หลังจากหลิงอี้ออกไปแล้ว หยุนก็ลุกขึ้นแล้วบอกให้หลินซูโหรวตามเข้าไปในห้องโดยบอกว่าอยากคุยเรื่องส่วนตัว
เหลือแค่เซี่ยหว่านชิงกับหลิงเอ๋อร์ที่มองหน้ากันโดยไม่พูดอะไร
…
หนานกงหลี่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและกำลังอ่านข่าวฟอรัมของวันนี้ในบ้านเช่าชั่วคราว
“ราชาเงาโดนจับแล้ว!” (ร้อนแรง)
“ความคิดลึกลับทำให้ราชาเงาบอกจุดอ่อนตัวเอง?” (ร้อนแรง)
“ผู้เล่นเสินเซี่ยหลิงอี้ปลดล็อกการทำงานของรูปปั้นอีกครั้ง” (ร้อนแรง)
“เสินเซี่ย: แผ่นดินต้องห้ามขององค์กรมืด!” (ร้อนแรง)
เรื่องที่ราชาเงาโดนจับตัวในเสินเซี่ยทำให้เกิดความฮือฮาไปทั่วโลก!
เพราะเขาไม่ใช่แค่ผู้เล่นแข็งแกร่งธรรมดา แต่เขาเป็นถึงผู้นำองค์กรมืดอันดับสองของโลกและผู้เล่นอันดับ20 ของโลก--ผู้เล่นขั้นไร้เทียมทาน!
ผู้แข็งแกร่งระดับนี้สามารถเคลื่อนไหวไปได้ทั่วโลก ต่อให้จะเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งขั้นไร้เทียมทานคนอื่นเขาก็ยังหนีได้อย่างง่ายดายถ้าไม่ต้องชนะคนพวกนั้น โอกาสที่จะจับเขาได้เป็นศูนย์
แต่ผู้แข็งแกร่งคนนี้กลับโดนจับตั้งแต่วันแรกที่เข้าเสินเซี่ย นี่เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายมาก
“จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เมื่อลั่วหยวนออกมาจากดินแดนลับเขาก็ปิดกั้นมิติทันที หลังจากนั้นเสาหลักเทพหลินกับหยุนก็ลงมือ พวกเขาใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงในการจับเป็นชายคนนี้!”
“สุดยอด! แน่นอนว่าเสินเซี่ยไม่ได้เข้ามาได้ง่ายๆ!”
“ก่อนหน้านี้ผู้นำประตูศักดิ์สิทธิ์ก็เข้า ต่อจากนั้นประตูศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกทำลาย ตอนนี้ผู้นำโลกแห่งเงาเข้ามาและโดนจับ เสินเซี่ยเป็นสถานที่ที่อันตรายจริงๆ!”
“แปลกๆแล้ว! จุดสำคัญคือพฤติกรรมของราชาเงามันแปลกเกินไป! ฉันว่าต้องมีพลังลับบางอย่างที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของเขา สิ่งนั้นน่าจะเป็นตัวการมากกว่า!”
“…”
หนานกงหลี่ขมวดคิ้วขณะที่ดูข่าวร้อนในฟอรัมและความคิดเห็นของผู้เล่น
“เสินเซี่ยของเรา...ยอดเยี่ยมขนาดนั้นเลย?”
ก่อนหน้านี้ประตูศักดิ์สิทธิ์และโลกแห่งเงาก็เคยเข้ามาเสินเซี่ยเหมือนกัน
แต่เสินเซี่ยในเวลานั้นก็เหมือนกับประเทศอื่นๆ นอกจากทุบตีหนูพวกนี้ได้ยากแล้วยังจับพวกมันได้ทีละตัว
แต่ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมาองค์กรมืดขนาดใหญ่ทั้งสองต่างได้รับความสูญเสียอย่างหนักติดต่อกัน ดังนั้นเธอจึงเกิดภาพลวงตาว่าผู้เล่นเสินเซี่ยแข็งแกร่งขึ้น
“ไม่ ผู้เล่นของเราไม่ได้แข็งแกร่งขึ้นแต่เป็นเพราะ...”
หนานกงหลี่มองข้อมูลหนึ่งที่คนอื่นไม่ค่อยสังเกต เธอมองชื่อ‘หลิงอี้’แล้วพูดเสียงเบา “เป็นเพราะเราได้เจอเขา”
“แต่...”
“เขาเป็นแบบนี้ก็ไม่เป็นไร…ฉันรู้สึกว่าเขามีชื่อเสียงมากพอแล้ว ถึงเขาจะไม่โดนสงสัยแต่เขาก็ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์”
สายลมเบาพัดเข้ามาในห้องนั่งเล่นทำให้ผมสีบลอนด์แดงของเธอปลิวไสว
จู่ๆหนานกงหลี่ที่นั่งไขว่ห้างบนโซฟาโดยก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง
เธอหันไปและส่งดวงตาสีแดงสวยงามมองไปที่ระเบียง!
พอเห็นร่างเบลอที่ระเบียง รูม่านตาของเธอก็หดลงทันที!
ร่างเบลอค่อยๆร่อนลงบนพื้นแล้วเดินเข้ามาหาเธอทีละก้าว ร่างนั้นค่อยๆชัดขึ้นเมื่อเดินเข้ามา
เมื่อมาถึงตรงหน้าเธอร่างนั้นก็เปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์ที่คุ้นเคยแล้ว
เมื่อเห็นใบหน้ายิ้มแย้มหล่อเหลาตรงหน้า หนานกงหลี่ก็กลับตาสูดหายใจเข้าลึก เธอหายใจออกช้าๆและพูดด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อย “เป็นนายจริงด้วย”
“หลิงอี้!”
หลิงอี้ยิ้มเล็กน้อยและไปนั่งข้างเธอ—บ้านเช่าแห่งนี้ไม่มีแม้แต่เก้าอี้สำรอง ดังนั้นเขาจึงนั่งได้แค่ตรงนี้
“ฉันรู้ว่าคุณคาดเดาเรื่องฉันอยู่แล้วฉันเลยไม่หลบหน้า ฉันมาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือ”
พอได้ยินแบบนั้นหนานกงหลี่จึงปิดปากยิ้มและพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ถ้านายไม่มีปัญหานายคงไม่มาหาฉันแล้วเปิดเผยตัวตนโยไม่มีเหตุผล”
“บอกมา ถ้าฉันช่วยได้ฉันจะช่วยนายให้ถึงที่สุด”
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ฉันต้องการยืมหินราตรีขั้นสูงจากเธอ แล้วฉันจะคืนให้ตอนที่มี”
“อ๋อ เป็นหินราตรีขั้นสูงนี่เอง”
หนานกงหลี่พยักหน้า เธอโบกมือปัดและพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่จำเป็นหรอก ฉันมีหินราตรีแค่สามก้อน ให้นายหมดเลยแล้วไม่จำเป็นต้องคืนด้วย”
เธอหยิบหินราตรีขั้นสูงออกมา3ก้อนและมอบให้เขา
หลิงอี้รับมันและเก็บไว้ในกระเป๋าเป้
[เหรียญทองสองเท่า: หินราตรีขั้นสูง+3]
มองดูอีกครั้งจำนวนหินราตรีสูงที่เขามีก็เพิ่มเป็น91ก้อนแล้ว!
'หลังเที่ยงคืนคนฉันจะได้รับอีก2ก้อนและเพิ่มเป็น93ก้อน ถ้าคืนพรุ่งนี้บอสเตอร์ปรากฏขึ้น4ตัวก็จะสะสมได้ครบ!’
แต่มันค่อนข้างยากที่จะปรากฏขึ้นพร้อมกัน4ตัว นั่นทำให้หลิงอี้กังวลเล็กน้อย
พอเห็นเขาได้หินราตรีสามก้อนแต่ยังทำหน้าเศร้าอยู่ หนานกงหลี่จึงไม่อยากทำให้เขาผิดหวังเลยพูดขึ้นว่า “ถ้านายต้องการหินราตรีขั้นสูง พรุ่งนี้ฉันจะขอให้ทางสาขาดูว่ามีผู้เล่นของนครไหนบ้างที่อยากจะแปลกเปลี่ยน พันธมิตรเสินของเราจะใช้ทรัพยากรบางอย่างแลกให้เอง”
“เพราะนอกจากฆ่าบอสมอนสเตอร์แล้ว หินราตรีขั้นสูงยังมีโอกาสเจอได้ในหีบสมบัติ ผู้เล่นคนอื่นอาจจะมีมัน...แต่อย่าตั้งความหวังมากเกินไปล่ะ หีบสมบัติที่มีหินราตรีขั้นสูงไม่มีใครเปิดได้มาหลายวันแล้ว”
หลิงอี้รู้ว่ามีความหวังแค่เล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ขอบคุณอยู่ดี
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าไอเทมในหีบสมบัติถูกกำหนดไว้แล้งจึงทำให้‘ย้อนกลับความน่าจะเป็น’ของเขาใช้ไม่ได้ เขาคงไปหาหีบสมบัติทั้งคืน
“ถ้าอย่างนั้นฉันไม่รบกวนเธอแล้ว ลาก่อน” หลิงอี้ลุกขึ้นแล้วบอกลา
“ได้ ฉันจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ”
หนานกงหลี่ส่งเขาที่ระเบียงและเฝ้าดูเขาบินขึ้นไปบนฟ้าในยามค่ำคืน
ลมเย็นยามค่ำคืนพัดเบาๆผ่านหน้าม้าของเธอ
“คิดไม่ถึงเลย...”
เธอเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวที่ปกคลุมท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยดวงตาสีแดงและอดไม่ได้ที่จะพึมพำ “ดวงดาวมีมากมายนับไม่ถ้วน แต่แสงของพวกมันกลับไม่สามารถแข่งกับแสงของดวงจันทร์ที่สว่างไสวได้..."
…
หลังกลับมา หลิงอี้ไปห้องเล็กบนชั้นสองและเริ่มแช่น้ำพุร้อน
เป็นอย่างที่คิดไว้ มีคนคนหนึ่งอยู่ในบ่อน้ำพุร้อนก่อนแล้ว
เมื่อเห็นเขาเข้ามา คนคนนั้นก็เข้าด้วยใบหน้าแดง
“ฉัน...ฉันจะสระผมให้” เธอคุกเข่าในน้ำพุและเงยหน้าพูดกับหลิงอี้ที่เพิ่งลงมาในบ่อ สีหน้าของเธอทั้งประหม่าทั้งตื่นเต้น
“อืม...แต่ก่อนหน้านั้น...” หลิงอี้เดินไปหาเธอผ่านน้ำพุ เขามองเธอแล้วลูบผมของเธอ
เธอเข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนจนทำให้แก้มแดงขึ้น เธอใช้ลิ้นอ่อนนุ่มสีแดงเลียริมฝีปากเบาๆ จากนั้นปล่อยผมลงมาแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าโดยอ้าปากเล็กน้อย
กริ๊งกริ๊ง~
ในขณะเดียวกัน ห้องโถงชั้นแรก
เซี่ยหว่านชิงกับหลิงเอ๋อร์กระซิบกันด้วยอยากรู้และความตื่นเต้น และมักจะมองที่ชั้นบนเป็นครั้งคราว
ไฟในครัวเปิดอยู่และมีคนกำลังทำอาหารค่ำอยู่ข้างใน
ทุกอย่างดูสงบมาก
หลังจากทั้งสองกระซิบกันสักพักหลิงเอ่อร์ก็ถามเซี่ยหว่านชิงแบบติดตลกอีกครั้ง “เธอนอนคนเดียวแล้วไม่กลัวเหรอ?”
“ให้กลัวอะไรล่ะ?”
“พวกผีหรืออะไรแบบนี้ไง ถ้าท้องฟ้าสีดำปรากฏขึ้นอาจจะมีมอนสเตอร์ประเภทผีโผล่มาก็ได้”
“เฮอะ ฉันไม่กลัวหรอก”
แม้ว่าเซี่ยหว่านชิงจะกลัวแทบตาย แต่เธอก็เสแสร้งทำตัวกล้าหาญ
“จริงด้วย!” เธอมองหลิงเอ๋อร์ที่อยู่ด้านหน้าและพูดออกมาทันที “ทำไมเธอไม่ไปอยู่กับฉันสักวันล่ะ เรายังไม่เคยนอนด้วยกันเลย”
หลิงเอ๋อร์ตกตะลึงและก้มหน้าลงด้วยความลังเล
“อย่าไปคิดมากเลย ไปกันเถอะ! ฉันจะพาเธอไปเอง” เซี่ยหว่านชิงไม่อยากอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่หลังนั้น
“อืม...ก็ได้ ฉันไปบอกซูโหรวก่อน”
ในที่สุดหลิงเอ๋อร์ก็ใจอ่อนและพยักหน้าเห็นด้วย
…
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved