ตอนที่ 119

หลังจากฟังคำพูดของหว่อเจี๋ย คนอื่นๆก็มองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า

พวกเขากำลังสงสัยว่าคนงี่เง่าแบบนี้มาเข้าร่วมกับพวกเขาได้ยังไง

“ยังไงนะ?”

หว่อเจี๋ยยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นทุกคนมองเขาด้วยความแปลกใจ “วิธีของฉันทำให้พวกนายแปลกใจเหรอ?”

ตอนนี้เขารู้สึกภูมิใจมาก ตั้งแต่เด็กจนโตเขาชอบดูสีหน้าของคนอื่นที่แสดงความแปลกใจเพราะความฉลาดของเขา

แม้แต่อัจฉริยะพวกนี้ยังต้องแปลกใจกับความฉลาดของเขา เขาจึงรู้สึกประสบความสำเร็จอยู่ในใจ

คนอื่นเลิกสนใจแล้วสั่งให้การ์ดลากหว่อเจี๋ยออกไป

หัวหน้าการ์ดมีรายชื่อรายชื่อสมาชิกทีมคิดอยู่ในมือ เขารวบรวมลายนิ้วมือและตรวจสอบใบหน้าหว่อเจี๋ย ผลลัพธ์หลังการตรวจสอบคือข้อมูลทุกอย่างถูกต้อง

เขาจึงเริ่มสงสัย “ข้อมูลถูกต้อง เขาคือหว่อเจี๋ยจริงๆ”

“พวกนายมันล้าสมัยแล้ว! บางทีผู้เล่นสักคนใช้สกิลแปลงร่างก็ได้มา!”

“นี่เป็นการประชุมระดับสูงของพวกเรา และเราไม่สามารถละเลยได้”

หัวหน้าการ์ดขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เพื่อความปลอดภัยเขาจึงเรียกให้คนนำตัวหว่อเจี๋ยออกไป

หว่อเจี๋ยที่โดนจับโดยนักรบสองคนตะโกนอย่างบ้าคลั่ง “พวกแกอิจฉาพรสวรรค์ของฉันล่ะสิ แน่จริงก็อย่าใช้วิธีของฉันแล้วกัน!”

ตึก!

ประตูปิดลงอีกครั้ง

ห้องประชุมเงียบกลับมาเงียบเหมือนเดิม

“ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นคนโง่…ฮึ่ม การใช้อากาศร่วมกับมันเป็นการดูถูกฉัน”

ชายหน้าหล่อสวมชุดสูทและหมวกสีดำทรงสูงพูดด้วยท่าทางรังเกียจ “เรายืนยันได้แค่ศูนย์หนึ่งเป็นคนเสินเซี่ย แต่ยังไม่รู้ว่ามันอยู่เมืองไหน การลากมันออกมาคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้”

ชายในหมวกทรงสูงชื่อข่ายเอิน อายุ 27 ปี เป็นนักมายากลอัจฉริยะที่คำนวณตัวเลข8หลักในความคิดได้

[สติปัญญา -10%

เขาชำเลืองมองคนอื่น เมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังมองเขาจึงพูดต่อด้วยเสียงเบา “แต่เราจะไม่ใช่วิธีลักพาตัวคนอื่น แต่เป็นการทำให้ศูนย์โดนเกลียดชัง พูดง่ายๆคือทำเรื่องชั่วๆแล้วผลักไปให้ศูนย์หนึ่งแทน”

“ถ้าศูนย์หนึ่งให้ความสำคัญกับชื่อเสียงตัวเอง เขาต้องออกมาหยุดเรื่องนี้แน่นอน”

[สติปัญญา-20%

“ยกตัวอย่างเช่น เราสามารถส่งคนใส่หน้ากากไปสร้างปัญหาในที่สาธารณะ ก่อนออกจาตรงนั้นก็ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าเป็นศูนย์หนึ่ง”

