เช้าวันรุ่งขึ้น
พระอาทิตย์ส่องแสงบนแผ่นดินเสินเซี่ย
เสียงนกร้องร่าเริงปลุกหลิงอี้ให้ตื่นจากการหลับใหล
เมื่อลืมตาตื่น ท้องฟ้าสีครามสดใสก็ปรากฏให้เห็น
“อ่า.
หลิงจับเก้าอี้ไม้พยุกตัวเองขึ้น บิดคอเล็กน้อยจนเกิดเสียง‘กึก’จากคอ
เขาลุกจากเก้าอี้เดินไปรอบๆและรู้สึกแจ่มใสมาก
“ตื่นแล้วเหรอ?”
หลินซูโหรวที่กำลังรดน้ำดอกไม้อยู่ไม่ไกลถามด้วยรอยยิ้ม
“อืม”
หลิงอี้ตอบเสียงเบา พอพรมบนสนามหญ้าข้างเก้าอี้ไม้เขาจึงถามด้วยความสงสัย “นี่คือ?”
“อ๋อ เมื่อคืนฉันมานอนที่นี่น่ะ ฉันเพิ่งตื่นเหมือนกัน”
เธอวางกาต้มน้ำขณะที่พูดและเดินไปที่หลิงอี้ ดึงเขาลงให้นั่งบนพรม “ฉันเห็นว่าร่างกายนายยังมีเมื่อยล้าซ่อนอยู่ เดี๋ยวฉันช่วยนวดผ่อนคลายให้”
“เอาสิ”
หลิงอี้ถอดเสื้อออกและนอนลง ปล่อยให้หลินซูโหรวนวดศีรษะ คอ และหลังให้
ทั้งสามส่วนนี้เป็นส่วนที่สะสมความเมื่อยล้าของร่างกายส่วนบนเป็นหลัก การนวดสามารถคลายเส้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมการไหลเวียนโลหิตทำให้ผ่อนคลายความเมื่อยล้า
หลังจากนั้นไม่กี่นาที
หลิงอี้หายใจออกยาว จิตใจของเขาปีนขึ้นสู่จุดสูงสุด
เขาลุกขึ้นมองหญิงสาวที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ด้านข้าง เธอมองเขาด้วยรอยยิ้มมีความสุขจนเขาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบแก้มเธอ
เธอหลับตาลงและถูกับฝ่ามือของเขาอย่างเสน่หาและแนบชิด ใบหน้าขาวหิมะของเธอเริ่มแสดงสีแดงอ่อนตรงแก้ม
“เธอสวยขึ้นนะ”
ผ่านมานานแล้วที่เธอได้อาบน้ำในบ่อน้ำพุทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้เธอสวยขึ้นกว่ายี่สิบวันก่อนมาก
ผิวทั่วทั้งร่างเธอขาวใสจนเปล่งแสงจางๆ มองดูทุกส่วนอย่างใกล้ชิด ร่างกายเธอละเอียดอ่อนและสมบูรณ์แบบมาก
พอได้ยินแบบนั้นหลินซูโหรวก็ลืมตาขึ้น เธอยิ้มด้วยความผูกพันและมองหน้าเขาด้วยความรัก
“จำที่ฉันพูดได้ไหม”
หลินซูโหรวยิ้มหวาน “ฉันจะทำให้นายหลงฉันจนไม่อยากจากฉันไปตลอดกาล”
ขณะที่เธอพูด เธอลุกขึ้นยืนแล้วเขย่งปลายเท้า จับใบหน้าของหลิงอี้ไว้ในมือหยกขาวและจูบเขาด้วยริมฝีปากหอมกรุ่น
ทั้งสองเอื่อยเฉื่อยอยู่พักหนึ่งและตอบสนองความต้องการของกันและกัน
หลังจากเธอสวมเสื้อผ้าอีกครั้ง หลินซูโหรวก็พูดบางอย่างที่เหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นได้ “พอนายเปิดเผยตัวตนแล้ว เมืองอึ๋งหั่วของเราในนครเชียนเจียงก็กลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก นอกจากจะเป็นที่รู้จักของผู้เล่นส่วนใหญ่ในชื่อ‘เมืองเล็กกำเนิดตำนาน’กับ‘เมืองเล็กฮีโร่'แล้ว ยังมีแนวโน้มจะกลายดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของผู้เล่นทั่วโลกด้วย”
“เมื่อวานนี้มีข่าวในกลุ่มชาวเมืองของเราว่า นครนี้มีแผนการปรับปรุงเมืองเล็กของเราให้คู่ควรกับชื่อของนาย”
พอพูดถึงเรื่องนี้หลินซูโหรวก็ทำตัวเหมือนแฟนคลับเขา เธอโผเข้าอ้อมแขนของเขาแล้วกระซิบ “พี่ใหญ่น่าทึ่งจริงๆ พี่ใหญ่คือพระเจ้าของฉัน~”
หลิงอี้ “…”
หลังจากเล่นเป็น‘แฟนคลับ’ของเขา หลินซูโหรวยิ้มเล็กน้อยและถอยออกมาตั้งหลักหลังหนึ่งก้าวและพูดต่อ “ทุกคนรู้ว่านายอาศัยอยู่ที่นี่เลยมาขอความเห็นจากฉัน ฉันคิดว่ามันทำได้ แล้วนายล่ะ?”
“ไม่มีปัญหา”
“อีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยตัวตนของนาย เมื่อวาน หนานกงหลี่มาหานายหลังจากนายหลับไป เธอคุยกับเราเรื่องการมอบรางวัลอย่างเป็นทางการให้นายในอดีต ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงเลื่อนงานออกไปได้ แต่ตอนนี้นายเปิดเผยตัวตนแล้ว พวกเขาจะเสียใจถ้าไม่ได้จัดพิธีให้นาย”
“ห๊ะ? นี่”
หลิงอี้รู้สึกทุกข์ใจเล็กน้อย
“สถานที่เตรียมไว้พร้อมแล้ว นายไปตอนไหนก็ได้แต่ต้องไปก่อนตอนเที่ยงตรง”
“ก็ได้”
มองดูเวลา พอเห็นว่ามีเหลืออีกสิบกว่านาทีก่อนจะถึงสิบโมงหลิงอี้จึงตั้งใจจะไปตอนสิบโมง
ดังนั้นเขาจึงติดต่อหนานกงหลี่ไปล่วงหน้า
[ทูตหงส์แดง: ดี สิบโมงเช้าเป็นเวลาที่ดีจริงๆ คุณคงรู้แล้วว่าใครเป็นคนมอบเหรียญให้คุณ เพราะงั้นไม่ต้องคิดมากหรอก]
[ศูนย์หนึ่ง: อ่า ฉันรู้ ]
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
หลังจากกลับถึงบ้าน หลิงอี้ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกและตัวลงบนโซฟา
ด้านข้างเขา หลินซูโหรวที่สวมเดรสยาวสีแดงและรองเท้าส้นสูงสีแดงเข้มกำลังนวดไหล่ให้เขา
“ว้าว~ พี่สาวโหรว เธอกลายเป็นคนดังแล้ว”
ในห้องโถง หยุนจีกับคนอื่นที่ยังดูวิดีโอพิธีมอบรางวัลซ้ำๆมองหลินซูโหรวขึ้นลงราวกับว่าพวกเธอมีความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับความสวยของเธอ
——เพื่อไม่ให้คนทั่วโลกเข้าใจผิดว่าหลิงอี้เป็นโสด ครั้งนี้เธอจึงไปพร้อมกับหลิงอี้
ในโอกาสที่เป็นทางการแบบนี้ เธอได้เปลี่ยนไปใส่เดรสยาวที่ค่อนข้างเป็นอนุรักษนิยมโดยชายกระโปรงห้อยลงมาถึงข้อเท้า
แม้จะเผยให้เห็นเพียงแก้มและแขน แต่เธอที่ยืนข้างหลิงอี้เกือบตลอดเวลาได้ตกเป็นเป้าหมายความสนใจของผู้ชมนับไม่ถ้วน เป็นธรรมดาที่พิธีใหญ่แบบนี้ถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ
“ตอนนี้ทั้งฟอรั่มกำลังบอกว่าคุณคือสาวสวยอันดับหนึ่งของโลก”
เซี่ยหว่านชิงเปิดดูฟอรัมด้วยท่าทางแปลกใจ
เธอหันไปมองหลินซูโหรวขึ้นลงและอดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก “แต่ฉันคิดว่าตอนเธออยู่ในบ้านสวยกว่าตอนอยู่ข้างนอกนะ”
“อืม เธอแต่งตัวออกไปข้างนอกเยอะไปหน่อย” หยุนจีเห็นด้วยกับคำพูดของเซี่ยหว่านชิงเป็นอย่างมาก
เธอรู้สึกว่าหลินซูโหรวตอนอยู่บ้านสวยกว่า
หลินซูโหรวมองทั้งสองจากนั้นมองเสี่ยวหย่าและพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เคร่งขรึม “เธอต้องรู้วิธีแต่งตัวแบบอนุรักษนิยมต่อหน้าคนภายนอก นอกจากแขน คอ และขาส่วนล่าง ส่วนอื่นห้ามเปิดเผยให้เห็น”
หยุนจีกับเซี่ยหว่านชิงต่างได้รับการปกป้องจากเสินลู่ดังนั้นพวกเธอจึงไม่กังวลเรื่องนี้
ดังนั้นครั้งนี้จึงมีแค่เสี่ยวหย่า
“เข้าใจแล้ว” เสี่ยวหย่าพยักหน้า
เธอกำลังเตือนร่างหลักของเธอ ทุกคนรู้ว่าเธอที่เป็นร่างแยกไม่คิดจะออกไปข้างนอกอยู่แล้ว
หลิงอี้เปิดฟอรัมด้วยความสงสัยว่าโลกภายนอกคิดยังไงกับเธอ
การค้นหายอดนิยมอันดับสามในฟอรัมเป็นเรื่องของเธอ
“ผู้หญิงที่อยู่ข้างศูนย์หนึ่งสวยกว่าหลินเซียน!” (ร้อนแรง)
กดเข้าไปดู อ่านเนื้อหาแล้วเลื่อนลงไปดูความคิดเห็นของผู้เล่น
“เทพธิดา!!”
“คิดไม่ถึงว่าศูนย์หนึ่งจะซ่อนผู้หญิงที่สวยขนาดนี้ไว้ ทุกวันนี้เขาต้องกินของบำรุงเยอะขนาดไหนเนี่ย”
“เขาต้องดูแลเป็นอย่างดีแน่เลย ขาวใสสุขภาพดี แม้แต่ผู้หญิงอย่างฉันก็ยังละสายตาไม่ได้”
“เสียใจด้วยนะทุกคนที่ต้องบอกแบบนี้ เพื่อนของฉันบอกว่าโหงวเฮ้งของเธอเป็นผู้หญิงประเภทที่มีความต้องการสูง บางทีเธออาจจะเป็นคนเริ่มเองด้วย”
“เป็นไปไม่ได้! เทพธิดาต้องบริสุทธิ์น้ำแข็ง แกกำลังหลอกลวงประชาชน!”
“รู้สึกว่าอายุตะน้อยไปหน่อย ถ้าดูสมจริงกว่านี้เธอคงทำลายโลกได้ทั้งใบเพราะความสวย”
“...”
หลิงอี้ยักไหล่ หมายถึงไม่ต้องนวดต่อแล้ว
หลินซูโหรวปล่อยมือออก เธอก้มลงถอดรองเท้าแล้วพูดเสียงเบา “ตอนอยู่บ้านสวนแต่ชุดบาง พอใส่ชุดแบบนี้แล้วรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย”
เธอถอดรองเท้าส้นสูง ถอดกระโปรงสีแดงและสิ่งอื่นๆ สวมผ้ากันเปื้อนแล้วเดินเข้าไปในครัวด้วยเท้าเปล่า
ในบรรดาคนที่เหลือ มีแค่เสี่ยวหย่าเท่านั้นที่สามารถเทียบฝีมือการทำอาหารกับเธอได้
กลับมาปัจจุบัน
หลินซูโหรวอยู่กับเขาตลอดทั้งเช้า พอเธอจากไปในที่สุดเขาก็กลับไปสนใจกระเป๋าเป้
เมื่อวานมีหลายอย่างเกิดขึ้นรวมถึงรางวัลที่ได้รับมากมาย ตอนนี้เขาต้องจัดลำดับความคิดก่อน
“ยันต์คำแนะนำมีโอกาสใช้สามครั้ง สองครั้งจะใช้กับหัวใจแห่งคุณสมบัติและตราแห่งความกล้าหาญ”
“ต่อไปคือไอเทมห้าชิ้นจากรางวัลประกาศและฉายาที่ได้มาเมื่อคืน”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved