ก่อนจะเข้ามาในดินแดนลับหลิงอี้ก็ได้รู้ผ่าน[สอดส่องโชคชะตา]ว่าสมาชิกโบสถ์ทำลายล้างจะควบคุมให้ผู้เล่นบางคนโจมตีผู้เล่นจากประเทศอื่นเพื่อสร้างความขัดแย้ง
แต่ในขณะที่พวกเขากับลั่วหยวนกำลังท่องเที่ยวบนเกาะหัวเต่า พวกเขาก็ได้ยินข่าวลือที่คาดไม่ถึง
“เฮ้? ได้ยินมาหรือเปล่า? มีคนพยายามบุกเข้าบ้านศูนย์หนึ่งในขณะที่เขาออกไปจากที่นี่ไม่ได้!”
“ใช่ ฉันได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกัน เหมือนจะมีคนไปคุกคามครอบครัวของเขา”
“เป็นไปไม่ได้ มีข่าวแบบนี้จริงเหรอเนี่ย?”
“ฉันไม่ใช่เชื่อเรื่องพวกนี้เพราะแค่ได้ยินมาหรอก”
หลิงอี้กับหลินซูโหรวมองหน้ากัน เธอกลอกตาแล้วพูด “มียันต์คุ้มกันอยู่ไม่ใช่หรือไง ไม่ต้องกังวลหรอก”
“ฉันไม่ได้กังวล มันแค่รู้สึกแปลกๆ”
มันมีหลายอย่างเกินไปจนเขาพูดไม่ถูกไปครู่หนึ่ง
ด้านข้าง ลั่วหยวนกับคนอื่นๆก็ได้ยินข่าวนี้เช่นกัน หนานกงฮั่นพุดกับเขาด้วยรอยยิ้ม “ฉันเพิ่งติดต่อลูกสาวไป หนานกงหลี่บอกว่ากำลังคุยกับหยุนจีอยู่ที่บ้านเธอ พอเธอรู้ข่าวนี้ก็รีบจึงจัดผู้แข็งแกร่งให้มาอยู่ใกล้ๆแล้ว เพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วง”
“อืม”
หลิงอี้ยิ้มเล็กน้อยและไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีก
พวกเขายังคงเดินหน้าต่อไป หลังจากผ่านก้อนหินขรุขระ พวกเขาเห็นคนหลายร้อยคนกำลังล้อมรอบเสาหิน
พอเห็นแบบนั้นลั่วหยวนก็ลูบหนวดตรงคางแล้วพูดด้วยรอยยิ้มทันที “ฮ่าฮ่า เสาหินนั่นเป็นสิ่งก่อสร้างเดียวในดินแดนลับใหญ่นี้และถูกเรียกว่า‘หินตรวจสอบนิสัย’ มันสามารถตรวจสอบลักษณะนิสัยของแต่ละคนได้ และบางครั้งยังชี้แนะให้เห็นเนื้อแท้ของแต่ละคน”
ในเวลานี้กลุ่มคนในเครื่องแบบกำลังเข้าแถวตรวจสอบเรียงคนโดยหนึ่งคนคอยจดบันทึก
“กองกำลังบางแห่งจะทดสอบลักษณะนิสัยก่อนรับสมัครคน ดังนั้นพวกเขาเลยถูกพาตัวมาทดสอบที่นี่”
ลั่วหยวนอธิบายสั้นๆจากนั้นเดินไปอีกด้านของหินตรวจสอบและเอามือกดลงไป
วินาทีต่อมาข้อความสีน้ำเงินก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
[คุณเป็นคนใจดีและกล้าหาญ มีนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และมีครอบครัวอยู่ในใจเสมอ]
“แค่เธอสัมผัสแบบนี้ข้อมูลก็จะปรากฏขึ้น” ลั่วหยวนยิ้มให้พวกเขา
หนานกงฮั่นเดินตามไปติดๆแล้ววางมือลง
[คุณเป็นคนชอบแข่งขัน แต่เมื่อโตขึ้นคุณก็ค่อยๆละทิ้งการแข่งขันที่ไร้ความหมายและทำตัวสบายๆ]
“ฮ่าฮ่าฮ่า ผลตรวจสอบของมันเหมือนกับปีก่อนเลย” พอเห็นการประเมินของหนานกงฮั่น ลั่วหยวนก็หัวเราะลั่นทันที
“อะไร” หนานกงฮั่นใช้มือปิดปาก
หลิงอี้กับหลินซูโหรวมองหน้ากัน พวกเขาสงสัยเรื่องการตรวจสอบของตัวเองจึงเดินเข้าไปพร้อมกัน
“ฉันจะเริ่มก่อน”
หลินซูโหรวยิ้มและวางมือขาวนุ่มลง
[คุณเป็นคนอ่อนโยนเหมือนน้ำ เห็นใจคนอื่นและมีน้ำใจ คุณมีความภักดีแบบลึกซึ้ง ถ้าคุณรักใครสักคนคุณจะทุ่มเทให้เขาทั้งหมด]
ต่อจากนั้นลั่วหยวนกับหนานกงฮั่นก็มองหลิงอี้ด้วยความคาดหวัง
