ตอนที่ 251

หลังจากหลินซูโหรวถอดสกิลทั้งหมดออก เธอหยิบคริสตัลสกิลจำนวนมากจากถุงร้อยสมบัติที่ป้าเธอให้ไว้ก่อนหน้านี้และพิจารณาสกิลใหม่ที่จะเรียนรู้

หลิงอี้พูดขึ้น “เลือกสกิลเสร็จแล้วส่งมาให้ฉันก่อนนะ”

“ได้” หลินซูโหรวพยักหน้าอย่างเชื่อฟังแม้จะไม่รู้เหตุผลก็ตาม

พูดจบนาฬิกาแขวนบนผนังก็ส่งเสียงติ๊งต่อง

ถึงเวลา12.00น.

ทั้งสองคนคิดว่าก็เป็นแค่ตอนเที่ยงของวันธรรมดา แต่การประกาศอย่างคาดไม่ถึงของเสินลู่ก็ปรากฏขึ้นหลังจากห่างหายไปนาน

[ประกาศอัปเดตเสินลู่: ระบบ‘ตระกูล’จะได้รับการอัปเดตในวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยง]

[เนื่องจากระบบ‘ตระกูล’สามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ของผู้เล่นได้ มอนสเตอร์ทั้งหมดจึงแข็งแกร่งขึ้น]

[ระยะเวลาในการอัปเดต: 24 ชั่วโมง]

“เอ๋?” หลินซูโหรวตะลึง

“ห๊ะ?”

หลังจากอ่านข้อมูลอย่างรอบคอบ หลิงอี้พูดด้วยแปลกใจ “นี่เป็นวิธีใหม่ในการพัฒนาพลังการต่อสู้!”

“ตระกูล ระบบพลังต่อสู้อันใหม่นี้น่าจะเกี่ยวข้องกับคนอื่น” หลินซูโหรวไตร่ตรอง

“คงเป็นแบบนั้น”

เนื่องจากพวกเขาไม่เข้าใจระบบ‘ตระกูล’ทั้งสองจึงไม่ได้คุยเรื่องนี้กันมากนัก

หลังจากนั้นไม่นานหลินซูโหรวก็เลือกสกิลที่เธอจะเรียนรู้ใหม่เสร็จและส่งคริสตัลสกิลเหล่านั้นให้กับเขา

หลิงอี้รับพวกมันมาตรวจสอบ

[กำเนิดร่างน้ำ(7ดาว)]: เปลี่ยนร่างเป็นธาตุน้ำเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีทางกายภาพ, สามารถสร้างร่างน้ำที่เหมือนกับตัวเอง ร่างน้ำจะไม่ได้รับสกิลและค่าคุณสมบัติของตัวเอง

[ทักษะหมอกฝน(8ดาว)]: สร้างพื้นที่ฝนโดยมีตนเองเป็นศูนย์กลาง, ลดความเร็วในการเคลื่อนที่และความต้านทาน1%ของศัตรูในระยะทุกนาทีสูงสุด30%, การคงสภาพสกิลไว้จะใช้แรงกายอย่างต่อเนื่อง

[]

มีทั้งหมด6สกิลได้แก่5สกิลธาตุน้ำ5และ1สกิลสนับสนุน ซึ่งแต่ละสกิลจะมี5ดาวขึ้นไป

“เธอแน่ใจใช่ไหมว่าจะเรียนรู้สกิลพวกนี้?”

หลิงอี้ถามอีกครั้งก่อนการกลายพันธุ์

“ฉันแน่ใจ” หลินซูโหรว พยักหน้า

“ดี”

หลิงอี้เริ่มกลายพันธุ์ให้สกิลเหล่านี้

นาทีต่อมาเขาคืนสกิลให้หลินซูโหรว แน่นอนว่าสกิลธาตุน้ำ8ดาวและสกิลสนับสนุน7ดาวถูกส่งคืนผ่านช่องทางความท้าทายในการฝึกฝน

การทำแบบนี้จะทำให้ความท้าทายในการฝึกฝนของทั้งสามคนเสร็จสิ้น!

“เอ๋? นี่นี่นี่”

พอเห็นสกิลเหล่านี้ที่เปลี่ยนไปมาก ดวงตาของหลินซูโหรวก็เบิกกว้าง ใบหน้าของเธอแสดงความสับสนและความตกใจ

“ไม่ต้องแปลกใจ รีบเรียนรู้สกิลเถอะ”

“อืม!”

ผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้หลินซูโหรวที่เรียนรู้สกิลกลายพันธุ์หมดแล้วกำหมัด ดวงตาของเธอปรากฏแสงประกายที่ไม่เคยมีมาก่อน

“ตอนนี้ฉันแข็งแกร่งกว่าเดิมตั้งหลายเท่า!”

ในตอนท้ายประโยคเธอเงยหน้ามองหลิงอี้ สีหน้าของเธอแสดงความกังวล “นี่ทำให้นายต้องเสียอะไรหรือเปล่า?”

“ไม่เสียอะไรเลย” เขาแค่ใช้คะแนนกลายพันธุ์มากกว่า300เท่านั้น ซึ่งไม่ได้สำคัญเลย

“อืม ไม่ได้ ฉันต้องให้รางวัลที่นายพอใจด้วย ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่สบายใจ” หลินซูโหรวขมวดคิ้วก้มหน้าครุ่นคิด

“แล้วแต่เธอเลย”

“คะแนนฝึกฝนของศูนย์หนึ่งถึง10,000!” (ร้อนแรง)

“ผู้นำเทพสวรรค์'เทพสงครามเกิดใหม่อีกครั้ง'! ตัวคนเดียวบังคับให้ผู้แข็งแกร่งนับหมื่นถอยหลัง!” (ระเบิด)

“เสินลู่อัปเดตระบบตระกูล!” (ระเบิด)

ความร้อนแรงของความท้าทายค่อยๆลดลง แต่ความร้อนแรงของระบบตระกูลกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

การพัฒนาความแข็งแกร่งที่เสินลู่จะเพิ่มขึ้นเกี่ยวข้องกับทุกคน และทุกคนต่างสงสัยเรื่องระบบใหม่อันนี้มากเช่นกัน

“ระบบตระกูล ดูจากชื่อแล้วน่าจะเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับคนอื่น?”

“วิธีเพิ่มความแข็งแกร่งแบบใหม่ เยี่ยมไปเลย ผู้เล่นอย่างเราสามารถพัฒนาพลังต่อสู้ให้สูงขึ้นได้แล้ว!”

“เสินลู่บอกว่ามอนสเตอร์ทั้งหมดจะแข็งแกร่งขึ้น ถ้าอย่างนั้นเทพรังที่อยู่ในโลกนี้จะแข็งแกร่งขึ้นด้วยหรือเปล่า?”

“ขนาดยังไม่เพิ่มความแข็งแกร่งยังชนะมันไม่ได้เลย”

“…”

ลานหน้าบ้าน ใต้ต้นไม้ใหญ่บนสนามหญ้าเขียวขจี

ตรงนี้มีผ้าปูสีเขียวลายหญ้าปูอยู่ และหลิงอี้กำลังนอนดูการสนทนาของผู้เล่นในฟอรัมอย่างสบายๆ

เขาจะดูฟอรัมทุกวันในเวลาว่าง และบางครั้งจะดูฟอรัมตลอดทั้งบ่าย

ติ๊งต่อง~

กริ่งหน้าประตูดังขึ้น หยุนจีที่อยู่บนเปลญวนข้างๆพลิกตัวลุกขึ้น เธอไปพาแขกเข้ามาแล้วกลับไปที่เปลญวน

“นายคงสบายน่าดูเลยนะ”

คนที่มาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากป้าหลินเซียน

เธอสวมชุดเดรสสีน้ำตาลด้านในเป็นเสื้อแขนสั้นสีขาวและรองเท้าผ้าใบสีน้ำตาล

ผมสีดำสนิทของเธอแผ่ไปด้านหลัง บนใบหน้าขาวเนียนของเธอมีดวงตาสีดำชุ่มน้ำเปล่งประกายสดใส

เธอชำเลืองมองผู้คนที่อยู่แถวนั้น สายตาของเธอจับจ้องหลินซูโหรวอยู่นาน

แม้ว่าเธอจะสงสัยว่าหลินซูโหรวสวยขึ้นได้ยังไงด้วยเวลาแค่สองสามวัน แต่ตอนนี้ยังมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า

“บอกมาสิว่านายอยากให้ฉันช่วยตามหาใคร?”

