ตอนที่ 308

ก่อนจะเข้ามาในดินแดนลับหลิงอี้ก็ได้รู้ผ่าน[สอดส่องโชคชะตา]ว่าสมาชิกโบสถ์ทำลายล้างจะควบคุมให้ผู้เล่นบางคนโจมตีผู้เล่นจากประเทศอื่นเพื่อสร้างความขัดแย้ง

แต่ในขณะที่พวกเขากับลั่วหยวนกำลังท่องเที่ยวบนเกาะหัวเต่า พวกเขาก็ได้ยินข่าวลือที่คาดไม่ถึง

“เฮ้? ได้ยินมาหรือเปล่า? มีคนพยายามบุกเข้าบ้านศูนย์หนึ่งในขณะที่เขาออกไปจากที่นี่ไม่ได้!”

“ใช่ ฉันได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกัน เหมือนจะมีคนไปคุกคามครอบครัวของเขา”

“เป็นไปไม่ได้ มีข่าวแบบนี้จริงเหรอเนี่ย?”

“ฉันไม่ใช่เชื่อเรื่องพวกนี้เพราะแค่ได้ยินมาหรอก”

หลิงอี้กับหลินซูโหรวมองหน้ากัน เธอกลอกตาแล้วพูด “มียันต์คุ้มกันอยู่ไม่ใช่หรือไง ไม่ต้องกังวลหรอก”

“ฉันไม่ได้กังวล มันแค่รู้สึกแปลกๆ”

มันมีหลายอย่างเกินไปจนเขาพูดไม่ถูกไปครู่หนึ่ง

ด้านข้าง ลั่วหยวนกับคนอื่นๆก็ได้ยินข่าวนี้เช่นกัน หนานกงฮั่นพุดกับเขาด้วยรอยยิ้ม “ฉันเพิ่งติดต่อลูกสาวไป หนานกงหลี่บอกว่ากำลังคุยกับหยุนจีอยู่ที่บ้านเธอ พอเธอรู้ข่าวนี้ก็รีบจึงจัดผู้แข็งแกร่งให้มาอยู่ใกล้ๆแล้ว เพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วง”

“อืม”

หลิงอี้ยิ้มเล็กน้อยและไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีก

พวกเขายังคงเดินหน้าต่อไป หลังจากผ่านก้อนหินขรุขระ พวกเขาเห็นคนหลายร้อยคนกำลังล้อมรอบเสาหิน

พอเห็นแบบนั้นลั่วหยวนก็ลูบหนวดตรงคางแล้วพูดด้วยรอยยิ้มทันที “ฮ่าฮ่า เสาหินนั่นเป็นสิ่งก่อสร้างเดียวในดินแดนลับใหญ่นี้และถูกเรียกว่า‘หินตรวจสอบนิสัย’ มันสามารถตรวจสอบลักษณะนิสัยของแต่ละคนได้ และบางครั้งยังชี้แนะให้เห็นเนื้อแท้ของแต่ละคน”

ในเวลานี้กลุ่มคนในเครื่องแบบกำลังเข้าแถวตรวจสอบเรียงคนโดยหนึ่งคนคอยจดบันทึก

“กองกำลังบางแห่งจะทดสอบลักษณะนิสัยก่อนรับสมัครคน ดังนั้นพวกเขาเลยถูกพาตัวมาทดสอบที่นี่”

ลั่วหยวนอธิบายสั้นๆจากนั้นเดินไปอีกด้านของหินตรวจสอบและเอามือกดลงไป

วินาทีต่อมาข้อความสีน้ำเงินก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

[คุณเป็นคนใจดีและกล้าหาญ มีนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และมีครอบครัวอยู่ในใจเสมอ]

“แค่เธอสัมผัสแบบนี้ข้อมูลก็จะปรากฏขึ้น” ลั่วหยวนยิ้มให้พวกเขา

หนานกงฮั่นเดินตามไปติดๆแล้ววางมือลง

[คุณเป็นคนชอบแข่งขัน แต่เมื่อโตขึ้นคุณก็ค่อยๆละทิ้งการแข่งขันที่ไร้ความหมายและทำตัวสบายๆ]

“ฮ่าฮ่าฮ่า ผลตรวจสอบของมันเหมือนกับปีก่อนเลย” พอเห็นการประเมินของหนานกงฮั่น ลั่วหยวนก็หัวเราะลั่นทันที

“อะไร” หนานกงฮั่นใช้มือปิดปาก

หลิงอี้กับหลินซูโหรวมองหน้ากัน พวกเขาสงสัยเรื่องการตรวจสอบของตัวเองจึงเดินเข้าไปพร้อมกัน

“ฉันจะเริ่มก่อน”

หลินซูโหรวยิ้มและวางมือขาวนุ่มลง

[คุณเป็นคนอ่อนโยนเหมือนน้ำ เห็นใจคนอื่นและมีน้ำใจ คุณมีความภักดีแบบลึกซึ้ง ถ้าคุณรักใครสักคนคุณจะทุ่มเทให้เขาทั้งหมด]

ต่อจากนั้นลั่วหยวนกับหนานกงฮั่นก็มองหลิงอี้ด้วยความคาดหวัง

ตามจริงแล้วการ‘บังเอิญเดินมาที่นี่’เป็นความตั้งใจของพวกเขา

‘ศูนย์หนึ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่นานเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นจนไม่มีใครหยุดเขาได้ ถึงพวกเราจะรู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหนแต่ถ้ายังไม่ได้ทดสอบเขามันก็ยังข้อกังวลใจอยู่ดี’ ลั่วหยวนพูดในใจ

‘บางคนอาจมีนิสัยที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ และเขายังเกี่ยวข้องกับชะตากรรมของโลกนี้ด้วย เพราะอย่างนั้นเราจะปล่อยเรื่องนี้ไว้ไม่ได้’

ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความเข้าใจโดยปริยาย พวกเขาจดจ้องกับการกระทำของหลิงอี้

แต่ในตอนนั้นเอง คนในฝูงชนที่อยู่ไม่ไกลก็ตะโกนขึ้น “ศูนย์หนึ่ง! คุณคือคุณหลิงที่เป็นเจ้าของความคิดลึกลับใช่ไหม?”

“หืม!?”

ลั่วหยวนหนานกงฮั่นกับหลิงอี้หยุดชะงักชั่วขณะก่อนจะหันไปมอง

คนที่พูดเมื่อกี้เป็นชายหนุ่มที่ค่อนข้างหล่อเหลา ดูแล้วคุ้นหน้าคุ้นตาเล็กน้อย

“ถ้าจำไม่ผิด นั่นน่าจะเป็นเด็กจากกลุ่มการเงินตระกูลเหอ?” หนานกงฮั่นหันไปมองลั่วหยวน

“อืม เขาคือเหอเทียนที่โดนความคิดลึกลับบอกว่าเขามีความสัมพันธ์กับภรรยาเพื่อน”

ลั่งหยวนเย้ยหยัน สายตาของเขาที่มองเหอเทียนแสดงความไม่พอใจ

'ข้ากำลังจะแตะมัน ไม่คลาดสายตา'

หลิงอี้ไม่สนใจว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร

พอคิดว่าผู้เล่นในฟอรัมเชื่อมโยง‘คุณหลิงของนครเชียนเจียง’กับ‘หลิงอี้ของนครเชียนเจียง’ได้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธแล้วพยักหน้าตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ใช่ เป็นอย่างที่นายคิดนั่นแหละ ฉันคือเจ้าของความคิดลึกลับ”

คนรอบข้างต่างนิ่งเฉยเหมือนจะไม่แปลกใจ

เมื่อ‘ความคิดลึกลับ’ปรากฏขึ้น คนมากมายต่างก็เดาว่ามันเป็นของ‘ศูนย์หนึ่ง’

ในเวลาต่อมาพอได้รู้ว่าเจ้าของความคิดลึกลับคือคุณหลิงของนครเชียนเจียง และศูนย์หนึ่งของนครเชียนเจียงก็คือหลิงอี้

ด้วยการรวมปัจจัยหลายๆอย่างเข้าด้วยกันผู้เล่นทั่วโลกจึงยอมรับในผลลัพธ์นี้

ยิ่งได้ยินเขายอมรับเองแบบนี้มันก็เหมือนกับการตอกตะปูซ้ำ

พอได้ยินแบบนั้นเหอเทียนจึงกำหมัดและกัดฟันแน่น “คุณไม่มีอะไรจะพูดกับฉันหน่อยเหรอ?”

“เอ่อ ไม่มี”

ตามจริงแล้วเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร

พอเห็นสีหน้าเมินเฉยของหลิงอี้ เหอเทียนจึงระงับความโกรธเอาไว้ “ทุกอย่างมันเป็นเพราะความคิดลึกลับของคุณ ตอนนี้ฉันเสียทุกอย่างไปหมดแล้ว คุณไม่คิดเหรอคุณต้องชดใช้ให้ฉัน!”

[สติปัญญา-50%]

ระหว่างทางมาที่นี่เขาเพ้อฝันเกี่ยวกับวิธีการต่างๆที่จะเอาไว้ใช้สู้กับหลิงอี้ แต่เขาคิดไม่ออกเลย

เมื่อเขาเห็นสาวสวยที่อยู่ข้างๆหลิงอี้ เขาก็เกิดความคิดทันที

“ฉันจะไม่ขอสิ่งชดเชยจากคุณ แต่หวังว่าคุณจะใช้ความคิดลึกลับอีกครั้ง”

วิธีการที่ยอดเยี่ยมของเขาคือ: ทำทุกอย่างกลับกัน ใช้ไอเทมความคิดของศูนย์หนึ่งเปิดเผยเรื่องดำมืดของศูนย์หนึ่ง!

