ตอนที่ 198

หลิงอี้ไม่ได้คิดเรี่องนี้มากนักเพราะเอฟเฟกต์เฉพาะของมันจะถูกเปิดเผยในภายพลัง

ก่อนการประมูลจะเริ่มขึ้นจู่เขาก็จำบางอย่างได้

'เดี๋ยวก่อน ถึงฉันจะมีเหรียญทองสี่สิบล้านแต่มันใช้ได้กับร้านเสินลู่ มันใช้แลกเปลี่ยนกับคนอื่นไม่ได้!’

เหรียญทองที่อัญมณีบรรพบุรุษคืนให้มีข้อจำกัดดังกล่าว

นอกจากเหรียญทองที่ใช้ไม่ได้พวกนี้ เขาเหลือแค่หนึ่งหมื่นเหรียญทองที่ใช้แลกเปลี่ยนได้!

ในขณะที่เขาขมวดคิ้วครุ่นคิด เสียงกลองอันไพเราะก็ดังขึ้น การประมูลเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ!

หลี่หยุนที่ขึ้นมาบนเวทีเป็นพนักงานดำเนินงานประมูลของกลุ่มการเงินดาวจักรพรรดิ

เขาสวมชุดสีดำและเรียบง่าย แม้ว่าเขาจะมีอายุสี่สิบห้าสิบปีแล้ว แต่เขาก็ยังเต็มแข็งแรงและมีสายตาที่เฉียบคม

“สวัสดีทุกท่าน ฉันหลี่หยุน...”

เป็นเหมือนเดิม หลังกล่าวเปิดงานเสร็จสินค้าชุดแรกก็ถูกนำเสนอโดยสาวสวยในชุดกี่เพ้าสีแดง

แต่เมื่อเทียบกับสินค้าที่นำมาเสนอแล้ว สายตาของผู้คนส่วนใหญ่ล้วนจับจ้องที่สาวสวยคนนั้น

“กลุ่มการเงินจันทร์ลับ...ผู้เชี่ยวชาญสกิลมนต์เสน่ห์...สาวงามอวี้จู” ใครบางคนพูดชื่อผู้หญิงคนนั้นด้วยท่าทางจริงจัง

“อย่ามองเธอมาก ระวังจะโดนดึงวิญญาณ” มีคนเตือนคนรอบข้าง

“แต่เธอสวยมากจริงๆ”

“ก็รู้อยู่ว่ามีคนอยู่เยอะแยะ หญิงบ้าคนนี้ยังจะโผล่ออกมาอีก!”

หลิงอี้เหลือบมองผู้หญิงคนนั้นเล็กน้อย

สูงประมาณ1.75เมตร สวมชุดกี่เพ้ารัดรูปช่วยเน้นรูปร่างได้อย่างสมบูรณ์ ใบหน้ารูปไข่เรียบเนียนราวกับหยก ดวงตาชุ่มชื้นภายใต้คิ้วต้นหลิวเหมือนจะดึงดูดวิญญาณของคนได้

'ใช้ได้ แต่ความนุ่มนวลและความน่าดึงดูดยังน้อยกว่า’

ตอนนี้หลินซูโหรวเติบโตขึ้นจนถึงจุดที่ทุกการเคลื่อนไหวของเธอทำให้สับสนได้ แค่มองแวบแรกก็กระตุ้นความคิดบางอย่างได้ง่ายดาย

ในสมัยโบราณ ความสวยทำให้ประเทสเกิดหายนะมาแล้ว

โชคดีที่เธอสวมหน้ากากและปกปิดทุกส่วนตอนเข้าเสินลู่และไม่ได้ออกไปข้างนอกนานแล้ว ไม่อย่างนั้นคงมีปัญหาวิ่งมาถึงประตูบ้านเพราะความสวยของเธอ

กลับมาที่ปัจจุบัน

เมื่อผู้ชายหลายคนสนใจอวี้จูลั่วเหยาก็หันไปมองหลิงอี้ เธอเห็นสีหน้าปกติและดวงตาใสซื่อของเขาจึงหยักหน้าเล็กน้อย

'เสน่ห์ของผู้หญิงบนเวทีเป็นเอฟเฟกต์ของสกิลติดตัว ต่อให้หลิงอี้เป็นศูนย์หนึ่งเขาก็เป็นแค่ผู้เล่นใหม่ที่เพิ่งเข้าเสินลู่ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะต่อต้านสกิลเสน่ห์อันนี้ การแสดงคงมาจากใจที่แน่วแน่ใช่ไหม?’

