ตอนที่ 296

ฟิ้ววว

ร่างสีขาวบินมาด้านข้างหลิงอี้ เป็นหลินซูโหรวที่บินมา

พอเห็นท่าทางและใบหน้าเหนื่อยล้าของเขา เธอยิ้มแล้วเดินไปหาเขา

“เหนื่อยมากไหม?”

เมื่อเดินมาถึงด้านข้างหลิงอี้เธอก็ถามเขาด้วยรอยยิ้ม

“ไม่เท่าไหร่...ความกดดันพอๆกับตอนสู้เทพมรณะปีกดำ”

เขานั่งลงบนพื้นหญ้าอย่างผ่อนคลาย แหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวยามค่ำคืนแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ท้องฟ้าที่นี่กว้างใหญ่สวยดี”

ลมยามค่ำคืนพัดผ่านร่างกายหอมละมุนของหลินซูโหรว ส่งกลิ่นหอมนั้นไปหาหลิงอี้

เขาหันไปมองกระโปรงยาวถึงข้อเท้าของเธอ จากนั้นก้มมองรองเท้าบูทที่เธอใส่แล้วถามด้วยความสงสัยว่า “เธอไม่ร้อนเหรอ?!”

“ไม่เป็นไร”

หลินซูโหรวนั่งลงกอดเข่า กระโปรงขาวแผ่ออกเหมือนดอกลิลลี่บาน

“ฉันไม่อยากให้ผู้ชายคนอื่นเห็น”

“กระโปรงยาวของเธอป้องกันการมองทะลุกับการสอดแนมไม่ใช่เหรอ?”

“นอกจากจะต้านลมแล้วยังมีคุณสมบัติทำลายไม่ได้ด้วย ถ้าเธอจะบินอยู่ข้างบนคนข้างล่างก็จะเห็นแค่บอลแสงสีขาว”

“ดีขนาดนั้นเลย? นายเอามาจากไหน?”

“ร้านค้าตระกูล ในร้านมีเสื้อผ้ากับเฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันปรับแต่งด้วย”

พอพูดถึงเรื่องนี้หลินซูโหรวก็ยิ้มหวานให้เขา “ไว้ฉันจะออกแบบเสื้อให้นาย”

หลังจากการต่อสู้จบลง ทั้งสองก็ไม่ได้พักอยู่ตรงนี้นานนัก

ถ้าอยากเห็นวิวสวยๆในมิติตระกูลสวยกว่านี้เยอะ แล้วพวกเขายังเปลี่ยนวิวได้ตามใจชอบด้วย

หลังจากบอกลาหนานกงหลี่ หลิงอี้ก็พาหลินซูโหรวกลับมา

เทพรังตาย

วิกฤตโลกก็สิ้นสุดลงเช่นกัน

ม่านแสงยังคงฉายภาพยามในสนามรบ แต่ทุกที่ทั่วโลกต่างมีเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี

“ศูนย์หนึ่งช่วยโลกเอาไว้!”

“ตอนท้ายเกิดอะไรขึ้นไม่สำคัญ แค่เทพรังโดนศูนย์หนึ่งฆ่าได้วิกฤตโลกก็จบลง!”

“ยอดไปเลย! ฉันอยากคลอดลูกลิงให้เขา!!”

“…”

ในช่วงเช้ามืดของวันที่2เดือน7 ผู้คนนับไม่ถ้วนพากันออกมาที่ถนนแล้วจุดพลุเฉลิมฉลองการคลายวิกฤตโลก

ในค่ายผู้อพยพทั่วประเทศ ผู้อพยพหลายสิบล้านคนที่ขึ้นไปทางเหนือต่างร้องไห้ด้วยความยินดี ในที่สุดพวกเขาก็จะได้กลับบ้าน!

ป่าไผ่ด้านหลังราชวังชิงเหลียน

จางชิงกับเซิ่งหย่ากลับมาพร้อมกันและยืนข้างกันตรงข้ามหลี่หง

“อาจารย์”×2

หลี่หงไม่ชอบให้ใครเรียกเธอว่า‘เจ้าวัง’เพราะเธอคิดว่ามันฟังดูเหมือนกับ‘เจ้าหญิง’ซึ่งดูแปลกมาก และเธอมีความคิดที่จะเป็นอาจารย์มาโดยตลอด ดังนั้นเธอจึงให้สมาชิกของราชวังชิงเหลียนเรียกเธอว่าอาจารย์

“ดี ฉันดีใจมากที่เห็นเธอเติบโตมาจนถึงจุดนี้”

หลี่หงเหมือนคุณป้าในตลาดผัก เธอนั่งอยู่บนตอไม้ มองสองสาวผอมเพรียวตรงหน้าด้วยใบหน้าใจดี

เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวซึ่งมีดวงจันทร์สว่างไสวอยู่บนนั้นแล้วถอน “ก่อนหน้านี้ฉันเดาว่าหลิงอี้เป็นทูตที่เสินลู่ส่งเพื่อเร่งความก้าวหน้าของโลกเรา แต่ดูเหมือนว่าเขาอาจจะเป็นผู้กอบกู้ที่สวรรค์ส่งมาช่วยโลก”

“เป็นไปไม่ได้เลยที่นกเพลิงของเหลียนเอ๋อร์จะสร้างความเสียหายให้ราชามอนสเตอร์ขั้นไร้เทียมทาน มีโอกาส99%เลยที่การโจมตีครั้งสุดท้ายเป็นเพราะเขากับผู้หญิงผมขาวข้างๆ”

“เราจะชนะได้โดยไม่มีพวกเขาได้หรือเปล่าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

จางชิงกับเซิ่งหย่าพยักหน้าเล็กน้อย พวกเธอเห็นด้วยกับคำพูดนี้มาก

แน่นอนว่า‘ทูตเสิน’และคนอื่นๆยังไม่เชื่อเรื่องนี้ทันที

หลี่หงก้มหน้าลง มองผ่านจางชิงแล้วจ้องมองใบหน้าเซิ่งหย่า เพียงมองแวบเดียวเธอก็รู้สภาพร่างกายของเซิ่งหย่า

“เธอยังบริสุทธิ์อยู่หรือเปล่า?”

เธอกลอกตาด้วยสีหน้าแปลกใจ “ฉันสังเกตร่างกายของหลิงอี้ตอนพิธีงานครั้งล่าสุด เขามีหยางชี่มากมายกระจายอยู่ทั่วร่างกายซึ่งไม่มีทางเกิดภาวะไตพร่องแน่นอน แต่เธอยังดูสบายดีหลังจากอยู่ด้วยกันตั้งหลายวัน?”

“มันไม่มีเหตุผลเลย!”

จากมุมมองของเธอ มันเหมือนกับผู้แข็งแกร่งใช้ยาปลุกกำหนัดแล้วอยู่ในห้องกับสาวสวย มันน่าแปลกใจมากที่พวกเขายังนิ่งเฉยหลังจากผ่านไปหนึ่งคืน

“อืม”

เซิ่งหย่าก้มหน้าคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง “ฉันคิดว่าอาจารย์อาจจะเข้าใจผิด หยางชี่สูงไม่ได้แปลว่าต้องมีความต้องการที่สูงด้วย ก็เหมือนกับไต้ซือของประเทศไป๋เซี่ยง”

หลี่หงจะไม่ได้ฟังเธอเลย เธอขมวดคิ้วแน่นด้วยแววตาสงสัย

การฆ่ามอนสเตอร์ในโลกนี้จะไม่ได้รับรางวัลใดๆ

แต่ทุกคนที่เข้าร่วมในการต่อสู้กับเทพรังจะได้รับรางวัลจากพันธมิตรของประเทศต่างๆ

[ทูตหงส์แดง: การมีส่วนร่วมของคุณในการต่อสู้ครั้งนี้เป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคน คุณต้องการอะไรอีกไหม?]