[สติปัญญา-30%

“แต่ศูนย์หนึ่งแข็งแกร่งเกินไป เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัยเราควรส่งนักแสดงไปโจมตีพันธมิตรเสินหรือสถานที่อื่นที่มีผู้เล่นจำนวนมากรวมตัวกัน ด้วยวิธีนี้เราจะทำให้ภาพลักษณ์ของนักแสดงจะเหมาะสมยิ่งขึ้น”

[สติปัญญา-40%

“ในขณะเดียวกันเพื่อทำให้การแสดงมีความสมจริง เราจะให้นักแสดงทำความดีด้วยการช่วยเหลือคนบาดเจ็บระหว่างที่โจมตี”

[สติปัญญา-50%

“สรุปคือเราต้องหาใครสักคนที่จะเล่นเป็นศูนย์หนึ่ง ในขณะที่โจมตีพันธมิตรเสินก็ไปรักษาคนอื่นด้วย สิ่งนี้ต้องพาไปหาศูนย์หนึ่งตัวจริงได้แน่.

ทุกคนคิดว่าวิธีนี้น่าจะเป็นไปได้หลังจากฟังประโยคแรกหรือประโยคสอง

แต่ท่าทางของทุกคนเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินว่าให้ส่งคนไปโจมตีพันธมิตรเสิน! ทุกคนล้วนจ้องมองที่เขา

หลังจากนั้นยิ่งฟังก็ยิ่งโมโห

“อยากให้อธิบายเพิ่มไหม?”

ผู้ชายที่นั่งตรงข้ามกับข่ายเอินกอดอกและเยาะเย้ยเขา “ฮ่า โจมตีไปด้วยรักษาไปด้วย เรื่องนี้ใครๆก็พูดได้”

“การ์ด การ์ด! มีไอ้โง่อีกตัวอยู่ในนี้!”

ทุกคนในห้องต่างส่ายหัวและบอกให้การ์ดลากเขาออกไป

“แน่จริงก็อย่าใช้วิธีของฉันแล้วกัน!!” ข่ายเอินที่จากไปตะโกนด้วยดวงตาที่เปิดกว้าง

ในตอนนั้นเองคนในห้องก็เริ่มขมวดคิ้วเพราะรู้สึกแปลกๆ

'สองคนนี้ค่อนข้างคล้ายกัน มีเรื่องตลกแบบนี้ด้วยเหรอ?’

ห้องประชุมเงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นก็มีคนพูดแนะน “ถ้าอย่างนั้นพวกเราลองพูดอย่างอิสระดีไหม แล้วค่อยมาปรึกษากัน”

“มันคงนานเกินไปถ้าให้พูดทีละคน”

ทุกคนมองหน้ากันแล้วพยักหน้า

[สติปัญญา -10%

“คำแนะนำของฉันคือรวบรวมข้อมูลจากฝั่งนั้นและใช้เครื่องมือค้นหา ขอบเขตการหาจะค่อยๆลดลง”

“ฉันแนะนำให้ซื้อองค์กรข่าวกรองพลเรือนเสินเซี่ย องค์กรข่าวกรองพลเรือนประเภทนี้มักมีข่าวเล็กๆมากมายที่พวกเราไม่รู้”

“เราสามารถเริ่มจากผู้เล่นเสินเซี่ยที่รู้จักเขา...”

“….”

[สติปัญญา -50%

“เดี๋ยวก่อน! ฉันก็นึกถึงวิธีแก้ปัญหาได้แล้ว!”

จู่ๆก็มีคนนึกอะไรบางอย่างได้ ใบหน้าของเขาแสดงความตื่นเต้นและมีดวงตาเปล่งประกาย

ภายใต้สายตาที่อยากรู้อยากเห็นของคนอื่น เขาพูดอย่างตื่นเต้นว่า “เราแค่เตรียมของขวัญเอาไว้เยอะๆก็พอ!”

“ตัวอย่างเช่น เราวางเหรียญทองและไอเทมจำนวนมากไว้ในจุดที่กำหนด จากนั้นก็ประกาศไปว่านี่เป็นของที่มอบให้ศูนย์หนึ่ง”

“วิธีนี้จะทำให้ศูนย์หนึ่งจะคิดว่าของพวกนี้เป็นของเขา และด้วยธรรมชาติของมนุษย์ที่'ของฟรีไม่ต้องเสียเงิน' เขาต้องมาเอาพวกมันแน่นอน!”

“ขอแค่เราส่งคนไปซุ่มโจมตีตอนที่เขามาเอาของขวัญ แค่นี้เราก็จับเขาได้แล้ว!”

ทุกคนมองเขาด้วยดวงตาเบิกกว้างหลังจากได้ยินฟัง

ผ่านไปสักพักทุกคนก็พูดด้วยแปลประหลาดใจ

“คิดแผนการอันแยบยลแบบนี้ได้…อาข่า นายมันอัจฉริยะ!”

“ยังมีอีก! ถ้าให้คนซุ่มโจมตีอยู่ระยะไกล อีกฝ่ายก็จะรู้ได้ยากขึ้น!”

“ใช่เลย! พอเทียบกับชักนำคน ใช้ไอเทมค้นหา ส่งคนไปซื้อองค์กรข่าวกรองแล้ว พวกนั้นล้วนเป็นขยะ!”

“พอคิดให้ดีแล้วฉันพบว่าแผนนี้ดีมาก ยิ่งเราให้ของขวัญเยอะอัตราความสำเร็จก็จะยิ่งสูง ฟู่ว..ทรัพยากรของประเทศไป๋อิงจะทำให้คนคนหนึ่งพอใจไม่ได้เลยเหรอ? แผนนี้ต้องสำเร็จแน่นอน!”

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกมีพลัง

เรื่องนี้ได้รับการตัดสินทันที!

จากนั้นไม่นาน

เมื่อชายผมบลอนด์วัยกลางคนที่เดินเล่นอยู่ข้างนอกได้รับข่าวว่านักคิดวิเคราะห์แผนได้แล้ว เขาก็รีบเดินเข้ามาทันที

“สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะของประเทศไป๋อิง ครั้งนี้แผนสำเร็จก่อนกำหนดอีก”

ชายผมบลอนด์วัยกลางพูดอย่างสุภาพด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็รับแผนมาตรวจสอบ – เขาเป็นผู้รับผิดชอบในแผนการนี้ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของพันธมิตรไป๋หรือที่รู้จักกันในชื่อจักรพรรดิสงครามทองคำ เหว่ยป๋อ

เมื่ออ่านเนื้อหาในกระดาษขาว รอยยิ้มมีความสุขของเหว่ยป๋อก็เปลี่ยนเป็นแข็งทื่อ

หลังจากยืนยันว่าไม่ได้อ่านผิดเหว่ยป๋อก็เงยหน้าด้วยความแปลกใจ เขาชี้คำเขียนในกระดาษขาวและถามกลุ่มคนอย่างไม่อยากเชื่อ “นี่...นี่คือแผนที่พวกคุณส่งมาใช่ไหม?”

“ใช่!”

อัจฉริยะทุกคนยิ้มอย่างมั่นใจ

เมื่อเห็นใบหน้ายิ้มแย้มที่มั่นใจของพวกเขา เหว่ยป๋อที่ไม่ได้เรียนสูงอดสงสัยไม่ได้ว่า ‘หรือว่ามีสิ่งลึกลับบางอย่างที่ฉันไม่เคยเห็น’

ในด้านสติปัญญา เขาเข้าใจในตัวเองดี

ถึงจะฉลาดกว่าคนอื่น แต่เขายังด้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับพวก‘วิปริต’เหล่านี้

ด้วยความวางใจในอัจฉริยะเหล่านี้ แม้ว่าเขาจะสงสัยแต่เหว่ยป๋อก็ตั้งใจส่งแผนนี้ขึ้นไปเสนอ

“ฉันจะส่งแผนนี้ไปให้พวกเขาดู ถ้าเบื้องบนตกลงพวกนายก็เริ่มจัดการได้เลย”

“ดี!”

ทุกคนต่างพากันหัวเราะ บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยความเบิกบาน