ตอนที่ 240

“วู้มมมม...”

อาวุธวิญญาณของเหมียวเหรินฟาเริ่มต้นการค้นหารอบที่สาม ครั้งนี้ขยายขอบเขตไปเกือบครึ่งหนึ่งของเกาะใจกลางทะเลสาบ

จากคำบอกเล่าของเหมียวเจิ้งกวงและคนอื่นๆ จูอู๋หยางจากไปเพียงไม่กี่สิบอึดใจ ในฐานะผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน การหลบหนีต้องปกปิดรัศมีและรูปลักษณ์ คงไปได้ไม่ไกลนัก

ครั้งนี้ต้องเจอตัวแน่!

ผ่านไปหลายสิบอึดใจ สีหน้าของเหมียวเหรินฟากลับดูลำบากใจ เขายังคงไม่พบร่องรอยใดๆ

“ไอ้หมอนั่นเป็นกระต่ายหรือไง วิ่งเร็วชะมัด!”

เหมียวเหรินฟาขยายขอบเขตการค้นหาเป็นครั้งที่สี่ คราวนี้ครอบคลุมทั้งเกาะใจกลางทะเลสาบและทะเลสาบพิษโดยรอบ เรดาร์พลังวิญญาณกวาดไปทั่วราวกับเสียง "ตู้ด ตู้ด ตู้ด"

“วู้มมมม...”

ผ่านไปหลายสิบอึดใจ เหมียวเหรินฟาที่คว้าน้ำเหลวก็ขยายขอบเขตการค้นหาด้วยความโมโหอีกครั้ง ครั้งนี้เกือบจะถึงตัวจูอู๋หยางแล้ว แต่ก็ยังไม่พบ

ด้วยวิชาเคลื่อนย้ายมายาเซียนขั้นสูง จูอู๋หยางมีความเร็วเหนือจินตนาการของเหมียวเหรินฟามาก ยิ่งไปกว่านั้น จูอู๋หยางยังออกจากที่ราบเร็วกว่าที่เหมียวเจิ้งกวงคาดการณ์ไว้มาก การที่เหมียวเหรินฟาจะพบเขาได้นับเป็นเรื่องแปลก

ต่อให้ถูกเรดาร์พลังวิญญาณของเหมียวเหรินฟาสแกนเจอจริงๆ ด้วยวิชามายาเซียนของจูอู๋หยาง เขาก็สามารถปกปิดการตรวจสอบของเหมียวเหรินฟาได้ เพื่อความมั่นใจ จูอู๋หยางยังเคยทดลองกับโอวหยางหมิงอี้มาแล้ว

แม้แต่พลังวิญญาณของโอวหยางหมิงอี้ยังตรวจสอบเขาไม่พบ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเหมียวเหรินฟา

เหมียวเหรินฟาที่กลับมาตัวเปล่าอีกครั้งก็ตัดใจ สีหน้าลำบากใจเล็กน้อยขณะกลับไปยังป่าภูตเทา เห็นว่าผู้อาวุโสสูงสุดกลับมาแล้ว เหล่าศิษย์สำนักกู่ตู้เหมินต่างพากันโห่ร้องดีใจ

“ผู้อาวุโสสูงสุด ท่านจับตัวคนร้ายได้แล้วใช่ไหม รีบโยนมันลงมาให้พวกเราดูหน่อยสิ ว่าใช่จูอู๋หยางประมุขคนใหม่ของสำนักไป๋ตู้เหมินหรือเปล่า”

“น่าจะเป็นประมุขคนใหม่ของสำนักไป๋ตู้เหมิน ช่วงนี้พวกเรามีเรื่องบาดหมางกับสำนักไป๋ตู้เหมินเท่านั้น บรรพบุรุษต้องจับตัวประมุขคนใหม่ของสำนักไป๋ตู้เหมินมาได้แล้วแน่ๆ”

“พวกเจ้าพูดเรื่องไร้สาระอะไร ด้วยความแข็งแกร่งของบรรพบุรุษ การจับตัวผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ ยังต้องให้พวกเจ้าพูดซ้ำอีกหรือ”

“แล้วจูอู๋หยางอยู่ไหน ถูกผู้อาวุโสสูงสุดฆ่าไปแล้วหรือ แม้แต่ศพก็ไม่มีเหลือ?”

...

มองดูเหล่าศิษย์ที่เบื้องล่างที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ใบหน้าของเหมียวเหรินฟาก็แดงก่ำ “อะแฮ่ม คนร้าย... คนร้ายมีอาวุธวิญญาณพิเศษ ปกปิดการตรวจสอบพลังวิญญาณของข้า ข้ายังหาตัวมันไม่พบ พวกเจ้าจงหลบซ่อนอยู่ในที่ราบต่อไป ข้าจะประจำการอยู่ที่นั่น หากคนร้ายเผยร่องรอยแม้แต่น้อย ข้าจะสับมันเป็นชิ้นๆ เอง”

ได้ยินเหมียวเหรินฟาพูดเช่นนี้ เหล่าศิษย์สำนักกู่ตู้เหมินที่กำลังตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความปิติยินดีก็รู้สึกราวกับถูกสาดน้ำเย็นใส่ จนเงียบลงในทันที

พวกเขาไม่ได้ยินผิดไปใช่ไหม ผู้อาวุโสสูงสุดถึงกับจัดการกับผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานไม่ได้ แม้แต่หาตัวยังไม่พบ ผู้อาวุโสสูงสุดเป็นผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำจริงๆ หรือ?

“ปัง...”

มองดูป่าภูตเทาที่เงียบสงัดลงในทันที เหมียวเหรินฟาที่รู้สึกเสียหน้าก็แปลงร่างเป็นแสงสีดำหายไปในต้นไม้ภูตเทาพันปี ไม่เห็นแม้แต่เงา

เหล่าศิษย์สำนักกู่ตู้เหมินที่อยู่เบื้องล่างต่างมองหน้ากันไปมา ต่างพากันเงียบสงัด นึกถึงตอนที่ผู้อาวุโสสูงสุดจากไปด้วยความมั่นใจ เพิ่งผ่านไปไม่นาน กลับกลายเป็นแบบนี้ น่าผิดหวังจริงๆ

ตกดึก เหล่าศิษย์สำนักกู่ตู้เหมินก็กลับไปยังที่ราบเดิมด้วยความหดหู่ จุดคบเพลิงรอบๆ สว่างไสวราวกับกลางวัน ทั้งค่ายกลแมลงพิษและค่ายกลป้องกันต่างก็ถูกติดตั้งไว้หลายชั้น ทุกคนไม่แม้แต่จะกล้านอน ต่างก็นั่งฝึกฝน จ้องมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง เกรงว่าจูอู๋หยางจะฉวยโอกาส

โดยเฉพาะใต้ดิน ยิ่งเป็นจุดที่เหล่าศิษย์สำนักกู่ตู้เหมินให้ความสำคัญในการป้องกัน

เหมียวเหรินฟา ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักกู่ตู้เหมินนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นสูงที่สร้างขึ้นชั่วคราวกลางที่ราบ พลังวิญญาณราวกับเรดาร์ ดวงตาราวกับไฟฉายส่องทาง จ้องมองไปยังรอบนอกที่ราบ รอคอยการมาถึงของจูอู๋หยาง

แล้วตอนนี้จูอู๋หยางอยู่ที่ไหน?

เขาสวมหน้ากากมนุษย์เป็นรูปลักษณ์ของศิษย์ลาดตระเวนคนหนึ่งของสำนักกู่ตู้เหมิน เดินตรวจตราไปทั่วบริเวณโดยรอบที่ราบ เข็มไร้แสงเคลื่อนที่ไปตามการเคลื่อนไหวของจูอู๋หยาง ปล่อยพิษชนิดหนึ่งที่ออกฤทธิ์ช้าเข้าสู่ร่างกายของศิษย์สำนักกู่ตู้เหมินระดับฝึกลมปราณทีละคน

ส่วนผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานนั้นแข็งแกร่งเกินไป พลังจิตแข็งกล้า หากฉีดพิษชนิดนี้เข้าไปในร่างกาย พวกเขาจะรู้ตัวทันที เมื่อถึงเวลานั้นจูอู๋หยางคงหนีไม่พ้น

วิธีเดียวคือฉีดเข้าไปในร่างกายของผู้ฝึกตนระดับฝึกลมปราณเท่านั้น จึงจะไม่ถูกพวกเขาค้นพบ เมื่อจูอู๋หยางจากไประยะหนึ่ง พิษนี้จึงจะออกฤทธิ์

พิษงูเลื้อย!

นี่เป็นชื่อที่จูอู๋หยางตั้งให้กับพิษชนิดนี้ พิษชนิดนี้ก็ได้รับการปรับปรุงโดยเขาเช่นกัน แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานขั้นปลาย ระดับสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์ก็สามารถฆ่าได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้ฝึกตนระดับฝึกลมปราณ

ยาแก้พิษมีเพียงจูอู๋หยางเท่านั้นที่มี คนอื่นเว้นแต่จะเป็นผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำขึ้นไปที่ใช้ความพยายามอย่างมากจึงจะสามารถระงับได้ แต่จูอู๋หยางเชื่อว่าด้วยนิสัยของเหมียวเหรินฟา คงไม่ลงทุนลงแรงมากขนาดนั้นเพื่อช่วยผู้ฝึกตนระดับฝึกลมปราณเพียงคนเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น จูอู๋หยางยังวางยาพิษงูเลื้อยให้กับผู้ฝึกตนระดับฝึกลมปราณมากมายขนาดนี้ เหมียวเหรินฟามีเพียงคนเดียว เขาไม่สามารถช่วยผู้ฝึกตนระดับฝึกลมปราณได้มากมายขนาดนี้แน่นอน

หลังจากลาดตระเวนเป็นเวลานานเกือบเค่อหนึ่ง วางยาพิษงูเลื้อยให้กับผู้ฝึกตนระดับฝึกลมปราณของสำนักกู่ตู้เหมินหลายร้อยคน จูอู๋หยางจึงหาโอกาสจากที่ราบแห่งนี้ไปอย่างเงียบเชียบ

แม้ว่าเหล่าศิษย์ของสำนักกู่ตู้เหมินจะค่อนข้างตื่นตัว ค้นพบว่ามีศิษย์ลาดตระเวนหายไปในทันที แต่เมื่อเหมียวเหรินฟาลงมือค้นหา กลับพบว่ายังคงไม่พบร่องรอยของจูอู๋หยาง

จริงๆ แล้วตอนนี้จูอู๋หยางไม่ได้หนีไปไกล เพิ่งดำดิ่งลงไปในทะเลสาบพิษเท่านั้น แต่ด้วยวิชามายาเซียนและพลังจิตที่แข็งแกร่งของจูอู๋หยาง ทำให้เหมียวเหรินฟาไม่สามารถตรวจพบได้

“ศิษย์ลาดตระเวนที่หายไปคนนั้นจะใช่คนร้ายจริงๆ หรือเปล่า หรือว่าถูกคนร้ายจับตัวไป รู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้”

“ก่อนหน้านี้ข้าก็รู้สึกว่าท่าทางของศิษย์ลาดตระเวนที่หายไปคนนั้นแปลกๆ ไปบ้าง เพราะข้ารู้จักเขามาหลายปีแล้ว แต่ตอนนั้นข้าคิดว่าเขาคงจะกลัว เลยมีท่าทางแปลกๆ ไป แต่ไม่คิดว่าหลังจากนั้นจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”

“เจ้ายังคงไม่ระแวดระวังพอ ในเมื่อพบเห็นแล้วทำไมไม่รีบรายงาน ปล่อยให้พลาดโอกาสอันดีไปอย่างน่าเสียดาย รู้ไหมว่าศิษย์ที่หายไปคนนั้นอาจเป็นคนร้ายก็ได้”

“ถ้าเป็นแบบนั้น พวกเจ้าว่าทำไมคนร้ายถึงต้องปลอมตัวเป็นศิษย์ลาดตระเวน มาช่วยพวกเราดูแลความเรียบร้อยรอบๆ ที่ราบด้วย เขาสมองเบลอไปแล้ว หรือว่ามีแผนการอื่น?”

“แย่แล้ว เรื่องนี้มันไม่ชอบมาพากล พวกเจ้ารีบนึกถึงเส้นทางที่ศิษย์ลาดตระเวนที่หายไปคนนั้นเดินผ่านไปเมื่อกี้ ดูซิว่าเขาผ่านไปที่ไหนบ้าง มีการวางกับดักอะไรไว้หรือเปล่า”