ตอนที่ 259

มีคนบางส่วนที่ยังไม่ยอมแพ้แล้วกลับเข้ามาในเสินลู่อีกครั้งโดยใช้เวลาเข้ามาที่ค่ายแค่ไม่กี่วินาที

หลังจากคนจำนวนมากถาโถมเข้ามา เขต66เดือน6 ตอนนี้ในเขตจึงมีผู้เล่นมากถึง11ล้านคน!

ในช่วงเวลาหนึ่งจะมีผู้เล่นอยู่ในค่ายอย่างมหาศาล!

“รอบก่อนฉันใช้เครื่องมือเทพเสริมความแข็งแกร่งให้คริสตัลค่าย เวลาในการฟื้นคืนชีพของทุกคนจึงเท่ากับเลเวลของตัวเอง ถ้าเลเวลมากกว่าแปดสิบจะใช้เวลามากกว่าแปดสิบวินาที”

หลิงอี้มองรอบๆแล้วพูดพึมพำ “เหลืออีกประมาณครึ่งนาที”

รอบนี้หลินซูโหรวไม่ได้ตามมาด้วยและถูกแทนที่ด้วยหยุนจีที่เพิ่งตื่นนอน

เมื่อคืนนี้พวกเขาทำกันไป21ครั้ง นั่นทำให้เธอเหนื่อยล้าอย่างไม่เคยเป็นก่อนและไม่ตื่นจนกระทั่งไม่กี่นาทีที่ผ่านมา

ตอนนี้เธอยืนอยู่ข้างหลังเขา มือข้างหนึ่งวางแนวนอนและอีกข้างเท้าคางไว้ ดวงตาสีทองที่ถูกปิดไว้ข้างหนึ่งจ้องมองด้านหลังของชายตรงหน้า แก้มของเธอแดงเล็กน้อย

ผมสีดำขลับยังคงปิดแก้มของเธอครึ่งหนึ่งและพลิ้วไหวเล็กน้อยตามสายลม

เมื่อหลิงอี้หันกลับมาดวงตาสีทองของหยุนจีก็เบิกกว้าง พวกเขามองกันด้วยแววตาเป็นประกายและสายตาแห่งความคาดหวัง

“กลับบ้านแล้วค่อยพูดกัน” เขาพูดอย่างนิ่งสงบ

หยุนจีพยักหน้าอย่างรู้เท่าทัน เธอก้าวขึ้นมาแล้วพูดอย่างฉุนเฉียว “ต้องกดอารมณ์ไว้จนอัดอั้นไปหมด พอกลับไปแล้วนายต้องชดเชยด้วยนะ~”

“ได้”

พอเห็นชายที่รักตอบตกลง หยุนจีก็หลับตาสูดหายใจเข้าลึกๆด้วยความพึงพอใจ เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้งหลังจากนั้นไม่นาน ใบหน้าของเธอก็กลับมาเป็นปกติ

ทูตเต่าดำโจงจื่อเหวินถือไมโครโฟนขยายเสียงบินไปบนท้องฟ้าแล้วบอกให้ผู้เล่นในค่ายออกไปโดยเร็วที่สุด

เมื่อได้ยินคำพูดของเขส หลิงอี้หันไปถามหยุนจีทันที “จะว่าไป ถ้าผู้ที่นี่ตายจะฟื้นคืนชีพได้ไหม?”

“ไม่” หยุนจีส่ายหัว

“ดี” หลิงอี้ยิ้ม

หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งนาที ผู้เล่นที่ดูแข็งแกร่งบางคนเริ่มฟื้นคืนชีพ

หนานกงหลี่ที่อยู่ข้างๆเหลือบมองพวกเขา “พวกคนที่เกิดก่อนเป็นพวกตายก่อนไม่ก็มีเลเวลต่ำ แค่พวเราก็จัดการพวกมันได้แล้ว ไม่ต้องห่วง.

“เราจะจัดการกับผู้แข็งแกร่งเป็นหลัก”

ต่อจากนั้นไม่นานอาซือหลันกับผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมา

พอเห็นกลุ่มหลิงอี้ยืนอยู่ที่นี่ คนเหล่านี้ก็รู้เป้าหมายของพวกเขาทันทีจนสีหน้าเปลี่ยนไป

“ดีจริงๆ พวกแกมาดักเกิดเลยเหรอเนี่ย? ฉันนึกว่าพันธมิตรเสินจะไม่ทำแบบนี้ซะอีก” อาซือหลันผู้มีผมสีเงินและดวงตาสีเงินขมวดคิ้ว เขาดูระวังตัวกว่าครั้งก่อนมาก

ทั้งสองฝ่ายไม่พูดไร้สาระมากนัก ในไม่ช้าพวกเขาก็เริ่มสู้กันอีกครั้ง

“อัญเชิญงูพิษ!”

“นกเฟยเทียน ใช้พายุ!”

“ทักษะแผดเผา!”

ผู้เล่นทั้งสองฝั่งแข็งแกร่งมาก การโจมตีแต่ละครั้งสามารถทำลายพื้นที่ได้หลายร้อยเมตรหรือหลายพันเมตร

ผู้เล่นคนอื่นรอบๆไม่กล้าเข้าใกล้แม้แต่น้อยและยังต้องถอยออกไปหลายพันเมตร

“พระเจ้า! ทำไมกลุ่มผู้แข็งแกร่งมาสู้กันในนี้!”

“เฮ้ย! พี่ใหญ่ศูนย์หนึ่งก็อยู่ด้วย!”

“นั่นมันอาซือหลันหัวหน้าหน่วยพันธมิตรไป๋! จิ๊จิ๊ เขากล้าสู้กับพี่ใหญ่ของเขตพวกเราด้วย ดูแล้วอันดับหนึ่งในช่วงเลเวล80ใกล้จะเปลี่ยนคนแล้วสินะ”

เมื่อเทียบกับผู้เล่นจากเขตอื่นแล้ว พี่ใหญ่ศูนย์หนึ่งที่เป็น‘คนเขต66โดยกำเนิด’เป็นที่รู้จักของทุกคนอย่างแท้จริง!

พอเห็นศูนย์หนึ่งโจมตีอาซือหลันกับผู้เล่นคนอื่น ผู้เล่นจึงอยากเข้าไปช่วยเหลือ

“ถ้าฉันไม่ได้มีเลเวลแค่สิบกว่า ฉันจะขึ้นไปช่วยพี่ใหญ่ศูนย์หนึ่งฆ่าพวกศัตรูแน่นอน”

“ถึงเราจะช่วยพี่ใหญ่ในการต่อสู้ๆไม่ได้ แต่พวกเราสามารถช่วยเขาในฟอรัมกับที่อื่นได้!”

“จริงด้วย!”

ไม่รู้ว่าใครในฝูงชนเป็นคนพูด แต่ทุกคนรู้สึกว่ามันมีเหตุผล

มีบางคนเริ่มถ่ายภาพแล้วเขียนชื่อเรื่องว่า‘อาซือหลันหัวหน้าหน่วยพันธมิตรไป๋โดนทุบตีหลังจากท้าทายศูนย์หนึ่ง’

บางคนเปิดการบันทึกอย่างเงียบๆ

บางคนเริ่มถ่ายทอดสดด้วยหัวข้อ‘ศูนย์หนึ่งโดนปิดล้อมในค่าย’ เมื่อมีคนดูเข้ามาพวกเขาก็อธิบายต่อกล้องอย่างกระตือรือร้นว่า “ดูสิ! ผู้เล่นแข็งแกร่งจากพันธมิตรประเทศต่างๆที่นำโดยอาซือหลันกำลังปิดล้อมกลุ่มศูนย์หนึ่งที่มีแค่ไม่กี่คนไว้ตรงกลาง นี่มันหมาหมู่ชัดๆ”

“โชคดีที่พี่ใหญ่ศูนย์หนึ่งแข็งแกร่ง เขาเลยเป็นคนบดขยี้อีกฝ่ายแทน”

ผ่านไปทสักพัก

หลังจากตาย9ครั้งและเสีย9เลเวลติดกัน ในที่สุดอาซือหลันก็หนีไปได้

——เขาซื้นยันต์ชั่วคราวจากร้านค้าแล้วหนีไปซ่อนในป่าไซเปรส จากนั้นใช้ยันต์เปลี่ยนให้ตัวเองเป็นหิน

หลังจากหลบการรับรู้หลิงอี้ได้แล้ว เขากลับไปที่โลกปัจจุบันโดยตรง

เมื่อมาถึงจุดนี้ หลิงอี้หยุดไล่ล่าเขาเช่นกัน

“ต่อจากนี้ไปเขาน่าจะหยุดขวางทางฉันแล้ว”

หลิงอี้ที่ยืนอยู่นอกค่ายพูดเสียวบเ

ด้านข้างเขาคือหยุนจีที่สวมชุดกี่เพ้าสีม่วงเข้ม เธอเอามือปิดปากสีแดงแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย “นายฆ่าเขาติดกันเก้าครั้ง ตอนนี้เขายังต้องหนีไปซ่อน แล้วต่อจากนี้เขาจะกล้าปรากฏตัวต่อหน้านายได้ยังไง?”

ก่อนเธอจะพูดจบหนานกงหลี่ก็พุ่งมาหาพวกเขา

“ทุกอย่างจบแล้วใช่ไหม?” เธอถาม

ในดวงตาสีแดงของเธอมีประกายแห่งความสุข

“ใช่”

“คุณแข็งแกร่งจริงๆ” หนานกงหลี่ยกย่องด้วยใจจริง

ก่อนหลิงอี้จะได้ตอบกลับ หยุนจีที่อยู่ด้านข้างพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ศูนย์หนึ่งคือคนที่กำจัดราชามอนสเตอร์มานับไม่ถ้วน ผู้เล่นธรรมดาแบบนั้นจะมาเทียบกับเขาได้ยังไง?”

ในน้ำเสียงของเธอแฝงด้วยความภาคภูมิใจ

หนานกงหลี่หันไปมอง เธอเลิกคิ้วขึ้นถาม “จะว่าไปแล้ว เธอพัฒนาขึ้นมากเลยนะ”

เธอให้ความสนใจอดีต‘คู่แข่ง’เล็กน้อยในระหว่างการต่อสู้ครั้งนี้

เธอพบว่าความแข็งแกร่งของหยุนจีแทบจะเรียกได้ว่าเป็นการ‘พุ่งทะยานครั้งใหญ่’เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน

แม้แต่สงฟูหัวหน้าหน่วยพันธมิตรเป่ยที่เธอต้องรับมืออย่างรอบคอบก็ยังถูกหยุนจีกำราบอย่างง่ายดายเหมือนเด็กน้อย!

“ฮ่าฮ่า~”

หยุนจีหัวเราะเบาสองครั้ง เธอมองหลิงอี้ด้วยสายตาชื่นชมจากนั้นหันไปมองหนานกงหลี่โดยไม่อธิบายอะไรให้ฟัง

“เอาล่ะ ถ้าไม่มีอะไรต้องคุยแล้วพวกเราจะกลับก่อน” หลิงอี้โบกมือลา

“ลาก่อน”

หลังบอกลาทั้งสองแล้ว หนานกงหลี่ก็นึกถึงการแสดงออกของหยุนจีเมื่อกี้ ยิ่งเธอคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

‘แปลก เธอได้รับการปกป้องจากเสินลู่ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเธอถึงมีสีหน้าแบบนั้น’

ขณะที่เธอกำลังครุ่นคิด ผู้เล่นคนอื่นที่อยู่ข้างสนามก็กระซิบกระซากกัน

“หนุนจี ทำไมเธอเหมือนคนขี้ประจบพี่ใหญ่เลยล่ะ”

“แถมยังประจบต่อหน้าผู้คนมากมายด้วย ฉันไม่กล้าคิดถึงตอนที่ไม่มีคนเลย”

“อย่าพูดไร้สาระ! หยุนจีเป็นเทพธิดาของฉัน เธอได้รับปกป้องจากเสินลู่ เธอบริสุทธิ์ที่สุด!”

ทันทีที่กลับมาถึง หลิงอี้ยังไม่ทันได้จิบน้ำชาก็โดนหยุนจีเข้ามานัวเนียแล้ว

เสียงกระดิ่งดังก้องไปทั่วห้องโถง

ข้างโซฟามีเสียงกระดิ่งที่น่ารำคาญ ประตูห้องโถงมีเสียงกระดิ่งเป็นจังหวะ บนขอบหน้าต่างมีเสียงกระดิ่งที่น่าหลงใหล ในห้องน้ำมีเสียงกระดิ่งดังอย่างต่อเนื่อง

หลังจากอาบน้ำ หลิงอี้ที่ไม่ได้สวมเสื้อนอนอยู่บนโซฟาขณะที่หลินซูโหรวคุกเข่านวดตัวให้

นิ้วขาวเรียวกดลงบนหลังเขาทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างผิดปกติ

“พวกนายไม่ได้เข้าสู้กับราชามอนสเตอร์ แต่ไปกำจัดผู้เล่นที่เป็นปัจจัยเสี่ยง?” เซี่ยหว่านชิง

“ใช่”

หลิงอี้หลับตาพู “ต้องกำจัดการคุกคามจากผู้เล่นก่อน ฉันไม่อยากสู้กับราชามอนสเตอร์ด้วยความกังวล”

“อาซือหลันในตอนนี้ชนะหนานกงหลี่ไม่ได้ด้วยซ้ำ เท่านี้ฉันก็โล่งใจแล้ว”