ตอนที่ 217

สำหรับไอเทมบางอย่างที่ต้องใช้การสุ่ม เสินลู่จะไม่ให้ระดับที่ชัดเจน

เหมือนกับตั๋วสุ่มใบนี้

หลังดูเอฟเฟกต์เสร็จ หลิงอี้คิดในใจ ‘ระบบ จำลองการกลายพันธุ์ตั๋วสุ่มใบนี้!’

[คุณยืนยันกลายพันธุ์ตั๋วสุ่มไอเทมหายากหรือไม่? (ต้องใช้10คะแนนกลายพันธุ์)]

‘ยืนยัน!’

หลังจากสิ้นเสียงตั๋วสุ่มในหน้าจอกระเป๋าเป้สั่นเล็กน้อย ทันใดนั้นเองมันก็เหมือนกำลัง‘แยกร่าง’ ตั๋วสุ่มสองใบที่เหมือนกันทุกประการแยกออกจากกันในอากาศ

แม้รูปลักษณ์จะเหมือนกันแต่เอฟเฟกต์ต่างกัน

[การจำลองหนึ่ง]

[หลังจากใช้งานจะสุ่มรับไอเทมหายากระดับA]

[การจำลองสอง]

[หลังจากใช้งานจะสุ่มรับไอเทมหายากระดับE~S]

ด้วย[ย้อนกลับความน่าจะเป็น]เขาจึงเลือกการจำลองอันที่สองอย่าง

[ต้องใช้156คะแนนกลายพันธุ์ในการทำให้การจำลองสองเป็นจริง ยืนยันหรือไม่?]

เมื่อเห็นจำนวนที่ต้องใช้ หลิงอี้จึงดูคะแนนกลายพันธุ์ที่ต้องใช้ในการกลายพันธุ์ตั๋วสุ่มโดยตรง

30

'อืม...ถ้ามองว่าใช้156คะแนนกลายพันธุ์เสกไอเทมนี้ขึ้นมาจากอากาศมันก็ไม่นับว่าเป็นอะไร’

'แต่ถ้ากลายพันธุ์โดยตรงจะใช้แค่30จุด...ฉันต้องใช้126คะแนนกลายพันธุ์เพื่อรักษาต้นแบบเอาไว้?’

โดยปกติแล้วยิ่งระดับไอเทมที่ถูกสร้างสูงขนาดไหน คะแนนกลายพันธุ์ที่ต้องใช้ก็จะมากขึ้นเท่านั้น

แต่ตั๋วสุ่มนี้ไม่มีระดับ เขาจะตัดสินใจได้ยากว่าต้องใช้คะแนนกลายพันธุ์เท่าไหร่ถึงจะได้สกิลระดับAระดับSหรือสกิล10ดาว

เขาไม่คิดมากอีกต่อไปแล้วคิดในใจ ‘ระบบ ยืนยัน!’

ในเวลาต่อมา แสงสว่างจ้าตรงหน้าเขา ตั๋วยาวสีเหลืองอ่อนปรากฏขึ้นจากอากาศตรงหน้า

มันค่อยๆร่อนลงมา

หลิงอี้ยื่นมือออกมา ปล่อยให้ตั๋วยาวตกลงบนฝ่ามือแล้วตรวจสอบด้วยตาทิพย์ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่ใช่ตั๋วสุ่มใบนี้?

“อะไรน่ะ?” หยุนจีที่อยู่ด้านข้างถาม

“ตั๋วสุ่มไอเทมหายาก”

“ทำไมจู่ๆถึงโผล่ออกมา?”

“พลังเทพของฉัน”

หยุนจียิ้ม เธอคิดว่าเขาทำบางอย่างอีกครั้งและได้รางวัลจากเสินลู่

หลิงอี้ยิ้มเช่นกัน เขาพูดกับระบบในใจ ‘ระบบ ไอเทมที่ปรากฏทีหลังใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ได้หรือเปล่า?’

ไม่มีการตอบกลับจากระบบ

เขาเก็บตั๋วยาวใส่เข้ากระเป๋าเป้และใช้พร้อมกับตั๋วใบเดิมทันที

[คุณได้รับไอเทมหายากระดับA [ทุ่งดอกไม้สะท้อนจันทร์]]

[คุณได้รับไอเท็มหายากระดับS [จักรพรรดิแห่งความเจ็บปวด]]

“โอ้?”

