เมื่อกลับมาถึงห้องนอนเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากห้องเล็กๆด้านข้าง
ถ้าหลินซูโหรวอยู่ในห้องนั้นคนเดียวเหมือนปกติ เขาต้องเข้าไปเล่นด้วยแน่นอน
แต่เมื่อกี้...
หลิงอี้ทิ้งตัวลงไปบนเตียงแล้วหลับไปท่ามกลางเสียงหัวเราะอันน่ารื่นรมย์...
จะหลับลงได้ยังไง?!
ต่อให้หลับตาได้ แต่หูของเขาหยุดฟังเสียงพวกเธอไม่ได้
หลินซูโหรว “อ๊าอย่าสิ~”
หยุนจี “ฮ่าฮ่าฮ่า บ้าน่า ร่างกายซูโหรวนุ่มมากเลย แถมเธอยังมีซิลิโคนนุ่มนิ่มก้อนใหญ่ด้วย หว่านชิงลองมาจับดูสิ”
เซี่ยหว่านชิง “จริงด้วย เธอเห็นหรือเปล่า นิ้วฉันจมลงไปเลย”
หลินซูโหรว “ว้าย! ปล่อยนะ...”
ขณะที่ฟังเสียงเหล่านี้ หลิงอี้หลับก็ผล็อยไปโดยควบคุมตัวเองไม่ได้
พอตื่นมาอีกครั้งก็เป็นตอนเย็นแล้ว
พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า นาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ที่แขวนอยู่บนผนังเขียนว่า: 17:35
หลินซูโหรวขดตัวอยู่ในอ้อมแขนเขาราวกับลูกแมว หน้าผากซบอยู่บนหน้าอกเขา
หลิงอี้ลูบผมของเธอและมองเมฆแสงเรืองรองนอกหน้าต่างด้วยสายตาเหม่อลอย
——ฉันเชื่อเสมอว่าพอแข็งแกร่งแล้วจะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น!
บางคนเปลี่ยนแปลงแล้วลืมความตั้งใจเดิม หลงผิดกับพลังอำนาจที่มี
หลังจากผ่านความทุกข์และการต่อสู้มาทั้งชีวิต สุดท้ายก็ไม่มีความสุขเท่าคนธรรมดา
ดังนั้นเขาจะไม่ใช้เวลาทั้งหมดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง วันหนึ่งใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วชั่วโมงก็พอแล้ว
เสินลู่สามชั่วโมง+กิจกรรมหกชั่วโมง สูงสุดเก้าชั่วโมงต่อวัน
ช่วงเวลาที่เหลือให้โยนเรื่องเพิ่มความแข็งแกร่งทิ้งและออกไปสนุกกับชีวิต ต่อให้พวกเขาต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งในเวลาว่างแต่มันเป็นเรื่องยากที่จะทำแบบนั้น
นอกจากเข้าไปที่โลกใหญ่
“ฟู่ววว”
หลิงอี้ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
แผนการของเขาคือการรอให้ไปถึงเลเวล50ก่อน แล้วค่อยลองไปสู้กับลิงคิงคองยักษ์เลเวล50
ส่วนพื้นที่อื่นของโลกใหญ่? เขายังไม่ได้วางแผนอะไรเลย
'โลกใหญ่ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ในนั้นมีมอนสเตอร์และสมบัติมากมายที่โลกไม่เคยเห็น ฉันจะเริ่มสำรวจในนั้นเมื่อไหร่ดี?'
'อืม...รอให้ได้เครื่องมือเทพก่อนก็ได้มั้ง?’
หลิงอี้หายใจออกด้วยความโล่งอกหลังจากตัดสินใจแล้ว
......
00:00น.ของวันถัดไป
หลิงอี้และหลินซูโหรวยืนอยู่ข้าง[บ่อน้ำพุทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์] ดวงตาของพวกเขามองด้านบนของบ่อน้ำพุ
ในสายตาของพวกเขา แสงริบหรี่ลอยออกมาจากน้ำพุทีละเล็กน้อย พวกมันรวมตัวกันในอากาศและค่อยๆ ควบแน่นเป็นร่างมนุษย์ที่สวยงามและศักดิ์สิทธิ์
เธอมีผมสีบลอนด์ยาวเป็นประกายซึ่งยาวลงมาถึงเอว มีร่างกายสีขาวราวหิมะอันสมบูรณ์แบบ ตอนนี้เธอกำลังหลับตาอยู่
ห้องเล็กทั้งหมดสว่างขึ้นด้วยแสงบนตัวเธอ
หลินซูโหรวกับหลิงอี้มองหน้ากัน หลินซูโหรวไม่ได้ห้ามไม่ให้เขามองแต่ส่งรอยยิ้มแปลกๆให้เขา
“ต่อจากนี้นายคงมีความสุขน่าดู”
หลิงอี้ไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เขาใช้ตาทิพย์ตรวจสอบข้อมูลอีกฝ่าย
[ทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ (เลเวล100)
เพศ:หญิง
คุณสมบัติ: ความแข็งแกร่ง 500, พลังเวท500, ความว่องไว500, ความทนทาน 500, ร่างกาย500
สกิล: หนึ่งกายหนึ่งใจ, ลมเทพสี่ฤดู, บาเรียศักดิ์สิทธิ์, ร่างหยกศักดิ์สิทธิ์(ติดตัว), พลังทูตสวรรค์
สมบัติที่สวมใส่: ไม่มี
อาวุธวิญญาณ: ไม่มี
สถานะปัจจุบัน: สุขภาพดี
อารมณ์ปัจจุบัน: มีความสุข]
สกิลของเธอไม่มีระดับดาวเหมือนกับมอนสเตอร์อัญเชิญ
เห็นได้ชัดว่าสิ่งมีชีวิตพิเศษนี้ไม่ดรอปอะไรแน่นอนโดนฆ่า
“เธอเป็นถึงเลเวล100...แต่มีสกิลน้อยมาก ดูแล้วน่าจะไม่ใช่ประเภทต่อสู้”
สกิลของทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เหมือนเป็นสกิลสนับสนุน
จากนั้นไม่นานทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้าเขาค่อยๆลืมตาขึ้น
ดวงตาของเธอเป็นสีเขียวมรกต สวยงามราวกับมรกตที่แวววาว
เธอค่อยๆบินไปหาทั้งสองคน เธอวางมือไว้ตรงหน้าท้องส่วนล่างของเธอแล้วพูดกับพวกเขาด้วยรอยยิ้ม “สวัสดี นายหญิง”
หลินซูโหรวแปลกใจ “นายหญิง? ทำไมเธอถึงเรียกฉันว่านายหญิงล่ะ?”
ทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ตนนี้เพิ่งกำเนิดมาเอง เป็นเรื่องปกติที่จะรู้ว่าใครเป็นเจ้านาย แต่เธอรู้จักฉันได้ยังไง?
ทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ยิ้มเล็กน้อย “ในช่วงเวลาที่ผ่านมาฉันเห็นการกระทำของนายท่านและคุณในบ่อน้ำพุ”
หลินซูโหรวตกตะลึง ใบหน้าของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง
พอคิดว่าทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ตนนี้เห็นสิ่งที่เธอทำอยู่ทุกวัน เธอก็แทบอยากจะวิ่งเข้าห้องแล้วเอาผ้าห่มมาคลุมตัวเอง
“นี่นี่นี่นี่...นี่นี่...”
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วบังคับตัวเองให้อธิบายว่า “ฉันแค่อยากทำให้ผู้ชายของฉันมีความสุขมากขึ้น ฉันไม่ผิดสักหน่อย!”
ทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ยังคงยิ้ม “ฉันไม่ได้บอกว่าคุณผิด”
“พอก่อน”
หลิงอี้ไม่ปล่อยให้ทั้งสองคุยกันมากเกินไป เขาหันไปบอกหลินซูโหรว “พาเธอไปแต่งตัวก่อน เดี๋ยวค่อยมาคุยกันทีหลัง”
“ได้”
ไม่กี่นาทีต่อมาทั้งสองลงมาชั้นล่าง
อย่างแรกคือต้องตั้งชื่อทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์
“นายท่านชื่อหลิงอี้ ชื่อรหัสคือศูนย์หนึ่ง ถ้าอย่างนั้นชื่อรหัสของฉันคือศูนย์สอง”
ทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ยิ้มอย่างพอใจ “ชื่อรหัสคือศูนย์สอง ส่วนชื่อของฉันคือหลิงเอ๋อร์”
ต่อจากนั้นทั้งคู่ก็ถามสถานะของหลิงเอ๋อร์
สามนาทีต่อมาก็ได้รู้เกี่ยวกับสถานะของเธอ
ปรากฎว่าเธอเหมือนกับจักรพรรดิน้ำแข็งที่เป็นมอนสเตอร์อัญเชิญ แต่เธอถูกอัญเชิญออกมาโดยไอเทมแทน
ทั้งสองดูคล้ายกันแต่ตามจริงแล้วแตกต่างกันมาก
ถ้าอัญเชิญโดยสกิลจะสามารถติดตามเจ้านายได้ตลอดเวลาและจะมีเลเวลเท่ากับเจ้านาย
ถ้าอัญเชิญด้วยไอเทมจะต้องอยู่ใกล้ๆไอเทมอัญเชิญเท่านั้นและมีเลเวลเท่าเดิมซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
“หมายความว่าเธอเคลื่อนที่ได้ภายในระยะ1,000เมตรจากบ่อน้ำพุ?” ดวงตาของหลินซูโหรวแสดงความเห็นเห็นใจ การอยู่ที่เดียวตลอดชีวิตคงเจ็บปวดมากใช่ไหม?
“ใช่ แต่ฉันไม่รู้ว่าเจ้านายใช้พลังอะไรถึงทำให้ฉันออกไปจากระยะนั้นได้”
เห็นได้ชัดว่าการกลายพันธุ์ลบข้อจำกัดนี้ทิ้ง
“ไม่หรอก! เธอเข้าเสินลู่ไม่ได้เพราะไม่ใช่ผู้เล่น” หลินซูโหรวพูดด้วยความสงสารเล็กน้อย
“ไม่เป็นไร ฉันมีสกิลหนึ่งกายหนึ่งใจที่ทำให้ติดตามเข้าไปได้”
หลิงเอ๋อร์ยื่นมือออกมาแล้วแสดงสกิลนี้ให้พวกเขาคนเห็น
[หนึ่งกายหนึ่งใจ]: เข้าสู่ร่างกายของเพศเดียวกัน โอนย้ายค่าคุณสมบัติของตนให้อีกฝ่ายตามความเข้ากันของทั้งสองฝ่ายเป็นเวลาชั่วคราว อีกฝ่ายสามารถใช้สกิลของตนได้ เมื่อความเข้ากันถึง100%จะสามารถควบคุมร่างกายของอีกฝ่ายได้
หลิงอี้กับหลินซูโหรวดูสกิลนี้ด้วยการแสดงออกที่แตกต่างกัน
ใบหน้าของหลิงอี้นิ่งสงบเพราะเคยชินกับการเห็นสกิลยอดเยี่ยมแล้ว
แต่หลินซูโหรวที่ไม่ค่อยได้เปิดโลกอ้าปากกว้าง “พระเจ้า! เป็นสกิลที่น่าทึ่งมาก!”
เธอคว้าแขนหลิงอี้ด้วยความแปลกใจ “ถ้าหลิงเอ๋อร์เข้ามาในตัวฉัน ฉันจะฆ่ามอนสเตอร์และเพิ่มเลเวลได้เร็วขึ้น!’
แม้ว่าเธอเคยตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น‘ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก’ แต่นั่นเป็นทางเลือกที่เธอต้องทำเพราะเธอไม่มีวิธีพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเอง
แต่เธอพบความหวังที่จะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเจอกับหลิงเอ๋อร์ นอกจากนี้สกิลของหลิงเอ๋อร์ยังชี้ให้เธอเห็นอีกเส้นทางหนึ่ง - เธอสามารถพัฒนาเป็นสายสนับสนุนได้
ผู้เล่นสนับสนุนไม่จำเป็นต้องมีพลังต่อสู้ ขอแค่มีสกิลสนับสนุนที่ดีก็พอ
เมื่อเทียบกับการพัฒนาความแข็งแกร่งแล้ว การรวบรวมสกิลสนับสนุนเป็นเรื่องที่ง่ายกว่ามาก!
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved