ตอนที่ 102

ทั้งสามหันกลับมามองชายคนนั้น แม้เห็นว่าเขาตัวสกปรกแต่ดวงตาของเขากลับเปร่งประกาย

และน้ำเสียงเมื่อกี้มีความมั่นใจมาก

“ทำไมคุณพูดแบบนั้น?” หนึ่งในนั้นถาม

“ง่ายมาก”

ชายวัยกลางคนยกกรอบแว่นขึ้นด้วยนิ้วก้อยมือขวาและยิ้มอย่างมั่นใจ “เพราะฉันเดาเอาเอง”

ใบหน้าทั้งสามคนชะงักไปครู่หนึ่งจากนั้นหันกลับไปพิงบนราวบันไดต่อด้วยสีหน้ามองโลกในแง่ร้ายและคิดในใจว่า ‘คนบ้า’

......

“เร็วเข้า! วิ่งเร็ว!! ลมประหลาดที่จะปล้นฆ่ามอนสเตอร์กำลังมาแล้ว!!”

ทางตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่เกาะฟ่านกู่ กลุ่มผู้เล่นไม่ได้ไล่ฆ่ามอนสเตอร์แต่กำลังวิ่งหนีด้วยความสิ้นหวัง

พวกเขาเห็นด้วยตาของตัวเองว่ามีสายลมประหลาดผ่านมอนสเตอร์ วินาทีต่อมามอนสเตอร์ตัวนั้นก็ตาย

พวกเขาไม่รู้ว่าสายลมประหลาดฆ่าคนหรือเปล่า แต่พวกเขาเลือกวิ่งหนีก่อนเพราะไม่อยากออกจากพื้นที่ทดสอบ

“ขำจนจะตายอยู่แล้ว! กลัวอะไรกัน! นั่นก็แค่ลมแรง”

เมื่อเห็นกลุ่มคนกำลังหนี ใครบางคนจึงยิ้มอย่างดูถูกและรีบกระโดดขึ้นไปบนหลังคาของอาคารสามชั้นและอ้าแขนกว้างเพื่อปะทะกับลมแรงที่พัดมา

ผ่านไปสักพักเขาก็ยังสบายดี

“เห็นกันไหม มันก็แค่ลมธรรมดา มีคนแอบฆ่าคนแล้วโยนความผิดให้ลม”

ชายคนพับแขนเสื้ออย่างภูมิใจแล้วส่ายหน้า “พวกนายนี่ไม่รู้จักแยกแยะเลย โดนสายลมไล่ตามเป็นเรื่องตลกมากจริงๆ”

ผู้คนหลายสิบด้านล่างมองชายบนหลังคา เมื่อเห็นว่าเขาปลอดภัยจากลมจริงๆพวกเขาจึงมองหน้ากัน

“แปลก เขายังสบายดีอยู่เลย เราคิดมากไปหรือเปล่า” ชายหนุ่มร่างผอมเกาหัวและพูดกับกลุ่มคน

“แต่สายลมนั้นทำให้มอนสเตอร์ที่ฉันฆ่าไม่แสดงคะแนนที่ได้นะ” หญิงสาวขมวดคิ้ว

“ฉันด้วย...ฉันฆ่ามันแต่คะแนนยังเป็นหลักเดียว ฉันจะอ้วกเป็นเลือดแล้วเนี่ย มันต้องมีอะไรอยู่ในลมนั่นแน่!”

ขณะที่ฝูงชนกำลังพูดคุยกัน ชายหนุ่มหน้าหล่อผมบลอนด์ก็ตะโกนใส่ผู้ชายที่อยู่บนหลังคาด้วยมือที่ทำเป็นรูปแตร “ถ้านายไม่เชื่อก็ลองด่าลมประหลาดนั่นดูสิ”

ชายหนุ่มผมบลอนด์คนนี้เป็นผู้เล่นธรรมดาในเขต66 อันที่จริงเขาเดาอะไรบางอย่างได้แล้ว

“ด่าลมประหลาด?”

ชายบนหลังคาขมวดคิ้วและพูดว่า “ทำไมฉันต้องทำขนาดนั้นด้วย”

ทันทีที่เข้าหันกลับไปและฆ่าไก่ต่อสู้ที่เพิ่งโผล่ออกมาจากหมอกดำ

ก่อนที่มีดในมือของเขาฟันมัน สายลมจางๆได้พัดมาและทำให้ไก่ต่อสู้แน่นิ่งไป จากนั้นมันก็สลายไปเป็นแสงเล็กๆ

“อะไรน่ะ?”

ชายคนนั้นชักมีดกลับ ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรหมาป่าทุ่งหญ้าสามตัวก็กระโดดมาหาเขาจากบ้านหลังข้างๆ

เขารีบตะโกนด้วยใบหน้ามีความสุข “พายุเชือดเฉือน!”

ทันทีที่ใช้สกิล หมาป่าทุ่งหญ้าทั้งสามก็กลายเป็นจุดแสงและสลายไปต่อหน้าเขา

ตาของชายคนนั้นเบิกกว้างและเชื่อคำพูดของคนด้านล่าง

'ลมที่นี่แม่งแปลก! อยู่นานไม่ได้แล้ว! '

เขาปิดปากแน่นและรีบกระโดดหนีไปทิศตรงข้ามกับลมประหลาดอย่างรวดเร็ว

แม้ว่าคนที่อยู่ด้านล่างจะมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบนหลังคา แต่ทุกคนต่างอึ้งเมื่อเห็นผู้ชายคนนั้นกระโดดหนีไป

“ดูนั่น เขาหนีไปแล้ว ลมนี่มันประหลาดจริงๆ!”

“รีบหนีเร็ว!”

......

ผ่านไปสองชั่วโมงกว่านับตั้งแต่เริ่มการทดสอบ

หลิงอี้รู้สึกเบื่อหลังจากฆ่ามอนสเตอร์จำนวนหนึ่งโดยไม่ทราบจำนวนและปีนหอคอยถึงชั้น9

เขาจึงบินขึ้นฟ้าและวางแผนสำรวจรอบๆพื้นที่ทดสอบ

เขาก็บินไปในอากาศรับลมอย่างช้าๆ

ท้องฟ้ายามค่ำคืนเป็นการพรางตัวตามธรรมชาติ เขาบินสูงจากพื้น60เมตรจึงทำให้คนมองเห็นเขาได้ยาก

ถ้าเจอมอนสเตอร์เขาจะฆ่าทันที และเขาฆ่าผู้เล่นเช่นกันถ้าได้ยินผู้เล่นพูดไม่ดีใส่เขา

เขาไม่สนใจอะไรมากเกี่ยวกับส่วนที่เหลือ

เขาได้กลิ่นที่คุ้นเคยจากสายลมขณะที่บินอยู่

“หืม?”

หลิงอี้จ้องมองและพบว่าเป็นหลินชิงอวี่ที่คุยกับเขาก่อนจะเข้ามา

ตอนนี้เธอกำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์มากกว่าสิบตัวในตรอก มอนสเตอร์ที่บินไปมาถูกเธอต่อยเตะจนกระเด็นออกไปราวกับยุงซึ่งทำให้เธอเหมือนเทพสงครามกำลังอยู่บนโลก!

“จุ๊จุ๊ ผู้หญิงคนนี้มีร่างกายแข็งแรงจริงๆ...”

เมื่อดูการชกที่เก่งกาจและการเตะสูงของเธอ หลิงอี้จึงเดาในใจว่า‘เธอน่าจะสมัครเข้าโรงฝึกศิลปะการต่อสู้เพื่อฝึกร่างกาย’

หลังจากเสินลู่ปรากฏขึ้น โรงฝึกศิลปะการต่อสู้ก็เจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง

ผู้เยาว์จำนวนมากจะไปที่โรงฝึกศิลปะการต่อสู้เพื่อออกกำลังกายและเรียนรู้การเคลื่อนจากผู้อาวุโส เพื่อให้ตัวเองสามารถต่อสู้ได้ดีขึ้นหลังจากเข้าเสินลู่

การเคลื่อนไหวที่ราบรื่นของหลินชิงอวี่ ทำให้หลิงอี้ไม่เชื่อว่าเธอไม่ได้ศึกษาและฝึกอย่างเป็นระบบ

หลังดูเธอสู้พักหนึ่ง เขาก็เดินทางต่อและบินไปยังที่อื่น

มอนสเตอร์ที่พบในระหว่างทางก็ถูกโดนเขาฆ่าเช่นกัน

[คุณฆ่าผลไม้คริมสัน (เลเวล7) คะแนน+7]

[…]

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ หลิงอี้ก็บินมาถึงขอบเกาะที่เขาอยู่

เขาบังเอิญค้นพบว่ามีเกาะใหญ่อยู่ข้างๆด้วย

มีอาคารหลายหลังที่ค่อนข้างหรูหราบนเกาะใหญ่ ซึ่งต่างจากสภาพแวดล้อมที่ทรุดโทรมของหมู่เกาะฟ่านกู่อย่างสุดขั้ว

ในเวลานี้

มีผู้เล่นมากมายบนเกาะใหญ่ที่สู้กับมอนสเตอร์บนเกาะ ในไม่ช้าหลิงอี้ก็ได้ยินเสียงพึมพำจากใครบางคน

“เหอะ ไม่กี่วันก่อน พันธมิตรเฉวียนต้องการให้เราเข้าร่วมเขตอื่น ฉันจะจำเรื่องน่างรังเกียจนี้ไว้ ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ฉันจะชดใช้ให้สาสม”

“นายจะทำอะไร?”

“พวกเขาอยากผลักพวกเราไปที่กองไฟ เพราะอย่างนั้นฉันจะให้พวกเขาไปอยู่บนกองไฟก่อน”

“ไม่มีประโยชน์หรอก อาคารนี้มีเกราะป้องกันจำนวนมาก สกิลไฟระดับต่ำของนายเผามันไม่ได้หรอก นอกจากหาห้องควบคุมหลักเจอแล้วปิดเพราะป้องกัน”

“ห้องควบคุมหลัก? ฮี่ฮี่ฮี่ฮี่ ฉันมีความคิดดีๆแล้ว...”

หลิงอี้ที่อยากรู้อยากเห็นกำลังจะฟังต่อเมื่อมีข้อมูลสองชิ้นปรากฏขึ้น

[คะแนนของคุณถึง100,000แล้ว ประสบความสำเร็จในการเข้าชั้น10]

[ยินดีด้วย! คุณมาถึงขีดจำกัดของหอคอยทดสอบผู้เล่นใหม่แล้ว คุณจะได้ออกจากพื้นที่ทดสอบก่อนเวลา!]

“อ๊ะ?”

ขณะที่หลิงอี้กำลังอึ้ง ไฟเทเลพอร์ตก็ตกลงมาจากฟากฟ้าใส่ตัวเขา

เมื่อลืมตาอีกครั้งสิ่งที่เขาเห็นคือเตียงและโต๊ะที่คุ้นเคย เขากลับมาแล้ว

“นี่...”

หลิงอี้รู้สึกกะทันหันเล็กน้อย แต่เขารู้สึกไม่มีปัญหาหลังจากคิดอย่างรอบคอบ

“ฉันไปถึงชั้นสูงสุดแล้ว ถ้าไม่กลับมาก่อนแล้วจะเสียเวลาอยู่ต่อทำไม?”

แต่เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ก่อนจะเข้าทดสอบ นั่นจึงทำให้เขาแปลกใจเล็กน้อยเมื่อกลับมาอย่างกะทันหัน

ในเวลานี้ข้อความรางวัลพิเศษก็ปรากฏขึ้นเงียบๆ

[ยินดีด้วย! คุณสำเร็จ‘การทดสอบมือใหม่’ล่วงหน้าจึงได้รับรางวัล [บัตรผ่านร้านค้าลึกลับ]× 1]

รางวัลทางการสำหรับการทดสอบผู้เล่นใหม่จะได้รับพร้อมกันหลังสิ้นสุดกิจกรรม

รางวัลที่หลิงอี้ได้ในตอนนี้เป็นแค่รางวัลที่ผ่านการทดสอบก่อนกำหนด เห็นได้ชัดว่าเสินลู่มองพวกเขาต่างกัน