ตอนที่ 219

“โอ้? ได้ผลดีทีเดียว”

ดวงตาหลิงอี้เป็นประกาย เมื่อหันไปมองศัตรูที่ยังลังเลอยู่ด้านนอกระยะพายุเขาก็ใช้เอฟเฟกต์ของไอเทมและเพิ่มความเจ็บปวดบนผิวหนังในระดับสูงสุด!

ต่อจากนั้นเขาส่งลมฝนไปทางพวกเขา

ไร้สีและมองไม่เห็น สามารถสัมผัสได้ผ่านเสียงและความรู้สึกที่คลุมเครือเท่านั้น

เกือบทุกคนสามารถสัมผัสถึงสายลมได้ บางคนหลบออกไปบางคนยืนอยู่ที่เดิม

คนที่ยังอยู่ที่เดิมมีความเย่อหยิ่งในตนเอง แรงผลักของพายุนั่นน่ากลัวมาก ถ้าจะทำให้พวกเขาไปหลบก็ไม่เป็นไร แต่อยากใช้ลมแค่นี้ไล่พวกเขาออกไปเนี่ยนะ?

แต่คนเหล่านี้ต้องรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งเมื่อลมกระทบหน้าพวกเขา

ราวกับว่าพวกเขาโดนเหล็กร้อนฟาดเข้าหน้า ไม่ก็เหมือนถูกไม้จิ้มฟันนับพันจิ้มหน้า หน้าของทุกคนต่างบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจนใบหน้าเกือบผิดรูป

พวกเขาส่งเสียงร้องอย่างน่าอนาถ

“อ๊ากกกก!”

“อ๊ากกกก!”

...

“อา”

พอได้ยินเสียงกรีดร้องเหล่านั้นหลิงอี้ถึงกับอ้าปากค้าง

แค่เห็นหน้าตาบิดเบี้ยวของคนพวกนั้นเขาก็ขมวดคิ้วแล้ว เหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของคนพวกนั้น

“พลังของมันทรงพลังมากกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก”

ตอนแรกคิดว่ามันเป็นแค่ความเจ็บปวดที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว

แต่มันสามารถทำให้คนที่โดนเอฟเฟกต์ไม่สนใจกับสิ่งรอบตัวเลย

เขาโบกมือเล็กน้อย พายุขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางหลายกิโลเมตรก็หมุนไปทางกลุ่มคนพวกนั้น

คนเหล่านั้นเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสจนไม่ได้สนใจโลกภายนอก พวกเขาโดนลมแรงพัดลอยขึ้นฟ้าและถูกทำลายและโดยพายุลูกใหญ่

หลายคนสลบในชั่วพริบตาเพราะความเจ็บปวดมากเกินขีดจำกัดที่จะรับได้

“จิ๊จิ๊จิ๊...ใช้ได้ใช้ได้”

หลิงอี้พอใจมากเมื่อได้เห็นแบบนี้

แม้ว่า[จักรพรรดิสองหน้า]จะไม่ได้เพิ่มความเสียหาย แต่ความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นทวีคูณจะส่งผลต่อการต่อสู้ของศัตรูอย่างมาก

เพิ่มขึ้น30เท่า ต่อให้เพิ่มแค่10เท่าพลังของก็ทำแบบนี้ได้อยู่ดี

สมแล้วที่เป็นไอเทมระดับS

หลังจากนั้นไม่นาน.

ด้วยไอเทม[จักรพรรดิสองหน้า] ศัตรูทั้งหมดที่เข้ามาล้อมโจมตีก็โดนโจมตีกลับโดยไม่ทันตั้งตัว

ครึ่งหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสและหนีไปได้ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือถูกฆ่าและกลับไปเกิดที่ค่าย

แน่นอนว่า

ต่อให้ไม่มีไอเทมชิ้นนี้หลิงอี้ก็มั่นใจว่าผลลัพธ์ที่ได้คงคล้ายแบบนี้เหมือนกัน

หลังจากกวาดล้างสนามรบเสร็จแล้ว หนานกงหลี่และโจวจื่อเหวินก็มาหาหลิงอี้พร้อมกัน

“เมื่อกี้...” โจวจื่อเหวินลุงวัยกลางคนแสดงความอยากรู้อยากเห็น

“อ๋อ ฉันได้ไอเทมใหม่มา”

“ยอดมาก” โจวจื่อเหวินยิ้ม

หนานกงหลี่ก้าวไปข้างหน้าและถาม “มันเป็นไอเทมที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดใช่ไหม? ฉันเห็นว่าพวกเขาแสดงอาการเจ็บปวดจนไม่อยากสู้ แถมพวกเขายังลุกขึ้นยืนไม่ได้ด้วยซ้ำ”

“ใช่” หลิงอี้พยักหน้า

ที่จริงมันปรับความสุขได้ด้วยแต่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง

หรือต้องทำให้อีกฝ่ายมีความสุขด้วยตัวเอง?

หนานกงหลี่เม้มริมฝีปากสีเชอร์รี่และพูดอย่างจริงจัง “ครั้งนี้พวกมันรู้เรื่องไอเทมของคุณแล้ว ครั้งต่อไปพวกมันต้องเตรียมวิธีรับมือมาแน่ หลังจากนี้คงจัดการไม่ง่ายนัก”

“คุณคงได้เป็นเป้าหมายของพวกมันไปอีกนาน ต่อจากนี้ก็ระวังตัวให้ดี”

“เมื่อเกิดอันตรายสามารถติดต่อฉันได้ทุกเมื่อ เราเป็นเพื่อนกันในฟอรัมแล้ว...ฉันไม่รบกวนคุณแล้ว ขอคัวก่อน”

“ลาก่อน”

หลังจากทูตพันธมิตรเสินจากไป ตรงนี้ก็เหลือแค่กลุ่มหลิงอี้

จักรพรรดิน้ำแข็งลอยอยู่ในอากาศมองมอนสเตอร์ที่อยู่ไกลออกไป

หยุนจีปิดปากหัวเราะ

พอเห็นหลิงอี้มองด้วยความสงสัย เธอจึงตบไหล่ของเขา(ชั้นฉนวน)ด้วยมือหยกขาวแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “คนพวกนั้นมาจัดการกับนาย นายก็ยังอู้ได้อีกนะ”

“ฉันอู้ตรงไหน?”

“จักรพรรดิน้ำแข็งไม่ได้เข้าร่างที่สอง แช่แข็งมิติเวลาของเธอเลยเป็นของไร้ประโยชน์ นายก็เหมือนกัน ทั้งๆที่อัญเชิญนักรบทูตสวรรค์แปดตัวได้ แถมยังมีพลังของนักบุญดาบฟีนิกซ์และดาบธาตุที่ไว้ใช้สู้ระยะประชิด นายนี่มัน...ไร้ประโยชน์จริงๆ”

พอได้ฟังหยุนจีพูดจนจบหลิงอี้ก็ยิ้ม

เขาส่ายหัวและพูดอย่างจริงจัง “ไม่จำเป็นเลย”

“ไม่จำเป็นต้องใช้สกิลที่สองเพื่อกำจัดศัตรูที่จัดการได้ด้วยสกิลเดียว”

“ตอนนี้คนพวกนั้นต้องการจัดการฉัน สิ่งแรกที่พวกมันจะทำคือเปิดเผยไพ่ในมือทั้งหมดของฉัน...”

ในตอนนั้นเองจู่ๆเขาก็เห็นหยุนจีล้มลงมาทางเขากับว่าเป็นลมแดดกะทันหัน

เขารีบอ้าแขนรับเธอและถามพร้อมกับคิ้วขมวด “เป็นอะไรไป?”

ภายใต้การจ้องมองของเขา ใบหน้าของหยุนจีเหมือนจะเปลี่ยนไป

“เป็นผลข้างเคียงจากวิญญาณแท้ของฉัน....” เธอส่ายหัวด้วยแสดงรอยยิ้มฝืนๆ “ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก”

ในขณะที่พูดใบหน้าของเธอก็ซีดลง

“ฉันจะพาเธอกลับไปก่อน”

หยุนจีส่ายหัว เธอดริมฝีปากอันซีดเซียวพูดเสียงเบา “มังกรสายฝนใกล้จะมาแล้ว”

หลิงอี้จำได้ทันทีว่าครั้งนี้หยุนจีเข้ามาเสินลู่ทำไม เธอเข้ามาที่นี่เพราะจะมาบอกเขาว่ามังกรแห่งสายฝนกำลังจะปรากฏตัว

เธอคิดว่าเขาชอบสกิลเกี่ยวกับดาราศาสตร์มาก พอเธอย้ายมาที่เขตเขาเธอจึงแทบรอไม่ไหวที่จะพาเขามาที่นี่

เธอแค่อยากทำให้เขามีความสุข

“กลับกันเถอะ!” น้ำเสียงของหลิงอี้หนักแน่น

เมื่อได้ยินแบบนั้นหยุนจีจึงกลับไปอย่างเชื่อฟัง

...

เมื่อหยุนจีลง[บ่อน้ำพุทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์]ความเจ็บป่วยของเธอก็หายทันที

หลิงอี้ใช้โอกาสนี้ไปนั่งข้างเธอแล้วถามว่าทำไม

“วิญญาณแท้ของฉันคืองูปีศาจราคะที่มีเอฟเฟกต์ทำให้กลายเป็นหิน ถ้าใช้พลังเกินกำลังจะถูกบังคับให้เข้าสู่สถานะครึ่งงู”

“ผลข้างเคียง?”

“ใช่ รูปร่างหน้าตาจะเปลี่ยนไปและมีลักษณะบางส่วนของงูปีศาจราคะ ในสถานะนี้จะทำให้เกิดความรู้สึกสับสน...ตามจริงแล้วแค่นอนพักนิดหน่อยก็หายดีแล้ว    ”

“ตอนที่เธอเป็นแบบนี้...”

“การใช้วิญญาณแท้มากเกินไปจะเกิดผลข้างเคียง ผลข้างเคียงเหล่านี้มีหลายรูปแบบ ที่พบได้บ่อยคือกลายเป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ เกิดความหิว ง่วงนอน ทำให้ประสาทสัมผัสทั้งห้าอ่อนแอลง...การเปลี่ยนร่างเป็นครึ่งงูของฉันค่อนข้างปกติ”

หลิงอี้รู้จักวิญญาณแท้ แต่มันจะไม่เปิดจนกว่าผู้เล่นจะถึงเลเวล80เขาจึงไม่เคยทำความเข้าใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง

“แบบนี้เอง” เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจ

เขาเคยเห็นการแปลงร่างเป็นงูในฟอรัม นั่นคือสกิลแปลงร่างเป็นงู

แต่เขาไม่เคยเห็นครึ่งคนครึ่งงูแบบนี้มาก่อน

หยุนจีเงยหน้ามองเขา พอเห็นสีหน้าอยากรู้อยากเห็นของชายคนนั้นเธอก็เดาความคิดเขาในใจเช่นกัน

“นอกจากนี้ยังเข้าสถานะกึ่งงูได้ด้วยนะ ฉันจะแสดงให้นายดู”

ขณะที่เธอพูด หูสีชมพูอันบอบบางของเธอก็ยาวและแหลมขึ้น แก้มของเธอเรียวขึ้น

รูปร่างของใบหน้าเปลี่ยนไปเป็นใบหน้ารูปไข่ จมูกสูงโด่งทำให้ใบหน้ามีมิติมากขึ้น

รูม่านตาของเธอกลายเป็นรูม่านตาแนวตั้งซึ่งเข้ากับดวงตาสีทองดั้งเดิมของเธอ มันสวยงามอย่างน่าประหลาด

หลิงอี้ยื่นมือเข้าไปในผมหนาของเธอ ผมสีดำของเธอปลิวสยายไปมา มันพันรอบนิ้วแต่ละนิ้วของเขาอย่างพอดี

“นี่คือครึ่งงูสินะ เอาล่ะเธอคืนร่างเถอะ”

......