ตอนที่ 231

[คุณฆ่าวิญญาณมังกรเงียบงัน (เลเวล65, บอสมอนสเตอร์), ค่าประสบการณ์+600]

[คุณได้รับสกิล7ดาว [แปลงร่างวิญญาณมังกร]]

[คุณได้รับสกิล6ดาว [ร่างเงียบงัน]]

[คุณได้รับสกิล6ดาว [ระเหิดแปรผัน(ติดตัว)]]

ใต้ต้นไม้ใหญ่ในด่านสิบเอ็ดของเส้นทางหลัก‘ป่าแห่งความฝัน’ มีชายหนุ่มและหญิงสาวรูปงามยืนอยู่ด้วยกัน

ชายคนนั้นคือหลิงอี้ ตอนนี้เขากำลังเฝ้าดูนักรบทูตสวรรค์แห่งการทั้งแปดฆ่าวิญญาณมังกรปีศาจจากระยะไกล ด้วยรอยยิ้ม “ใช้ได้ใช้ได้ ถึงฉันจะไม่ทำอะไรแต่นักรบทูตสวรรค์พวกนี้ก็เคลียร์ด่านนี้ได้”

ผู้หญิงคนนั้นคือเซี่ยหว่านชิง ในเวลานี้เธอสวมชุดรัดรูปสีดำสนิทที่ยาวถึงน่องและรองเท้าบู๊ตสีดำ ผมสีดำหนาถูกผูกไว้ด้านหลังซึ่งดูเหมือนดอกกุหลาบสีดำและปล่อยผมหางไว้ที่ด้านหลังเอว

เธอยืนอยู่ข้างหลิงอี้ ใบหน้าของเธอยังมีเลือดฟาดเล็กน้อยที่ยังไม่จางหายไป

“เป็นยังไงบ้าง มีสกิลดรอปไหม?” เซี่ยหว่านชิงถามอย่างกระตือรือร้น

“มี นี่เป็นแปลงร่างมังกรวิญญาณที่เธออยากได้”

หลิงอี้พยักหน้า เมื่อหันกลับมาเขาก็เห็นว่าใบหน้าหยกขาวของเซี่ยหว่านชิงเป็นสีแดงและหูบอบบางเป็นสีชมพู เขากอดเธอไว้ในอ้อมแขนแล้วลูกผมเธอ

ตั้งแต่เขาค้นพบว่าเพิ่มความสุขของ[จักรพรรดิสองหน้า]สามารถเร่งการพัฒนาของหยางชี่ได้ เขาก็เพิ่มเป็น20เท่าทันที ทำให้หยางชี่พัฒนาเร็วขึ้น200%

ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการเพิ่มให้สูงกว่านี้แต่การเพิ่ม20เท่าเป็นจำนวนสูงสุดที่มีแค่ไม่กี่คนที่สามารถทนรับได้

ด้วยค่าทวีคูณที่สูงเช่นนี้ ผู้คนจึงแสดงท่าทางที่ต่างกันออกมาโดยธรรมชาติ

เซี่ยหว่านชิงที่เงียบขรึมและชอบเก็บกดมักจะใช้มือหยกขาวดึงผ้าห่มไว้และเกร็งนิ้วเท้าจนเหยียดตรง

ผลที่ตามมาคือสิ่งที่ค้างคาอยู่ในคอเธอมานาน เธอต้องการการปลอบโยนจากหลิงอี้

เซี่ยหว่านชิงประสานมือไว้ตรงหน้าอกของเขาแล้วพิงศีรษะตรงหน้าอกเขาพร้อมกับหลับตาพริ้ม หัวใจของเธอเต้นรัวจากความตื่นเต้นและค่อยๆเต้นช้าทีละน้อย

พอเห็นแบบนั้นหลิงอี้จึงเปิดกระเป๋าเป้และจะมอบ[แปลงร่างวิญญาณมังกร]ให้เธอ

แต่พอเห็นสกิลเขาก็ใช้ตาทิพย์ตรวจสอบเพื่อดูว่ามีสูตรผสมซ่อนอยู่หรือเปล่า

และครั้งนี้มีจริงๆ

(แปลงร่างวิญญาณมังกร + อัญเชิญเมฆอมตะ → แปลงร่างมังกรอมตะ)

‘โอ้? สกิลที่ผสมได้ต้องไม่ใช่ของธรรมดาอยู่แล้ว’

เขาค้นหาในฟอรัมและพบว่าอัญเชิญเมฆอมตะเป็นสกิล7ดาว แม้ว่ามันจะค่อนข้างหายากแต่ก็ยังหาซื้อในตลาดได้

เขาซื้อมันอย่างรวดเร็วจากนั้นโยนมันเข้าไปในฟังก์ชันผสมแล้วกดผสมมันพร้อมกับแปลงร่างวิญญาณมังกร

[คุณได้รับสกิล9ดาว [แปลงร่างมังกรอมตะ]!]

หลิงอี้ดูมันครู่หนึ่งและพบว่ามันเป็นสกิลแปลงร่างที่ค่อนข้างดี

เขาไม่สนใจสกิลแปลงร่างจึงลังเลที่จะกลายพันธุ์สกิลนี้

‘หว่านชิงชอบสกิลแปลงร่างเป็นพิเศษ เธอชอบสกิลประเภทนี้ ถ้าไม่กลายพันธุ์ตอนนี้น่าจะดีกว่า แต่มันใช้คะแนนกลายพันธุ์ไม่ถึงร้อย’

ขณะที่หลิงอี้กำลังใช้ความคิด ทันใดนั้นลำแสงสีขาวที่ห่อหุ้มร่างมนุษย์ก็พุ่งมาจากระยะไกลและหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

หลิงอี้เงยหน้าขึ้น จะเป็นใครได้อีกถ้าไม่ใช่หลินอิ่ง?

“เรื่องจริงหรือเปล่า? ที่อยู่ในโดมดำ”

เธอถามเขาด้วยความกังวลก่อนจะร่อนลงมา

ตอนเซิ่งหย่ากลับไปเมื่อวานนี้ เธอบอกว่าจะไปบอกข่าวนี้ให้ทุกคนรู้ แต่พอตื่นขึ้นมาในเช้าวันนี้หลิงอี้กลับพบว่าโลกภายนอกยังสงบสุขดีราวกับว่าเธอไม่ได้พูดอะไรเลย

ถ้าลองคิดดูให้ดีมันก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย

เมื่อเห็นความกระตือรือร้นของหลินอิ่งที่ต้องรู้เรื่องนี้ให้ได้ หลิงอี้จึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดอย่างใส่ใจ “ความจริงแล้วฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน สุดท้ายแล้วมันก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ แต่มันน่าจะเป็นเรื่องจริง”

พอได้ยินแบบนั้นหลินอิ่งก็ฝืนยิ้มออกมาและมองลงพื้นด้วยสีหน้าโดดเดี่ยว

นักรบทูตสวรรค์ในระยะไกลยังคงกวาดล้างมอนสเตอร์ในด่าน11อยู่ หลิงอี้มองหญิงสาวตรงหน้า เขารู้สึกอายมากจนเขาอยากจะแลกที่กับนักรบทูตสวรรค์ทันที

“อันที่จริงเธอไม่ต้องกังวลขนาดนั้นหรอก ถึงฉันจะไม่รู้ว่าการควบคุมแบบไหนที่ต้องใช้เวลาหลายสิบวันถึงจะสำเร็จ แต่ในโลกนี้ต้องมีทางออกให้แน่นอน”

“ประเทศเป่ยสงมีเครื่องมือเทพที่ย้อนเวลาในช่วงชีวิตของคนอื่นได้ไม่ใช่เหรอ? เธอก็แค่ใช้มันกดทับสิ่งที่ไม่ดีในอดีต”

หลินอิ่งพยักหน้าเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ส่ายหัวและพูดในแง่ร้าย “แต่จำนวนการใช้งานเครื่องมือเทพมีค่ามาก ถ้าจะยืมมันเราจะต้องจ่ายในราคามหาศาล”

“ฉันแค่ยกตัวอย่าง”

หลิงอี้หลบสายตาไปข้างๆและพูดอย่างหมดหนทาง “มันต้องมีทางอื่นอีก เพราะอย่างนั้นเธออย่าเพิ่งมองโลกในแง่ร้ายเลย.

หลังฟังคำพูดของเขาหลินอิ่งก็คิดเรื่องนี้มากขึ้น

แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือตอนนี้เธอได้รับข้อความจากพ่อของเธอ

[หลินเหมิ่ง: โอ้ พ่อสบายดี พ่อเป็นหมดสติเพราะหมอกปีศาจเมื่อคืนน่ะ ตอนนี้พ่อสบายดีแค่ขยับตัวไม่ได้เท่านั้นเอง]

เมื่อวานนี้เธอส่งข้อความไปหาพ่อมากมาย แต่เธอไม่ได้รับการตอบกลับเลยแม้แต่ข้อความเดียว

และสิ่งที่หลินเหมิ่งตอบกลับตอนนี้คือสิ่งที่เธอถามก่อนหน้านี้

[หลินอิ่ง: จริงเหรอ?]

“เยี่ยมไปเลย!”

หลินอิ่งคว้าแขนหลิงอี้และกระโดดโลดเต้นอย่างตื่นเต้น “พ่อเพิ่งฟื้นแล้วส่งข้อความมาหาฉัน”

หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้รับคำขอการโทรผ่านวิดีโอจากพ่อ

เธอกดรับอย่างรวดเร็ว

ในวินาทีถัดมาเธอได้เห็นใบหน้าที่ยังกระฉับกระเฉงของพ่อ

ขณะที่กล้องเคลื่อนไป เธอก็เห็นหลินเหมิ่งกำลังถูกเถาวัลย์ขนาดใหญ่พันอยู่ในส่วนหนึ่งของต้นไม้ใหญ่ของเทพรัง ด้วยขนาดของเถาวัลย์ที่ใหญ่เขาจึงมีที่ว่างอีกมากให้เคลื่อนไหวและสามารถหลุดจากการพันธนาการของเถาวัลย์ได้ไม่ยาก

“เด็กน้อย ลูกเห็นแล้วใช่ไหม ตอนนี้พ่อยังปลอดภัยดีอยู่”

หลินเหมิ่งในภาพขยับมือและเท้าเล็กน้อยจากนั้นเลื่อนกล้องไปทางอื่นเพื่อให้เธอเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน

เธอเห็นลูกบอลส่องแสงลอยอยู่ใกล้คนหลายคน มันส่องสว่างในบริเวณมืดนี้ให้สว่างไสวราวกับเที่ยงวัน

ลั่วหยวนและหนานกงฮั่นถูกพันธนาการอยู่ไกลออกไปมากกว่าสิบเมตร และทั้งคู่ดูเหมือนจะยังอยู่ในสภาพดี

คนอื่นที่อยู่ใกล้ๆก็ถูกพันธนาการไว้เช่นกัน และบนพื้นที่มีเถาวัลย์ปกคลุม มีคนสองสามคนนั่งกระจัดกระจายอยู่บนพื้น

หลินอิ่งยังเห็นเทพธิดาจางชิงเรียกเข็มขัดพลังงานพลังงานออกมาบินไปท่ามกลางฝูงชนเพื่อรักษาพวกเขา

ในขณะที่เธออยู่ในอาการงุนงง กล้องก็หันกลับมาที่ใบหน้าของหลินเหมิ่งซึ่งกระซิบว่า “มีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้รังเทพตกอยู่ในสถานะที่คล้ายกับการหลับ”

“ก่อนหน้านี้พวกเราลองโจมตีมันและพบว่านั่นจะเป็นการกระตุ้นให้มันโจมตีกลับ ผู้เล่นอ่อนแอบางถูกฆ่าไปแล้ว

หลินเหมิ่งคุยกับหลินอิ่งสักพัก สุดท้ายก็ปลอบหลินอิ่งก่อนจะปิดวิดีโอ “ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ต้องห่วงพ่อ พ่อยังต้องรวบรวมข้อมูลของราชามอนสเตอร์จากที่นี่อีก”

“พ่อไม่รู้ว่าราชามอนสเตอร์จะเริ่มโจมตีอีกเมื่อไหร่ แต่ลูกไม่ต้องห่วงเรื่องที่พ่อไม่ตอบกลับนะเพราะตอนนั้นพ่อคงหมดสติอยู่ ไม่มีอะไรให้พูดแล้ว พ่อต้องส่งข้อมูลราชามอนสเตอร์ไปให้พันธมิตรเสินก่อน วางสายแล้วนะ”

หลังจากการสนทนาทางวิดีโอสิ้นสุดลง หลินอิ่งก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก หัวใจที่เป็นกังวลของเธอสงบลงมาก

ด้านข้าง หลิงอี้ที่เฝ้าดูทุกอย่างพยักหน้าอย่างครุ่นคิด

'สถานการณ์ข้างในเหมือนจะไม่ร้ายแรงอย่างที่คิด’