หลิงอี้ขี้เกียจเกินกว่าจะสนใจคนคนนี้ แต่ลั่วหยวนที่อยู่ข้างๆขยับเข้ามาใกล้เขาและแนะนำด้วยเสียงเบา “ฉันคิดว่าเธอควรทำตาม”

“หืม?”

“ข้อแรก เธอสามารถยืนยันได้อย่างสมบูรณ์ว่าตัวเองเป็นเจ้าของความคิดจริงๆ ดังนั้นคนที่เรื่องดำมืดจะไม่กล้ารุกรานเธออีก ข้อสอง ผู้คนที่กุมความลับอันยิ่งใหญ่เอาไว้จะไม่กล้าเข้าใกล้เธอ”

“ก็ดีเหมือนกัน”

หลิงอี้ตกลงและเปิดใช้งาน[กระดิ่งพูดความจริง]

ในเวลานี้ เหอเทียนที่อยู่ตรงข้ามเขาพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่ใหญ่ศูนย์หนึ่ง ฉันขอถามคำถามคุณสักสองสามข้อได้ไหม?”

เมื่อคิดว่าตัวเองจะได้เปิดเผยเรื่องอื้อฉาวของอีกฝ่ายได้ในอีกไม่ช้า เขาก็พูดอย่างตื่นเต้นโดยไม่รอคำตอบจากอีกฝ่ายก่อน “คุณหล่อรวยและแข็งแกร่งมาก ต้องมีผู้หญิงเยอะแน่นอนที่ชอบคุณ! คุณเคยทำเรื่องลับหลังแฟนกี่ครั้ง? แล้วเคยมีคู่นอนคืนเดียวมาแล้วกี่ครั้ง?”

คำถามที่คิดไม่ถึงนี้ทำให้ทุกคนคิดว่าพวกเขาได้ยินผิด

หลิงอี้เลิกคิ้วขึ้นและเดาเจตนาของอีกฝ่ายได้ทันที

‘คิดว่าฉันจะได้รับผลกระทบจากความคิดที่ฉันเป็นเจ้าของแบบนี้ อีกฝ่ายต้องโดนเอฟเฟกต์ของรัศมีลดปัญญาแน่นอน’

แม้ว่าความคิดลึกลับจะไม่โกหก แต่เขาสามารถควบคุมสิ่งที่แสดงและไม่แสดงให้เห็นได้ ต่อให้เขามีเรื่องดำมืดจริงๆมันก็จะไม่ถูกเปิดเผย

ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเขาท่าไม่มีเรื่องพวกนั้นเลย

[จำนวนคู่นอนคืนเดียวคือ0 จำนวนการทำลับหลังคือ0 น่าเสียดายที่เขาชอบอยู่บ้านมากกว่าและยังไม่เคยไปไนต์คลับ เมืองแช่เท้าหรือสถานที่อื่นๆ เขาไม่เคยแตะต้องเพศตรงข้ามคนอื่นนอกจากคนที่บ้าน]

“ว่าไงนะ!?”

“เชี่ย!”

ทุกคนต้องอ้าปากค้างด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นข้อมูลนี้

“ศูนย์หนึ่งไม่เคยไปไนต์คลับเลย!? นี่เขาเป็นคนหัวโบราณขนาดไหนเนี่ย!?”

“พระเจ้า! ฉันนึกว่าเขามีแฟนคลับผู้หญิงอยู่เยอะแล้วได้จิ้มพวกเธอทุกวัน ฉันคิดผิดซะแล้ว!”

“เขาเป็นนักบุญเหรอ!? หรือมีเงื่อนไขใช้เงินเยอะไม่ได้?”

แม้แต่ลั่วหยวนกับหนานกงหลี่ที่อยู่ข้างๆก็ยังเบิกตากว้างด้วยสีหน้าแปลกใจ

พวกเขามองหลิงอี้ด้วยสายตาว่างเปล่า มันจินตนาการได้ยากมากว่าเขาจะ‘สะอาด’ขนาดนี้!

หลิงอี้มองสีหน้าแปลกใจของทั้งสองและถามด้วยความสงสัย “ทำไม หรือว่าพวกคุณเคยไปที่นั่น?”

ทั้งสองหน้าแดงจนต้องเบือนหน้าหนี

พวกเขาทั้งคู่เคยจัดกลุ่มไปที่นั่นจริงๆ...แน่นอนว่าแค่ไปทำเล็บเท้า