ตอนที่ 265

หลังทั้งสามจากไป หลิงอี้อ่านคำแนะนำของระบบตระกูลอีกครั้ง

[หลังจากผู้เล่นสร้างตระกูลแล้วอาจมีมอนสเตอร์บุกโจมตีอาณาเขตของตระกูลในทุกคืน โปรดเตรียมสัตว์ต่อสู้ในการป้องกันให้พร้อม]

[หากสัตว์ต่อสู้ตาย มอนสเตอร์จะเข้าไปในอาณาเขตตระกูลโดยตรง]

[เมื่ออาณาเขตของตระกูลถูกทำลาย ตระกูลจะถูกทำลาย]

“หมายความว่าถ้าไม่เตรียมสัตว์ต่อสู้ไว้พวกมอนสเตอร์จะเข้ามาในนี้โดยตรง?”

“ถ้าฉันป้องกันบ้านด้วยการใช้ยันต์คุ้มกันบ้านแล้วมันจะถูกเทเลพอร์ตไปที่ไหน? นอกบ้าน?”

หลิงอี้ไม่ได้สนใจเรื่องมอนสเตอร์เทเลพอร์ตเข้ามานัก

เพราะในสนามหน้าบ้านยังมีสัตว์เทพคุ้มกันบ้าน!

“แต่ป้องกันไม่ให้พวกมันเข้าเลยน่าจะดีกว่าปล่อยให้พวกมันเข้ามา เข้าไปเอาสัตว์ต่อสู้ในเสินลู่ดีกว่า”

หลังการอัปเดตนี้การฆ่ามอนสเตอร์มีโอกาสดรอปวิญญาณมอนสเตอร์

ใส่วิญญาณมอนสเตอร์ในช่องสัตว์สงครามของตระกูล เมื่อมอนสเตอร์เข้ามาโจมตี วิญญาณมอนสเตอร์จะกลายเป็นสัตว์ต่อสู้สู้กับศัตรูโดยรอบทันที

หลิงอี้เข้าเสินลู่ไปฆ่ามอนสเตอร์เลเวล80-90สองสามตัว พอได้วิญญาณมอนสเตอร์แล้วก็กลับมา

กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาน้อยกว่าสองนาที

มอนสเตอร์เลเวลสูงไม่กี่ตัวพอใช้รับมือการโจมตีของมอนสเตอร์ส่วนใหญ่แล้ว!

ไม่จำเป็นต้องเสียแรงกับเรื่องนี้มาก

“เอาล่ะ ตอนนี้มีสัตว์ต่อสู้แล้ว ต่อไปจัดการเรื่องอาณาเขตตระกูล”

เขาเปิดร้านค้าตระกูลอย่างตื่นเต้น

——ร้านค้าตระกูล——

[มิติตระกูลขั้นพื้นฐาน]: พื้นที่100ตารางเมตร สูง10เมตร

ราคา: 1 เหรียญทอง (ราคาสวัสดิการ)

[มิติตระกูลขนาดใหญ่]: พื้นที่1,000,000ล้านตารางเมตร สูง1000เมตร

ราคา: 1,000,000 เหรียญทอง

[น้ำทะเลสาบใสสะอาด]: น้ำทะเลสาบสะอาดถาวร100,000ลูกบาศก์เมตร

ราคา: 100,000 เหรียญทอง

[โคมไฟคริสตัล]: โคมไฟคริสตัลลอยน้ำ ส่องสว่างในระยะ1กิโลเมตร

ราคา: 10 เหรียญทอง

——สิ้นสุดร้านค้าตระกูล——

ในร้านค้าตระกูลมีสินค้าหลายประเภท หลิงอี้ที่มี7000ล้านเหรียญทองดูสินค้าเหล่านั้นและพบว่าทุกอย่างมีประโยชน์ เขาแทบรอไม่ไหวที่จะซื้อพวกมันทั้งหมดและเริ่มตกแต่งพื้นที่ตระกูล

แทบจะเหมือนความเป็นจริงทุกอย่าง

มิติตระกูลขนาดใหญ่ ซื้อ!

น้ำทะเลสาบใสสะอาด ซื้อ!

หลังจากซื้อของครั้งใหญ่เสร็จเขาดูเหรียญทองที่มี

7,054,521,454

“ไม่ค่อยลดลงเลย”

ถ้าไม่ซื้อของพวกนี้เขาก็ไม่รู้เลยว่าหลายพันล้านเหรียญเหล่านี้เยอะมากขนาดไหน

หลิงอี้ส่ายหัวเลิกคิดเรื่องนี้ เขานำพื้นที่ตระกูลขนาดใหญ่ออกมาใช้ทันที

ทันใดนั้นกลุ่มแสงหลากสีรวมกันเป็นประตูตรงหน้าเขา

เมื่อเขาวางประตูไว้ที่ผนังด้านขวาของห้องโถง ประตูก็เริ่มรวมเข้ากับผนังและกลายเป็นหนึ่งเดียว

“โอ้? ข้างหลังประตูนี้คือมิติลับ?”

เขาหมุนที่จับเปิดประตู สิ่งที่เขาเห็นคือพื้นที่ราบขนาดใหญ่

แดดข้างในเหมือนกับด้านนอก มันสอดคล้องกับสภาพอากาศด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด

“ใช้ได้ ได้เวลาก่อสร้างแล้ว”

เขายิ้มแล้วพุ่งเข้าไปข้างในอย่างตื่นเต้น

“อัปเดตระบบตระกูล! ยุคใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น!”

“เฟอร์นิเจอร์วิเศษ ระบบคตระกูลจะนำความสะดวกสบายมาสู่ชีวิตคนในโลก”

“บทสรุปกลยุทธ์หอคุณสมบัติ!”

“วันพรุ่งนี้ การแข่งขันท้าทายราชามอนสเตอร์กับการประเมินผู้เล่นของเดือนใหม่จะเริ่มขึ้น!”

“…”

20.00น.

ในห้องโถง หลิงอี้นั่งดูฟอรัมขณะที่เสี่ยวหย่านอนอยู่บนตักของเขา

หลังจากหลินซูโหรวกับคนที่เหลือทานอาหารเย็นเสร็จ พวกเธอก็วิ่งไปดูมิติตระกูลอย่างตื่นเต้นและบอกว่าพวกเธอต้องการตกแต่งเพิ่มอีก

“ใกล้จะสิ้นเดือนแล้ว”

มองปฏิทินบนผนัง หลิงอี้รู้สึกอายเล็กน้อย

ก่อนจะทันรู้ตัวเขาก็อยู่ที่นี่มาหนึ่งเดือนแล้ว ทุกอย่างเหมือนพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

ติ๊งต่อง~

ติ๊งต่อง~

เมื่อกริ่งหน้าประตูดังขึ้น เสี่ยวหย่าก็ลืมตาขึ้นทันทีและลุกขึ้นพูดกับหลิงอี้ว่า “เซิ่งหย่าน่าจะมาแล้ว ฉันจะไปเปิดประตูให้เธอ”

จากนั้นไม่นานเสี่ยวหย่าก็พาเซิ่งหย่าเข้ามา

เสี่ยวหย่าซึ่งสวมผ้าโปร่งสีขาวขึ้นไปบนโซฟาอีกครั้ง เธองอขาและขดตัวอยู่ทางด้านขวาของหลิงอี้

เธอเอามือซ้อนกันแล้วเอาคางไว้บนนั้น เหมือนสุนัขนอนบนตักเจ้าของ

——เซิ่งหย่ารู้ว่าเสี่ยวหย่าตั้งใจทำให้เธอเห็น

เธอเลยคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้

แต่เธอแค่เหลือบมองเล็กน้อยจากนั้นหันไปมองหลิงอี้และพูดด้วยใบหน้าจริงจัง “เมื่อกี้ฉันขาดการติดต่อกับพี่ชิง!”

“ห๊ะ?”

“การอัปเดตนี้ทำให้มอนสเตอร์ในเสินลู่ทั้งหมดแข็งแกร่งขึ้น แม้แต่เทพรังบนโลกก็แข็งแกร่งขึ้นด้วย!”

เซิ่งหย่าเหมือนจะนึกถึงอนาคตอันน่าเศร้าทำให้คิ้วเรียวของเธอขมวดแน่น “หลังจากราชามอนสเตอร์แข็งแกร่งขึ้น สถานการณ์ของพี่ชิงกับคนอื่นๆก็แย่ลง”

“ในช่วงสุดท้าย เธอบอกให้ฉันมอบสิ่งนี้ให้คุณ”

เธอพลิกฝ่ามือขึ้นขณะที่พูด ถุงมิติปรากฏขึ้นบนฝ่ามือเธอ

“หืม?”

หลิงอี้หยิบมันมาและกำลังจะเปิดดู เซิ่งหย่ารีบหยุดเขาไว้ก่อน “อย่าเพิ่ง! พี่ชิงของบอกว่าคุณจะเปิดมันได้ตอนหยางชี่พุ่งออกมาจากร่างกาย”

“หยางชี่พุ่งออกมาจากร่างกาย? หมายความว่ายังไง?”

“ฉันไม่แน่ใจเหมือนกัน พี่ชิงหมดสติตอนให้ถุงมิติฉัน”

“…”

พอเห็นเขาใส่ถุงมิติถูกไว้ในกระเป๋าเป้แล้ว เซิ่งหย่าจึงถามความคืบหน้าของเขา “คุณมีหยางชี่เท่าไหร่แล้ว?”

หลิงอี้มองมันสักพักแล้วตอบ “360”

ได้ยินแบบนั้นเซิ่งหย่าจึงรู้สึกกังวลเล็กน้อย

เธอหยิบแก้วน้ำตรงหน้าขึ้นมาดื่มจากนั้นถอนหายใจเฮือกใหญ่ “คราวนี้ราชามอนสเตอร์แข็งแกร่งขึ้น ความแข็งแกร่งของเยื่อหุ้มสีน่าจะแข็งแกร่งขึ้นด้วย พี่ชิงบอกว่าเหลือเวลาอีกแค่10วัน”

“ถ้าไม่ทำลายโดมดำภายใน10วัน เทพรังจะควบคุมพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์และปรากฏตัวต่อหน้าต่อตาชาวโลกอีกครั้ง!”

เซิ่งหย่าก้มหน้าลง แววตาของเธอแสดงความเศร้าหมอง

แต่เธอรีบปรับอารมณ์ตัวเองอีกครั้งและพูดต่อ “ตอนที่มาที่นี่ฉันตอบรับคำเชิญเข้าร่วมตระกูลคุณแล้ว ฉันจะรับผิดชอบหอคอยร่างกายเอง”

หลังพูดจบเธอก็ลุกขึ้นบอกลาและจากไป

รีบมารีบกลับ

หลังจากเธอจากไป เสี่ยวหย่าที่อยู่ด้านข้างลุกขึ้นทันทีพร้อมเสียงกรนเบาๆ เธอกอดอกพูดอย่างไม่พอใจ “ทำอย่างกับคุยกับคนแปลกหน้า ฉันไม่ชอบเธอเพราะแบบนี้แหละ”

“…”

หลิงอี้ไม่ได้พูดตอบ เขากำลังคิดเรื่องเวลา10วันที่เซิ่งหย่าพูด

‘10วัน มากกว่าที่ฉันคิดไว้สองวัน เกือบจะเท่าเดิม’

แค่ทำเหมือนเดิมต่อไปก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว

หลังจากนั้นไม่นาน หลินซูโหรว กลุ่มหลินซูโหรวออกมาจากมิติขณะคุยกันอย่างตื่นเต้น

ก่อนหลิงอี้จะได้ยิน หลินซูโหรวก็วิ่งมาหาเขาอย่างตื่นเต้นและพูดอย่างมีความสุข “คืนนี้เราไปนอนที่นั่นกันไหม?”

“ห๊ะ?”

“คืนนี้พิเศษมาก! นายไม่คิดว่าการนอนใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวโรแมนติกเหรอ?” ดวงตาหลินซูโหรวเต็มไปด้วยความหวัง

หลิงอี้หันไปมองสองคนที่อยู่ข้างๆ เมื่อเห็นว่าพวกเธอคาดหวังเรื่องนี้เช่นกันเขาจึงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “เอาสิ”

“เย้!” หลินซูโหรวกับเซี่ยหว่านชิงตบมือกันอย่างมีความสุข

“จะไม่ปิดบังนายแล้วกัน”

หยุนจีพูดแทรกขึ้น “ถ้าไม่ใช่เพราะสนามหญ้าไม่ปลอดภัย ฉันก็อยากนอนในเปลญวน”

“นี่”

“ไม่เป็นไร ฉันทำเปลญวนไว้ข้างในแล้ว ในมิติตระกูลมีแค่พวกเรา ปล่อยตัวได้เต็มที่!”

พอพูดถึงจุดนี้หยุนจีก็ปิดปากหัวเราะเล็กน้อย “ความคิดนายดีมากเลย วางน้ำทะเลสาบไว้รอบด้านแล้วเปลี่ยนให้มิติตระกูลเป็นเกาะเล็กๆ แถมยังจัดให้มีชายหาด ป่าไม้ กับน้ำพุร้อนด้วย”