ตอนที่ 307

หลิงอี้มองไปรอบๆด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย “ฉันรู้ว่าทุกคนอยากรู้เรื่องสมบัติในตำนานมาก ส่วนฉันก็ไม่อยากให้ทุกคนมารบกวนตลอดเวลาเหมือนกัน”

“เพราะงั้นฉันจะบอกความจริงบางอย่างให้ฟัง ตั้งใจฟังให้ดี”

เรื่องของสมบัติในตำนานไม่ใช่เรื่องเล็ก เขาจะไม่บอกรายละเอียดเรื่องสมบัติของเขา แต่การเปิดเผยว่าสมบัติในตำนานคืออะไรนั้นไม่มีปัญหา

พอได้ยินแบบนั้นจิตใจผู้คนรอบด้านก็เบิกบานทันที บางคนหยิบปากกากับกระดาษออกมาเพื่อเตรียมจด บางคนบันทึกวิดีโอโดยตรง และบางคนแอบเข้าไปใกล้ๆแล้วใช้กระดิ่งพูดความจริงเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่โดนหลอก

แน่นอนว่าหลิงอี้เห็นการกระทำเล็กน้อยของคนเหล่านี้ เขายกยิ้มมุมปากและไม่ได้ห้ามคนเหล่านั้น

“หนึ่ง ในดินแดนลับนี้มีเงื่อนงำของสมบัติในตำนาน”

พอเขาพูดจบฝูงชนก็ร้อง“ว้าว”ทันที

“ศูนย์หนึ่งพูดความจริง!”

“ฉันจะไปแล้ว! ดินแดนลับนี้เหมาะกับการทำวิจัยพิเศษ!”

“ไม่ถามเขาตรงๆไปเลยล่ะ!”

“ไอ้โง่ เขาจะบอกความลับแบบนั้นให้ฟังได้ไง!”

“ไม่คิดว่าเขาโกหกบ้างเหรอ!?”

“กระดิ่งพูดความจริงไม่ดัง!”

เมื่อผู้เล่นพบว่ามีคนใช้กริ่งอยู่จริง พวกเขาก็ไม่สงสัยในความถูกต้องของข่าวอีกต่อไป

มีคนตะโกนถามอย่างกล้าหาญ “พี่ใหญ่! คุณช่วยบอกข้อมูลเกี่ยวกับสมบัติในตำนานให้เราฟังหน่อยได้ไหม มันอยู่เหนือระดับSหรือเปล่า!?”

หลังจากคนคนนั้นตะโกน ผู้ชมก็เงียบลงอย่างรวดเร็วแล้วหันไปมองหลิงอี้

“ในเสินลู่มีไอเทมเหนือกว่าระดับSด้วยเหรอ?”

ท่ามกลางฝูงชน ลั่วหยวนกับหนานกงฮั่นที่มาที่นี่ได้มองเขาด้วยดวงตาเบิกกว้าง ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้

ในฐานะผู้เล่นกลุ่มแรกที่เข้าเสินลู่เมื่อ20ปีก่อน พวกเขาสองคนล้วนแปลกใจยิ่งกว่าใครๆ

มันเหมือนกับว่าเล่นเกมการ์ดมา20ปี คิดว่าสิ่งที่ดีที่มี่สุดในเกมคือSSR แต่ตอนนี้กลับมีประกาศออกมาว่ามีคนได้รับ‘การ์ดในตำนาน’?

เป็นใครก็ต้องตะลึงและทึ่งทั้งนั้น!

“ใช่”

หลิงอี้พยักหน้า “เหนือกว่าระดับSก็คือระดับ‘ตำนาน’!”

ขณะที่ทุกคนโหวกเหวกกันอย่างบ้าคลั่ง เขาก็ตบมืออีกครั้งเพื่อให้ทุกคนเงียบ

“สอง ส่วนหนึ่งของวัสดุแหวนคุณสมบัติทั้งหมดไม่มีอีกแล้ว ต่อให้หาข้อมูลจากที่นี่สำเร็จมันก็ไร้ไม่มีประโยชน์อยู่ดี”

พอเขาพูดสิ่งนี้ออกมาทุกคนก็ไม่ได้มีท่าทางผิดหวัง

สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับสมบัติในตำนาน

“สาม พวกคุณบางคนถามว่าสมบัติในตำนานเทียบกับเครื่องมือเทพได้หรือเปล่า ในความเห็นของฉัน สมบัติในตำนานดีกว่าหรือเทียบได้กับเครื่องมือเทพ และเครื่องมือเทพล้ำค่ายิ่งกว่า”

พอพูดสามประเด็นนี้ออกไป คนรอบด้านก็พอเข้าใจเรื่องสมบัติในตำนานแล้ว

คนมากมายกดเข้าฟอรัมอย่างรวดเร็วและไปเผยแพร่สิ่งที่พวกเขารู้มา‘เหมือนการอวดความรู้’

เมื่อฝูงชนเริ่มแยกย้ายกันไป ลั่วหยวนกับหนานกงฮั่นก็มาหาหลิงอี้

“ฮ่าฮ่าฮ่า ยินดีด้วย เธอแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว”

พอเข้ามาใกล้ ลั่วหยวนก็กำมือแสดงความยินดีกับเขา

“ฮ่าฮ่า ยินดีด้วย”

หลิงอี้ยิ้มเล็กน้อย เขาไม่แปลกใจสองคนนี้ปรากฏตัวอยู่ที่นี่

ทะเลปั่นป่วนเป็นดินแดนลับใหญ่ที่ตั้งอยู่ในทะเลซึ่งจะทำให้ได้เจอกับผู้เล่นต่างชาติมากหน้าหลายตา โดยพื้นฐานแล้วคนที่กล้ามาที่นี่นล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้แข็งแกร่งจากทั่วโลก

“นายต้องไปทำอะไรอีกไหม ถ้าไม่ต้องทำอะไรแล้วทำไมไม่ไปเกาะหัวเต่ากับเราล่ะ ที่นั่นมีผู้เล่นกำลังตั้งแผงประมูลไอเทมอยู่ด้วย.

“ไม่มีแล้ว ไปที่นั่นก็ดีเหมือนกัน”

พื้นที่ของดินแดนลับนี้อยู่ในรูปของ‘เต่า’โดยมีเกาะอยู่ที่ตำแหน่งของแขนขาและส่วนหัว ซึ่งเกาะส่วนหัวเรียกว่าเกาะหัวเต่า

ในเวลานี้

สักแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของเกาะเต่า

เหนือนก้อนหินในน้ำ เหลยเจ๋อสมาชิกของโบสถ์ทำลายล้างได้รับข้อความจากผู้นำ

[เจ้าแห่งการทำลายล้าง: ตอนนี้กลุ่มทั้งเจ็ดได้ปรากฏขึ้นแล้ว ถึงเวลาแล้วที่โบสถ์ทำลายล้างของเราจะลงมือ! สิ่งที่เราต้องทำคือปลุกปั่นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มพวกมันแล้วทำให้เกิดสงครามระหว่างกลุ่ม!]

[เมื่อคืนก่อนเสินเซี่ยได้ดาวแห่งชัยชนะ3ดวงติดกัน เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มอื่นๆมาก และนี่เป็นข้อได้เปรียบของเรา! ดังนั้นก้าวแรกของเราคือกำหนดให้กลุ่มนี้เป็นเป้าหมาย และนี่เป็นงานที่ฉันมอบหมายให้นาย]

[เหลยเจ๋อทูตทำลายล้าง: ว่ามา]

[เจ้าแห่งการทำลายล้าง: ในดินแดนลับที่นายอยู่มีคนสำคัญจากหลายประเทศ พยายามสร้างความขัดแย้งระหว่างพวกเขากับเสินเซี่ยโดยอย่าให้ใครจับได้!]

หลังจากปิดหน้าจอสนทนา เหลยเจ๋อมองไปทางชายร่างสูงแข็งแรงกำยำด้านข้าง หลังจากอธิบายภารกิจเสร็จเขาก็ถามว่า “คิดว่าพวกเราต้องทำยังไง?”

อย่ามองว่าผู้ชายคนนี้เป็นพวกบ้ากล้าม เพราะคนคนนี้ฉลาดกว่าเขา

“ง่ายมาก”

ชายผู้แข็งแกร่งพูดอย่างเย็นชา “สองวิธี หนึ่ง ควบคุมให้ชาวเสินเซี่ยโจมตีคนของประเทศอื่น สอง เราโจมตีเองแล้วใส่ร้ายให้พวกมัน”

พอพูดถึงตรงนี้ชายกำยำก็ยิ้มอย่างน่ากลัว “อย่างเช่นปลอมตัวเป็นศูนย์หนึ่งไปลวนลามเจ้าหญิงของสักประเทศ”

[สติปัญญา-10%]

“วิธีนี้ใช้ไม่ได้!”

เหลยเจ๋อขัดคำพูดของชายกำยำ “ศูนย์หนึ่งมีผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกอยู่ข้างตัว ไม่มีผลให้มันต้องทำแบบนั้น นอกจากนี้ตัวตนของศูนย์หนึ่งค่อนข้างละเอียดอ่อน อีกฝ่ายต้องพยายามระบุตัวตนแน่”

“ฉันแค่ยกตัวอย่างให้ฟัง ตอนลงมือจริงเราก็แค่ส่งคนไปปลอมตัวเป็นลูกน้องหรือเพื่อนของศูนย์หนึ่งแล้วใช้ชื่อของมันไปทำเรื่องชั่วๆก็ได้”

เหลยเจ๋อขัดเขาอีกครั้ง เขาขมวดคิ้วแน่น “ทำไมนายถึงพยายามจะจัดการมันตลอดเลย?”

“เพราะมันเป็นแกนหลักของกลุ่มเสินเซี่ย! เพราะมันอยู่กลุ่มเสินเซี่ยเลยสามัคคีกันและมีกำลังใจที่สูงลิ่ว ถ้าไม่จัดการมันก่อน กลุ่มเสินเซี่ยก็ไม่มีวันแพ้!” ชายกำยำตอบกลับ

“จริงด้วย! ทำไมฉันคิดไม่ถึงวะเนี่ย!”

พอได้รับการเตือนแบบนั้นเหลยเจ๋อจึงตระหนักถึงเรื่องนี้

“ถ้าอย่างนั้นเรา...” เขามองชายกำยำ

อีกฝ่ายขมวดคิ้วครุ่นคิด

“ดินแดนลับใหญ่มีเวลาให้หกชั่วโมง ในระหว่างที่เราจะออกไปไม่ได้...หืม!? เราใช้โอกาสนี้ส่งคนไปโจมตีบ้านมันได้!”

“ห๊ะ?” เหลยเจ๋อตะลึง

“ลองคิดดูสิ เราส่งคนปลอมตัวเป็นผู้เล่นไป๋อิงไปโจมตีบ้านของมันแล้วทิ้งเบาะแสเอาไว้ พอมันรู้เรื่องนี้มันก็จะโจมตีชาวไป๋อิงในดินแดนลับไม่ใช่เหรอ? ในทางกลับกัน มันก็จะไม่พอใจกับการป้องกันของเสินเซี่ยใช่ไหม? พอเป็นแบบนั้นมันก็จะขัดแย้งเสินเซี่ย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว!”

[สติปัญญา-30%]

“มันคงไม่ง่ายแบบนั้น บ้านศูนย์หนึ่งต้องมีเขตแดนป้องกัน”

ฟังแล้วเหมือนแผนนี้จะใช้ได้ แต่เหลยเจ๋อรู้สึกว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ

“ฮึ!”