ตามจริงแล้วการ‘บังเอิญเดินมาที่นี่’เป็นความตั้งใจของพวกเขา
‘ศูนย์หนึ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่นานเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นจนไม่มีใครหยุดเขาได้ ถึงพวกเราจะรู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหนแต่ถ้ายังไม่ได้ทดสอบเขามันก็ยังข้อกังวลใจอยู่ดี’ ลั่วหยวนพูดในใจ
‘บางคนอาจมีนิสัยที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ และเขายังเกี่ยวข้องกับชะตากรรมของโลกนี้ด้วย เพราะอย่างนั้นเราจะปล่อยเรื่องนี้ไว้ไม่ได้’
ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความเข้าใจโดยปริยาย พวกเขาจดจ้องกับการกระทำของหลิงอี้
แต่ในตอนนั้นเอง คนในฝูงชนที่อยู่ไม่ไกลก็ตะโกนขึ้น “ศูนย์หนึ่ง! คุณคือคุณหลิงที่เป็นเจ้าของความคิดลึกลับใช่ไหม?”
“หืม!?”
ลั่วหยวนหนานกงฮั่นกับหลิงอี้หยุดชะงักชั่วขณะก่อนจะหันไปมอง
คนที่พูดเมื่อกี้เป็นชายหนุ่มที่ค่อนข้างหล่อเหลา ดูแล้วคุ้นหน้าคุ้นตาเล็กน้อย
“ถ้าจำไม่ผิด นั่นน่าจะเป็นเด็กจากกลุ่มการเงินตระกูลเหอ?” หนานกงฮั่นหันไปมองลั่วหยวน
“อืม เขาคือเหอเทียนที่โดนความคิดลึกลับบอกว่าเขามีความสัมพันธ์กับภรรยาเพื่อน”
ลั่งหยวนเย้ยหยัน สายตาของเขาที่มองเหอเทียนแสดงความไม่พอใจ
'ข้ากำลังจะแตะมัน ไม่คลาดสายตา'
หลิงอี้ไม่สนใจว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร
พอคิดว่าผู้เล่นในฟอรัมเชื่อมโยง‘คุณหลิงของนครเชียนเจียง’กับ‘หลิงอี้ของนครเชียนเจียง’ได้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธแล้วพยักหน้าตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ใช่ เป็นอย่างที่นายคิดนั่นแหละ ฉันคือเจ้าของความคิดลึกลับ”
คนรอบข้างต่างนิ่งเฉยเหมือนจะไม่แปลกใจ
เมื่อ‘ความคิดลึกลับ’ปรากฏขึ้น คนมากมายต่างก็เดาว่ามันเป็นของ‘ศูนย์หนึ่ง’
ในเวลาต่อมาพอได้รู้ว่าเจ้าของความคิดลึกลับคือคุณหลิงของนครเชียนเจียง และศูนย์หนึ่งของนครเชียนเจียงก็คือหลิงอี้
ด้วยการรวมปัจจัยหลายๆอย่างเข้าด้วยกันผู้เล่นทั่วโลกจึงยอมรับในผลลัพธ์นี้
ยิ่งได้ยินเขายอมรับเองแบบนี้มันก็เหมือนกับการตอกตะปูซ้ำ
พอได้ยินแบบนั้นเหอเทียนจึงกำหมัดและกัดฟันแน่น “คุณไม่มีอะไรจะพูดกับฉันหน่อยเหรอ?”
“เอ่อ ไม่มี”
ตามจริงแล้วเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร
พอเห็นสีหน้าเมินเฉยของหลิงอี้ เหอเทียนจึงระงับความโกรธเอาไว้ “ทุกอย่างมันเป็นเพราะความคิดลึกลับของคุณ ตอนนี้ฉันเสียทุกอย่างไปหมดแล้ว คุณไม่คิดเหรอคุณต้องชดใช้ให้ฉัน!”
[สติปัญญา-50%]
ระหว่างทางมาที่นี่เขาเพ้อฝันเกี่ยวกับวิธีการต่างๆที่จะเอาไว้ใช้สู้กับหลิงอี้ แต่เขาคิดไม่ออกเลย
เมื่อเขาเห็นสาวสวยที่อยู่ข้างๆหลิงอี้ เขาก็เกิดความคิดทันที
“ฉันจะไม่ขอสิ่งชดเชยจากคุณ แต่หวังว่าคุณจะใช้ความคิดลึกลับอีกครั้ง”
วิธีการที่ยอดเยี่ยมของเขาคือ: ทำทุกอย่างกลับกัน ใช้ไอเทมความคิดของศูนย์หนึ่งเปิดเผยเรื่องดำมืดของศูนย์หนึ่ง!
หลิงอี้ขี้เกียจเกินกว่าจะสนใจคนคนนี้ แต่ลั่วหยวนที่อยู่ข้างๆขยับเข้ามาใกล้เขาและแนะนำด้วยเสียงเบา “ฉันคิดว่าเธอควรทำตาม”
“หืม?”
“ข้อแรก เธอสามารถยืนยันได้อย่างสมบูรณ์ว่าตัวเองเป็นเจ้าของความคิดจริงๆ ดังนั้นคนที่เรื่องดำมืดจะไม่กล้ารุกรานเธออีก ข้อสอง ผู้คนที่กุมความลับอันยิ่งใหญ่เอาไว้จะไม่กล้าเข้าใกล้เธอ”
“ก็ดีเหมือนกัน”
หลิงอี้ตกลงและเปิดใช้งาน[กระดิ่งพูดความจริง]
ในเวลานี้ เหอเทียนที่อยู่ตรงข้ามเขาพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่ใหญ่ศูนย์หนึ่ง ฉันขอถามคำถามคุณสักสองสามข้อได้ไหม?”
เมื่อคิดว่าตัวเองจะได้เปิดเผยเรื่องอื้อฉาวของอีกฝ่ายได้ในอีกไม่ช้า เขาก็พูดอย่างตื่นเต้นโดยไม่รอคำตอบจากอีกฝ่ายก่อน “คุณหล่อรวยและแข็งแกร่งมาก ต้องมีผู้หญิงเยอะแน่นอนที่ชอบคุณ! คุณเคยทำเรื่องลับหลังแฟนกี่ครั้ง? แล้วเคยมีคู่นอนคืนเดียวมาแล้วกี่ครั้ง?”
คำถามที่คิดไม่ถึงนี้ทำให้ทุกคนคิดว่าพวกเขาได้ยินผิด
หลิงอี้เลิกคิ้วขึ้นและเดาเจตนาของอีกฝ่ายได้ทันที
‘คิดว่าฉันจะได้รับผลกระทบจากความคิดที่ฉันเป็นเจ้าของแบบนี้ อีกฝ่ายต้องโดนเอฟเฟกต์ของรัศมีลดปัญญาแน่นอน’
แม้ว่าความคิดลึกลับจะไม่โกหก แต่เขาสามารถควบคุมสิ่งที่แสดงและไม่แสดงให้เห็นได้ ต่อให้เขามีเรื่องดำมืดจริงๆมันก็จะไม่ถูกเปิดเผย
ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเขาท่าไม่มีเรื่องพวกนั้นเลย
[จำนวนคู่นอนคืนเดียวคือ0 จำนวนการทำลับหลังคือ0 น่าเสียดายที่เขาชอบอยู่บ้านมากกว่าและยังไม่เคยไปไนต์คลับ เมืองแช่เท้าหรือสถานที่อื่นๆ เขาไม่เคยแตะต้องเพศตรงข้ามคนอื่นนอกจากคนที่บ้าน]
“ว่าไงนะ!?”
“เชี่ย!”
ทุกคนต้องอ้าปากค้างด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นข้อมูลนี้
“ศูนย์หนึ่งไม่เคยไปไนต์คลับเลย!? นี่เขาเป็นคนหัวโบราณขนาดไหนเนี่ย!?”
“พระเจ้า! ฉันนึกว่าเขามีแฟนคลับผู้หญิงอยู่เยอะแล้วได้จิ้มพวกเธอทุกวัน ฉันคิดผิดซะแล้ว!”
“เขาเป็นนักบุญเหรอ!? หรือมีเงื่อนไขใช้เงินเยอะไม่ได้?”
แม้แต่ลั่วหยวนกับหนานกงหลี่ที่อยู่ข้างๆก็ยังเบิกตากว้างด้วยสีหน้าแปลกใจ
พวกเขามองหลิงอี้ด้วยสายตาว่างเปล่า มันจินตนาการได้ยากมากว่าเขาจะ‘สะอาด’ขนาดนี้!
หลิงอี้มองสีหน้าแปลกใจของทั้งสองและถามด้วยความสงสัย “ทำไม หรือว่าพวกคุณเคยไปที่นั่น?”
ทั้งสองหน้าแดงจนต้องเบือนหน้าหนี
พวกเขาทั้งคู่เคยจัดกลุ่มไปที่นั่นจริงๆ...แน่นอนว่าแค่ไปทำเล็บเท้า
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved