ตอนที่ 150

เวลาล่วงเลยไปจนถึงตอนบ่าย

ในตอนเช้าหลิงอี้กับหลินซูโหรวไปช่วยเซี่ยหว่านชิงและหยุนจีทำความสะอาดบ้าน และทานอาหารกลางวันที่นั่นหลังจากทำทุกอย่างเสร็จ

พอพวกเขากลับมา หยุนจีกับเซี่ยหว่านชิงก็ตามกลับมาด้วย

เนื่องจากผิวพรรณของหลินซูโหรวดีขึ้นเรื่อยๆ พวกเธอจึงคุยกันเรื่องนี้ตอนทานอาหารกลางวัน

หลังจากได้รับการยินยอมจากหลิงอี้ หลินซูโหรวจึงบอกทั้งคู่ว่านั่นเป็นเพราะพวกเธอมีน้ำพุร้อนเพื่อเสริมความงาม

พอทั้งสี่คนกลับมา สามสาวก็ขึ้นไปชั้นบนพร้อมกัน

“บ่อน้ำพุร้อน...ต่อจากนี้พวกเธอคงมากันบ่อย”

หลิงอี้ดึงเก้าอี้ไม้มานั่งข้างหน้าต่างห้องโถง เขามองสวนท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายด้วยสายตาแปลกๆ “ตามจริงแล้วบ่อน้ำพุทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เป็นน้ำพุแห่งชีวิต ทำไมมันกลายเป็นบ่อน้ำพุเพื่อเสริมความงามไปแล้ว?”

เขาคิดเรื่องนี้และพบว่านั่นเป็นเพราะเขากับหลินซูโหรวไม่เคยได้รับบาดเจ็บ

แม้ว่าเขาได้รับบาดเจ็บ แต่[เครื่องดูดซับแสงอาทิตย์]จะทำให้ฟื้นตัวได้ทันที—เครื่องนี้กำลังรับแสงอยู่ข้างนอก

“ช่างเถอะ การไม่บาดเจ็บเป็นเรื่องดีเสมอ เป็นเรื่องดีแล้วที่ไม่ต้องใช้มันรักษา”

หลิงอี้ยืนขึ้นและกำลังจะกลับไปห้อง แต่เพิ่งเดินได้แค่ไม่กี่ก้าวกริ่งหน้าประตูเหล็กก็ดังขึ้น

ติ๊งต๊อง~

ติ๊งต๊อง~

เขาปล่อยสัมผัสรับรู้และพบว่าเป็นหนึ่งในสี่ทูตของพันธมิตรเสินนักบุญดาบฟีนิกซ์หนานกงหลี่และผู้ดูแลเขตนี้ฟางเฉิง

“หืม? พวกเขามาได้ยังไง?”

หลิงอี้เดินไปเปิดประตูเหล็กขนาดใหญ่แล้วมองทั้งสองคน

หนานกงหลี่ไม่ได้สวมชุดต่อสู้ของเธอมา แต่จับคู่กางเกงยีนสีน้ำเงินกับเสื้อแขนสั้นสีขาว แดดยามเที่ยงนั้นทำให้ผมหางม้าสีบลอนด์แดงของเธอดูเปล่งประกายมาก

เธอสูงประมาณ1.75เมตร ซึ่งถือว่าสูงกว่าในหมู่ผู้หญิง

ตอนนี้เธอกำลังสำรวจหลิงอี้ด้วยดวงตาสีแดงเหมือนไฟจากนั้นพูดว่า “สวัสดี คุณคือหลิงอี้หรือเปล่า?”

“อ่า ใช่”

“ฉันได้ยินมาว่าคุณมีดาบธาตุคู่?”

“ใช่”

“คุณอยากเข้าร่วมกับเราไหม?”

“ห๊ะ?”

หนานกงหลี่เดินเข้าไปอย่างไม่ลังเล

เมื่อเห็นท่าทีงุนงงของอีกฝ่ายเธอจึงอธิบาย “ฉันเป็นหัวหน้าหน่วยฟินิกซ์ของสำนักงานใหญ่พันธมิตรเซิน เป็นหนึ่งในสี่ทีมของทีมปฏิบัติการรบ ฉันขอเชิญคุณเข้าร่วมกับสำนักงานใหญ่ของเรา สำนักงานใหญ่มีทรัพยากรในการฝึกมากที่สุดในประเทศ ในเวลาหนึ่งปีคุณจะโดดเด่นยิ่งกว่าผู้เล่นรุ่นเดียวกัน ในเวลาห้าปีคุณอาจได้เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ”

“ไม่”

หลิงอี้ส่ายหัวปฏิเสธเธอ

พอพูดจบเขาก็ได้ยินเสียงโทรเข้าดังขึ้นจากกระเป๋าหนานกงหลี่

“ขอโทษนะ ฉันขอไปรับสายก่อน”

หนานกงหลี่เดินออกไปสิบเมตรแล้วค่อยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

ปล่อยให้หลิงอี้กับฟางเฉิงมองหน้ากันอยู่ตรงนั้น

“จำฉันได้ไหม? เราเจอกันครั้งที่แล้ว” ฟางเฉิงอายุประมาณสามสิบพูดติดตลกกับหลิงอี้ เขายังคงสวมสูทสีดำ ไว้ผมทรงสกินเฮด สูง1.9และมีร่างกายกำยำ

“จำได้” หลิงอี้ยิ้ม

“ฉันคิดไม่ถึงว่านายจะมีดาบธาตุคู่...”

ขณะที่ฟางเฉิงกำลังพูด เสียงพูดคุยจากสายโทรศัพท์ของหนานกงหลี่ก็ลอยตามลมเข้ามาในหูหลิงอี้

ปลายสายอีกด้าน “ในตอนเที่ยงของวันมะรืน ศาลเจ้าป่าจะปรากฏในนครเชียนเจียงเมืองหยุนฮว๋า มีไอเทมระดับAชื่อ‘น้ำศักดิ์สิทธิ์กลางป่า’อยู่ในดินแดนลับนั้น มีข่าวลือว่าผู้นำประตูศักดิ์สิทธิ์ต้องการใช้มันในการติดต่อกับพวกระดับสูง ฉันคิดว่าประตูศักดิ์สิทธิ์จะเข้าโจมตีน้ำศักดิ์สิทธิ์กลางป่าด้วย คราวนี้พวกเราต้องจับมันมาให้ได้”

หนานกงหลี่ “เข้าใจแล้ว ฉันจะพาทีมฟีนิกซ์เข้าไปด้วย”

วางสาย

หนานกงหลี่เก็บโทรศัพท์กลับ พอท่องจำเรื่องทั้งหมดแล้วเธอก็เดินกลับไปหาทั้งสองคน

แม้จะโดนสายโทรเข้าขัดจังหวะแต่เธอจำตอนที่หลิงอี้ปฏิเสธได้ เธอไม่คิดโน้มน้าวเขาต่อ แต่พอเดินมาแล้วเธอก็ถามเขาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว “คุณจะปฏิเสธจริงๆเหรอ? มีวันหยุดให้ทุกสัปดาห์นะ”

หลิงอี้ส่ายหัว

ตอนนี้เขามีไม่มีปัญหาเรื่องเงินแล้ว จำเป็นต้องไปทำงานอีกเหรอ?

“ถ้าอย่างนั้นเราจะไม่รบกวนคุณแล้ว”

หนานกงหลี่เองก็ไม่อยากโน้มน้าวเขาเช่นกัน นี่เป็นตัวตนที่หลายคนใฝ่ฝัน เธอจึงไม่ร้องขอเขาถ้าเขาไม่มา

แม้ว่าดาบธาตุคู่จะทรงพลังมาก แต่มันยังไม่เพียงพอที่จะใช้สิ่งนี้อย่างเดียว

และเมื่อทั้งสองหันหลังออกไป หลิงอี้ก็หยุดพวกเขาทันที “เดี๋ยวก่อน!”

“หืม?” ทั้งสองหันกลับมามอง

หรือว่าเขาเปลี่ยนใจ?

“ฉันได้ยินมาว่าประตูศักดิ์สิทธิ์จะมาช่วยหม่าเล่อผมเงินที่คุณจับได้ในตอนเที่ยงของวันพรุ่งนี้ พวกเขาจะใช้แผนจุดระเบิดเพื่อดึงดูดความสนใจของคุณ”

“ระเบิด!?” หนานกงหลี่กับฟางเฉิงมองหน้ากัน พวกเขาต่างเห็นความแปลกใจในแววตาอีกฝ่าย

“ใช่ ระเบิดน่าอยู่ใจกลางสวนเจียงฮวาใกล้ๆกับตึก15”

ผู้เล่นมีวิธีตรวจจับระเบิดมากมาย การที่เขาพูดถึงตำแหน่งโดยประมาณจึงเป็นเรื่องที่เพียงพอแล้ว

หนานกงหลี่สำรวจหลิงอี้อีกครั้ง เธอขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย “คุณได้ข่าวนี้มาจากไหน?”

หลิงอี้ส่ายหัวและบอกว่าเขาไม่อยากพูดอะไร

พอเห็นแบบนั้นหนานกงหลี่ขึงพยักหน้าเล็กน้อย “เข้าใจแล้ว พรุ่งนี้เราจะระวังเรื่องนี้ ขอบคุณที่คุณเตือน”

“ลาก่อน”

หน้าบ้านของหลิงอี้เป็นด้านหลังตึกของเหยื่อประสบภัย ตรงข้ามกับตึกเหยื่อประสบภัยคือพันธมิตรเสินสาขาเมืองอึ๋งหั่ว

ซึ่งห่างกันไม่ถึง100เมตร

ดังนั้นทั้งสองจึงไปถึงหน้าประตูสาขาเมืองอึ๋งหั่วในเวลาสั้นๆ

“นายคิดว่ายังไง?” ด้านหน้าประตู หนานกงหลี่ถามฟางเฉิงด้วยเสียงเบา

“อืม...ฉันรู้สึกหลิงอี้น่าจะมีแรงจูงใจบางอย่าง แต่พวกเราระวังไว้หน่อยก็ดี” ฟางเฉิงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนให้คำตอบที่สมเหตุสมผล

“อืม”

หนานกงหลี่ตอบเสียงเบา “ถ้าอย่างนั้นเรื่องในวันพรุ่งนี้ฝากให้นายจัดการด้วย”

“ได้!”

ฟางเฉิงเป็นผู้ดูแลและปกป้องความปลอดภัยของเขตนี้ แม้ว่าทูตของสำนักงานใหญ่ไม่บอกให้เขาจัดการ พรุ่งนี้เขาก็ส่งคนไปดูแลอยู่ดี

——หนานกงหลี่เป็นหนึ่งในสี่ทูตของพันธมิตรเสิน เธอมีอำนาจแท้จริงอยู่ในมือ พูดตามตรงแล้วเธอเป็นหัวหน้าของเขา

หัวหน้าโดยตรงของเขาคือหัวหน้าสาขาเมืองอึ๋งหั่ว เหนือหัวหน้าของเขาผู้พิทักษ์นครเชียนเจียง

สถานะของผู้พิทักษ์เทียบได้กับสมาชิกชั้นยอดของสำนักงานใหญ่ สมาชิกชั้นยอดเหล่านี้จะถูกแบ่งออกเป็นสี่ทีมและอยู่ภายใต้การควบคุมของหัวหน้าทั้งสี่

ถ้ามีตำแหน่งผู้พิทักษ์ว่าง หัวหน้าทีมจะคัดเลือกผู้พิทักษ์จากสมาชิกชั้นยอดเหล่านี้

เมื่อหัวหน้าทีมส่งตัวมาที่นคร เขาจะมีอำนาจในการระดมผู้ดูแลจากเขตต่างๆ

อีกด้านหนึ่ง

หลิงอี้ที่ได้ยินการสนทนาของทั้งสองคนก็เดินกลับห้องโถงและถอนหายใจอย่างโล่งอก “ในที่สุดฉันก็ส่งงานให้พันธมิตรเสินได้”

เขากลับมานั่งในห้องโถงและทวนเนื้อหาการสนทนาผ่านโทรศัพท์นั้น

“ศาลเจ้าป่า...น้ำศักดิ์สิทธิ์กลางป่า…”

เขาจำโชคชะตาที่เขาเห็นของหม่าเล่อสมาชิกประตูศักดิ์สิทธิ์ได้ และเขาได้บันทึกตำแหน่งน้ำศักดิ์สิทธิ์กลางป่าไว้แล้ว

“ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่องค์กรมืดต้องการ ถ้าอย่างนั้นฉันจะนำพวกมันไปหนึ่งก้าว”

แดดยามบ่ายสดใสมาก เสียงจักจั่นร้องดังทั่วสนาม หลิงอี้ว่าจะกลับไปนอนกลางวันที่ห้อง