ชายกำยำกอดอกพูดอย่างเย็นชา “เราไม่จำเป็นต้องทะลวงให้ผ่านเขตแดน แค่โจมตีจริงจนอีกฝ่ายโกรธ การทำให้มันโกรธคือเป้าหมายครั้งนี้ แต่ตบตาแค่ประเทศเดียวมันไม่ค่อยน่าเชื่อเท่าไหร่ อย่างน้อยก็ต้องตบตาพันธมิตรเฉวียน”

“เห็นด้วย!”

[สติปัญญา-40%]

ดวงตาของชายกำยำเป็นประกายทันที เขาตบหน้าผากแล้วพูด “ถ้าเราปลอมตัวเป็นผู้เล่นเสินเซี่ยแล้วสร้างพันธมิตรเฉวียนไปโจมตีบ้านมัน พอทำแบบนี้มันต้องโกรธจนเลือดขึ้นหน้าแล้วฆ่าทุกคนในดินแดนลับหมดแน่นอน ฮ่าฮ่าฮ่า แค่นี้ภารกิจสร้างความขัดแย้งก็สำเร็จได้เหมือนกัน!”

“ถ้าอย่างนั้น...” เหลยเจ๋อขมวดคิ้ว

“ฉันจะส่งคนปลอมตัวเป็นผู้เล่นจากพันธมิตรเฉวียนไปโจมตีบ้านหลิงอี้”

แม้ก่อนหน้านี้มันจะอุกอาจเกินไปหน่อย แต่มันก็ยังมีเหตุผล

แต่พอได้ข้อสรุปเป็นแบบนี้ สมองของเหลยเจ๋อจึงสับสนทันที

“ว่าไงนะ? นายจะส่งคนเข้าไปในเสินเซี่ย?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ฉันเป็นเจ้าหน้าที่ยศใหญ่เลยมีสิทธิ์ย้ายคนเข้าออก งานนี้ถูกส่งมอบไปแล้ว แถมทุกคนยังอยากทำเรื่องนี้ด้วย!”

“ทำแบบนั้นไม่ได้! ท่านผู้นำต้องไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่นายทำแน่!”

“ตอนแรกเขาก็ปฏิเสธ แต่พอฉันอธิบายวิธีใช้หลิงอี้ไปข่มขู่เขาก็ยอมตกลง”

“นายไม่รู้หรือไงว่าสมาชิกในโบสถ์ของเราเป็นพวกคนโกง? นอกจากแกล้งคนธรรมดาแล้วจะทำอะไรได้อีก? ให้พวกมันบุกเข้าไปในเสินเซี่ยไง!”

ชายกำยำยิ้มเย็นชา “ฮึ ถ้าไม่คิดจะเสียสละเพื่อองค์กร มันก็ไม่ใช่สมาชิกผู้ภักดีและสมควรตาย”

เหลยเจ๋อ “???”

เขารีบเปิดฟอรัมโดยตั้งใจจะหยุดสมาชิกที่จะไปทำเรื่องนี้

แต่ทันใดนั้นชายกำยำก็ใช้ดาบหนักในมือทำให้เขาสลบไปก่อน เขาพูดอย่างเย็นชา “ฮึ ถ้าจะหยุดไม่ให้ได้รับความดีความชอบ ฉันก็มีแต่ต้องกำจัดนายทิ้ง”

ในขณะที่พูดเขาก็อุ้มร่างของเหลยเจ๋อด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย

“สมาชิกกำลังทำงานหนักอยู่ข้างนอก ฉันต้องทิ้งเบาะแสเอาไว้สักหน่อย”

เขากระทืบขึ้นขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วบินไปที่เกาะหัวเต่า

ที่นั่นมีคนอยู่มากมาย นั่นจึงเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการทิ้งเบาะแส