หลินเซียนนั่งบนเก้าอี้ไม้ข้างๆเขาและถามหลิงอี้ที่เพิ่งลุกขึ้นนั่ง

เธอได้รับข้อความจากหลินซูโหรวว่าหลิงอี้ต้องการให้เธอช่วยหาใครสักคน ดังนั้นเธอจึงรีบมาที่นี่ทันที

“สมาชิกของโบสถ์ทำลายล้าง โจวตี้”

“สมาชิกของโบสถ์ทำลายล้าง ทำไมนายถึงตามหาเขา?” หลินเซียนรู้สึกสับสน

“เขามีมัน”

หลิงอี้ก้มหน้าคิดอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “เขามีสิ่งที่ฉันต้องการ”

ไม่ใช่ว่าเขาไม่ไว้ใจหลินเซียน แต่เขาไม่ไว้ใจ‘เทียนเหวิน’ของหลินเซียน

แม้ว่าเทียนเหวินจะเป็นองค์กรข่าวกรองที่หลินเซียนสร้างขึ้น แต่หลังจากพัฒนามาหลายปีถ้าไม่มีคนของกองกำลังอื่นอยู่ด้วยเขาคงไม่เชื่อ

หลินเซียนเห็นท่าทางของหลิงอี้จึงไม่ได้พูดอะไรมาก เธอพยักหน้าเล็กน้อย “เข้าใจแล้ว หลังกลับไปฉันจะให้คนตามหาให้”

“นายน่าจะรู้ระดับความอันตรายขององค์กรนี้แล้ว เกรงว่าคงจะไม่ได้ข่าวในเร็วๆนี้”

“ใช้เวลาเท่าไหร่?”

“ถ้าเร็วหน่อยก็น่าจะได้คืนนี้ ถ้านานกว่านี้ก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน”

“ไม่เป็นไร ฉันไม่รีบ”

เป็นอย่างที่หลิงอี้คิดไว้ เขาถึงกับจำข้อมูลขององค์กรนี้ไว้ในใจ

โบสถ์ทำลายล้างเป็นองค์กรมืดอันดับหนึ่งของโลก พันธมิตรเฉวียนเรียกมันว่า‘เป้าหมายที่ต้องกำจัด’ ระดับความอันตรายของมันอยู่สูงกว่าประตูศักดิ์สิทธิ์กับโลกแห่งเงา

ผู้เล่นพวกมันเรียกว่า‘ชั่วบริสุทธิ์’!

คำสอนของพวกมันคือการ‘นำโลกไปสู่ความพินาศ’ ส่วนสมาชิกขององค์กรก็ภูมิใจที่ได้‘ฆ่าคนดีและช่วยคนชั่วให้แข็งแกร่งขึ้น’

สมาชิกทุกคนเหมือนเป็นหนูในท่อระบายน้ำ ซับซ้อนและหนีได้อย่างรวดเร็ว

“มีอะไรอีกไหม?”

คำพูดของหลินเซียนทำให้สติของหลิงอี้กลับมา เขาส่ายหัว “ไม่มีแล้ว?”

“อืม”

เธอเลื่อนสายตาไปมองหน้าหลินซูโหรวและเริ่มถามเกี่ยวกับความสวยของเธอ

นกร้องเพลงบนต้นไม้ ผีเสื้อโบยบินท่ามกลางดอกไม้

หลิงอี้นอนไขว้ขาอยู่บนพื้นโดยเอามือหนุนศีรษะ เขารู้สึกผ่อนคลายมาก

ไม่กี่นาทีต่อมา ข้อความที่เขาไม่ได้เห็นมานานก็ค่อยๆปรากฏขึ้นและจางหายไป

[เวลาสนับสนุนเพียงพอ ระดับความร่วมมือเพิ่มขึ้น]

[ระดับความร่วมมือปัจจุบัน: 6]

‘โอ้? มีผู้สนับสนุนเพิ่มได้อีกหนึ่งคน!’

หลิงอี้เริ่มคิดถึงผู้สนับสนุนคนใหม่

เขาเปิดหน้าจอสนทนาบนฟอรัม คลิกที่ช่องสนทนาของหลิงอิ่งและส่งคำร้องขอเป็นผู้สนับสนุนไปให้เธอ

[หลินอิ่ง: คุณอยากให้ฉันเป็นผู้สนับสนุน? เอาสิ ได้เลย]

[ศูนย์หนึ่ง: ง่ายขนาดนั้นเลย? เธอไม่ต้องไปถามผู้สนับสนุนคนปัจจุบันของเธอก่อนเหรอ?]

[หลินอิ่ง: ไม่เป็นไร ผู้สนับสนุนของฉันกับฉันเป็นสมาชิกของค่ายอัจฉริยะของพันธมิตรเสิน มีผู้สนับสนุนให้เลือกอีกเยอะ]

[ศูนย์หนึ่ง: อ๋อ แบบนี้เอง]

จากนั้นทั้งสองก็เริ่มหารือเรื่องรายละเอียดของการสนับสนุน