ตอนที่ 213

“เรื่องแรก เป็นเรื่องตัวตนของคุณ...ถ้าคุณไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน ทางเรายินดีที่จะช่วยปิดบังให้”

“ไม่จำเป็น”

หลิงอี้ส่ายหัวแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ต้องหลบซ่อนตอนอ่อนแอ เมื่อแข็งแกร่งแล้วก็ไม่ต้องทำอีกต่อไป”

“เอ่อ..”

หนานกงหลี่กัดริมฝีปากล่าง เธอไม่แปลกใจกับการแสดงออกของเขา

เมื่อวานนี้ตอนเช้าเขาปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญน้ำแข็งปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน พวกเขาคงคาดเดาเรื่องนี้ไว้แล้ว

“ถึงอย่างนั้นพันธมิตรเสินของเราขอแนะนำให้คุณปิดบังตัวนานขึ้นอีกหน่อย”

พอเห็นดวงตาหลิงอี้เบิกกว้างด้วยความแปลกใจ หนานกงหลี่ก็ขมวดคิ้วแน่นพูดอย่างจริงจัง “คุณลองคิดดู ถ้าเปิดเผยตัวตนตอนนี้ผู้คนมากมายในโลกปัจจุบันก็จะตามหาคุณ”

“ตัวคุณคงไม่มีปัญหาเพราะแข็งแกร่งมากพอ แต่คนอื่นๆในนครเชียนเจียงจะตกอยู่ในอันตราย”

พันธมิตรเสินของพวกเขาคำนึงถึงความมั่นคงของสังคมเป็นอย่างยิ่ง

ถ้าหลิงอี้เปิดเผยตัวตนตอนนี้ พวกผีวัวเทพงูก็จะแห่กันมาที่นครเชียนเจียงด้วยวิธีต่างๆ

เมื่อมีคนมากเกินไปสิ่งต่างๆก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีสำหรับคนธรรมดาที่อาศัยอยู่ที่นี่

“คุณก็แค่ทำเหมือนเดิมแล้วมันจะดีต่อคุณและคนอื่นๆ เมื่อคุณแข็งแกร่งขึ้นจนถึงจุดที่ไม่มีใครกล้ายุ่งด้วย ตอนนั้นจะเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเปิดเผยตัวตน”

“ได้”

หลิงอี้คิดอยู่ครู่หนึ่งและพบว่าก่อนหน้านี้เขายังไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้ให้ดี

พอคิดทบทวนอีกครั้งเขาก็ตระหนักได้ว่าความคิดก่อนหน้านี้ของเขาค่อนข้างโง่ เขาเพิ่งได้รับเครื่องมือเทพสองชิ้นและได้ดึงดูดความสนใจจากคนทั้งโลก ถ้าเขาออกไปบอกตัวตนของตัวเองนั่นจะไม่เป็นการเรียกหาปัญหาเหรอ?

“เรื่องที่สองคือเครื่องมือเทพ...คุณตั้งใจจะนำคริสตัลศักยภาพไปวางไว้ที่ไหน?”

“วางไว้กับป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์ ฉันจะไปตอนเที่ยงแล้วเสริมพลังให้ป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์”

“ตอนเที่ยง? ได้เลย เดี๋ยวจัดการเรื่องนี้ให้”

พูดจบหนานกงหลี่ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอพูดอย่างประหม่า “เอ่อ... ฉันมีคำถาม...เกี่ยวกับเครื่องมือเทพสองชิ้นนั้น...คุณจะไม่ลองพิจารณาดูเหรอ...”

“เลิกคิดไปได้เลย ฉันจะเก็บสองชิ้นนี้ไว้เอง”

“โอ้! ไม่เป็นไร ถ้าเป็นฉันฉันก็จะเก็บไว้เอง” หนานกงหลี่ยิ้มและรีบเปลี่ยนสถานการณ์

เมื่อเห็นว่าหลิงอี้ไม่ได้แสดงท่าทางต่อต้านอย่างชัดเจนเธอก็แอบดีใจอยู่ในใจ “โชคดีจริงๆ ผู้ชายคนนี้ยังอารมณ์ดีอยู่’

'แต่ถ้าเขามีเครื่องมือเทพสองชิ้นในเวลาเดียวกัน..เฮ้อ...’

เธอระงับความเศร้าในใจแล้วพูดเรื่องสุดท้าย

“ถ้าอย่างนั้นก็เหลือแค่เรื่องเขตของคุณ เพราะเขตของคุณเลื่อนระดับเป็นแผนที่ระดับสูงผู้แข็งแกร่งหลายคนจึงย้ายไปที่เขตของคุณ เป้าหมายของพวกเขาคือเครื่องมือเทพของคุณ”

“ต่อจากนี้คุณต้องระวังไม่ให้ตัวเองตาย ถ้าตายแล้วคืนชีพไม่ทันเวลาเครื่องมือเทพจะตก”

“ดังนั้นทางสำนักงานใหญ่จึงจัดให้ฉันเข้าไปในเขตคุณด้วย”

เธอกลัวถ้าหลิงอี้ตายเครื่องมือเทพสองชิ้นนั้นจะถูกประเทศอื่นแย่งชิงไป

“ปกป้องฉัน?”

“เอ่อ...ตามจริงแล้วไปรอเก็บเครื่องมือเทพมากกว่า” หนานกงหลี่พูดตามความเป็นจริง

หลิงอี้: (?_?)

เขาเลิกคิ้วโดยไม่พูดอะไรและพูดอย่างช่วยไม่ได้ “ไม่ต้องห่วง ตอนที่ฉันตายคนพวกนั้นคงตายไปก่อนแล้ว”

หนานกงหลี่ยิ้มเล็กน้อยและเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นแทน

หลังจากนั้นไม่กี่นาทีเธอก็บอกลาและจากไป

ช่วงเช้าของสนามหญ้ากลับมาเงียบอีกครั้ง

“ฮึ"

หลิงอี้นอนตะแคงบนเก้าอี้ไม้อีกครั้ง เอามือทั้งสองไพล่หลังหนุนหัว เขาหายใจออกยาวขณะดูท้องฟ้าสีครามที่มีเมฆขาวทอดยาว “ตัดเงาสิ้นไฟชั่วพริบตาของปีศาจดาบไร้เทียบเคียงยังฆ่าฉันไม่ได้ แล้วทำไมถึงมีแต่คนคิดว่าจะฆ่าฉันได้นะ”

ตอนเที่ยง

หลิงอี้มาถึงยอดเขาที่มีป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์ อย่างตรงเวลา

เดิมบนยอดเขานี้มีแต่ป่าไม้ แต่ตอนนี้ป่าไม้นั้นหายไปและมีสิ่งปลูกสร้างใหม่เข้ามาแทนที่

ส่วนหนึ่งเป็นที่อยู่สำหรับเจ้าหน้าที่ของพันธมิตรเสิน

คนเหล่านี้มีหน้าที่ปกป้องป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์ —แน่นอนว่าป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์ สามารถปกป้องการโจมตีของผู้เล่นที่มีเลเวลต่ำกว่า100ได้ หน้าที่จริงๆของคนเหล่านี้คือการเตือนและชะลอศัตรู

ส่วนอีกตึกเป็นโรงแรมและร้านอาหารให้ผู้แสวงบุญพักรับประทานอาหาร

แม้ว่าหลายคนจะหยดเลือดรับการพิทักษ์วิญญาณแล้ว แต่พวกเขาก็ยังมาที่นี่เพื่อดูป้ายหินในเวลาว่างด้วยความคิด‘แสวงบุญ’

คนเหล่านี้จึงถูกเรียกว่าผู้แสวงบุญ

ในเวลานี้ผู้แสวงบุญหลายร้อยคนเรียงรายสองข้างทาง นั่งเงียบๆบนเก้าอี้ไม้ มองป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์สูง10เมตรที่ใจกลางห้องโถงอย่างตั้งใจ

พรมแดงสวยงามถูกปูไว้ตั้งแต่ประตูไปจนถึงบันไดสามขั้นที่นำไปสู่ป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์

แต่ละด้านของถนนพรมแดงยาว100เมตมีเสาสีทองสิบต้น ริบบิ้นสีแดงผู้ไว้ระหว่างเสาสีทองซึ่งแยกจุดที่นั่งกับพรมแดง

ในบรรยากาศอันเงียบสงบ หลิงอี้ค่อยๆเดินไปบนพรมแดง

พอเห็นแบบนั้นหนานกงหลี่ที่มาด้วยก็ส่งสัญญาณไปยังผู้ช่วยที่อยู่ข้างๆ ผู้ช่วยพยักหน้าอย่างเข้าใจและใช้งานสกิล[วงแสงโคลนขาว]

[วงแสงโคลนขาว(3 ดาว)]: เลือกเป้าหมายทำให้เป็นภาพเบลอจากโลกภายนอก

หลิงอี้ต้องแสดงใบหน้าแท้จริงเพื่อเสริมพลังให้ป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์ของเขา

เมื่อหนานกงหลี่รู้เรื่องนี้เธอจึงพาผู้เล่นที่สามารถสร้างวงแสงภาพเบลอได้มาช่วย

เขาเดินบนพรมแดงทีละก้าว คนที่นั่งอยู่แถวหลังจึงเห็นเขาก่อน

พวกเขาเบิกตากว้างและต้องการตำหนิพวกเขา แต่พวกเขาคิดว่าการส่งเสียงดังที่นี่เป็นการไม่เคารพป้ายหินดังนั้นพวกเขาจึงมองเจ้าหน้าที่พันธมิตรเสินที่ยืนอยู่ทางด้านซ้ายและด้านขวาของขั้นบันได

แต่ที่น่าแปลกใจคือเจ้าหน้าที่พันธมิตรเสินที่สูงหล่อสองคนนั้นไม่เพียงไม่หยุดเขา แต่ยังเปิดทางขั้นบันไดด้วยการเคลื่อนไหวที่สม่ำเสมอ

'อะไร!?’

'นี่...หรือจะเป็น...'

ผู้แสวงบุญที่อยู่แถวหลังเดาได้ทันทีว่าบุคคลในวงแสงนั้นมีโอกาสเป็นเป็นเจ้าของป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์มากที่สุด พวกเขาไม่กล้านั่งอีกต่อไปและยืนขึ้นอย่างมีสติ

พวกเขาเฝ้าดูเขาก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว ความตื่นเต้นในใจพวกเขาเหมือนได้ติดตามเขาไปด้วย

ฟึบฟึบฟึบ...

ผู้แสวงบุญที่อยู่แถวหน้าสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวที่ด้านหลัง เมื่อมองย้อนกลับไปพวกเขาก็เห็นผู้คนยืนตัวตรงเป็นแถวราวกับว่ามีบุคคลสำคัญมาที่นี่

พวกเขาเห็นคนๆหนึ่งกำลังเดินอยู่บนพรมแดงและมีวงแสงสีขาวขุ่นลอยอยู่รอบตัวเขาซึ่งยากที่จะเห็นใบหน้าของเขาได้ชัดเจน

'ตรงทางขึ้นบันไดเปิดให้เขาเข้าไปเหรอ?’

ฟึบฟึบฟึบฟึบ.....

ในไม่ช้าคนหลายร้อยคนที่นั่งอยู่แถวซ้ายและขวาก็ลุกขึ้นยืน

พวกเขายืดร่างกายส่วนบนให้ตรงและเฝ้ามองบุคคลในวงแสงก้าวขึ้นบันไดอย่างกระตือรือร้น พวกเขากลั้นหายใจมองโดยไม่อยากพลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว

เมื่อเขาเดินขึ้นบันไดขั้นที่สามและอยู่ห่างป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์เพียงสามเมตร ทุกคนก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์ส่องสว่างขึ้นทันที!

'ใช่จริงด้วย! เขาเป็นเจ้าของป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์ เป็นพี่ใหญ่ศูนย์หนึ่งที่เขย่าโลกทั้งใบด้วยตัวเอง!’

'ตอนนี้ตำนานในใจผู้เล่นนับไม่ถ้วนมาอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว?!!’

‘นี่คือเทพมนุษย์ที่ได้อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์!’

ห้องโถงเงียบจนได้ยินเสียงเข็มหล่น

แต่ในใจของผู้แสวงบุญเหล่านี้เกิดคลื่นมหึมา

ป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์จะส่องแสงเมื่ออยู่ใกล้กับเจ้าของเท่านั้น นี่เป็นสิ่งที่ไม่ได้บันทึกในเอฟเฟกต์ของป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์แต่มันมีอยู่จริง

ป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์ทำให้หน้าของผู้คนส่องสว่าง แค่นี้ก็มากพอแล้วที่จะพิสูจน์ว่าคนบนขั้นบันไดคือศูนย์หนึ่ง!