อวี้จูบนเวทีเพลิดเพลินกับการจ้องมองที่หมกมุ่นของผู้คนนับพัน หลังจากนำสินค้าขึ้นมาเธอก็จงใจชะลอความเร็วลงทำให้ใช้เวลาไปกว่าสิบวินาทีกับระยะทางแค่สิบกว่าเมตร

เมื่อเธอหายไปจากสายตาของทุกคน คนเหล่านั้นก็ค่อยๆได้สติกลับมา

หลี่หยุนทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อยเลยใช้ค้อนเคาะ‘ตึงตึงตึง’สามครั้ง เมื่อทุกคนหันมามองเขาจึงเริ่มแนะนำสินค้าชิ้นแรก

“นี่คือ...”

การประมูลบนเวทีดำเนินต่อไปในขณะที่หลิงอี้กำลังกังวลเรื่องเหรียญทอง

หยุนจีที่เห็นสิ่งผิดปกติของชายข้างเธออย่างรวดเร็วเลยถามว่า “เป็นอะไรหรือเปล่า?”

หลิงอี้กระซิบบอกสถานการณ์ของเขาให้เธอฟัง

หยุนจีที่ได้ฟังแบบนั้นเลยปิดปากหัวเราะอย่างร่าเริง

“หลายปีมานี้ฉันสะสมเหรียญทองได้800,000เหรียญ ฉันยกให้นายหมดเลยแต่มีเงื่อนไขข้อหนึ่ง”

“ว่ามา”

“หลังจากกลับไปคืนนี้...”

พอพูดถึงตรงนี้หยุนจีก็เม้มริมฝีปากสีแดง ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อด้วยความเขิน

หลิงอี้ขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว

หยุนจีโน้มตัวเล็กน้อยกระซิบบอกคำถัดไปข้างหู

กลิ่นหอมตามคำพูดของเธอลอยเข้าไปหูของหลิงอี้จนทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว

หลังฟังคำพูดของเธอ หลิงอี้ตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นพยักหน้า “แค่นี้เอง ไม่มีปัญหา”

“ดี”

หยุนจีระงับความกลัวและความตื่นเต้นภายในใจและมอบ800,000เหรียญทองที่เธอสะสมมาตลอดหลายปีให้เขา

อย่ามองว่าเขามีเหรียญทองหลายสิบล้าน สำหรับคนอื่นๆแล้ว800,000เหรียญทองถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะมา!

หลังจากรับเหรียญทองแล้วหลิงอี้ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเธอ

ผิวเธอขาวเนียนใสยิ่งกว่าเก่า, ใบหน้าเย้ายวนน่าหลงใหล, ที่หูห้อยกระดิ่งสีทอง, ริมฝีปากสีแดงสดที่ชุ่มชื้นเปล่งประกายแวววาว, หุ่นรูปตัวS, กางเกงหนังสีดำรัดรูปขาเรียวยาว...

จากนั้นไม่นาน

เวลสผ่านไปหนึ่งชั่วโมง

การประมูลผ่านไปแล้วหนึ่งในสาม

สกิลอัญเชิญสนับสนุนแปดดาวที่หลิงอี้ต้องการคือสกิลอันสุดท้าย คาดว่าต้องรออีกสองชั่วโมง

พอคิดได้แบบนั้นเขาก็รู้สึกเบื่อและเอนหลังลงเพื่อจะงีบหลับ

แต่ในเวลานั้นเอง!

โฮกกก! !

เสียงคำรามดังสนั่นดังจากทิศตะวันตกที่ห่างไปพันเมตร!

ทุกคนตกใจกับเสียงนั้นและมองไปทางทิศตะวันตก

พวกเขาเห็นกลุ่มหมอกสีม่วงเข้มลอยมาจากไกลๆ มันขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยจนน่าตกใจ!

ภายใต้สายตาตกตะลึงของทุกคน ปีศาจมีเขาขนาดยักษ์ที่มีปีกอยู่ด้านหลังและดวงตาสีแดงเข้มได้ปรากฏตัวขึ้น!

ปีศาจมีเขามีแค่ร่างกายท่อนบนเท่านั้น ตรงช่วงรอบเอวล้วนเป็นแสงสีม่วงเข้ม

มันลอยอยู่บนฟ้า ร่างกายส่วนบนที่เปลือยเปล่านั้นสูงเกือบสองร้อยเมตร!

ด้วยการปรากฏตัวของมัน แสงสว่างในบริเวณนั้นจึงมืดลง

“เฮ้ย! อะไรวะนั่น”

“นั่นน่าจะเป็นสกิลเก้าดาวแปลงร่างปีศาจยักษ์ที่อยู่ในข่าวลือ! ในปัจจุบันมีแค่ราชาเงาที่มีมัน!?”

“ว่าไงนะ!? ราชาเงา!?”

มีผู้เล่นหลายหมื่นคนรวมตัวกันที่ล้านกว้างมองดูยักษ์ที่ลอยอยู่บนฟ้าและวิ่งหนีด้วยหวาดกลัว

“อย่าไปกลัวมัน! พวกเรามีคนมากกว่า! ราชามอนสเตอร์ก็เคยสู้มาแล้วจะไปกลัวมันทำไม!”

ใครบางคนในฝูงชนตะโกนขึ้นมาจนฝูงชนที่ตื่นตระหนกสงบลงอย่างรวดเร็ว

“จริงด้วย พวกเรามีกันเยอะกว่า”

“ราชาเงาต่างหากที่ต้องกังวล! ในเมื่อแกกล้าเปิดเผยตัวที่นี่น พอเวลาในจากดินแดนลับสิ้นสุดลงเสาหลักเทพต้องไปรอเขาอยู่ข้างนอกแน่”

“ฉันว่าเขาต้องอยู่ในแผ่นดินเสินเซี่ยของเราแล้วล่ะ! ฮ่าฮ่า!”

“มันต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่ ถ่ายวิดีโอไว้ก่อนดีกว่า”

ปีศาจยักษ์ตัวนี้ไม่ใช่แค่ตัวใหญ่เท่านั้น แต่มันรวดเร็วเหมือนสายฟ้าด้วย

หลังจากฝูงชนพูดได้ไม่กี่คำ มันก็บินไปเหนือลานกว้างแล้วก้มมองฝูงชน

ปีศาจยักษ์แยกฟันอย่างดุร้ายราวกับว่ามันกำลังโกรธอะไรบางอย่าง

“เกิดอะไรขึ้น? เขากำลังโกรธอยู่เหรอ?”

“ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ฉันจะใช้โอกาสนี้ถ่ายทอดสด”

ในขณะที่ผู้เล่นกำลังคุยกัน นักบุญดาบลมคลั่งหนานกงฮั่นก็บินขึ้นไปบนฟ้าและพูดอย่างเย้ยหยัน “โอ้ นี่มันราชาเงาไม่ใช่เหรอ? ทำไมเหมือนเป็นโรคหอบหื่นเลย?”

ลั่วหยวนบอกให้ลั่วเหยาตามหยุนจีไปก่อน จากนั้นก็บินไปบนฟ้าและพูดด้วยใบหน้าจริงจัง “นี่ไม่เหมือนนายเลยนะ”

“โดนความโกรธครอบงำ? คิดถึงผลลัพธ์ที่เปิดเผยตัวแล้วใช่ไหม?”

ราชาเงาที่กลายเป็นปีศาจยักษ์ไม่สนใจคำพูดของทั้งสอง เขาผายมือออกแล้วพูดเสียงดัง “ดีดีดี คิดๆไม่ถึงว่าฉันจะโดนคนอื่นหลอกเอากุญแจปลอมมาให้ เสียเวลาไปตั้งสองชั่วโมง”

“ชายหนุ่มที่อยู่กับพวกแกในตอนนั้นคือใคร!”

ดวงตาสีแดงเข้มของปีศาจยักษ์ปล่อยความต้องการฆ่ารุนแรง “กล้ามากที่หลอกฉัน ฉันจะทำให้มันเสียใจที่เกิดมาบนโลกใบนี้!”