ตอนที่ 144

พอเห็นว่าไม่ได้ใช้แรงกายมากเกินไป หลิงอี้จึงใช้แสงรักษาของอาณาเขตรักษาอาการบาดเจ็บให้ผู้เล่นที่สู้กับสมาชิกประตูศักดิ์สิทธิ์

“เห้ย!? อะไรน่ะ?”

“แสงพวกนี้กำลังรักษาเราอยู่พวกเราเหรอ? เป็นขอบเขตที่กว้างจริงๆ!”

แสงสีทองจำนวนมากปรากฏขึ้นในบริเวณนี้ ในขณะที่ผู้เล่นกำลังมีความสุข ใบหน้าของสมาชิกประตูศักดิ์สิทธิ์ก็กลายเป็นหน้าเกลียด

“บัดซบ! พวกมันพานักบวชมาด้วย!”

“ไม่ใช่! นี่เป็นแสงของอาณาเขต ดูแล้วน่าจะเป็นเอฟเฟกต์ของอาณาเขตมากกว่า”

“ไปตามหาเจ้าของอาณาเขตแล้วฆ่ามันซะ! ไม่อย่างนั้นต่อให้สู้ต่อไปก็ไร้ประโยชน์!”

ในขณะเดียวกัน บนท้องฟ้า

การปะทะของหนานกงหลี่ชุดชะงักเช่นกัน

เธอมองแสงส่องเข้ามาในร่างกายเธออย่างเงียบๆ จากนั้นก้มหน้ามองคนด้านล่างด้วยสายตาแปลกใจ

“เอ๋?”

“คนจากพันธมิตรเสินของเราปล่อยอาณาเขตนี้เหรอ?”

เธอจำไม่ได้ว่ามีผู้เล่นคนนั้นอยู่ในหมู่คนที่เธอพามาหรืออยู่ในกลุ่มผู้เล่นเมืองอึ๋งหั่ว

ซวนหลิงหัวหน้าชุดคลุมดำที่อยู่ฝั่งตรงข้ามใช้ประโยชน์จากช่วงนี้ดูสถานการณ์เช่นกัน เขารู้แล้วว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ เขาจึงหยุดการโจมตีแล้วบินลงไป

แต่หนานกงหลี่จะยอมปล่อยให้ซวนหลิงทำสิ่งที่ต้องการได้ยังไง เธอพุ่งไปหาเขาทันที

มันดูเหมือนอีกฝ่ายจะชนะเธอได้ แต่แท้จริงแล้วความเร็ว สกิลต่อสู้ และประสบการณ์ของเธอล้วนเหนือกว่าอีกฝ่ายมาก

ซวนหลิงสามารถสู้กับเธอได้ในระยะเวลาสั้นๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขาต้องแพ้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม!

สิ่งที่ทั้งคู่ไม่คาดคิดก็คือเมื่ออาวุธของพวกเขาปะทะกันอีกครั้ง สายฟ้าสีเหลืองก่อตัวขึ้นเหนือศีรษะซวนหลิงและฟาดลงมาด้วยความเร็วฟ้าผ่า!

“อะไรกัน!?”

ซวนหลิงโดนฟ้าผ่าอย่างกะทันหัน

แม้ว่าจะสร้างความเสียหายได้ไม่มาก แต่นั่นทำให้หนานกงหลี่มีโอกาสใช้‘ดาบฟินิกซ์’โจมตีเขาโดยตรง!

หนานกงหลี่ก้มหน้ามองด้านล่าง เธอพบว่ามีสายฟ้าแบบเดียวกันปรากฏเหนือศีรษะของคนชุดคลุมดำทุกคน

พอเห็นแบบนั้นเธอจึงแปลกใจเล็กน้อย

“มีแสงที่รักษาทุกคนได้ และยังมีสายฟ้าโจมตีศัตรูทั้งหมดอีก ด้วยการขึ้นๆ ลงๆ สถานะของทั้งสองฝ่ายก็เปิดออกทันที!”

“เป็นอาณาเขตที่รับมือยากมาก!”

ดวงตาสวยงามสีแดงของคนจากสำนักงานเป็นประกายแวววาว

“คิดไม่ถึงว่าในเมืองอึ๋งหั่วเล็กๆแห่งนี้จะมีผู้มีพรสวรรค์อยู่ด้วย แต่เป็นใครนี่สิ?”

เธอจำได้ว่าไม่กี่วันก่อนหลังจากชุมนุมและเสนอหินราตรีขั้นสูงเป็นรางวัลให้กับการเจอฐานของประตูศักดิ์สิทธิ์เสร็จ ต่อจากนั้นไม่ถึง5นาทีหยุนจีก็เจอตำแหน่งฐานนั้นจากใครบางคน

เธอรู้แล้วว่าเมืองนี้มีผู้มีพรสวรรค์สามคน

“เจ้าของอาณาเขตนี้ ผู้เล่นที่มีการรับรู้กว้างขวาง และอัจฉริยะดาบธาตุคู่ซึ่งยังไม่เคยเห็นหน้า”

“สามคนนี้เป็นผู้มีพรสวรรค์ที่สามารถเข้าร่วมสำนักงานใหญ่ได้!”

หนานกงหลี่ย้ายความสนใจไปหาผู้มีพรสวรรค์ทั้งสามแทน

ถ้าเธอพาสามคนนี้เข้าสำนักงานใหญ่ได้ หลังจากนี้ทีมในสำนักงานใหญ่ก็จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

อีกด้านหนึ่ง

หลิงอี้ที่ไม่รู้ความคิดของทูตจากสำนักงานใหญ่กำลังพาจักรพรรดิน้ำแข็งไปหาบอสมอนสเตอร์

แม้ว่าแสงรักษาและสายฟ้าจะกินแรงกายของเขาไปมาก แต่[เครื่องดูดซับแสงอาทิตย์]ช่วยให้เขาฟื้นฟูแรงกายกลับมาเท่าเดิม

ตอนนี้บอสมอนสเตอร์เลเวล25ตั๊กแตนเกราะเงินโบกกรงเล็บคล้ายเคียวเหล็กไปมา มันกำลังไล่ล่าผู้เล่นที่อยู่รอบๆสวนสาธารณะ

ผู้เล่นไม่กล้าเข้าไปสู้ระยะประชิดกับมันเพราะมันฟันต้นไม้สูงหกเมตรเป็นสองท่อนได้ทันที

“เสี่ยวปิง ไปสู้กัน!”

จักรพรรดิน้ำแข็งพยักหน้าแล้วเข้าสู่ร่างที่สองอย่างรวดเร็ว

เธอกลายสาวสวยโตเต็มวัยผมขาวอีกครั้ง

หลังจากนั้นเธอประสานมือเข้าด้วยกันและใช้สกิล[แช่แข็งมิติเวลา]!

ทันใดนั้นความเย็นที่มองไม่เห็นพวยพุ่งออกมาจากร่างกายเธอ!

ไม่ว่าความน้ำเย็นไหลผ่านที่ใด มอนสเตอร์อัญเชิญของผู้เล่นและมอนสเตอร์ธรรมดาต่างก็หยุดนิ่งราวกับโดนแช่แข็ง

มอนสเตอร์อัญเชิญที่อยู่บนฟ้าต่างก็ไม่ตกลงมากับพื้น เปลวไฟที่ส่ายไปมาหรือแม้แต่ทีวีที่กำลังฉายอยู่ต่างหยุดนิ่งทั้งหมด!

พื้นที่ที่ส่งเสียงดังเมื่อครู่เข้าสู่ความเงียบในทันที!

หลิงอี้ใช้ตาทิพย์มองไปรอบๆ แต่เพราะสกิลนี้ไม่มีรูปธรรมจึงไม่สามารถเห็นข้อมูลของมันได้

จักรพรรดิน้ำแข็งบินขึ้นไปบนฟ้าอีกครั้ง เธอมองบอสมอนสเตอร์ทั้งสามที่อยู่ห่างออกไป

เธอยื่นมือออกมาแล้วสะบัดหนึ่งครั้ง แท่งน้ำแข็งสามอันก็ปรากฏขึ้นใต้บอสทั้งสามและแทงพวกมันจนลอยขึ้นไปบนอากาศ!

เธอเพียงสะบัดมือเบาๆ แท่งน้ำแข็งทั้งสามก็ขยับบอสมอนสเตอร์สามตัวให้เข้ามาใกล้ขึ้น

ในตอนนั้นเองจิตสังหารเย็นยะเยือกได้ปะทุขึ้นในดวงตาสีขาวของจักรพรรดิน้ำแข็ง

เธอประสานมือไว้ด้วยกันแล้วยื่นไปข้างหน้า นิ้วโป้งและนิ้วชี้ของมือซ้ายและขวาตัดกันทำให้เกิดช่องว่างรูปหยดน้ำระหว่างมือ

ในเวลาต่อมา

แสงสีน้ำเงินบริสุทธิ์และไร้ที่ติมากมายพวยพุ่งมาจากร่างกายของเธอ ลำแสงนี้สร้างพายุฝนจากความว่างเปล่าโหมกระหน่ำใส่บอสมอนสเตอร์ทั้งสามตัว

หลิงอี้ไม่ได้ยินเสียงอะไรแม้แต่น้อย แต่ครั้งนี้เขาเห็นข้อมูลของสกิลได้อย่างชัดเจน

[ฝนเยือกแข็งพันสังหาร]: ลดพลังชีวิต2%ของผู้ใช้ต่อวินาที สร้างความเสียหาย2%ของพลังชีวิตสูงสุดต่อวินาทีให้ศัตรูในพื้นที่เป็นเวลา30วินาที,ใช้ได้วันละครั้งเท่านั้น

“สกิลสร้างความเสียหายเป็นเปอร์เซ็นต์?!”

หลิงอี้เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ เขารีบรวบรวมพลังในอาณาเขตรักษาจักรพรรดิน้ำแข็ง

“ถ้าอย่างนั้นความเสียหายที่สกิลนี้สร้างขึ้นทั้งหมดของก็คืออ60% แล้วมันสำคัญกับการสู้ราชามอนสเตอร์หรือเปล่านะ?”

ที่สำคัญคือควบคุมราชามอนสเตอร์ได้ครึ่งนาที

จากนั้นเขาเรียกสติกลับมาแล้วนึกถึงคำถามอื่น

“ฉันเคยเห็นแผงข้อมูลขอฃจักรพรรดิน้ำแข็งในร่างแรก และสกิลพวกนี้ไม่มีอยู่ในแผงข้อมูลนั้น…”

“หรือว่าจักรพรรดิน้ำแข็งปลดล็อกสกิลใหม่หลังจากเปลี่ยนร่าง?”

สกิลได้สิ้นสุดลงในครึ่งนาทีต่อมา ทั้งคู่รีบเข้าไปฆ่าพวกมันพร้อมกัน

ผ่านไปอีกครึ่งนาที สภาพแวดล้อมโดยรอบที่‘แช่แข็ง’กลับมาเป็นปกติ

หลิงอี้ให้ความสนใจเรื่องนี้จึงพบว่าคนพวกนั้นไม่รู้เลยว่าตัวเองโดน‘แช่แข็ง’

“อืม...ระยะเวลาคือ1นาที นอกจากนี้ยังไช้ได้วันละครั้ง เยี่ยมมาก”

ขณะที่พูดทั้งคู่ก็ฆ่าบอสมอนสเตอร์ตัวสุดท้ายเสร็จพอดี

—— ในตอนนั้นผู้เล่นที่อยู่ใกล้ๆล้อมบอสมอนสเตอร์มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่มีใครลงมือก่อน

หลิงอี้ออกไปจากที่นี่อย่างรวดเร็วหลังจากลงมือเสร็จ

เขาปล่อยให้ผู้เล่นที่เหลือสับสนกันอยู่แบบนั้น

“หืม? แปลก? บอสมอนสเตอร์อยู่ไหน?”

“เมื่อกี้ตั๊กแตนเกราะเงินยังอยู่หน้าฉันอยู่เลย แต่ตอนนี้มันหายไปในพริบตา”

“ฉันเห็นแค่เงาสองร่างผ่านไป...”

พวกเขาขึ้นไปดาดฟ้าและมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เจอร่องรอยของบอสมอนสเตอร์ทั้งสาม

บางคนยังไม่ยอมแพ้และกระโดดไปมาระหว่างดาดฟ้าเพื่อหาต่อไป ในขณะเดียวกับคนอื่นๆต่างเลิกค้นหาแล้วพุ่งไปสู้กับสมาชิกประตูศักดิ์สิทธิ์

เมื่อมีผู้เล่นเข้ามาช่วยเพิ่ม สมาชิกประตูศักดิ์สิทธิ์จึงได้รับแรงกดดันมากขึ้น

ผู้นำซวนหลิงที่เห็นแบบนั้นจึงสั่งให้ถอยกลับทันที