ไอเทมชิ้นแรกเป็นสิ่งที่หลิงอี้รู้จัก เมื่อใช้งานจะสร้างฉากพิเศษในพื้นที่ที่กำหนดได้ทันที

เข้าใจได้ง่ายๆว่าเป็นสกิลมิติที่สวยงามมาก และเป็นสิ่งที่ผู้เล่นหญิงทั่วโลกต่างชื่นชอบ

‘หลินซูโหรวชอบดอกไม้มาก เธอต้องชอบของไอเทมชิ้นนี้มากแน่’ เขาตัดสินใจมอบให้หลินซูโหรวเมื่อกลับไป

แต่เขาไม่เคยได้ยินชื่อของไอเทมชิ้นที่สองแม้แต่น้อย ดังนั้นเขาจึงกดตรวจสอบมันทันที

[จักรพรรดิแห่งความเจ็บปวด(S-หายาก)]: สามารถเพิ่มหรือลดความเจ็บปวดในส่วนที่กำหนดของเป้าหมายและจะหายไปเมื่อคุณกับเป้าหมายอยู่ห่างกันเกิน1,000เมตร, ปรับขอบเขตสูงสุด10เท่า

‘ความรู้สึกเจ็บปวดสิบเท่า?’

หลิงอี้ไม่เข้าใจพลังของมันได้ชัดเจน แต่มันคงจัดการได้ยากแน่

“นายเรียกอะไรออกมา?” หยุนจีถาม ท่าทางอยากรู้อยากเห็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าเธอ

“ทุ่งดอกไม้สะท้อนจันทร์”

พอได้ยินแบบนั้นดวงตาของเธอก็เป็นประกาย เธอพูดด้วยรอยยิ้ม “นี่เป็นสิ่งที่ผู้เล่นหญิงชอบมาก...”

ก่อนจะพูดจบทั้งสองก็มองไปบนท้องฟ้าทางตะวันตกเฉียงใต้พร้อมกัน

กลุ่มเมฆสายฟ้าสีดำลอยลงมาจากท้องฟ้า บนเมฆดำทะมึนมีคนสองสามคนยืนอยู่อย่างคลุมเครือ

“เมฆสายฟ้านี่...แย่แล้ว! อาซือหลัน!”

หยุนจีที่กัดริมฝีปากล่าง ดวงตาสีทองแววประหลาดใจ “ผู้ชายคนนั้นเข้ามาเขตนายจริงๆด้วย!”

“อาซือหลัน?”

หลังจากได้เห็นชะตากรรมอันน่าเศร้าของหนานกงหลี่ในครั้งก่อน เขาจึงได้รู้เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้

ตอนนี้เขาเปลี่ยนชะตากรรมของหนานกงหลี่และช่วยเธอจากเงื้อมมือของผู้ชายคนนี้ แต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าผู้ชายคนนี้จะมาจัดการกับเขาจริงๆ

ในไม่ช้า เมฆสายฟ้าลอยมาจากหลายร้อยเมตรและร่อนลงจากด้านบนของทั้งสอง

คนที่ลอยอยู่ข้างหน้าคือชายหัวเห็ดสีเงิน ผิวขาว หน้าตาธรรมดา รูปร่างสมส่วน สวมเสื้อผ้าสวยงาม และสวมต่างหูก้านทองคู่หนึ่ง

คนที่ตามมาข้างหลังคือชายอ้วนตัวใหญ่ที่มีตาตี่และรอยยิ้ม ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยก้อนเนื้อและไขมัน

——ทุ่งหญ้าฝนโปรยปรายเป็นทุ่งหญ้าที่มีฝนตกตลอดเวลา

สิ่งนี้ควรเป็นการเปิดตัวอันดุดัน แต่ภายใต้ฝนปรอยๆจึงทำให้ไม่ดูดุดันนัก

โดยเฉพาะตอนที่ชายอ้วนปัดน้ำฝนออกจากหน้า

อาซือหลันที่ยืนอยู่ข้างหน้าขมวดคิ้วตั้งแต่ต้นเมื่อเขาเปียกฝน ตอนที่อยู่ห่างจากทั้งสองประมาณ20เมตรเขาก็มองร่มในมือหยุนจีด้วยแววตาปรารถนา

แต่เขาพูดกับหลิงอี้อย่างสุภาพ “สวัสดี ฉันคืออาซือหลันหนึ่งในหัวหน้าหน่วยของพันธมิตรไป๋ และฉันเป็นอันดับหนึ่งของเขต89”

หลิงอี้และหยุนจีมองหน้ากัน หยุนจีพูดตามตรง “อย่ามาพูดให้ดูดี ถ้าอยากสู้ก็เข้ามา”

อาซือหลันท่ามกลางสายฝนเสยผมเปียกขณะยิ้ม เขาส่ายหัวแล้วพูด “ฉันคิดว่าเธอน่าจะเข้าใจผิด ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อรบกวนเธอ ตรงกันข้ามเลย ฉันมาที่นี่เพื่อเชิญวพวกคุณเข้าร่วมกับประเทศไป๋อิงของเรา”

หลิงอี้ทำหน้าบึ้งตึง

ก่อนที่เขาจะลงมือ ทันใดนั้นก็มีคนคนหนึ่งลุกขึ้นยืนจากระยะไกลแล้วพูดเสียงดัง “ยอมแพ้ซะเถอะ! เขาไม่เข้าร่วมกับแกหรอก”

เขาหันไปมอง คิดไม่ถึงว่าผู้ชายคนนั้นคือทูตเต่าดำโจวจื่อเหวิน!

'อะไรเนี่ย? ผู้ชายคนนั้นก็ย้ายมาอยู่ในเขตเราด้วย?'

ในการรับรู้ของเขา มีคนจำนวนมากกำลังวิ่งมาที่นี่เพราะดาวเพลิง

ผู้คนมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ และคนเหล่านั้นล้วนเป็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย

เมื่อเห็นหลิงอี้มองไปรอบๆ หยุนจีที่อยู่ด้านข้างจึงเข้าไปกระซิบ “ตอนนี้แผนที่ระดับสูงเป็นแผนที่หลักสำหรับผู้เล่นแข็งแกร่ง หลังจากเขตของนายของเลื่อนเป็นแผนที่ระดับสูง บุคลากรหลักของกองกำลังหลักทั้งในประเทศและต่างประเทศจึงเข้ามากัน”

“คนที่ย้ายเขตเข้ามามีมากกว่าที่นายคิดไว้เยอะ”

ในขณะที่พูด ทูตเต่าดำโจวจื่อเหวินก็เดินไปอยู่ด้านหน้าทั้งสองแล้ว

เขาเป็นชายวัยกลางคนที่หล่อ ดูเหมือนมีอายุสี่สิบเศษ และสวนชุดวอร์มสีเทา

เขายิ้มและพยักหน้าให้ทั้งสองคนจากนั้นหันกลับมาพูดกับอาซือหลัน “ศูนย์หนึ่งคือวีรบุรุษของเสินเซี่ยเรา ไม่มีทางที่จะไปเข้าร่วมกับพวกแก”

ก่อนที่โจวจื่อเหวินจะพูดจบ นกฟีนิกซ์สีทองตัวหนึ่งก็บินมาจากท้องฟ้าอันไกลโพ้น

นกฟีนิกซ์สีทองตกลงสู่พื้นและกลายเป็นสาวงามร่างสูงผมบลอนด์แดงและดวงตาสีแดง จะเป็นใครได้อีกถ้าไม่ใช่หนานกงหลี่?

เธอแวบไปด้านข้างของทั้งสองคนและมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยท่าทางงุนงง เห็นได้ชัดว่าเธอยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ในตอนนี้

แม้จะเห็นหัวหน้าหน่วยทั้งสองของพันธมิตรเสินอยู่พร้อมกัน อาซือหลันก็ยังคงยิ้มอย่างมั่นใจโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

“ไม่หรอก อะไรก็เป็นไปได้”

ขณะที่พูดเขาก็ก้าวไปข้างหน้าและพูดกับหลิงอี้ “ตอนนี้คุณเป็นฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ของเสินเซี่ย แต่พวกเขาเคยให้อะไรนายบ้างหรือเปล่า?”

“ให้บ้านหรือเปล่า? ส่งสาวสวยมาให้ไหม? แล้วให้สมบัติบ้างหรือยัง?”

“ขอแค่พวกคุณมาที่ไป๋อิงของเรา พวกเราจะจัดสรรที่ดินให้คุณ ส่งคนรับใช้จำนวนมากให้คุณ และให้คุณได้เพลิดเพลินกับการปฏิบัติเหมือนราชา”

“เราไม่จำกัดจำนวนคู่แต่งงาน ตราบใดที่ทั้งสองฝ่ายเต็มใจ ต่อให้แต่งงานกับพันล้านคนก็ไม่ใช่ปัญหา”

“แค่คุณช่วยพวกเราด้วยใจจริง คุณสามารถเลือกสมบัติจากคลังสมบัติของประเทศได้ตามที่ต้องการเลย และเราจะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อช่วยให้คุณพัฒนาขึ้น”