ตอนที่ 151

เมื่อกลับมาถึงห้องนอนเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากห้องเล็กๆด้านข้าง

ถ้าหลินซูโหรวอยู่ในห้องนั้นคนเดียวเหมือนปกติ เขาต้องเข้าไปเล่นด้วยแน่นอน

แต่เมื่อกี้...

หลิงอี้ทิ้งตัวลงไปบนเตียงแล้วหลับไปท่ามกลางเสียงหัวเราะอันน่ารื่นรมย์...

จะหลับลงได้ยังไง?!

ต่อให้หลับตาได้ แต่หูของเขาหยุดฟังเสียงพวกเธอไม่ได้

หลินซูโหรว “อ๊าอย่าสิ~”

หยุนจี “ฮ่าฮ่าฮ่า บ้าน่า ร่างกายซูโหรวนุ่มมากเลย แถมเธอยังมีซิลิโคนนุ่มนิ่มก้อนใหญ่ด้วย หว่านชิงลองมาจับดูสิ”

เซี่ยหว่านชิง “จริงด้วย เธอเห็นหรือเปล่า นิ้วฉันจมลงไปเลย”

หลินซูโหรว “ว้าย! ปล่อยนะ...”

ขณะที่ฟังเสียงเหล่านี้ หลิงอี้หลับก็ผล็อยไปโดยควบคุมตัวเองไม่ได้

พอตื่นมาอีกครั้งก็เป็นตอนเย็นแล้ว

พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า นาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ที่แขวนอยู่บนผนังเขียนว่า: 17:35

หลินซูโหรวขดตัวอยู่ในอ้อมแขนเขาราวกับลูกแมว หน้าผากซบอยู่บนหน้าอกเขา

หลิงอี้ลูบผมของเธอและมองเมฆแสงเรืองรองนอกหน้าต่างด้วยสายตาเหม่อลอย

——ฉันเชื่อเสมอว่าพอแข็งแกร่งแล้วจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น!

บางคนเปลี่ยนแปลงแล้วลืมความตั้งใจเดิม หลงผิดกับพลังอำนาจที่มี

หลังจากผ่านความทุกข์และการต่อสู้มาทั้งชีวิต สุดท้ายก็ไม่มีความสุขเท่าคนธรรมดา

ดังนั้นเขาจะไม่ใช้เวลาทั้งหมดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง วันหนึ่งใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วชั่วโมงก็พอแล้ว

เสินลู่สามชั่วโมง+กิจกรรมหกชั่วโมง สูงสุดเก้าชั่วโมงต่อวัน

ช่วงเวลาที่เหลือให้โยนเรื่องเพิ่มความแข็งแกร่งทิ้งและออกไปสนุกกับชีวิต ต่อให้พวกเขาต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งในเวลาว่างแต่มันเป็นเรื่องยากที่จะทำแบบนั้น

นอกจากเข้าไปที่โลกใหญ่

“ฟู่ววว”

หลิงอี้ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว

แผนการของเขาคือการรอให้ไปถึงเลเวล50ก่อน แล้วค่อยลองไปสู้กับลิงคิงคองยักษ์เลเวล50

ส่วนพื้นที่อื่นของโลกใหญ่? เขายังไม่ได้วางแผนอะไรเลย

'โลกใหญ่ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ในนั้นมีมอนสเตอร์และสมบัติมากมายที่โลกไม่เคยเห็น ฉันจะเริ่มสำรวจในนั้นเมื่อไหร่ดี?'

'อืม...รอให้ได้เครื่องมือเทพก่อนก็ได้มั้ง?’

หลิงอี้หายใจออกด้วยความโล่งอกหลังจากตัดสินใจแล้ว

......

00:00น.ของวันถัดไป

หลิงอี้และหลินซูโหรวยืนอยู่ข้าง[บ่อน้ำพุทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์] ดวงตาของพวกเขามองด้านบนของบ่อน้ำพุ

ในสายตาของพวกเขา แสงริบหรี่ลอยออกมาจากน้ำพุทีละเล็กน้อย พวกมันรวมตัวกันในอากาศและค่อยๆ ควบแน่นเป็นร่างมนุษย์ที่สวยงามและศักดิ์สิทธิ์

เธอมีผมสีบลอนด์ยาวเป็นประกายซึ่งยาวลงมาถึงเอว มีร่างกายสีขาวราวหิมะอันสมบูรณ์แบบ ตอนนี้เธอกำลังหลับตาอยู่

ห้องเล็กทั้งหมดสว่างขึ้นด้วยแสงบนตัวเธอ

หลินซูโหรวกับหลิงอี้มองหน้ากัน หลินซูโหรวไม่ได้ห้ามไม่ให้เขามองแต่ส่งรอยยิ้มแปลกๆให้เขา

“ต่อจากนี้นายคงมีความสุขน่าดู”

หลิงอี้ไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เขาใช้ตาทิพย์ตรวจสอบข้อมูลอีกฝ่าย

[ทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ (เลเวล100)

เพศ:หญิง

คุณสมบัติ: ความแข็งแกร่ง 500, พลังเวท500, ความว่องไว500, ความทนทาน 500, ร่างกาย500

สกิล: หนึ่งกายหนึ่งใจ, ลมเทพสี่ฤดู, บาเรียศักดิ์สิทธิ์, ร่างหยกศักดิ์สิทธิ์(ติดตัว), พลังทูตสวรรค์

สมบัติที่สวมใส่: ไม่มี

อาวุธวิญญาณ: ไม่มี

สถานะปัจจุบัน: สุขภาพดี

อารมณ์ปัจจุบัน: มีความสุข]

สกิลของเธอไม่มีระดับดาวเหมือนกับมอนสเตอร์อัญเชิญ

เห็นได้ชัดว่าสิ่งมีชีวิตพิเศษนี้ไม่ดรอปอะไรแน่นอนโดนฆ่า

“เธอเป็นถึงเลเวล100...แต่มีสกิลน้อยมาก ดูแล้วน่าจะไม่ใช่ประเภทต่อสู้”

สกิลของทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เหมือนเป็นสกิลสนับสนุน

จากนั้นไม่นานทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้าเขาค่อยๆลืมตาขึ้น

ดวงตาของเธอเป็นสีเขียวมรกต สวยงามราวกับมรกตที่แวววาว

เธอค่อยๆบินไปหาทั้งสองคน เธอวางมือไว้ตรงหน้าท้องส่วนล่างของเธอแล้วพูดกับพวกเขาด้วยรอยยิ้ม “สวัสดี นายหญิง”

หลินซูโหรวแปลกใจ “นายหญิง? ทำไมเธอถึงเรียกฉันว่านายหญิงล่ะ?”

ทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ตนนี้เพิ่งกำเนิดมาเอง เป็นเรื่องปกติที่จะรู้ว่าใครเป็นเจ้านาย แต่เธอรู้จักฉันได้ยังไง?

ทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ยิ้มเล็กน้อย “ในช่วงเวลาที่ผ่านมาฉันเห็นการกระทำของนายท่านและคุณในบ่อน้ำพุ”

หลินซูโหรวตกตะลึง ใบหน้าของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง

พอคิดว่าทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ตนนี้เห็นสิ่งที่เธอทำอยู่ทุกวัน เธอก็แทบอยากจะวิ่งเข้าห้องแล้วเอาผ้าห่มมาคลุมตัวเอง

“นี่นี่นี่นี่...นี่นี่...”

เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วบังคับตัวเองให้อธิบายว่า “ฉันแค่อยากทำให้ผู้ชายของฉันมีความสุขมากขึ้น ฉันไม่ผิดสักหน่อย!”

ทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ยังคงยิ้ม “ฉันไม่ได้บอกว่าคุณผิด”

“พอก่อน”

หลิงอี้ไม่ปล่อยให้ทั้งสองคุยกันมากเกินไป เขาหันไปบอกหลินซูโหรว “พาเธอไปแต่งตัวก่อน เดี๋ยวค่อยมาคุยกันทีหลัง”

“ได้”

ไม่กี่นาทีต่อมาทั้งสองลงมาชั้นล่าง

อย่างแรกคือต้องตั้งชื่อทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์

“นายท่านชื่อหลิงอี้ ชื่อรหัสคือศูนย์หนึ่ง ถ้าอย่างนั้นชื่อรหัสของฉันคือศูนย์สอง”

ทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ยิ้มอย่างพอใจ “ชื่อรหัสคือศูนย์สอง ส่วนชื่อของฉันคือหลิงเอ๋อร์”

ต่อจากนั้นทั้งคู่ก็ถามสถานะของหลิงเอ๋อร์

สามนาทีต่อมาก็ได้รู้เกี่ยวกับสถานะของเธอ

ปรากฎว่าเธอเหมือนกับจักรพรรดิน้ำแข็งที่เป็นมอนสเตอร์อัญเชิญ แต่เธอถูกอัญเชิญออกมาโดยไอเทมแทน

ทั้งสองดูคล้ายกันแต่ตามจริงแล้วแตกต่างกันมาก

ถ้าอัญเชิญโดยสกิลจะสามารถติดตามเจ้านายได้ตลอดเวลาและจะมีเลเวลเท่ากับเจ้านาย

ถ้าอัญเชิญด้วยไอเทมจะต้องอยู่ใกล้ๆไอเทมอัญเชิญเท่านั้นและมีเลเวลเท่าเดิมซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

“หมายความว่าเธอเคลื่อนที่ได้ภายในระยะ1,000เมตรจากบ่อน้ำพุ?” ดวงตาของหลินซูโหรวแสดงความเห็นเห็นใจ การอยู่ที่เดียวตลอดชีวิตคงเจ็บปวดมากใช่ไหม?

“ใช่ แต่ฉันไม่รู้ว่าเจ้านายใช้พลังอะไรถึงทำให้ฉันออกไปจากระยะนั้นได้”

เห็นได้ชัดว่าการกลายพันธุ์ลบข้อจำกัดนี้ทิ้ง

“ไม่หรอก! เธอเข้าเสินลู่ไม่ได้เพราะไม่ใช่ผู้เล่น” หลินซูโหรวพูดด้วยความสงสารเล็กน้อย

“ไม่เป็นไร ฉันมีสกิลหนึ่งกายหนึ่งใจที่ทำให้ติดตามเข้าไปได้”

หลิงเอ๋อร์ยื่นมือออกมาแล้วแสดงสกิลนี้ให้พวกเขาคนเห็น

[หนึ่งกายหนึ่งใจ]: เข้าสู่ร่างกายของเพศเดียวกัน โอนย้ายค่าคุณสมบัติของตนให้อีกฝ่ายตามความเข้ากันของทั้งสองฝ่ายเป็นเวลาชั่วคราว อีกฝ่ายสามารถใช้สกิลของตนได้ เมื่อความเข้ากันถึง100%จะสามารถควบคุมร่างกายของอีกฝ่ายได้

หลิงอี้กับหลินซูโหรวดูสกิลนี้ด้วยการแสดงออกที่แตกต่างกัน

ใบหน้าของหลิงอี้นิ่งสงบเพราะเคยชินกับการเห็นสกิลยอดเยี่ยมแล้ว

แต่หลินซูโหรวที่ไม่ค่อยได้เปิดโลกอ้าปากกว้าง “พระเจ้า! เป็นสกิลที่น่าทึ่งมาก!”

เธอคว้าแขนหลิงอี้ด้วยความแปลกใจ “ถ้าหลิงเอ๋อร์เข้ามาในตัวฉัน ฉันจะฆ่ามอนสเตอร์และเพิ่มเลเวลได้เร็วขึ้น!’

แม้ว่าเธอเคยตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น‘ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก’ แต่นั่นเป็นทางเลือกที่เธอต้องทำเพราะเธอไม่มีวิธีพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเอง

แต่เธอพบความหวังที่จะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเจอกับหลิงเอ๋อร์ นอกจากนี้สกิลของหลิงเอ๋อร์ยังชี้ให้เธอเห็นอีกเส้นทางหนึ่ง - เธอสามารถพัฒนาเป็นสายสนับสนุนได้

ผู้เล่นสนับสนุนไม่จำเป็นต้องมีพลังต่อสู้ ขอแค่มีสกิลสนับสนุนที่ดีก็พอ

เมื่อเทียบกับการพัฒนาความแข็งแกร่งแล้ว การรวบรวมสกิลสนับสนุนเป็นเรื่องที่ง่ายกว่ามาก!