ตอนที่ 143

เอฟเฟกต์เพิ่มความทนทานของลูกเต๋ามีเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง

แต่เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

เพราะหลังจากนี้อีกหนึ่งชั่วโมงจะขึ้นเป็นวันใหม่

หลิงอี้รู้สึกสบายตัวขึ้นเมื่อเพิ่มความทนทาน200แต้ม

แสงสีทองเหล่านั้นปกคลุมไปทั่วอาณาเขต

หมู่ดาวบนท้องฟ้าไม่สามารถเห็นได้อีกต่อไป พวกมันถูกแทนที่ด้วยแสงสีทองนับไม่ถ้วน

อาณาเขตนี้ถูกปกคลุมด้วยแสงสีท้อง แสงสีทองเหล่านี้สะท้อนสีทองจางๆบนหน้าของทุกคน

“ว้าว! มีคนเปิดอาณาเขต!”

“นี่คืออาณาเขตส่องแสงที่ได้จากการตั๋วสุ่มสกิลอาณาเขตนั่นเหรอ?”

“ภารกิจกิจกรรมเพิ่งเริ่มวันนี้ ถ้าฆ่ามอนสเตอร์ก็จะได้หินราตรีเพิ่มจากภารกิจด้วย การสะสมให้ถึงพันก้อนไม่ใช่เรื่องยากแล้ว”

“เยี่ยม! ถ้ามีอาณาเขตนี้ฉันก็ไม่ต้องกลัวเรื่องทำลายตึกรอบๆอีก!”

“ไม่ได้ มีคนธรรมดาอยู่ในตึกด้วย เราต้องลากมอนสเตอร์พวกนี้ออกไปให้ไกลกว่านี้!”

ผู้เล่นด้านล่างตะโกนและเริ่มถอยกลับขณะสู้

นักบุญดาบฟินิกซ์ที่อยู่บนดาดฟ้าฝั่งตรงข้ามเปล่งเสียงหัวเราะออกมา

“ฮ่าฮ่า คนของเรามีสกิลอาณาเขต เอฟเฟกต์ลูกแก้วของแกส่งผลอยู่ในอาณาเขตนี้เท่านั้น!”

หนานกงหลี่อารมณ์ดีขึ้นมาก

ลูกแก้วอันนั้นเป็นไอเทมระดับB มันขยับไปแค่นิดเดียวหลังจากที่เธอโจมตี และมันไม่ได้หยุดปล่อยคลื่นแสงสีแดงเลือดแม้แต่น้อย

เธอถือดาบฟินิกซ์ที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีแดงมองคนชุดคลุมที่มีสร้อยคอเลข‘ศูนย์’ด้วยแววตาต้องการเข้าสู้ “แกคือผู้แข็งแกร่งซวนหลิงของประตูศักดิ์สิทธิ์ใช่ไหม?”

“เป็นคนที่แข็งแกร่งจริงๆ”

ชายชุดคลุมดำที่ถูกเรียกว่าซวนหลิงโดยหนานกงหลี่เหลือบมองอาณาเขตที่ปรากฏขึ้นโดยไม่พูดอะไร เขาหยิบเคียวออกมาแล้วพุ่งไปข้างหน้า

เคร้งเคร้งเคร้ง

ร่างของทั้งสองกลายเป็นแสงสองดวง หนึ่งสีดำและหนึ่งสีแดง พวกเขาสู้กันอย่างรวดเร็วบนอากาศ

ส่วนคนอื่นๆก็สู้กับผู้เล่นที่ส่งมาจากสำนักงานใหญ่

มีแค่ชายชุดคลุมดำผมสีเงินที่ไม่มีคู่ต่อสู้ เขายืนอยู่ข้างกำแพงและมองไปรอบๆ ทันใดนั้นเองเขาก็เห็นหลิงอี้ที่อยู่บนดาดฟ้าตึกตรงข้าม

แววตาของเขาเป็นประกาย

เขาพุ่งไปหาหลิงอี้อย่างไม่ลังเล

หลังจากผ่านกำแพงน้ำแข็งของจักรพรรดิน้ำแข็ง ชายคนนั้นก็บินห่างจากหลิงอี้ประมาณ10เมตร เขากอดอกพูดอย่างขุ่นเคือง “ครั้งก่อนแกทำลายงานของฉันที่มหาวิทยาลัยเชียนเจียง ครั้งนี้ได้เจอแกอีกครั้งคงเป็นโอกาสที่พระเจ้ามอบให้”

ก่อนที่หวังคู่จะเริ่มพูด หลิงอี้ก็ตรวจสอบข้อมูลของอีกฝ่ายผ่านตาทิพย์เรียบร้อยแล้ว

[หวังคู่ (เลเวล79)

......

คุณสมบัติ: ความแข็งแกร่ง 262, พลังเวท2, ความว่องไว243, ความทนทาน106, ร่างกาย210

......]

แต่เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง หลิงอี้จึงใช้‘สอดส่องโชคชะตา’หลังจากไม่ได้ใช้มานาน

เพราะในเวลาปกติเขาไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้สกิลนี้ นี่จึงเป็นครั้งที่สองที่เขาได้ใช้

[วันที่12เดือน6: แพ้การต่อสู้ ถูกจับกุม]

[วันที่13เดือน6: โดยสอบปากคำโดยสกิลจิตวิญญาณ อีกฝ่ายไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เนื่องจากเขามี'ตราประทับปีศาจ'บนร่างกาย]

[วันที่14เดือน6: โดนสอบปากคำระหว่างวันและไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ เวลา23:10น.ผู้สมรู้ร่วมคิดของเขาได้จุดชนวนระเบิดที่ฝังอยู่ในจุดตัดพื้นกระเบื้องหน้าตึก15ของสวนเจียงฮวา หลังจากพันธมิตรเสินเริ่มทำการอพยพ เขาได้รับการช่วยเหลือจากผู้สมรู้ร่วมคิดด้วยสกิลช่องมิติ]

[วันที่15เดือน6: เข้าสู่ดินแดนลับใหญ่‘ศาลเจ้าป่า’ เวลา12:15น.เป็นคนแรกที่เจอ'น้ำศักดิ์สิทธิ์กลางป่า'ใต้ต้นหลิวริมทะเลสาบกลางป่า ระหว่างทางกลับถูกซุ่มโจมตีโดยผู้เล่น โดนผู้สมรู้ร่วมคิดฆ่าตายหลังจากได้รับบาดเจ็บสาหัส]

“ฟู่วว”

หลิงอี้คิดอะไรบางอย่างได้หลังจากดูโชคชะตาในครั้งนี้

นั่นคือโชคชะตาของคนอื่นอาจจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับเขา

โดยเฉพาะการดูโชคชะตาของศัตรู เขาเห็นสิ่งชั่วร้ายที่อีกฝ่ายกำลังจะทำและโอกาสในเรื่องต่างๆ

เขาสามารถบอกให้พันธมิตรเสินเตรียมรับมือกับเรื่องนี้ และใช้โอกาสนี้อย่างคุ้มค่า

“วันนี้แกต้องให้คำอธิบาย!”

หวังคู่โกรธแค้น เขาหยิบกริชอาบพิษออกมา “โหมดพริ้วไหว!"

ทันใดนั้นแสงสีน้ำเงินก็ปรากฏขึ้นบนผิวของเขา

ดูแล้วมันน่าจะทำให้เขาเร็วขึ้น!

แต่ก่อนที่เขาจะได้ลงมือ ลำแสงสีชมพูก็พุ่งมาจากด้านล่างแล้วกระทบกับหน้าอกของเขา

“อะไรน่ะ!?”

หวังคู่ร้องอุทานลั่น ส่วนที่โดนแสงกระทบเริ่มกลายเป็นหิน

หลิงอี้และจักรพรรดิน้ำแข็งไม่ปล่อยมห้โอกาสนี้หลุดมือ เขาใช้แรงกายสร้างสายฟ้าสีเหลืองสูงหลายเมตรบนหัวอีกฝ่ายแล้วฟาดลงมา ในขณะเดียวกันแท่งน้ำแข็งจำนวนมากก็เจาะผ่านร่างกายของเขา

หลังโดนโจมตีผสาน หวังคู่จึงร้องด้วยความเจ็บปวดแล้วล้มลงกับพื้น

“มีคนอยู่ในตึกเยอะมาก ลำบากจริงๆ…” หลิงอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย

อาณาเขตทำให้เขาไม่ต้องสนใจสภาพแวดล้อม แต่เขาคงไม่ต้องกังวลถ้าคนในตึกสามารถออกไปได้

หลิงอี้มองหวังคู่ที่ล้มลงกับพื้นแล้วกลายเป็นหิน ด้านข้างเขาคือหยุนจีที่กำลังปล่อยแสงสีชมพูซึ่งทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นหิน

“เธอนี่เอง...ถ้าอย่างนั้นที่ฉันเห็นในโชคชะตาว่าเขาแพ้ นั่นคือเขาแพ้ให้หยุนจี”

หยุนจีมีเลเวล80 พลังของเธอล้วนสูงกว่าหวังคู่มาก

และด้วยสกิลที่ทำให้เป็นหิน อีกฝ่ายจึงหนีไปไม่ได้หลังจากแพ้

หลิงอี้เลิกสนใจการต่อสู้ด้านล่างและแผ่การรับรู้ไปทั่วิอาณาเขต

แม้ว่าจำนวนผู้เล่นจะมากกว่า แต่นอกจากจัดการกับมอนสเตอร์และบอสมอนสเตอร์แล้ว พวกเขายังต้องจัดการกับองค์กรมืดที่เข้ามาโจมตีด้วย

สถานการณ์ในตอนนี้คือเสียเปรียบ และผู้เล่นส่วนใหญ่ล้วนบาดเจ็บสาหัส

ลูกแก้วผลาญเลือดยังปล่อยคลื่นแสงออกมาอยู่ในอากาศ ใต้ตึกเหล่านั้นสามารถเห็นคนธรรมดากำลังหนีออกไปอย่างรีบร้อน

หลิงอี้ได้ยินเสียงของพวกเขาผ่าน[ร้องเรียกเทพสายลม]

“เร็วเข้า คลื่นแสงสีแดงนั่นกำลังเผาผลาญพลังชีวิตของทุกคน ถ้าไม่วิ่งออกไปทุกคนจะต้องตายกันหมด”

“พอออกจากบริเวณนี้ก็จะปลอดภัยแล้ว คลื่นแสงนั่นส่องแค่บริเวณนี้”

“เร็วเข้า! คนข้างบนยังมีอีกอยู่!”

หลิงอี้ไม่รู้สถานะของพวกเขา แต่พอเห็นหลายคนมีใบหน้าซีดขาว เขาจึงเดาได้ว่าพวกเขากำลังขาดเลือด

ดังนั้นเขาจึงรวบรวมพลังงานในอาณาเขตแล้วเปลี่ยนเป็นแสงรักษาส่องไปที่ทุกคน

“ว้าว นี่มันอะไรน่ะ? มีผู้เล่นกำลังรักษาให้!?”

“ช่างมันช่างมัน รีบหนีกันก่อน!”

ภายในอาณาเขต หลิงอี้สามารถใช้สายฟ้าโจมตีศัตรูและสามารถใช้แสงรักษาคนอื่น

เขาไม่รู้ว่ามันเป็นเอฟเฟกต์เดิมของอาณาเขตหรือเป็นเอฟเฟกต์หลังกลายพันธุ์ พูดได้ว่าเขา‘เห็น’ทุกซอกทุกมุมที่อยู่ภายในอาณาเขตได้อย่างชัดเจน

ความแตกต่างระหว่างการรับรู้คือการรับรู้จะเห็นแค่รูปร่างและไม่เห็นสี แต่การมองเห็นในอาณาเขตนี้เหมือนกับการใช้ตาเปล่ามอง

หลิงอี้ฉายแสงรักษาบนศีรษะของทุกคนในทุกตึกเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตให้พวกเขา พวกเขาจะได้ออกจากบริเวณนี้แบบมีชีวิตอยู่