“ยังไม่ต้องพูดถึงหนังสือสัจธรรมเลย นอกจากทางเดินมิติที่ดูดซับการโจมตีของศัตรูได้แล้ว มันยังไว้ให้คนอื่นซ่อนตัวได้ด้วย”
ส่วนอีกสามอย่างที่เหลือ หลิงอี้ยังไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้กับอะไร
ตอนนี้รวบรวมสกิลไว้ใน[หนังสือสัจธรรม]ก่อน
ตอนฆ่าเทพมรณะปีกดำเมื่อวานนี้ เพราะมี[ย้อนกลับความน่าจะเป็น]มันเลยมันดรอปสกิล10ดาวให้3สกิล
สกิลทั้งสามคือ[บทเพลงยมโลก]ทำให้อ่อนแอระยะกว้าง [จุดจบของดินแดนล่มสลาย]บังคับตายทันทีระยะกว้าง และ[แยกสองโลก]ขับไล่เดี่ยว
หลิงอี้กลายพันธุ์พวกมันแล้วบันทึกลงไป
“ฮี่ฮี่ฮี่ ท่าไม้ตายของเทพมรณะที่กลายพันธุ์แล้วถูกบันทึกในหนังสือสัจธรรมแล้ว”
สี่ทุ่ม ดาวดวงส่องแสงเต็มฟ้า
ในลานบ้าน หลิงอี้กำลังรับลมยามดึกใต้ต้นไม้ ป้าของหลินเซียนมาหา
เมื่อเธอเข้ามาเธอก็ถามเขาทันที “นายมีหยางชี่เท่าไหร่แล้ว?”
“470”
หลินเซียนพยักหน้าเดินมาทางเขา เธอพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่เลว ดูแล้วนายน่าจะทำงานหนักจริงๆ”
“เพราะอัตราการไหลของเวลาในมิติตระกูลเรามีเวลาครึ่งหนึ่งของโลกภายนอก หมายความว่าถ้าฉันอยู่ข้างในฉันจะได้หยางชี่เกือบสองเท่า” หลิงอี้อธิบาย
“ดี”
หลินเซียนเดินมาตรงหน้าเขา เธอก้มหน้าคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นแนะนำว่า “ทำไมนายไม่ไปลองดูตอนนี้เลยล่ะ?”
“ห๊ะ?”
“ไต้ซือหยางชี่ของไป๋เซี่ยงกับและผู้มีหยางชี่แข็งแกร่งของเป่ยสงกำลังจะลองกันคืนนี้ ตอนนี้พวกเขาอยู่หน้าโดมใหญ่แล้ว ส่วนนายอยู่ห่างจากเป้าหมายอีกแค่30 หรือจะทำงานหนักต่อ?”
“นี่”
หลิงอี้ลูบคางขมวดคิ้ว “บางที470แต้มอาจจะทำได้แล้ว แต่ไม่รู้ว่าหลังจากเทพรังพัฒนาความแข็งแกร่งแล้วเยื้อหุ้มสีของร่างแยกจะพัฒนาขึ้นด้วยหรือเปล่า...แต่ในเมื่อไปอยู่หน้าโดมกันแล้ว ฉันก็จะไปด้วยเหมือนกัน”
เพียงแต่
เมื่อเขากลับมาที่ห้องโถงเพื่ออำลาพวกเธอ จู่ๆหลินซูโหรวก็พูดขึ้น “นายมี'โอนย้ายปาฏิหาริย์’ไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้พวกเราไม่ได้ออกไปไหนเลยไม่ได้ใช้คุณสมบัติ นายจะยืมไปก่อนไหม?”
“อืม ได้”
[โอนย้ายปาฏิหาริย์]กลายพันธุ์มาจากสุดยอดปาฏิหาริย์รวมร่าง]
สามารถโอนคุณสมบัติของผู้อื่นให้ตัวคุณเองได้ชั่วคราว ในช่วงเวลานี้ค่าประสบการณ์ที่คุณได้รับจากการต่อสู้จะถูกแบ่งให้กับคนที่คุณยทมคุณสมบัติ
สามารถโอนคุณสมบัติได้สูงสุด5คนในเวลาเดียวกัน
หลังจากรับคุณสมบัติของพวกเธอมา เขาก็ไปทะเลทิศใต้อีกครั้งด้วย[เครื่องเทเลพอร์ตทั่วโลก]
เกาะเล็กห่างจากโดมดำเพียงพันเมตร
ที่นี่ยังคงถูกปกคลุมด้วยความมืด ไม่สามารถเห็นดวงดาวยามค่ำคืนบนท้องฟ้า มองไปทางทะเลก็เห็นเพียงความมืดมิด
บนเกาะเล็กมีประภาคารมากมาย มีนักข่าวจากสำนักงานหนังสือพิมพ์ทั่วโลกและผู้เล่นมากมายอยู่ใต้ประภาคาร
“ไต้ซืออาหมี่จากไป๋เซี่ยงและมิลล์ครีกผู้มีเซวี่ยชี่แข็งแก่งจากเป่ยสงนัดรวมตัวกันลองทำลายโดมดำคืนนี้”
“พวกเขาจะทำสำเร็จหรือเปล่า?”