[ศูนย์หนึ่ง: ไม่มี อย่าลืมสัญญาครั้งก่อนที่จะให้ฉันไปดูคลังสมบัติ จะดีที่สุดถ้าให้ดูเครื่องมือเทพได้]

[ทูตหงส์แดง: ได้ เราจะจัดการให้]

[จริงด้วย คุณไม่ได้ไปรับเงินปันผลที่เปลี่ยนเป็นวันที่1ทุกเดือนเหรอ เงินปันผลของเดือนก่อนออกมาแล้ว รวมแล้วเป็นเงิน6.68ล้านแต่ปัดให้เป็น6.7ล้าน เดี๋ยวจะส่งไปให้]

หนานกงหลี่ไม่ได้เขียนอะไรมาต่อ หลิงอี้ก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้มาสักพักแล้ว

[คุณได้รับของขวัญจากทูตหงส์แดง: 6.7ล้านเหรียญทอง]

[เหรียญทองสองเท่า: เหรียญทอง+6.7ล้าน]

หลังจากปิดหน้าจอสนทนา หลิงอี้ลูบคางครุ่นคิดในขณะที่มองเหรียญที่เพิ่มขึ้นมากกว่า10ล้าน

“จะว่าไป หลังจากตอนนั้นฉันก็ไม่ได้ให้สูตรผสมอีกเลย”

ตอนนี้เขานั่งอยู่บนกองเหรียญทองมากกว่า40,000ล้านเหรียญ เพราะอย่างนั้นเขาเลยไม่สนใจเงินปันผลนี้อีก

ส่วนสูตรผสม ถ้าในอนาคตคนในประเทศจำเป็นต้องใช้มัน การบริจาคสมบัติรักษาบางอย่างไม่ใช่ความคิดที่ดี

ขณะที่กำลังใช้ความคิด เซี่ยหว่านชิงที่สวมชุดคลุมสีดำก้าวขึ้นมาบนโต๊ะไม้ตรงหน้าเขาด้วยเท้าเปล่า ริบบิ้นสีดำคู่นั้นยังผูกอยู่บนข้อเท้าสีขาวหิมะ

หลิงอี้เงยหน้ามองเธอด้วยแววตาสงสัย

เธอยิ้มเล็กน้อยแล้วหมุนตัวไปรอบๆจากนั้นหันกลับมาถาม “มีอะไรเปลี่ยนไปไหม?”

“เอ่อ ชุดเปลี่ยนไป”

“มีอะไรอีกไหม?”

“เธอสวยขึ้น?”

“ทำไมนายถึงใช้น้ำเสียงถาม?”

เซี่ยหว่านชิงถอนหายใจ เธออ้าแขนทิ้งตัวไปในอ้อมแขนของหลิงอี้แล้วบ่น “นายเอาแต่สนใจพี่ซูโหรว ไม่สนใจฉันบ้างเลย”

“ก็ได้ก็ได้”

หลินซูโหรวได้ไปช่วยเชา ส่วนหยุนจีใช้[กระจายข่าวขอบเขตสวรรค์]จากในตระกูล เซี่ยหว่านชิงที่ไม่มีอะไรทำเลยรู้สึกไม่สมดุลซึ่งเขายังไม่ได้คิดเรื่องนี้

ขณะที่ให้ความร่าวมมือกับเธออย่างเชื่อฟัง หลิงอี้เริ่มสงสัยว่าเธอจะช่วยเหลือเขาได้ยังไงในอนาคต

หลังจากนั้นหนึ่งนาที

มีเสียงฝีเท้า‘ตึก’‘ตึก’อยู่นอกประตู!

ทั้งสองหยุดชั่วคราว เซี่ยหว่านชิงที่คุกเข่าอยู่ในช่องว่างระหว่างโต๊ะไม้กับโซฟาทาบผมหนานที่ปิดบังใบหน้า เธอเงยหน้าเล็กน้อยและขอความเห็นจากเขา

หลิงอี้เลิกคิ้วขึ้นและกำลังจะปล่อยการรับรู้ออกไป แต่ประตูด้านนอกก็เปิดออกซะก่อน

'ไม่สิ ซูโหรวกับคนที่เหลืออยู่ในมิติตระกูลไม่ใช่เหรอ?’

เขายกเท้ามาวางบนโต๊ะไม้ในชั่วพริบตา ในขณะเดียวกันก็ดึงผ้าห่มบนโซฟามาคลุมขาไว้

สร้างภาพหลอกตาด้วยการดูทีวีใต้ผ้าห่ม--โชคดีที่ทีวียังเปิดอยู่

ตึก ตึก

หลินเซียนในชุดขาวเดินเข้ามา

“เอ๊ะ? ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่!”

หลิงอี้แปลกใจมากเมื่อเห็นเธอ