ตอนที่ 192

ขณะที่หลิงอี้เดินไปสถานีชั่วคราวของเจ้าหน้าที่พันธมิตรเสิน เขาคิดภายในใจว่าจะใช้วิธีไหนบอกพวกเขาดี

เมื่อเดินไปถึงบริเวณรอบนอก จู่ๆเขาก็เห็นชายวัยกลางคนหน้าตาอ่อนโยนสวมแว่นดำนั่งหลับพิงต้นไม้ใหญ่

‘ทูตเต่าดำ!’

ทูตทั้งสี่ของพันธมิตรเสินล้วนปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของพันธมิตรเสิน ซึ่งหลิงอี้จำพวกเขาได้

ชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาที่นอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เป็นหนึ่งในสี่ทูตขอพันธมิตร ทูตเต่าดำโจวจื่อเหวิน!

ว่ากันว่าเขาเป็นคนขี้เกียจชอบนอน ส่วนทูตหงส์แดงฝักใฝ่การต่อสู้ตลอดเวลา พูดได้ว่าพวกเขาเป็นขั้วตรงข้ามกัน

หลิงอี้ไม่ได้เข้าไปใกล้ เขาใช้สอดส่องโชคชะตาดูโชคตากรรมของอีกฝ่าย

[วันที่20เดือน6 เพื่อจับตัวเซิ่งฟู่เทียนพวกเขาจึงเข้าดินแดนลับ‘ศาลเจ้าดิน’ เริ่มการต่อสู้กับเซิ่งฟู่เทียนที่ใจกลางดินแดนลับ]

[หลังจากราชาเงาลอบฆ่านักบุญดาบลมคลั่งได้สำเร็จ อีกฝ่ายก็ร่วมมือกับเซิ่งฟู่เทียนจัดการกับเขา เขาดึงเวลาได้สำเร็จจนกระทั่งลั่วหยวนมาถึง]

[ลั่วหยวนใช้อาณาเขตพื้นที่เพื่อแยกพื้นที่ด้านในและด้านนอก]

[ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันสู้กับเซิ่งฟู่เทียนและราชาเงาจนเวลาของดินแดนลับสิ้นสุดลง]

“อืม...ฉันคงไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว”

หลังจากดูโชคชะตาของทูตเต่าดำหลิงอี้ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

ถ้าปล่อยให้เรื่องนี้เป็นไปตามธรรมชาติ ผู้แข็งแกร่งเหล่านี้คงทำให้ตัวเองจนมุม ตราบใดที่ไม่ได้เข้าใกล้นั่นก็หมายความว่าพวกเขายังไม่ได้อยู่ที่นี่

......

เมื่อถึงตอนเที่ยง ผู้เล่นก็รีบเข้าไปในทางเข้าดินแดนลับทันที

ไม่จำเป็นต้องสั่งอะไรทั้งนั้น

หลิงอี้และหยุนจีไม่ได้แยกตัวออกจากฝูงชนแต่ปะปนเข้าไปด้วย

หลังจากนั้นไม่นาน

พอยืนอยู่บนพื้นหินขรุขระ หยุนจีก็พูดด้วยความดีใจราวกับว่าเธอจำอะไรบางอย่างได้ “ใช่ ฉันจำได้แล้ว!”

เธอมองไปรอบๆอย่างรวดเร็วและเห็นว่าทุกคนต่างวิ่งกระจายออกไปอย่างบ้าคลั่งและไม่มีใครสนใจพวกเขา เธอโน้มตัวไปกระซิบข้างหูหลิงอี้ “เมื่อไม่กี่ปีที่ก่อนมีได้วัสดุระดับAแหล่งอากาศจักรวาลจากดินแดนลับนี้ ตอนนั้นเหมือนจะบอกไว้ว่ามันอยู่ในถ้ำ”

“ถ้ำ?”

“ใช่ ในถ้ำนั้นมีกับดักมากมายและนายจะได้ของดีหลังจากผ่านด่าน...ฉันได้ยินมาว่าข้อมูลของตำแหน่งนี้ถูกขายให้กับกองกำลังบางแห่ง แต่ก็ไม่ได้มีข่าวออกมา”

หลิงอี้จำได้ทันทีว่ามีถ้ำลึกลับตอนที่ดูโชคชะตานักบุญดาบลมคลั่ง

ที่ตั้งของมันอยู่ใต้หน้าผาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

“ถ้าดินแดนลับนี้ไม่มีถ้ำอื่นอีก ฉันก็รู้แล้วว่ามันอยู่ที่ไหน?”

