต์ทำลายค่ายกล ก็เพื่อที่จะพรางตัว แต่ไม่คิดว่าโอวหยางหมิงอี้จะมอบยันต์ทำลายค่ายกลให้กับเขาอีกแผ่นหนึ่ง นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง
แน่นอนว่าจูอู๋หยางจะไม่ปฏิเสธ ยิ่งมีสิ่งของแบบนี้มากเท่าไหร่ ยิ่งดี เพราะวิชาทำลายค่ายกลของเขายังต้องใช้เวลาในการสังเกตและวิเคราะห์ แต่การมียันต์ทำลายค่ายกลติดตัวไว้ ก็ทำให้เขาสามารถทำลายค่ายกลได้ทุกเมื่อ สะดวกกว่าการลงมือทำลายค่ายกลด้วยตัวเองมาก
แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา อีกอย่างก็ไม่มีศัตรูไล่ตาม จูอู๋หยางจึงไม่จำเป็นต้องใช้ยันต์ทำลายค่ายกล เขาเลือกที่จะใช้วิชาทำลายค่ายกลที่ตนเองคิดค้นขึ้น ทำลายค่ายกลที่อยู่รอบๆ ทะเลสาบพิษของสำนักกู่ตู้เหมิน
เมื่อเข้าไปในส่วนลึกของทะเลสาบพิษแล้ว จูอู๋หยางก็ใช้ยันต์ป้องกันตัว ก่อนจะเริ่มต้นสังเกตและวิเคราะห์จุดอ่อนของค่ายกลคุ้มกัน หาวิธีที่จะแอบแทรกแซงค่ายกล เผื่อว่าในเวลาคับขันจะได้ใช้ประโยชน์จากมันได้
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า จูอู๋หยางก็ยิ่งมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับค่ายกลคุ้มกันของสำนักกู่ตู้เหมินมากขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็มีแมลงกู่และศิษย์สำนักกู่ตู้เหมินที่ออกลาดตระเวนผ่านมาเป็นระยะ แต่ก็ไม่มีใครพบเห็นจูอู๋หยางที่ซ่อนตัวอยู่
จูอู๋หยางยังคงวนเวียนอยู่บริเวณขอบทะเลสาบพิษ ค่อยๆ ศึกษาและวิเคราะห์ค่ายกลคุ้มกันของสำนักกู่ตู้เหมิน ใช้เวลานานหลายสิบชั่วโมง ในที่สุดเขาก็พบวิธีที่จะลอบเข้าไปได้อย่างเงียบเชียบ
ส่วนเรื่องการแอบแทรกแซงค่ายกล แม้จูอู๋หยางจะมีความรู้ด้านค่ายกลมากแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีเวลาสักครึ่งเดือน ก็คงทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นหลังจากที่ไตร่ตรองดูแล้ว จูอู๋หยางจึงตัดสินใจล้มเลิกความคิดนี้ เพราะเขาไม่มีเวลามากขนาดนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น หากเขาสามารถลอบเข้าไปในสำนักกู่ตู้เหมินได้สำเร็จ และพบข้อมูลเกี่ยวกับค่ายกลคุ้มกัน เขาก็จะสามารถเข้าใจกลไกของมันได้โดยง่าย หรือกระทั่งควบคุมมันได้เลยทีเดียว ซึ่งมีประสิทธิภาพกว่าการนั่งเฝ้าสังเกตการณ์มาก
ดังนั้นจูอู๋หยางจึงตัดสินใจที่จะลอบเข้าไปในสำนักกู่ตู้เหมิน มอบเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับพวกเขา
เมื่อความมืดโรยตัวปกคลุม จูอู๋หยางก็เปิดช่องว่างบนค่ายกลคุ้มกันของสำนักกู่ตู้เหมิน ลอบเข้าไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะค้นหาเป้าหมายที่เหมาะสมในการลงมือ
การจัดวางผังของสำนักใหญ่สำนักกู่ตู้เหมินแตกต่างจากสำนักไป๋ตู้เหมินโดยสิ้นเชิง สำนักไป๋ตู้เหมินจะแบ่งออกเป็นยอดเขาแต่ละยอด แต่ละยอดเขาก็จะมีผู้ฝึกตนระดับต่างๆ และอำนาจที่แตกต่างกันไปอาศัยอยู่
แต่บนเกาะกลางทะเลสาบของสำนักกู่ตู้เหมิน กลับมียอดเขา หุบเหว แม่น้ำ ป่าไม้ เนินเขา สภาพแวดล้อมและความหนาแน่นของพลังปราณก็แตกต่างกันไป เหล่าผู้ฝึกตนของสำนักกู่ตู้เหมินจึงแยกย้ายกันไปอาศัยอยู่ตามสถานที่ต่างๆ
ผู้ฝึกตนของสำนักกู่ตู้เหมินก็จะแบ่งออกเป็นสำนักย่อยและตระกูลต่างๆ ดังนั้นสถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่จึงแตกต่างกัน รอบๆ ก็จะมีการติดตั้งค่ายกล แม้จะเทียบกับค่ายกลคุ้มกันไม่ได้ แต่ก็ถือว่าไม่เลว
การจะทำลายค่ายกลเหล่านี้ ย่อมเป็นเรื่องง่ายสำหรับจูอู๋หยาง หลังจากที่ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง จูอู๋หยางก็ตัดสินใจเลือกตระกูลเหมียว ซึ่งเป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในสำนักกู่ตู้เหมิน
บรรพบุรุษของตระกูลเหมียวก็คือผู้อาวุโสสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวของสำนักกู่ตู้เหมิน เป็นเซียนแก่นทองคำขั้นต้นเช่นกัน แม้พลังจะเทียบเท่ากับโอวหยางหมิงอี้แห่งสำนักไป๋ตู้เหมินไม่ได้ แต่ก็ไม่ต่างกันมากนัก
ตระกูลเหมียวมีผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานมากกว่าร้อยคน เป็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ถึงเจ็ดคน นับเป็นขั้วอำนาจอันดับหนึ่งของสำนักกู่ตู้เหมิน
ในฐานะที่เป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสำนักกู่ตู้เหมิน ตระกูลเหมียวจึงครอบครองป่าภูตเทา ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีพลังปราณบริสุทธิ์ที่สุดบนเกาะกลางทะเลสาบ รอบๆ ป่ายังมีการติดตั้งค่ายกลวิญญาณระดับต่ำขั้นยอดเยี่ยม การจะบุกเข้าไปย่อมต้องใช้ความพยายามไม่น้อย
จูอู๋หยางส่ายหน้าอย่างจนใจ ก่อนจะซ่อนตัวอยู่ใต้ต้นภูตเทา เริ่มต้นสำรวจค่ายกลคุ้มกันรอบๆ ป่าภูตเทา
ป่าภูตเทา ตามชื่อของมัน ภายในป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นภูตเทาสีเทาเข้ม ต้นไม้แต่ละต้นล้วนมีอายุมากกว่าร้อยปี ต้นที่ใหญ่ที่สุดมีอายุหลายพันปี ป่าแห่งนี้แผ่กว้างครอบคลุมพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของเกาะกลางทะเลสาบ แม้จะเป็นเวลากลางวัน ภายในป่าก็ยังมืดมราวกับเวลาโพล้เพล้
เนื่องจากต้นภูตเทาสามารถบำรุงเลี้ยงแมลงกู่ได้เป็นอย่างดี แมลงกู่หลายชนิดจึงชื่นชอบที่จะขยายพันธุ์ภายในป่าแห่งนี้ ดังนั้นป่าภูตเทาจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการอยู่อาศัยของแมลงกู่
ผู้ฝึกตนของตระกูลเหมียวเชี่ยวชาญด้านมนตร์กู่เป็นอย่างมาก ยิ่งบวกกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยพลังปราณบริสุทธิ์ พวกเขาจึงเลือกที่นี่เป็นฐานที่มั่น
ทว่าสภาพแวดล้อมเช่นนี้ กลับเหมาะแก่การซ่อนตัวของจูอู๋หยางเป็นอย่างยิ่ง เพียงแต่ภายในป่าแห่งนี้มีแมลงกู่มากเกินไป แน่นอนว่าต้องมีแมลงกู่ที่ทำหน้าที่ตรวจตราอยู่มากมายเช่นกัน จึงมีความเสี่ยงสูงที่เขาจะถูกพวกมันพบตัว
ทำให้จูอู๋หยางต้องฝึกฝนวิชากู่ล่องหน ซึ่งเป็นวิชาเซียนระดับกลางที่สำนักไป๋ตู้เหมินได้มาจากสำนักกู่ตู้เหมิน วิชานี้สามารถช่วยปิดบังกลิ่นอาย ป้องกันไม่ให้ถูกแมลงกู่ตรวจพบได้
เพื่อที่จะยกระดับวิชากู่ล่องหนจนถึงขั้นสมบูรณ์ จูอู๋หยางจึงต้องทุ่มทุน ใช้หินทะลวงขีดจำกัดอิสระไปกว่าพันก้อน ทำให้สถานการณ์ทางการเงินของเขายิ่งย่ำแย่ลงไปอีก
โชคดีที่มีวิชากู่ล่องหนช่วย แม้ภายในป่าภูตเทาจะมีแมลงกู่อยู่มากมายนับไม่ถ้วน แต่ก็ไม่มีใครพบเห็นจูอู๋หยางแม้แต่คนเดียว
จูอู๋หยางสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระภายในป่าแห่งนี้ เขาสำรวจไปทั่วทุกซอกทุกมุม หวังว่าจะพบวิธีทำลายค่ายกลคุ้มกัน
ด้วยพลังของเขา การจะทำลายค่ายกลคุ้มกันแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องยาก จากนั้นเขาก็จะได้เก็บเกี่ยวหินทะลวงขีดจำกัดอย่างเต็มที่!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved