ตอนที่ 263

“อย่ามาทำในที่สาธารณะ”

เซิ่งหย่ากำมุมเสื้อผ้าเพื่อบังคับตัวเองให้สงบใจลงจากนั้นเงยหน้าบอกเสี่ยวหย่า

เสี่ยวหย่าที่กำลังกอดหลิงอี้อยู่หันหน้ามายิ้มจนเห็นฟันขาวแล้วหัวเราะคิกคัก

เธอจงใจทำแบบนี้

หลังหัวเราะอยู่ครู่หนึ่ง เสี่ยวหย่าเงยหน้าพูดกับหลิงอี้อีกครั้ง “ไว้กระตุ้นเสร็จเราค่อยกลับไปทำก็ได้”

“ทำมาหมดแล้วแท้ๆแต่ยังทำเหมือนบริสุทธิ์อยู่อีก พวกเราแค่เล่นกันเท่านั้นเอง~”

พอได้ฟังแบบนั้น

เซิ่งหย่าขมวดคิ้วเล็กน้อยและตอบกลับอย่างจริงจัง “ไม่ เธอคือเธอ ฉันคือฉัน เราแค่มีความรู้สึกเหมือนกัน ไม่ว่าเธอจะทำเรื่องแบบนั้นมากแค่ไหนมันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน ร่างกายฉันยังบริสุทธิ์อยู่”

ได้ยินแบบนั้นเสี่ยวหย่าจึงเยาะเย้ยทันที “เพราะฉันเป็นร่างโคลนเลยทำเรื่องอย่างว่าได้มากเท่าที่ต้องการและลองเล่นนู่นเล่นได้? สุดท้ายก็เป็นแค่ร่างโคลน เสียดายที่ไม่ได้ลองโดยไม่ใช้ร่างโคลน?”

“ฉันไม่เคยพูดแบบนั้น” เซิ่งหย่าโต้กลับทันที

“ฮ่า~”

เสี่ยวหย่าร้องหึเย็นชา “ที่นี่มีคนเยอะ ฉันจะไว้หน้าเธอแล้วไม่เถียงแล้วกัน”

พอพูดจบเธอก็ลุกขึ้นนั่งบนตักหลิงอี้แล้วฝังหน้าไว้ในอ้อมแขนของเขาและกอดเขาแน่นด้วยมือทั้งสองข้าง

พอเห็นทุกอย่างสงบลงหลิงอี้จึงรู้สึกแปลกๆ

ในมุมมองของเขา มันเหมือนกับปีศาจตัวน้อยในใจเซิ่งหย่ากำลังคุยกับนางฟ้าตัวน้อย ปีศาจตัวน้อยต้องการให้นางฟ้าตัวน้อยรับรู้ความจริง ส่วนนางฟ้าตัวน้อยกำลังเน้นความแตกต่างระหว่างพวกเธอ

แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่

เขาวางไม้เสียบในมือลง ใช้มือข้างหนึ่งโอบรอบเอวของเสี่ยวหย่าและใช้อีกข้างลูบหัวปลอบโยนเธอ

ในเวลาเดียวกัน

อีกแห่งหนึ่งบนยอดเขานี้

ชายคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งและเลอะด้วยดินกำลังกระโดดไปมาอย่างตื่นเต้นในที่โล่ง

“คนเยอะแยะไปหมดเลย ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

คนที่อยู่รอบๆต่างได้กลิ่นเหม็นจากตัวเขาจนต้องขมวดคิ้วและไม่กล้าเข้าใกล้

ชายในชุดขาดรุ่งริ่งอ้าปากกว้าง มองฝูงชนด้วยความตื่นเต้นและพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ถ้าฉันฆ่าพวกมันทั้งหมด อันดับการฆ่าของฉันในองค์กรจะเพิ่มขึ้นมาก!”

ชายผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากจ้าวเจี๋ยเค่อ สมาชิกของโบสถ์ทำลายล้าง

——ชื่อเดิมของเขาคือจ้าวเจี๋ย แต่เพื่อให้ชื่อดูมีเอกลักษณ์เขาจึงเปลี่ยนมันด้วยตัวเองและเพิ่มคำว่า‘เค่อ’ตามหลัง

ในเวลานี้เมื่อเห็นผู้คนมากมายอยู่รอบตัว เขาก็หัวเราะอย่างควบคุมไม่ได้ “ฮ่าฮ่าฮ่า! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ฮ่าฮ่า”

คนรอบข้างที่ได้ยินเสียงเขาสะดุ้งตกใจ

“นั่นใครน่ะ? บอกว่าจะฆ่าทุกคนเหรอ?”

“น่าจะเป็นคนบ้า”

“คนบ้าที่ต้องการฆ่า นี่มันสมาชิกของโบสถ์ทำลายล้างหรือเปล่า?”

“อย่าพูดเลย มันอาจจะเป็นจริงๆก็ได้”

มีคนไปแจ้งผู้เล่นพันธมิตรเสินที่กำลังดูแลความสงบเรียบร้อยที่อยู่ที่นี่ทันที ผู้เล่นพันธมิตรตามไปดูทันที

“เฮ้ย!? นั่นมันจ้าวเจี๋ย!”

ผู้เล่นพันธมิตรจำชายคนนี้ได้ทันที ถึงพวกเขาไม่รู้ว่ามันเข้ามาได้อย่างไรแต่มันเป็นศัตรูที่รับมือได้ยาก

พวกเขาติดต่อหัวหน้าอย่างรวดเร็ว

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

หลังจากเงยหน้าหัวเราะขึ้นฟ้า จ้าวเจี๋ยเค่อมองผู้คนโดยรอบอีกครั้ง ความต้องการฆ่าในแววตารุนแรงขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบนหน้าที่ดุร้ายมากขึ้น

ในตอนนั้นเอง!

ในชั่วขณะหนึ่ง ลำแสงใสเหมือนท้องฟ้าสีน้ำเงินปรากฏขึ้นบนอากาศและส่องลงมาที่จ้าวเจี๋ยเค่อ

ใบหน้าจ้าวเจี๋ยเค่อที่กำลังหัวเราะแข็งทื่ออย่างกะทันหัน เขาหยุดหัวเราะช้าๆภายใต้การจ้องมองของทุกคน

“เป็นเพราะจิตสงบขั้นสูง! เขากระตุ้นจิตสงบขั้นสูง!”

“ความคิดแย่ๆในใจของเขาต้องรุนแรงมากแน่!”

“โง่จริงๆ เสินเซี่ยของเรามีป้ายหินจิตสงบที่ยับยั้งอารมณ์เชิงลบในใจได้”

ในเวลานี้จ้าวเจี๋ยเค่อยืนนิ่ง ดวงตาของเขาว่างเปล่า

เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนนักพรตที่ไม่กินอาหาร รู้สึกว่าทุกอย่างล้วนไม่สำคัญ

พอมองผู้คนรอบๆแล้วคิดว่าเขาเคยคิดจะทำร้ายพวกเขา โจวเจี๋ยเค่อก็อดไม่ได้ที่จะตบตัวเอง

เพี๊ยะ!

“ขอโทษ”

เขาพูดกับทุกคนอย่างจริงใจว “ฉันอยากทำร้ายพวกคุณ ฉันมันแย่จริงๆ”

“ฉันไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงกลายเป็นแบบนี้ ฉันมันเป็นขยะ”

พูดจบเขาก็ตบตัวเองอย่างแรง

เพี๊ยะ!!

หลังตบเสร็จเขาก็เบิกตากว้างแล้วพูดโทษตัวเองทันที “ฉันเป็นผู้เล่นที่มีพลังพิเศษแล้วแต่กลับตบตัวเองด้วยการตบธรรมดา?”

“ขอโทษ เมื่อกี้ฉันยังจริงใจไม่พอ ฉันจะตบใหม่อีกรอบ”

ขณะพูดเขาก็ตะคอกเสียงต่ำ “สกิลหกดาว! ฝ่ามืออสนีบาต!"

งูสายฟ้าหนาแน่นเกิดขึ้นบนมือขวาเขาทันที ฝ่ามือร้อนฉ่าและส่งเสียงเปรี๊ยะเปรี๊ยะ

วินาทีต่อมาเขาใช้สายฟ้ากับแรงทั้งหมดที่มีตบหน้าตัวเองสุดแรง!

เพี๊ยะ!!!

ในชั่วพริบตาหัวของเขาสะบัดออกไปในรูปที่แปลกมาก ถ้าคอของเขาไม่ยึดหัวไว้แน่น แรงตบเมื่อกี้ก็มากพอที่จะทำให้หัวเขากระเด็นหลุด!

“โว้ว!” ทุกคนที่อยู่รอบๆตกใจ

ทั้งแก้มขวาของจ้าวเจี๋ยเค่บวมเปล่ง แต่เขายังไม่หยุดเท่านี้

“สกิลห้าดาว เพิ่มความว่องไว!”

หลังจากเพิ่มความว่องไวเสร็จเขาก็ใส่สายฟ้าไปที่มือซ้ายจากนั้นใช้มือทั้งสองข้างตบหน้าตัวเองอย่างรวดเร็ว

เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ

ตบไปมาจนกลายเป็นจังหวะ

ผู้เล่นพันธมิตรรอบตัวเขาที่ตกตะลึงได้สติกลับมาจึงออกไปหยุดเขา

หลังจากหยุดมือแล้วจ้าวเจี๋ยเค่อก็ถอนหายใจ เขายกมือขึ้นแล้วพูด “ฉันอยากเปลี่ยนตัวเอง ขอโอกาสให้ฉันด้วย”

“ฉันจะบอกข้อมูลทั้งหมดที่ฉันรู้เกี่ยวกับโบสถ์ทำลายล้าง”

ผู้เล่นพันธมิตรเสินพยักหน้าและพาเขาไปด้วยรอยยิ้มมีความสุข

หลังจากจ้าวเจี๋ยเค่อถูกพาตัวไป ทุกคนที่อยู่รอบๆก็นำเขามาเป็นหัวข้อสนทนาและพูดคุยกันอย่างมีความสุข

ในฝูงชน หลิงอี้ที่ดูตั้งแต่ต้นจนจบพยักหน้าอย่างเข้าใจเช่นกัน

“ป้ายหินอันนี้มีประโยชน์จริงๆ”

เรื่องเอฟเฟกต์เฉพาะของป้ายหินนี้ ในบ่ายวันนี้พันธมิตรเสินได้อธิบายไปแล้วผ่านตัวอย่างจำนวนมากที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ

พูดง่ายๆคือเมื่อผู้คนมีความคิดเชิงลบมากเกินไปและทำอารมณ์พุ่งสูงจนอยู่ในสภาวะหนึ่ง เอฟเฟกต์จิตสงบขั้นสูงจะถูกกระตุ้น

ความคิดเชิงลบที่สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นความคิดที่ไม่ดีเช่น ความคิดฆ่าตัวตาย ความคิดทำร้ายผู้อื่น หรือความคิดหุนหันพลันแล่น

แน่นอนว่า

แม้ว่าจะมีความคิดไม่ดีแต่ก็ไม่จำเป็นต้องโดนทำให้จิตสงบ แค่สงบสติอารมณ์ตัวเองได้ต่อให้มีความคิดทำลายโลกเอฟเฟกต์ของป้ายหินก็จะไม่ถูกกระตุ้น

“กระตุ้นให้ยับยั้งอารมณ์กับความรู้สึก”

หลายคนทำตัวหุนหันพลันแล่นทำให้ต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

ด้วยป้ายหินอันนี้เหตุการณ์แบบนี้จะลดลงอย่างมาก

ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ หลิงอี้ยิ้มด้วยความพึงพอใจและหันหลังเดินเข้าไปในความมืด

พอกลับมา เขาคิดไม่ถึงว่าเสี่ยวหย่าจะพูดจริง

มันไม่ง่ายเลยที่จะปฏิเสธคำขอของคนอื่น ดังนั้นเขาจึงช่วยเธออย่างสุดความสามารถ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

เซี่ยหว่านชิงพาเสี่ยวหย่าขึ้นไปพักผ่อนที่ชั้นบน ปล่อยให้หลิงอี้ หลินซูโหรว หยุนจี และหลิงเอ๋อร์อยู่ในห้องโถง