ตอนที่ 223

หลิงอี้ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร เขายื่นมือไปให้เธอเพื่อพยายามดึงเธอขึ้น

แต่ตอนนี้เหมือนหลินเซียนยังอยู่ในอาการตกใจ เธอมองเขาอย่างว่างเปล่าราวกับว่ายังไม่หายดี

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?” เขาถาม

หลินเซียนไม่ตอบ เธอก้มหน้าลงและพยายามลุกขึ้นยืน แต่มือและเท้าของเธออ่อนแรงไปหมดจนไม่สามารถลุกขึ้นได้หลังจากพยายามหลายครั้ง

หลิงอี้เอื้อมมือไปช่วยดึงเธอขึ้นมาทันที

แต่การดึงครั้งนี้เขารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไหลลงมาจากแขนเขาไปยังร่างกายของอีกฝ่าย

เหมือนได้ระบายความแห้งกร้านบนร่างกายทำให้รู้สบายตัวและผ่อนคลาย

แต่ตอนนี้หลินเซียนกำลังตัวสั่นเหมือนโดนไฟฟ้าช็อต หลิงอี้รีบส่งเธอให้หลินซูโหรวที่เดินมาหาและให้ช่วยพาไปนั่งที่โซฟา

ต่อจากนั้นไม่นาน หลินเซียนถอนหายใจยาว “ฉันเพิ่งตรวจสอบหยางซี่ในร่างกายของนายทำให้พวกมันจำกลิ่นอายของฉันได้ ถ้าเร็วๆนี้พวกเราสัมผัสกันอีกพวกมันจะพุ่งเข้ามาในร่างกายของฉัน”

“มันมีผลต่อป้าไหม?” หลินซูโหรวถาม

หลินเซียนเม้มปากลังเลอยู่ครู่หนึ่งและสุดท้ายก็ส่ายหัว เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการพูด

ผ่านไปสักพัก หลังจากพักผ่อนเสร็จเธอก็บอกลาทั้งสองคนและจากไป

หลิงอี้ลูบคาง เขาจับมือของหลินซูโหรว “เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างไหลเข้าร่างกายเธอไหม?”

“ก็ไม่นะ”

“แบบนั้นน่าจะเป็นเพราะสกิลตรวจสอบของเธอค่อนข้างพิเศษ”

พอเห็นหลิงอี้กำลังครุ่นคิด หลินชูโหรวก็กอดเขาด้วยรอยยิ้ม เธอเอาใบหน้าขาวเนียนของเธอไปถูกับแก้มของเขาด้วยความรักใคร่

“อย่าคิดมากเลย ไปต่อกันเถอะ~”

“นี่...ก็ได้...แต่ถ้าทำตรงนี้เธอไม่กลัวว่าป้าจะกลับมากะทันหันเหรอ?”

เมื่อหลินซูโหรวได้ยินแบบนั้น ใบหน้าของเธอก็แสดงความตื่นเต้นทันที

เธอผลักเขาลงบนโซฟา ปลดผ้าออกอย่างรวดเร็วและปล่อยให้ผมห้อยลงมา

ต่อจากนั้นเธอก็ปีนขึ้นไปบนโซฟา ขาขาวราวของเธอกดทับต้นขาของหลิงอี้ เธอยื่นมือไปจับศีรษะของหลิงอี้และก้มหน้าจูบเขา

ผมหนาของเธอตกลงมาปิดแก้มของพวกเขาอย่างเป็นธรรมชาติ

แม้ว่าท้องฟ้าสีดำขยายตัวระดับหนึ่งจะเป็นสิ่งคุกคามคนในโลก แต่หลายคนก็ยังต้องทำสิ่งที่พวกเขาควรทำต่อไป

ท้องฟ้ากำลังตกลงมา ประเทศต่างๆทั่วโลกยังคงเฝ้ารออยู่

พวกเขาที่เป็นกุ้งตัวน้อยเลยไม่ต้องกังวลอะไรมาก

หลินซูโหรวและคนอื่นๆวิ่งลงมาชั้นล่างเพื่อดูข่าวของพันธมิตรเฉวียนเกี่ยวกับความคืบหน้าในการสู้กับราชามอนสเตอร์ ในเวลานี้หลิงอี้อยู่ในห้องนอนเพียงลำพังเพื่อเตรียมการจัดการการขยายตัวขั้นต่อไป

ท้องฟ้านอกหน้าต่างเต็มไปด้วยดวงดาว ลมยามค่ำคืนพัดเอื่อยๆทำให้ม่านพลิ้วไหวเล็กน้อย

หลิงอี้เชยคางมองยามค่ำคืนด้วยความงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงค่อยๆดึงสติกลับมา

“ตอนนี้ฉันมีเพิ่มพลังร้อยเท่า การป้องกันคือไร้เทียมทาน การเคลื่อนไหวคือเทพสายลม การควบคุม...ยังทำไม่ได้”

“ในด้านคุณสมบัติ ความว่องไวกับความทนทานเป็นแค่เลขสามหลัก”

“ส่วนเลเวลต้องรอการตรวจสอบคุณสมบัติครั้งต่อไปก้อน แล้วค่อยดูเรื่องคุณสมบัติอีกรอบ...”

พูดจบเขาก็มองปฏิทินและนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง - วันที่23เวลา22.00น.

รออีกแค่สองชั่วโมง!

หลังจากผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว เขาจะขึ้นเป็นเลเวล60ได้ทันที

ตึงตึง!

จู่ๆเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

หลิงอี้หันไปมองและเห็นเซียหว่านชิงสวมผ้าโปร่งแสงสีดำยืนอยู่นอกประตูกำลังชี้ไปที่ชั้นล่าง “ป้าของซูโหรวมาที่นี่ เธอบอกว่าบางอย่างต้องคุยกับนาย”

“ได้”

เขาลุกขึ้นและเดินออกไป เมื่อเดินผ่านเซี่ยหว่านชิงเขาก็แปลกใจเล็กน้อย “เธอกล้าแต่งตัวแบบนี้ต่อหน้าคนนอกด้วย ดูเหมือนว่าเธอจะเปลี่ยนไปแล้ว”

ในการมองเห็นของเขา การปกปิดของผ้าโปร่งแสงแทบจะเป็นศูนย์ เขาสามารถเห็นทุกส่วนของร่างหยกขาวของเธอได้อย่างชัดเจน

เซี่ยหว่านชิงมองเขาที่กำลังมองเธอไม่หยุด เธอบีบเอวเขาและพูดอย่างอารมณ์เสีย “ฉันไม่ได้ใส่มันให้ยายดู และฉันคงไม่ใส่ไปข้างนอกด้วย”

จากการยุยงของหลินซูโหรว เธอรู้สึกเขินมากเมื่อใส่ชุดโปร่งใสแบบนี้เป็งครั้งแรก

แต่พอเห็นว่าหยุนจีกับหลินซูโหรวแต่งตัวแบบนี้ตอนอยู่ที่บ้านเธอก็ค่อยๆปล่อยใจตามไป

และเป็นอย่างที่พวกเธอบอก มันทั้งเย็นและสะดวกสบาย

หลิงอี้ยิ้มไม่พูดอะไรอีกและเดินลงบันไดไป เซี่ยหว่านชิงเดินเข้าไปในห้องนอนของเขา หยิบเสื้อผ้าที่เขาเปลี่ยนแล้วเข้าไปซักในห้องน้ำ

เมื่อลงมาถึงข้างล่างเขาก็เห็นหลินเซียนมองเขาด้วยสายตาแปลกๆทันที

หลังจากเขาเดินไปนั่งตรงที่นั่งหลักในห้องโถง เธอซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาตัวเล็กด้านซ้ายมือก็กอดอกและพูดจาแปลกๆ “โชคดีจริงๆเลยนะที่คนมากมายสามารถมีความสุขด้วยกันได้”

เห็นได้ชัดว่าเธอเห็นความสัมพันธ์ระหว่างคนหลายคน

หลิงอี้ยิ้มเล็กน้อยโดยไม่สนใจเรื่องนี้และถามว่าเธอมาหาเขาทำไม

หลินเซียนหยิบชาอุ่นตรงหน้าขึ้นมาจิบ เธอวางลงและถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เฮ้อ ถ้าโลกไม่ได้เผชิญกับวิกฤตความเป็นความตายที่เจออยู่ในตอนนี้ก็คงมีเวลาคุยเรื่องผู้หญิงคนรักนั่นแล้ว ฉันมีเรื่องดีๆมาบอกนาย”

“นายได้ดูข่าวการตรวจสอบราชามอนสเตอร์ครั้งแรกหรือยัง มันเป็นราชามอนสเตอร์ประเภทนักเวทที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันถูกเรียกว่าเทพรัง”

หลินเซียนชี้ภาพที่หยุดชั่วคราวบนหน้าจอทีวีขณะที่พูด

ในภาพเป็นพื้นที่มืด แมงมุมขนาดเล็กสูงสามสี่เมตรจำนวนมากที่บนพื้นวิ่งเข้าหาทุกคน ในความมืดด้านหลังจะมองเห็นแมงมุมตัวใหญ่สูงมากกว่าหนึ่งร้อย

นอกจากนี้ยังมีดวงตาสีแดงคู่หนึ่งในพื้นที่มืดซึ่งสูงจากพื้นประมาณสองร้อยเมตร เนื่องจากมันสูงเกินไปทุกคนจึงไม่แน่ใจว่านั่นคือดวงตาของแมงมุมยักษ์หรือเปล่า

“หนึ่งชั่วโมงก่อน ผู้แข็งแกร่งขั้นไร้เทียมทานที่มาจากประเทศต่างๆได้ทำการทดสอบเบื้องต้นแล้ว พบว่าผิวหนังของเทพรังเหมือนมีเยื่อหุ้มสีเหมือนฟองอยู่ ทำให้ไม่สามารถทำอะไรมันได้ถ้าไม่ทำลายชั้นฟองนี้ก่อน...”

“ในที่สุดฉันก็ค้นพบว่าเยื่อหุ้มสีสามารถถูกทำลายได้ด้วยพลังชี่สามชนิดที่มีอยู่ในร่างกายมนุษย์เท่านั้นได้แก่ เซวี่ย(เลือด)ชี่ หยางชี่ และหยินชี่”

พอได้ยินดังนั้นหลิงอี้ก็เดาได้ทันที “คุณจะขอให้ฉันทำลายเยื่อหุ้มสีตรงนั้น?”

หลินเซียนพยักหน้าและส่ายหัว “ประเทศต่างๆทั่วโลกกำลังรับสมัครคนที่มีเซวี่ยชี่แข็งแกร่ง หรือก็คือรวบรวมคนที่มีพลังต่อสู้ร่างกายสูงไปโจมตีเยื่อหุ้มสี”

“ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำสำเร็จหรือเปล่า แต่ฉันมีไอเทมที่สามารถพัฒนาหยางชี่ได้ ฉันคิดว่าถึงพวกเขาจะทำไม่สำเร็จ นายก็มีโอกาสได้ไปช่วยหลือพวกเขาในอนาคต”

“ท้ายที่สุดแล้ว...เซวี่ยชี่จะสร้างความเสียหายปกติดให้เยื่อหุ้มสี แต่หยางชี่กับหยินชี่เทียบได้กับความเสียหายจริง”

หลินเซียนหยิบไอเทมที่เธอพูดถึงออกมาในขณะที่พูด

เมื่อพวกเขาเห็นก็ต้องตกตะลึง

แท้จริงแล้วมันคือปลอกคอหนังสีดำที่มีกระดิ่งสีทองเล็กๆ

“เอาไปสิ” หลินเซียนโยนมันเข้าไปในแขนของหลิงอี้

หลังใช้ตาทิพย์ตรวจสอบ

เขาพบว่ามันเป็นไอเทมระดับBที่มีเอฟเฟกต์ที่ไม่สามารถบรรยายได้

พูดง่ายๆคือตราบใดที่อีกฝ่ายสวมใส่สิ่งนี้และสัมผัสใกล้ชิดกับเขา มันจะช่วยพัฒนาหยางชี่ของเขา

ยิ่งระดับหลอมรวมของทั้งสองฝ่ายสูง ความสุขก็จะยิ่งสูงขึ้น และการพัฒนาก็จะยิ่งเร็วขึ้น

“ให้ฉัน?”

“อืม?

“ดี”

หลิงอี้คิดอยู่พักหนึ่งและตัดสินใจว่าจะจำลองการกลายพันธุ์กับสิ่งนี้น่าจะดีกว่า

การใช้สองชิ้นพร้อมกันเท่านั้นที่จะช่วยให้เขาพัฒนาได้เร็วขึ้น

“แต่อย่าเพิ่งคาดหวังดีกว่า ฉันไม่รู้ว่าจะพัฒนาขึ้นแค่ไหน” หลิงอี้ไม่ต้องการทำให้ความคาดหวังของคนอื่นผิดหวัง ดังนั้นเขาจึงป้องกันหลินเซียนไว้ล่วงหน้า

หลินเซียนพยักหน้าพูดเสียงเบา “ตามจริงแล้วมันไม่สามารถพัฒนาได้มากนักด้วยเวลาหนึ่งเดือน แต่ฉันรู้สึกไม่สบายใจถ้าไม่ได้ให้ไอเทมนี้”