“น่าจะเป็นไปได้ ฉันได้ยินมาว่าเพื่อให้ประสบความสำเร็จประเทศเป่ยสงถึงกับให้หนึ่งในนายพลรุ่งอรุณใช้เครื่องมือเทพมาช่วยครีก ครีกจึงมีคุณสมบัติชั่วคราวเพิ่มขึ้นเป็นพันแต้ม!”
“ว้าว ดูแล้วครีกน่าจะมีโอกาสทำลายมันได้”
พอได้ฟังการสนทนาของผู้คนโดยรอบ หลิงอี้จึงหันไปมองทั้งสองร่างที่ลอยอยู่บนฟ้าในที่ห่างไกล
เมื่อประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาดีขึ้น เขาจึงมองเห็นได้ชัดเจนในความมืด
แม้ว่าชายทั้งสองจะหันหลังให้ แต่เขาก็ยังเห็นชายหัวโล้นในเสื้อคลุมพระภิกษุทางด้านซ้ายและชายร่างกำยำในชุดทหารทางด้านขวาได้อย่างชัดเจน
“สองคนนั้นทำอะไรกัน?”
ขณะที่หลิงอี้กำลังสับสน มีใครบางคนเจอเขาและตะโกนออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า “ศูนย์หนึ่ง ศูนย์หนึ่ง ศูนย์หนึ่งมาที่นี่เหมือนกัน”
ในทุกวันนี้คำว่า‘ศูนย์หนึ่ง’กลายเป็นคำที่ละเอียดอ่อนมาก เมื่อพวกเขาได้ยินชื่อนี้เส้นประสาทความรู้สึกในสมองของพวกเขาก็ถูกกระตุ้นทันที ทุกคนหันหน้าไปมองอย่างรวดเร็ว
ในชั่วพริบตามีหลายร้อยสายตาจับจ้องที่เขา
แม้ว่าเขาจะถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะ แต่คนทั่วโลกต่างได้เห็นการเติบโตของเขาและเกือบทุกคนรู้ว่าเขาหน้าตาแบบไหน ดังนั้นเขาเลยจึงไม่ต้องปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์อีก
หลิงอี้หันไปมองคนเหล่านั้นแล้วพุ่งไปด้านข้างไต้ซืออาหมี่กับครีกที่อยู่ไกลหลายร้อยเมตรทันที
หลังจากเขามาถึงสองวินาที ทั้งสองก็สังเกตเห็นเขา
ไต้ซืออาหมี่ถกแขนเสื้อขึ้นและประสานมือ “น้องชายวิ่งไปมาพร้อมกับเครื่องมือเทพสองชิ้นแบบนี้ เกรงว่าจะดึงดูดหัวขโมยได้ง่าย”
หลิงอี้มองเขาแปลกๆ เขาเลิกคิ้วขึ้นพูด “นายควรเรียกฉันว่าผู้ให้ทานไม่ใช่เหรอ? แล้วนายไม่พูดถึงพระพุทธเจ้าเหรอ? อมิตตาพุทธไปไหน?”
“น้องชายอย่าพูดไร้สาระ ฉันเป็นคนไป๋เซี่ยง”
ด้านข้าง ครีกที่แต่งตัวเป็นทหารรับจ้างหยิบซองบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เขา “เอาไหม?”
หลิงอี้โบกมือ “ฉันไม่สูบบุหรี่”
ครีกหยิบขวดไวน์ออกมาแล้วยื่นให้เขา “สักขวดก่อนสู้?”
มุมปากหลิงอี้กระตุกริม เขาส่ายหัวปฏิเสธ “ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เหมือนกัน”
เขาไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงไม่ค่อยรู้เรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากนัก แต่เขาเห็นบนขวดนั้นเขียนว่า‘96%’
เขารู้สึกหมดคำจะพูดอยู่ในใจ นี่เป็นสถานการณ์เขาไม่เคยคิดถึงมาก่อน
พอเห็นศูนย์หนึ่งปฎิเสธครีกก็ไม่ได้ยืนกราน เขาเก็บเครื่องดื่มกลับแล้วจุดไฟให้ตัวเอง
“พวกคุณกำลังทำอะไร?”
“เรากำลังแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน อยากร่วมด้วยไหม”
“อ่า ไม่ต้องหรอก ฉันมีแล้ว”
หลิงอี้ได้ข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดจากหลินเซียน ผู้หญิงคนนี้กังวลเรื่องเทพรังมาก
โดยไม่รอทั้งสองคน เขาหันไปทางโดมดำขนาดใหญ่สูงประมาณ100เมตรที่อยู่ไกลออกไปแล้วบินพุ่งเข้าไป!
เมื่อเห็นเขาจากไปไต้ซืออาหมี่จึงส่ายหัวและหัวเราะเล็กน้อย “ไม่ว่าข่าวลือจะเกินจริงแค่ไหน เขาก็ยังเป็นแค่คนหนุ่มที่ใจร้อนเกินไป”
ครีกพ่นควันบุหรี่ออกมาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย “ฉันคิดว่าพวกเขาไม่ต้องเข้าไปแล้วล่ะ ผู้ชายคนนั้นน่าจะจัดการมันได้”
“คุณไว้ใจเขาขนาดนั้นเลย?”
“คุณไม่รู้เหรอ? เขาไม่เคยทำสิ่งที่ตัวเองไม่มั่นใจ แม้แต่ราชามอนสเตอร์เลเวล90ก็ยังต้องแพ้ให้เขา เทพรังตัวนี้คงหยุดเขาไม่ได้หรอก”
“มันอยู่ขั้นไร้เทียมทานเลยนะ แตกต่างกันมาก” ไต้ซือหลับตาส่ายหัว
“ถ้าพวกเราไปท้าทายมันด้วย คุณคิดว่าโอกาสของเขาต่ำกว่าเราหรือเปล่า?”
ไต้ซืออาหมี่เงียบ
“ไปเถอะ กลับไปบอกคนทั่วโลกได้เลยว่าโดมดำจะแตกแล้ว”
เมื่อเขาเข้าไปในโดมดำ ร่างของเขาก็ถูกเทเลพอร์ตไปยังพื้นที่ที่มีการป้องกัน
หมอกขาวหนาทึบกระจายอยู่ทุกทิศทาง พื้นดินเป็นกระจกใสจนเห็นภาพสะท้อนได้อย่างชัดเจน
แสงออโรร่าหลากสีปกคลุมทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืน เมื่อเงยหน้ามองจะสามารถเห็นดวงดาวส่องแสงเป็นบางครั้ง
มองไปข้างหน้าห่างออกไปหนึ่งพันเมตร ร่างแยกขนาดเล็กของเทพรังซึ่งสูงเพียงร้อยเมตรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
ร่างกายท่อนล่างเป็นแมงมุมร่างกายท่อนบนเป็นต้นไม้
มองด้วยตาทิพย์
[ร่างแยกเทพรัง (เลเวล90)
ประเภท: ราชามอนสเตอร์
อันดับขั้น: ขั้นไร้เทียมทาน
คุณสมบัติ: ความแข็งแกร่ง2250, พลังเวท1800, ความว่องไว1350, ความทนทาน1800, ร่างกาย2250
สกิล: ร่างคุ้มกันสีเทพ(10ดาว,ติดตัว,ผสาน), กลิ่นอายความตาย(9ดาว,ติดตัว), เกราะพิษ(8ดาว,ติดตัว), สนามพลังกำจัด(10ดาว,ติดตัว)
สถานะปัจจุบัน: 100%]
ร่างแยกตัวนี้มีคุณสมบัติครึ่งหนึ่งและสืบทอดสกิลติดตัวของร่างหลักมา
แต่
พอมีคำว่า‘ขั้นไร้เทียมทาน’นั่นก็ทำให้จิตใจหลิงอี้มีพลังเพิ่มขึ้น120%
เขาสามารถสร้างความเสียหายให้มันได้แค่หนึ่งในสิบ แต่ราชามอนสเตอร์สามารถสร้างความเสียหายให้เขาได้สิบเท่า
ความต่างชั้นในครั้งนี้สูงมาก
“โชคดีที่คุณสมบัติความว่องไวของมันอ่อนกว่า ถึงจะไม่คัดลอกความว่องไวของจักรพรรดิน้ำแข็งฉันก็ยังหลบการโจมตีของมันได้”
ขณะที่พูด จักรพรรดิน้ำแข็งก็ปรากฏตัวข้างๆเขาและเขาร่างสองอย่างรวดเร็ว
หลิงอี้หันไปคัดลอกพลังเวทของเธอ
พลังเวทในปัจจุบัน: 7221!
เหตุผลที่หลินซูโหรวไม่ให้เพิ่มบัฟแก่พวกเขาในครั้งนี้เพราะ‘กลิ่นอายความตาย’ของเทพรังไม่ใช่แค่ทำให้ศัตรูบริเวณรอบๆเสียพลังชีวิตอย่างต่อเนื่อง แต่มันยังลบบัฟของศัตรูอีกด้วย
“เอาล่ะ ต่อไปก็”
หลิงอี้กับจักรพรรดิน้ำแข็งมองหน้ากัน ทั้งสองเริ่มเรียกกองทัพของตนออกมาอย่างใจตรงกัน
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved