ตอนที่ 243

เสินเซี่ยซ่างตู ในภูเขาป่าเขตชานเมือง

ภายในสวนของคฤหาสน์ตระกูลลั่ว

ตอนนี้ลั่วเหยากำลังนั่งอยู่ในศาลา มองน้ำใสที่ไปไหลผ่านด้านล่างด้วยความสับสน

จากนั้นไม่นานเธอก็ถอนหายใจยาว

“เฮ้อ~”

“ฉันได้ชิ้นส่วนเครื่องมือเทพมาสองชิ้นแล้ว แต่ยังไม่มีข่าวของสามชิ้นที่เหลือเลย”

“จะทำยังไงต่อดี”

เมื่อลั่วหยวนพ่อของเธอโดนขังอยู่ดเนใน มันก็ทำให้เธอที่มักจะเรื่อยเปื่อยอยู่เสมอเกิดความคิดตั้งใจพัฒนาความแข็งแกร่งตัวเอง

ตอนแรกเธอคิดว่าจะใช้เวลาครึ่งปีในการรวบรวมชิ้นส่วนเครื่องมือเทพ แต่ตอนนี้เธอต้องการรวบรวมพวกมันให้เร็วที่สุด

นับตั้งแต่ศูนย์หนึ่ง‘ผู้มาใหม่ฝืนชะตาฟ้า’ของเสินเซี่ยปรากฏขึ้น บนโลกนี้ก็มีข่าวใหญ่เกิดขึ้นเกือบทุกวัน

ในฟอรัม ข่าวลือเรื่อง‘การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วง20ปีที่ผ่านมา’ก็มีคนรู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้เล่นทั่วโลกต่างรู้สึกว่า‘สถานการณ์ใหญ่’กำลังจะเกิดขึ้นทุกคนจึงเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเอง

วิญญาณฉินเมิ่งหย่าในส่วนลึกของจิตวิญญาณกอดอกคิดครู่หนึ่งแล้วพูด “ทำไมเธอไม่ลองถามศูนย์หนึ่งดูล่ะ?”

“อ๊ะ?”

“ชายคนนั้นเกือบจะกลายเป็นเทพไปแล้ว ไม่สิ เขาคงกลายเป็นเทพในไม่กี่สิบปีแน่นอน ถ้าเธอถามคนที่จะได้เป็น’เทพ’ในสายตาชนรุ่นหลังคนนี้ เธออาจจะได้เบาะแสบางอย่าง”

“แต่...พี่เคยบอกว่าห้ามบอกเรื่องนี้ให้เขาฟังไม่ใช่เหรอ?”

“เมื่อก่อนคือเมื่อก่อน ตอนนี้คือตอนนี้”

“ได้!”

พอเห็นพี่ฉินไม่ทำให้เธอลำบากใจกับการถามศูนย์หนึ่งอีก ลั่วเหยาจึงรู้สึกตื่นเต้นมาก

เธอรีบเปิดหน้าสนทนาในฟอรัมแล้วส่งข้อความหาเขา

[ลั่วเหยา: พี่ใหญ่ศูนย์หนึ่ง คุณรู้เรื่องชิ้นส่วนเครื่องมือเทพหรือเปล่า?]

ผ่านไปไม่นานอีกฝ่ายก็ตอบกลับมา

[ศูนย์หนึ่ง: ชิ้นส่วนเครื่องมือเทพ? ฉันมีอยู่หนึ่งอัน เธออยากได้?]

พอรู้ว่าอีกฝ่ายมีชิ้นส่วนเครื่องมือเทพจริงๆลั่วเหยาก็กระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข

“เยี่ยมไปเลย! พี่ใหญ่มีจริงด้วย!”

[ลั่วเหยา: ใช่ ฉันรวบรวมได้สองชิ้นแล้ว! พี่ใหญ่ ฉันของซื้อชิ้นส่วนเทพจากคุณได้ไหม?]

[ศูนย์หนึ่ง: เดี๋ยวก่อน เธอรวบรวมได้สองชิ้นแล้ว? เรื่องจริงหรือเปล่า!?]

[ลั่วเหยา: น่าเสียดายจริงที่ฉันยังไม่มีเบาะแสของสองชิ้นที่เหลือ]

[ศูนย์หนึ่ง: ฉันมีวิธี]

[ลั่วเหยา: หืม? พี่ใหญ่? คุณหมายความว่ายังไง?]

ผ่านไปประมาณสิบวินาทีอีกฝ่ายส่งข้อความมาอีก

[ศูนย์หนึ่ง: ฉันรู้ว่าชิ้นส่วนเครื่องมือเทพอยู่ที่ไหนหนึ่งชิ้น ถ้าโชคดีคืนนี้ฉันอาจจะได้มันมา]

[รอข่าวจากฉันในตอนกลางคืน ]

พอเห็นแบบนั้นลั่วเหยาก็ส่งเสียงร้องด้วยความแปลกใจ

“เยี่ยม!”

“ถ้าเขาโชคดีได้มันมา พรุ่งนี้ก็จะขาดชิ้นส่วนเครื่องมือเทพอีกชิ้นเดียว!”

ขณะที่ลั่วเหยากำลังตื่นเต้น ฉินเมิ่งหย่ากลับรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย “ถ้าเธอขอความช่วยเหลือจากเขา โดยพื้นฐานแล้วเครื่องมือเทพชิ้นนี้จะไม่เป็นของเรา”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปคุยกับเขาอีกที” ลั่วเหยาผายมือออกด้วยสีหน้าเฉยเมย

“เครื่องมือเทพ เป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่คาดไม่ถึงเลย”

ขณะที่หลิงอี้กำลังจัดการกับบอสมอนสเตอร์ด่านสิบห้าของเส้นทางหลัก เขาก็ได้รับข้อความจากลั่วเหยา

ดังนั้นเขาจึงปล่อยให้จักรพรรดิน้ำแข็งขึ้นไปจัดการกับบอสมอนสเตอร์แล้ววิ่งหลบออกมาคุยกับเธอ

หลังจากรู้ว่าอีกฝ่ายมีชิ้นส่วนเครื่องมือเทพสองชิ้น เขาจึงใช้โอกาสสุดท้ายในสัปดาห์นี้ของยันต์คำแนะนำหาตำแหน่งชิ้นส่วนเครื่องมือเทพอันอื่นทันที

ในเวลานี้เอง ตัวอักษรเปลวไฟแสดงข้อมูลให้เขาเห็น——

ผู้นำกิลด์เทพสวรรค์ โจวตี้สมาชิกโบสถ์ทำลายล้าง

ชิ้นส่วนเครื่องมือเทพอีกสองชิ้นอยู่กับสองคนนี้

เมื่อคืนเขาเพิ่งทำให้กิลด์เทพสวรรค์อับอายในที่สาธารณะ คืนนี้ผู้นำกิลด์เทพสวรรค์อาจจะมางานของเมืองปู้เยี่ยด้วยตัวเอง

นั่นเป็นเหตุผลที่หลิงอี้พูดว่า ‘ถ้าโชคดีคืนนี้ฉันอาจจะได้มันมา’

กลับมาที่ปัจจุบัน

เมื่อเห็นจักรพรรดิน้ำแข็งในร่างสองที่อยู่ไกลๆสามารถกดดันบอสมอนสเตอร์มังกรเพลิงด่านสิบห้าได้ หลิงอี้จึงกอดอกพลางคิด “ไม่รู้ว่าชิ้นส่วนทั้งห้าจะรวมกันได้ไหม ถ้ามันรวมกันได้ก็เอามาจำลองการกลายพันธุ์ได้”

พอพูดจบก็มีเสียง‘ตึง’ดังขึ้นและข้อความก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขาทันที

[คุณฆ่ามังกรเพลิง(เลเวล85, บอสมอนสเตอร์), ค่าประสบการณ์+2600]

[คุณได้รับสกิล7ดาว [ระบำมังกรเพลิง]]

[คุณได้รับสกิล7ดาว [ร่างมนุษย์มังกร(ติดตัว)]]

[.]

“ผ่านด่านสิบห้าของเส้นทางสายหลักแล้ว”

ราชามอนสเตอร์เลเวล80แพ้ให้กับพวกเขา บอสมอนสเตอร์เลเวล85มีโอกาสน้อยมากที่จะขวางทางพวกเขาได้หลังจากแข็งแกร่งขึ้น

การต่อสู้ที่ผ่านมาหลิงอี้ไม่ได้รู้สึกลำบากแม้แต่น้อย

พอเห็นหลินอิ่งเดินมา เขาจึงถาม “จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากผ่านด่านยี่สิบของเส้นทางหลัก?”

เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นส่ายหัวแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ก่อนหน้านี้ไม่มีใครรู้ โดยส่วนตัวแล้วฉันคิดว่าคงจะมีความท้าทายที่สูงขึ้น”

หลังจากพูดแบบนั้นเธอก็มองระฆังทองบนแท่นบูชาที่อยู่ไกลออกไปและถามด้วยความอยากรู้ “ทำไม? คุณวางแผนจะสู้กับราชามอนสเตร์เลเวล90แล้ว?”

“อืม ยังไม่ใช่ตอนนี้”

“แล้วคุณไม่กลัวโดนอาซือหลันกับคนอื่นๆขโมยไปเหรอ? หลังจากพวกเราผ่านด่านสิบห้า ความคืบหน้าของเราก็จะเท่ากับพวกเขา พวกเขาจะสามารถเข้าเส้นทางหลักได้!”

“ไม่ต้องห่วง พวกเขาสู้มันไม่ไหวหรอก”

หลิงอี้จำได้ว่าตอนที่เขาตรวจสอบโชคชะตาของหนานกงหลี่ก่อนหน้านี้ เขาเห็นว่าหนานกงหลี่ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญของทั้งเขตเพื่อท้าทายราชามอนสเตอร์ระดับสูงแต่สุดท้ายก็ล้มเหลว

มันเพิ่งผ่านมาสองสามวันจากการตรวจสอบนั้น หลิงอี้ไม่คิดว่าพวกเขาจะเพิ่มความแข็งแกร่งได้มากมายภายในเวลาไม่กี่วัน - สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครพัฒนาตามเขาทัน

พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา

เมฆฝนสายฟ้าลอยมาแต่ไกล หลังจากนั้นอาซือหลันก็โดดลงมาจากเมฆพร้อมกับคนมากมาย

เมื่อเห็นว่าหลิงอี้อยู่กันแค่สองคน อาซือหลันจึงยิ้มแล้วกลายเป็นแสงวาบไปปรากฏตรงหน้าพวกเขา

“ศูนย์หนึ่ง เงื่อนไขที่ฉันสัญญากับคุณเมื่อครั้งก่อนยังเป็นเหมือนเดิมนะ ประตูของประเทศไป๋อิงเราจะเปิดต้อนรับคุณเสมอ”

“ถ้าวันหนึ่งคุณไม่พอใจที่จะอยู่ในเสินเซี่ย โปรดมาหาพวกเรา”

หลิงอี้ไม่สนใจเขา

เขาใช้[สอดส่องโชคชะตา]ดูชะตากรรมของอีกฝ่าย

[วันที่26เดือน6: รวบรวมผู้แข็งแกร่งทั้งหมดท้าทายราชามอนสเตอร์ระดับสูง ล้มเหลว]

[วันที่5เดือน7: รวบรวมผู้แข็งแกร่งท้าทายราชามอนสเตอณ์อีกครั้ง ล้มเหลว]

[วันที่10เดือน7: ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเลเวล80-89 ได้ใบรับรองไร้เทียมทานและประสบความสำเร็จในการเข้าสู่ขั้นไร้เทีมทาน กลายเป็นผู้เล่นไร้เทียมทานคนที่หกของประเทศไป๋อิง]

ชะตากรรมส่วนใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้องกลับหลิงอี้

ดังนั้นแม้ว่าข้างต้นจะบอกว่าอีกฝ่ายล้มเหลวในการท้าทายราชามอนสเตอร์วันที่5เดือน7 แต่ก่อนจะถึงวันนั้นราชามอนสเตอร์อาจจะแพ้ให้หลิงอี้แล้ว

'ผู้ชายคนนี้จะกลายเป็นผู้เล่นขั้นไร้เทียมทานในเดือนหน้า?’

พอได้ดูโชคชะตาของอีกฝ่าย หลิงอี้จึงคิดกับตัวเองว่าเขาควรฆ่าอีกฝ่ายสักสองสามครั้งก่อนดีไหม

ในขณะที่กำลังครุ่นคิด ผู้แข็งแกร่งก็เขามามากขึ้นเรื่อยๆ

หลิงอี้มองคร่าวๆและพบว่าส่วนใหญ่เป็นคนที่ร่วมกับอาซือหลันปิดล้อมเขา

——การต่อสู้ระหว่างผู้เล่นเป็นเรื่องปกติ

แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะทะเลาะกันในครั้งล่าสุด แต่เมื่อพวกเขาพบกันอีกครั้งในตอนนี้ ไม่ว่าเป็นหลิงอี้หรือกลุ่มของอีกฝ่ายต่างก็ไม่มีความเกลียดชังอยู่ในสายตา

หลิงอี้ไม่สนใจพวกเขาและกำลังจะกลับไป

ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นรู้ถึงพลังของศูนย์หนึ่งดีจึงไม่มีใครกล้าหยุดเขา

“ศูนย์หนึ่งเปิดร้าน!” (ร้อนแรง)

ในฟอรัมวันนี้ นอกจากความท้าทายในการฝึกฝนและเทพรังที่กำลังพูดถึงในหมู่คนธรรมดาแล้ว ยังมีคนอีกไม่น้อยที่เจอร้านใหม่ของศูนย์หนึ่ง

หลังจากพันธมิตรเสินยืนยันว่าร้านนี้เป็นของศูนย์หนึ่ง ภายในฟอรัมจึงเกิดการถกเถียงกันมากมาย

“ศูนย์หนึ่งเปิดร้านขายยาจริงๆ! เขาคิดจะทำอะไรกันแน่!?”

“ร้านขายยาอันดับหนึ่งของโลก? เป็นชื่อที่ดีนะแต่ทำไมยังไม่มีของวางขายในร้าน?”