“เอ๋?”

หยุนจีอ้าปากกว้างด้วยท่าทางประหลาดใจ แม้ว่าเธอไม่รู้ว่าหลิงอี้ได้ข้อมูลมาจากที่ใดแต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรมากและพูดอย่างมีความสุข “งั้นไปกันเถอะ!”

“อืม!”

ทั้งสองบินไปทางตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน

ด้วยการรับรู้อันยอดเยี่ยม หลิงอี้เจอหน้าผาอย่างรวดเร็วและพบถ้ำที่ค่อนข้างซ่อนเร้นอยู่กลางหน้าผา

“เจอแล้ว! ตามฉันมา!.

หลังจากนั้นไม่นาน

ทั้งสองเข้าไปในถ้ำบนผนังหินผ่านช่องเล็กๆที่มีความกว้างขนาดสองคน

ในนี้เป็นพื้นที่ต่ำและมีพื้นที่เพียง20ตารางเมตร สูงประมาณ2เมตรเท่านั้น

หยุนจีเป็นคนสูงขาวยาว ผมของเธออยู่ห่างจากเพดานเพียงฝ่ามือเดียว

ข้างหน้าทั้งสองเป็นประตูหินซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นทางเข้าถ้ำ

“เฮ้...ที่นี่มีประตูด้วย?”

นอกจากนี้ยังมีที่ประตูหินยังถูกล้อคด้วยกุญแจ ทั้งสองมองที่กุญแจหินด้วยสีหน้าสับสน

“นี่...ฉันไม่เคยได้ยินว่าต้องใช้กุญแจด้วย...หรือว่ากุญแจนั้นจะอยู่ในดินแดนแห่งลับ?” หยุนจีคาดเดา

“คงเป็นแบบนั้น”

“แล้วพวกเรา...”

“บางทีฉันอาจมีวิธี!”

ในการมองเห็นของหลิงอี้ มีข้อมูลของระบบปรากฏขึ้น

[กุญแจหินไม่อาจทำลาย - ศักยภาพในการกลายพันธุ์: ต่ำ]

'แม่กุญแจต้องใช้กุญแจเฉพาะในการเปิด ถ้าฉันกลายพันธุ์มันโดยทำให้โครงสร้างภายในเรียบง่าย บางทีฉันอาจจะเปิดมันได้ด้วยลวดเส้นเดียว’

เขาไม่เคยกลายพันธุ์ไอเทมที่มีศักยภาพในการกลายพันธุ์‘ต่ำ’ แต่ตอนนี้เขาได้ทำแล้ว

'ระบบ กลายพันธุ์กุญแจหิน!’

กุญแจหินที่อยู่ข้างหน้าเขาค่อยๆเป็นภาพเบลอ

ในตอนนั้นเองหยุนจีที่มองอยู่ก็ต้องตกตะลึง เธอกะพริบตาปริบๆแล้วขยี้ตาอีกครั้ง

พอเห็นแบบนั้นหลิงอี้เลยคิดในใจว่า 'ดูเหมือนคนอื่นสามารถเห็นการเบลอของไอเทมได้เหมือนกัน’

นี่เป็นครั้งแรกที่เขากลายพันธุ์บางอย่างภายใต้สายตาของคนอื่น

“หือ? เห็นนั่นไหม? เหมือนกุญแจหินจะเบลอๆนะ มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว!” หยุนจีเห็นกุญแจหินในดวงตาของเธอกลับเป็นเหมือนเดิม เธอจึงรีบชี้กุญแจหินและบอกหลิงอี้

“นี่แหละสิ่งที่ฉันบอก”

หลิงอี้หันไปถามด้วยรอยยิ้ม “เธอมีเข็มไหม?”

“อ๋อ อย่างนี้เอง...น่าจะมีเข็มอยู่นะ ขอหาดูก่อน”

หยุนจีพยักหน้าอย่างไม่ต้องคิดและเปิดกระเป๋าเป้เพื่อหามัน

แต่ในเวลานี้เอง ในการรับรู้ของหลิงอี้มีร่างหลายร่างบินลงมาที่หน้าผาและมุ่งไปที่ทางเข้าถ้ำ

“นักบุญดาบลมคลั่งน่าจะมาถึงแล้ว...”

หลังจากนั้นไม่นานคนเหล่านั้นก็ผ่านทางเข้าแคบๆมา

คนที่เดินนำมาไม่ใช่หนานกงฮั่นแต่เป็นลุงวัยกลางคนอีกคน ซึ่งหลิงอี้ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

ลุงวัยกลางคนสวมชุดกีฬาฤดูร้อนสีขาว บนใบหน้าแน่วแน่แสดงให้เห็นรอยยิ้มราวกับว่ากำลังออกมาเที่ยว

หลิงอี้ไม่รู้จัก แต่หยุนจีรู้

เธอหยิบเข็มออกมาและส่งให้หลิงอี้ จากนั้นมองชายคนนั้นและพูดด้วยความประหลาดใจว่า “แผนกวิเคราะห์ของพันธมิตรสมบัติ หัวหน้าลั่วหยวน?"

“พวกเธอคือ...หยุนจีกับ...หลิงอี้ผู้ค้นพบการทำงานของรูปปั้น?”

ลั่วหยวนหยวนตกตะลึงครู่หนึ่งและจำทั้งสองคนได้ในเวลาไม่นาน

ข้างหลังเขา ลั่วเหยากะพริบตากลมโตน่ารักของเธอ สายตาของเธอมองไปมาระหว่างทั้งสอง ดวงตาของเธอเป็นประกายด้วยความอยากรู้ ‘ว้าว! สองคนนี้เป็นคู่รักกันตามที่ข่าวลือบอกจริงๆ แถมพวกเขายังนัดเจอกันที่นี่ด้วย!’

นอกจากลั่วหยวนและลูกสาวของเขาแล้ว ยังมีหนานกงฮั่นผมสีดำจอห์นขาว ชายหนุ่มหน้าตาดีสองคน และชายชราหลังค่อมน่าเกลียดคนหนึ่ง

เพื่อเป็นการระมัดระวัง หลิงอี้ยังคงเปิดตาแห่งความจริงและสแกนคนหลายคนก่อน

[ลั่วหยวน (เลเวล90)...]

[ลั่วเหยา (เลวล18)...]

[หนานกงฮั่น (เลวล90)...]

[หลิวเซิ่ง (เลเวล    69)...]

[หลันเจ๋อ (เลวล62)...]

[หลิวเชียนหยวน (เลวล90)...]

'ชายหนุ่มผมบลอนด์คนนั้นคือหลิวเซิ่งที่รู้จักกันในฐานะผู้เล่นรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งของเสินเซี่ย? น่าจะใช้ เขาอาศัยอยู่ในเมืองหยุนไห่ที่ราชามอนสเตอร์เพิ่งปรากฏตัวเมื่อไม่กี่วันก่อน’

'ชายชราคนนั้นชื่อหลิวเชียนหยวนเลเวล90? หืม...ชิบหาย!’

ถ้าไม่เห็นก็คงดี เพราะหลิงอี้ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นแผงข้อมูลของหลิวเชียนหยวน

ลืมเรื่องของคนอื่นไปได้เลย เพราะชายชรานี้มีค่าคุณสมบัติมากกว่าคนที่เหลือซะอีก!

[อันดับขั้น: ขั้นไร้เทียมทาน]

'ขั้นไร้เทียมทาน!!?’

'หรือว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นราชาเงา?’

หลิงอี้รีบดูโชคชะตาของอีกฝ่ายทันที

[วันที่20เดือน6 เข้าดินแดนลับศาลเจ้าดินโดยปลอมตัวเป็นชายชราและติดตามหนานกงฮั่นเพื่อไปเอายาวิญญาณแท้ในถ้ำ หลังออกจากถ้ำก็ฆ่าหนานกงฮั่นจากนั้นสู้กับทูตเต่าดำและลั่วหยวนที่ตามมาทีหลัง]

'เป็นราชาแห่งเงาจริงด้วย...'

มุมปากหลิงอี้กระตุก เขารู้สึกพูดไม่ออกอยู่ในใจ

สามคนที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนลับมารวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว