ตอนที่ 187

“นี่ นี่... ฉันเคยเห็นดอกไม้เหรอ?”

“ราชามอนสเตอร์ตายแล้ว?”

“มันตายแล้วจริงๆ!”

“เป็นไปไม่ได้! ราชามอนสเตอร์น่าจะเหลือพลังชีวิตอีกสามสิบสี่สิบเปอร์เซ็นต์สิ!”

ผู้เล่นไม่สามารถเห็นพลังชีวิตแบบเจาะจงได้ แต่มันไม่ได้ยากเลยที่จะประเมินตามประสบการณ์

ตัวอย่างเช่นปกติจะใช้เวลา6ชั่วโมงในการสู้กับราชามอนสเตอร์เลเวล50

สำหรับทีมที่มีความแข็งแกร่งเท่ากัน หลังจากสู้3ชั่วโมงราชามอนสเตอร์ควรจะเหลือพลังชีวิตเพียงครึ่งเดียว

จากประสบการณ์เหล่านี้ ผู้เล่นที่ได้สู้กับราชามอนสเตอร์จึงประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าพวกเขา!

“ดูนั่น! มีคนบินอยู่บนฟ้า!”

มีคนเงยหน้ามองเพื่อดูว่าใครเป็นคนการโจมตีนั้น แต่แล้วเขาก็เห็นร่างหนึ่งบินอยู่สูง100เมตร

พอได้ยินแบบนั้นทีมผู้เล่นที่ทรงพลังและคนอื่นๆก็เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ร่างของคนคนนั้นเบลอไปหมด มองไม่ชัดเลย!”

“ใช่...เบลอไปหมด? นี่...ความสามารถแบบนี้เหมือนจะมีแค่พี่ใหญ่ศูนย์หนึ่งที่มีไม่ใช่เหรอ?”

พอพูดถึงจุดนี้ทุกคนด้านล่างก็เงียบไปครู่หนึ่ง

พวกเขาพยายามลืมตาให้กว้างเพื่อดูร่างของคนบนฟ้าแต่ก็พบว่ามันเป็นอย่างที่คนอื่นพูด ร่างกายและหน้าตาของเขาเป็นภาพเบลอไปหมด

เมื่อรู้แบบนั้นในใจทุกคนจึงปรากฏสองคำ——

ศูนย์หนึ่ง!

คนที่ฆ่าราชามอนสเตอร์เมื่อกี้คือคนที่สั่นคลอนโลก!

พอคิดได้ดังนั้นทุกคนต่างหวาดกลัวและประหลาดใจอย่างไม่มีข้อยกเว้น พวกเขาทั้งหมดรู้สึกแปลกใจมาก

พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งจะได้เจอกับผู้เล่นที่มีชื่อเสียงระดับโลกคนนี้!

พวกเขาไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าผู้เล่นคนนี้ที่รู้จักกันในชื่อ‘ผู้เล่นใหม่ที่น่ากลัวที่สุดในประวัติศาสตร์’จะแข็งแกร่งได้ขนาดนี้!

'โจมตีแค่ครั้งเดียวถึงกับลดพลังชีวิตที่เหลือของราชามอนสเตอร์ได้!!’

ผู้เล่นของกองกำลังใหญ่ที่สู้กับลิงคิงคองยักษ์อย่างดุเดือดเมื่อกี้ล้วนตกอยู่ในอาการใจสั่น!

ศูนย์หนึ่งที่มองพวกเขาจากบนฟ้าราวกับเทพตัวจริง พลังที่สามารถบดขยี้ได้ทุกสิ่งโจมตีจิตใจของทุกคน!

ทุกคนไม่กล้าหายใจไม่กล้าขยับตัว ทำได้แค่รักษาท่าทางให้นิ่งเฉยเข้าไว้

ไม่กี่วินาทีหลังจากศูนย์หนึ่งหายตัวไป ร่างกายและจิตใจของทุกคนผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว

“เฮ้อ”

ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอกพร้อมกัน และหลังจากที่พวกเขาฟื้น พวกเขาก็คุยกันอย่างกระตือรือร้น

“พระเจ้า! คิดไม่ถึงว่าฉันจะได้เจอศูนย์หนึ่งที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่นี่! โชคดีจริงๆ!”

“ฉันมองว่าศูนย์หนึ่งเป็นผู้เล่นใหม่เดือนหกมาโดยตลอด แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะแข็งแกร่งขนาดนี้!”

“ลิงคิงคองยักษ์เหลือพลังชีวิตอย่างน้อยสามสิบสี่สิบเปอร์เซ็นต์ แต่มันถูกฆ่าด้วยการโจมตีครั้งเดียว! ไม่อยากจะเชื่อ!”

“ถ้าเขาโจมตีมาพวกเราคงตายกันหมด”

“นี่คือความรู้สึกของคนในเขต66ที่เผชิญหน้ากับศูนย์หนึ่งสินะ...จริงๆแล้วฉันรู้สึกว่าตัวเองต้องปลอดภัยแน่นอนถ้าได้เป็นเพื่อร่วมทีมกับเขา!”

“…”

ข้างๆเซิ่งหย่ามีคนถามเธอด้วยความสงสัย “คุณเซิ่ง ราชามอนสเตอร์เหลือพลังชีวิตเท่าไหร่?”

พวกเธออยากรู้มากว่าการโจมตีเมื่อกี้ของศูนย์หนึ่งมีพลังมากแค่ไหน!

พอเห็นว่าเซิ่งหย่ากำลังงุนงงอยู่ หลายคนจึงไปโบกมือหน้าเธอ “คุณเซิ่ง?”

“อ๊ะ!”

เซิ่งหย่าได้สติคืนมาอย่างรวดเร็ว เธอชูสี่นิ้วแล้วพูดว่า “สี่สิบเปอร์เซ็นต์”

คนที่ได้รับค่าโดยประมาณรีบกระจายข่าวไปยังคนรอบข้างอย่างตื่นเต้น

แต่เซิ่งหย่ามีสกิลพิเศษและไวต่อการสังเกตได้ตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง

‘ความรู้สึกในตอนนั้นน่าจะไม่ผิด ศูนย์หนึ่งมองฉันอย่างขอโทษ’

'ถ้าสกิลของฉันไม่ผิดพลาด แล้วสิ่งนี้มันเกิดอะไรขึ้น ฉันไม่เคยติดต่อกับเขาด้วยซ้ำ...'

'เดี๋ยวก่อน! หรือว่า...ความคิดลึกลับนั่นจะเป็นของเขา?’

ความคิดลึกลับเปิดเผยว่าเหอเทียนคิดว่าเธอเป็นสาวใช้ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เธอโกรธมาก

แต่นั่นคือทั้งหมด

ถ้าเธออารมณ์เสียเพราะข่าวลือ เธอคงไม่มีวันประสบความสำเร็จอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

'ได้ข่าวมาว่าโลกแห่งเงาวางแผนจะเข้านครเชียนเจียงของเสินเซี่ยเพื่อค้นหาความคิดลึกลับ...ถ้าฉันเดาว่าเจ้าของความคิดลึกลับนั้นเป็นของศูนยืหนึ่ง นั่นจะไม่เป็นการเปิดเผยตำแหน่งของเขาทางอ้อมเหรอ?’

พอคิดดังนั้นดวงตาสีเงินของเซิ่งหย่าก็หรี่ลงเล็กน้อย

......

ราชามอนสเตอร์ตายแล้วทุกคนจึงไม่คิดจะอยู่ที่นี่ต่อ

แต่ตอนที่พวกเขากำลังจะกลับ พวกเขาก็เห็นร่างของเหอเทียนบินกลับมาอีกครั้ง!

“หืม!? นั่นเหอเทียน เขาวิ่งกลับมาทำไม?”

“หวังเล่ยไล่ตามเขามาด้วย!”

เมื่อเห็นสองคนนี้กลับมา ทุกคนก็หยุดเดินกลับทันทีและมองพวกเขาด้วยสายตาคาดหวัง

มีหลายคนที่เปิดบันทึกวิดีโอโดยตรง

——เหตุผลที่เหอเทียนวิ่งกลับมาเป็นเพราะว่าจู่ๆเขาก็คิดได้ว่าตรงนี้เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด

ด้วยสายตาคนจำนวนมากที่เฝ้ามองอยู่ หวังเล่ยต้องไม่กล้าทำอะไรเขามากเกินไปแน่นอน

นอกจากว่าเขาจะหมดอนาคต

ดังนั้นหลังหยุดหนีแล้ว เหอเทียนก็ตะโกนบอกหวังเล่ยที่กำลังไล่ตามเขาอยู่ทันที “นายเป็นสมาชิกของค่ายอัจฉริยะพันธมิตรเสิน! อย่าทำลายอนาคตของตัวเองเพราะความหุนหันจะดีกว่า!”

นกสายฟ้ากลายเป็นร่างหวังเล่ยกระแทกพื้นข้างหน้าเหอเทียนจนเกิดเสียง‘ตูม’ เขาเดินออกมาจากฝุ่นควันพร้อมกับสายฟ้าที่แลบไปมาอยู่ทั่วร่างกาย

เขาจ้องมองเพื่อนรักตรงหน้าเขาอย่างโกรธเคือง “เพื่อนรัก นายนี่เป็นเพื่อนรักของฉันจริงๆ ขนาดตอนนี้ยังคิดถึงอนาคตของฉัน”

เหอเทียนเดินก้าวถอยหลังไปทางกลุ่มคนและพูดอย่างจริงใจ “อดีตคืออดีต อย่าทำให้มันบานปลายเลย พรุ่งนี้ฉันไปบ้านนายพร้อมกับของขวัญเพื่อขอโทษ หวังว่านายจะยกโทษให้ฉันนะ”

ตอนนี้หวังเล่นอยู่ในสถานการณ์ขี่หลังเสือยากที่จะลง

เขาหันไปมองฝูงชนที่อยู่แถวนั้น พอเห็นฝูงชนมุงดูที่เยอะราวกับลิงเขาก็คิดว่าจะไปแก้ไขเรื่องนี้เป็นการส่วนตัวหลังจากกลับไป

อย่างไรก็ตามมีเหตุการณ์ที่สร้างความประหลาดใจทั้งสองเกิดขึ้น ความคิดลึกลับปรากฏขึ้นอีกครั้ง!

[หลังจากหวังเล่ยสงบลง เหอเทียนคิดว่าค่ำคืนกับภรรยาเพื่อนก็จบลงไปด้วย ไม่รู้ว่าเหอเทียนกล้าบอกสิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งคืนระหว่างพวกเขาให้หวังเล่ยฟังหรือไม่]

“โห...จิ๊จิ๊จิ๊”

ฝูงชนรอบๆหายใจเข้าลึกและส่ายหัว

“หวังเล่นหาเพื่อนไม่ระวังเลย” ผู้เล่นประตูดาบกลุ่มหนึ่งส่ายหัว

“ถ้าฉันมีเพื่อนแบบนี้ ฉันคงจัดหมัดทลายแดนรกร้างให้มันสักชุด” ผู้เล่นนิกายยุทธ์พูดเสียงดัง

พอเห็นว่าความคิดลึกลับนี้อยู่ด้วย เหอเทียนก็แทบจะกลัวจนสุดหัวใจ

เขารีบพูดกับหวังเล่น “เพื่อนรัก เรากลับไปคุยเรื่องนี้กันทีหลังดีกว่า”

“นายคงไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องอื้อฉาวระหว่างพวกเราหรอกใช่ไหม!?”

ใบหน้าของหวังเล่นกลายเป็นสีเข้ม เขาตะคอกใส่อย่างเย็นชา “อย่ามาเรียกฉันว่าเพื่อน แกไม่ใช่เพื่อนฉันอีกแล้ว!”

หลังจากนั้นการนับถอยหลังการกลับก็เริ่มขึ้น

พอเห็นสิ่งนี้เหอเทียนก็ไม่กล้ารอช้าอีกต่อไปและรีบเริ่มเดินทางกลับ

เขากลัวว่าจะโดนความคิดลึกลับนี้แฉออกมาอีก

ด้านนอกฝูงชน เซิ่งหย่าแสร้งทำเป็นมองรอบๆอย่างเป็นธรรมชาติ

'ความคิดนั้นยังอยู่ที่นี่ หรือว่าคนคนนั้นจะอยู่ใกล้ๆ?’

หลังจากมองไปรอบๆแล้วไม่พบอะไรเธอก็ล้มเลิกความคิดที่จะค้นหาและวางแผนจะกลับ

แต่ขณะที่เธอเริ่มการกลับ จู่ๆก็มีลมส่งเสียงผ่านพัดเข้าหูเธอจากระยะไกล

หลังจากนั้นไม่กี่นาที

ที่แห่งหนึ่งในป่าแมลงปีศาจ เซิ่งหย่าได้เห็นร่างในตำนาน

เขาลอยอยู่ในอากาศด้วยร่างที่เบลอ เธอแค่มองครั้งเดียวก็หัวใจเต้นแรงแล้ว

“คุณ...เรียกฉันมาแบบนี้ อยากจะบอกอะไร?”

หัวใจเธอเต้นแรงกว่าเดิม!