ตอนที่ 287

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง

ขณะที่คลื่นทะเลซัดเข้ามา โดมดำสูง100เมตรตรงหน้าทุกคนหายวับไปกับตาเหมือนภาพฉายที่ดับลง

แสดงโฉมหน้าที่แท้จริงของเทพรังที่สูงกว่า300เมตร!

ฟู่ว ฟู่ว ฟู่ว

ลมแรงพัดผ่านท้องฟ้าและพื้นดินอย่างรุนแรง เมฆดำทะมึนปกคลุมท้องฟ้าอย่างต่อเนื่อง

เหนือท้องฟ้าที่สูงขึ้นไปอีกเป็นมีแต่ความมืดมิด ตรงนั้นคือพื้นที่แท้จริงของท้องฟ้าสีดำ!

ในเวลานี้ ความสนใจของทุกคนอยู่กับราชามอนสเตอร์ที่อยู่ห่างออกไป

เทพรังยังคงเหมือนเดิม สูงมากกว่า300เมตร ร่างกายท่อนล่างเป็นแมงมุมยักษ์ร่างกายท่อนบนเป็นต้นเถาวัลย์หนามที่มีเถาวัลย์เหมือนเหล็ก

นอกจากเถาวัลย์ที่หนากว่าเดิมนิดหน่อยก็แทบจะไม่มีความแตกต่าง

“ฟู่ว เทพรังไม่ได้เปลี่ยนไปมาก” ใครบางคนถอนหายใจอย่างโล่งอก

“เรายังสรุปเรื่องนี้ไม่ได้ หน้าตามันอาจจะไม่เปลี่ยนแต่พลังต่อสู้ของมันอาจจะพลิกฟ้าดินได้” ใครบางคนขมวดคิ้ว

“อย่าให้มันพลิกฟ้าดินได้เลย ก่อนหน้านี้ยังแทบทำอะไรมันไม่ได้ ถ้ามันพลิกฟ้าดินได้อีกพวกเราคงจบเห่กันหมด”

“ก่อนจะเริ่มสู้เราต้องไปช่วยคนที่โดนเถาวัลย์จับไว้ก่อน”

ก่อนการต่อสู้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือช่วยคนที่ติดอยู่ในนั้น

ทุกคนรู้เรื่องนี้และส่งกองกำลังช่วยเหลือออกไปก่อน

คนเหล่านี้เกือบทั้งหมดเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถพื้นที่ พวกเขาต้องพาคนที่อยู่ในนั้นออกมาส่วนการรักษาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เล่นแพทย์

ทางฝั่งของหลิงอี้

เมื่อถึงเวลาที่กำหนด เขาไม่หลบการโจมตีของร่างแยกเทพรังอีกและโจมตีร่วมกับจักรพรรดิน้ำแข็งเพื่อทำลายมัน

เมื่อโดมดำหายไป ทั้งสองก็ปรากฏตัวห่างจากเทพรังเพียงสองสามร้อยเมตร

ซึ่งยังอยู่ในระยะการโจมตีของมัน

ด้านล่างเป็นพื้นที่ที่มีเถาวัลย์จำนวนมากพัวพันกัน สามารถมองเห็นผู้เล่นที่ถูกมัดไว้ได้จากช่องว่างระหว่างเถาวัลย์ บนลำต้น และกิ่งก้าน

คนเหล่านี้ล้วนอยู่ในอาการโคม่าและมีจุดสีเขียวปรากฏบนผิวหนัง ดูเหมือนพวกเขาจะติดจากสารพิษบางชนิด

หลิงอี้มองลงด้านล่างจากนั้นเงยหน้ามองราชามอนสเตอร์

เปิดใช้ตาทิพย์

[เทพรัง (เลเวล90)

ประเภท: ราชามอนสเตอร์

อันดับขั้น: ขั้นไร้เทียมทาน

คุณสมบัติ: ความแข็งแกร่ง4500, พลังเวท3600, ความว่องไว2700, ความทนทาน3600, ร่างกาย4500

สกิล: สีเทพสามชั้น(10ดาว,ผสาน)

สถานะปัจจุบัน: 100%]

คุณสมบัติของเทพรังสามารถเดาได้จากร่างแยกตัวนั้น

จุดที่หลิงอี้ให้ความสนใจคือแผงสกิลของมัน

หลังจากดูอย่างรอบคอบเขาก็รู้สึกเบาใจที่เห็นว่าไม่มีสกิล‘ร่างสีเทพคุ้มกัน’

“เป็นอย่างที่คิด สกิลที่ได้จากการผสานจะไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มีการผสาน”

“การคุกคามของราชามอนสเตอร์ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้”

หลิงอี้ใช้ลมใส่เถาวัลย์ใกล้ๆ พอเห็นว่ามันไม่ได้ทำให้เทพรังได้รับความเสียหายด้วยเขาจึงยิ้มออกมา “ดูเทพรังใช้สีเทพสามชั้นแล้ว!”

[สีเทพสามชั้น]เป็นสกิลที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เมื่อใช้ และมีเยื่อหุ้มสีที่เพียงชั้นเดียว

แน่นอนว่าเขาสามารถใช้หยางชี่แปลมังกรทำลายเยื่อหุ้มสีนี้ได้ แต่ถ้าเขาทำแบบนั้นเทพรังที่สามารถเคลื่อนไหวจะอันตรายยิ่งว่าเทพรังที่เคลื่อนไหวไม่ได้

ฟึบ!

เถาวัลย์ฟาดใส่ หลิงอี้เทเลพอร์ตหลบได้ทันท่วงที

ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!

เถาวัลย์ที่อยู่รอบๆเริ่มฟาดตามกันใส่ที่หลิงอี้กับจักรพรรดิน้ำแข็ง

แม้ว่าพลังต่อสู้ความว่องไวของเทพรังจะไม่สูง แต่เถาวัลย์จำนวนมากทำให้พวกเขาทั้งสองค่อนข้างลำบาก

“เสี่ยวปิง กลับมาก่อน”

เยื่อหุ้มสียังไม่แตกจักรพรรดิน้ำแข็งจึงทำได้แค่หลบการโจมตีโดยไม่สามารถสร้างความเสียหายได้ ดังนั้นหลิงอี้จึงให้จักรพรรดิน้ำแข็งกลับมาก่อน

เมื่อกลับมาเธอก็พูดว่า “เจ้านาย ถ้ายังไม่สู้ตอนนี้คุณควรคัดลอกความว่องไวของฉันก่อน”

“ได้”

การคัดลอกคุณสมบัติอย่างความยืดหยุ่นเป็นการใช้[คัดลอกคุณสมบัติ]ที่ถูกต้อง

เมื่อคัดลอกความว่องไวเกือบ4,000ของจักรพรรดิน้ำแข็ง ทันใดนั้นพื้นที่รอบตัวหลิงอี้ก็‘ช้าลง’

ทุกอย่างช้าลงจนเขาเห็นได้อย่างชัดเจน!

ดูความว่องไวของเขา

6782!

ความว่องไวของเขา+โอนย้ายปาฏิหาริย์+คัดลอกคุณสมบัติจากจักรพรรดิน้ำแข็ง การรวมพลังทั้งสามอย่างทำให้ค่าคุณสมบัติน่ากลัวมาก!

หลิงอี้คำนวณบางอย่างในใจ เขาพบว่าตอนนี้พลังต่อสู้ความว่องไวของเขาสูงกว่าเทพรังเกือบสองเท่า!

ของเขา460,000 เทพรัง240,000

ต่อให้ไม่ใช้เทเลพอร์ตแล้วบินอย่างเดียว เขาก็ยังสามารถหลบการโจมตีของเถาวัลย์หลายเส้นได้อย่างง่ายดาย!

แล้วถ้าใช้เทเลพอร์ตด้วย

หลังจากหลบการโจมตีระลอกหนึ่ง หลิงอี้เทเลพอร์ตไปบนท้องฟ้าจุดอื่น

0.01วินาที: เขาหยิบเสาหิน[เสากาลเวลา]ออกมา เถาวัลย์ในระยะไกลโจมตีล้มเหลว

0.03วินาที: เอฟเฟกต์เสาหินถูกเปิดใช้งาน เถาวัลย์ในระยะไกลถอยกลับ

0.05วินาที: วังวนมิติเวลาปรากฏขึ้นในพื้นที่ด้านล่างที่กำหนด เถาวัลย์เริ่มโจมตีไปทางนั้น

0.06วินาที: คนแรกใกล้วังวนถูกดูดเข้าไป เถาวัลย์พุ่งสูงกว่า486เมตรมาทางเขา

หลิงอี้เทเลพอร์ตออกไปหลายร้อยเมตรอีกครั้ง

เขาไม่ได้ออกไปไกลเกินไปไม่อย่างนั้นจะส่งผลต่อการใช้ไอเทม

จากนั้นไม่นานด้วยความว่องไวที่สูงเป็นพิเศษและ[เสากาลเวลา] ผู้คนที่โดนมัดด้วยเถาวัลย์ถูกเขาดูดเข้าวังวนไปปล่อยที่อื่น

คนเหล่านั้นได้แก่ เสาหลักเทพหลินเหมิ่ง นักเวทย์มิติลั่วหยวน นักบุญดาบลมคลั่งหนานกงฮั่น และเทพธิดาแห่งราชวังชิงเหลียนจางชิง

จากนั้นไม่นาน

เมื่อในสัมผัสรับรู้ของเขาไม่มีออร่าอื่นนอกจากราชามอนสเตอร์ หลิงอี้จึงหยุดการดูดเข้าวังวนแล้วหันหลังจากไป

ความเร็วของเขาเหมือนกับฟ้าแลบ เขามาถึงเกาะเล็กๆที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งพันเมตรในชั่วพริบตา

ใช้[เสากาลเวลา]แล้วปล่อยให้ทุกคนที่อยู่ด้านข้าง

คนเหล่านี้รักษาสภาพหยุดหายใจเอาไว้ เมื่อพวกเขาออกมาจึงอยู่อาการโคม่า

ทุกคนที่อยู่รอบๆตกตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนจะโต้ตอบกันไปมา

“ศูนย์หนึ่งช่วยทุกคนออกมาแล้ว! เรียกทีมกู้ภัยกลับมา!”

“เชี่ย! ศูนย์หนึ่งมีความสามารถขนาดนี้เลยเหรอ?.

“เร็วเข้าทีมแพทย์ พวกเขาเหมือนจะติดพิษ!”

ผู้เล่นแพทย์จากพันธมิตรต่างๆรีบนำคนเหล่านี้เข้าไปในเต็นท์แพทย์ชั่วคราว

ในหมู่พวกเขา จางชิงที่เป็นเทพธิดาราชวังชิงเหลียนถูกกลุ่มผู้เล่นหญิงจากราชวังชิงเหลียนอุ้มไปไว้ที่กระดานไม้ที่ปูด้วยผ้าขาวและถูกหามเข้าไปในเต็นท์ผู้บาดเจ็บหญิงทันที

เซิ่งหย่าที่เป็นผู้ช่วยของเทพธิดาอยู่ที่นี่เช่นกัน เธอมองหลิงอี้จากตรงประตูเต็นท์ครู่หนึ่งจากนั้นหันหลังเดินตามเข้าไป

เต็นท์แพทย์ที่นี่เป็นแค่เต็นท์ชั่วคราว เมื่อรักษาเสร็จแล้วสามารถออกไปสู้ต่อได้ทันที หากรักษาไม่ได้ก็จำเป็นต้องส่งกลับไปที่ประเทศบ้านเกิด ส่วนตัวเลือกอื่นๆไว้ค่อยให้พิจารณาทีหลัง

“อืม”

หลิงอี้ที่บินอยู่ในอากาศหันกลับไปมองเทพรังที่‘นิ่งสงบ’ในระยะไกล เขาพบพื้นที่ว่างบนหญ้าด้านล่างและล่อนลงไป

เมื่อเขาลงมาถึงร่างสีแดงก็กระโดดข้ามฝูงชนมาหาเขาอย่างรวดเร็ว

สาวผมบลอนด์แดงและดวงตาสีแดงคนนี้มีรูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดเกราะเพลิงแดงลายทอง ด้านหลังมีผ้าคลุมสีเลือดปลิวไสวตามสายลม เหมือนกับแม่ทัพหญิงควบม้าในสนามรบ

“เธอแต่งเต็มชุดเลย.

หลิงอี้มองหนานกงหลี่ขึ้นด้วยแววตาประหลาดใจ

“หืม?”

“ฮ่า นี่สิถึงจะเหมือนทูตหงส์แดง นายพลของพันธมิตรเสินควรมีรูปลักษณ์แบบนี้”

เขาแอบคิดว่าถ้าเธอหยิบดาบฟีนิกซ์ออกมาถือไว้ เธอต้องดูเหมือนเทพีสงครามแน่นอน

หนานกงหลี่ยิ้มเล็กน้อย “นายพลอะไรนั่นก็เป็นแค่ผู้เล่นธรรมดา คุณไม่ต้องพูดแบบนั้นหรอก”