ตอนที่ 199

“ไอคิวของนายน่าจะต่ำกว่ามาตรฐานนะเนี่ย ฮ่าฮ่า คิดว่าเราจะบอกหรือไง?”"

หนานกงฮั่นพูดอย่างเหยียดหยาม เขาเรียกอาวุธวิญญาณออกมาแล้วชี้ปลายดาบมังกรลมไปที่อีกฝ่ายพร้อมตะโกน “ถ้าอยากสู้! ก็เข้ามา!”

ราชาเงารู้เช่นกันว่ารูปร่างหน้าตาของเขาจะดึงดูดเสาหลักเทพปกป้องเสินเซี่ยมา แต่เขาไม่ได้กลัวคนพวกนั้น

หลังจากตะคอกไปสองสามครั้ง เขาก็ใช้มือปีศาจยักษ์พุ่งใส่สองคนนั้น

ด้านล่าง

พอได้ยินสิ่งที่ราชาเงาพูดหลิงอี้ก็ฝืนยิ้มออกมา

“นายยังยิ้มได้อีกเหรอ?” หยุนจีมองเขาด้วยความประหลาดใจ เธอโน้มตัวไปกระซิบข้างหูของเขา “เขาคือผู้เล่นขั้นไร้เทียมทานเลเวล90 สองคนนั้นชนะเขาไม่ได้แน่”

“แล้วเราจะหนีกันยังไงดี?”

เมื่อได้ฟังแบบนั้น

หลิงอี้จึงส่ายหัวพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่จำเป็น ฉันจะใช้กระดิ่ง”

หยุนจีสับสนเล็กน้อย “กระดิ่งไม่ได้เพิ่มพลังต่อสู้ให้นะ เอามาใช้ตอนนี้จะมีประโยชน์?”

แม้ว่าเธออยากจะใช้มัน แต่เธอไม่คิดว่ากระดิ่งจะมีประโยชน์ในสถานการณ์นี้

“มีประโยชน์สิ ใช้กระดิ่งโจมตีจิตใจและเผยไพ่ลับในมือเขาทั้งหมด”

เขาหยิบกระดิ่งพูดความจริงออกมาจากกระเป๋าเป้ หลังจากใช้ธงขอบเขตกว้างเพิ่มระยะเอฟเฟกต์เป็นสิบเท่า เขาก็เปลี่ยนกระดิ่งเป็นโหมดสองซึ่งสามารถเปิดเผยความคิดภายในใจได้

ในตอนนั้นเองหลิงอี้ก็นึกถึง[รัศมีลดปัญญา]ขึ้นมา

“ราชาเงาน่าจะมุ่งร้ายฉันหลังจากรู้ว่าตัวเองโดนหลอก ตอนนี้สติปัญญาของเขาคงลดลงไปเยอะแล้ว”

'ไม่รู้ว่ามันส่งผลต่อประสิทธิภาพในการต่อสู้ของเขามากแค่ไหน’

รัศมีลดปัญญา + กระดิ่งพูดความจริง

หลิงอี้ตั้งหน้าตั้งตารอว่าจะเกิดผลลัพธ์แบบไหนเมื่อใช้สองสิ่งนี้ร่วมกัน

เขามองท้องฟ้า แม้ว่าลั่วหยวนกับนักบุญดาบจำร่วมมือกันแต่พวกเขาก็ยังเสียเปรียบอยู่

“ลั่วหยวนกับนักบุญดาบไม่ใช่คู่มือของราชาเงา”

“ไร้สาระ! เขาเป็นผู้เล่นขั้นไร้เทียมทานนะ แค่สะกิดก็สร้างความเสียหายสิบเท่าแล้ว ใครจะไปทนไหว?”

“ดูนั่น มีคนขึ้นไปช่วยเพิ่มแล้ว เขาคือผู้เชี่ยวชาญนักอัญเชิญเฉินเต๋า!”

“นั่นมันปีศาจสาวไฟคลั่งจากนครเพลิง เธอก็ขึ้นไปด้วย!”

ท่ามกลางฝูงชน มีคนอีกสองคนบินขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อเข้าร่วมการต่อสู้

ในเวลานั้นเอง กำแพงสีน้ำเงินที่มีออร่าสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง มันขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วและครอบคลุมลานกว้างของศาลเจ้าในพริบตา

หลิงอี้มองไปยังทิศทางที่โล่ปรากฏขึ้นและเห็นว่าเป็นเซิ่งหย่าผู้ช่วยเทพธิดาแห่งราชวังชิงเหลียน

“อันนี้เป็นสกิลป้องกันค่อนข้างธรรมาด เป็นเกราะป้องกันที่ต้านทานการโจมตีและดูดซับพลังงานได้ในระดับหนึ่ง” หยุนจีบอก

ในขณะที่เธอกำลังพูด เซิ่งหย่าก็บอกให้ผู้เล่นที่มีสกิลโล่เปิดใช้งานสกิล พวกเขาใช้สกิลตามลำดับขนาดจนกระทั่งคลุมลานกว้างศาลเจ้าทั้งหมด

พอเห็นโล่เหล่านี้หลิงอี้ก็นึกถึงหลินซูโหรวขึ้นมา

“ที่นี่มีโล่หลายแบบ แต่ไม่มีอันไหนเทียบได้กับบาเรียศักดิ์สิทธิ์ของเธอได้เลย ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ฉันคงพาเธอมาด้วย…”

เขามองสนามรบบนฟ้าและเห็นพวกเขาทั้งสี่กำลังเสียเปรียบ เขาคิดอยู่ในใจว่าทำไมข้อความความคิดภายในใจยังไม่ปรากฏให้เห็น

สิ่งที่คุณต้องการ

ในเวลานั้นเองกระดิ่งพูดความจริงก็แสดงความคิดในใจครั้งแรกภายในดินแดนลับนี้!

[ชื่อจริงของราชาเงาคือหูเจี๋ย อายุ46ปี คนไป๋อิง]

[เขาไม่กลัวโดนเสาหลักเทพของเสินเซี่ยจับตัวหลังจากดินแดนลับสิ้นสุดลงเพราะเขามีไอเทมหลบหนีมากพออยู่ในกระเป๋าเป้ ตราบใดที่ปิดกั้นมิติไม่ได้เขาก็จะไม่โดนจับ]

การปรากฏขึ้นของความคิดลับทำให้ผู้เล่นเริ่มฮือฮาอีกครั้ง

ในตอนแรกที่แปลกใจ ผู้เล่นรอบๆเริ่มคุยกันเรื่องมิติ

“ที่เขากล้าเปิดเผยตัวก็เพราะมีของพวกนั้น?”

“แต่ฉันรู้สึกว่าราชาเงาโดนความโกรธครอบงำความคิดไปแล้ว ดินแดนลับนี้ยังเหลือเวลาอีกสี่ชั่วโมง มันมากพอที่จะเรียกให้คนที่มีสกิลปิดกั้นมิติมา”

“นั่นเป็นแค่เพลงหรือไง? ในประเทศของเรานักเวทย์มิติลั่วหยวนคือคนเก่งที่สุดในด้านปิดกั้นมิติ!”

“ฮ่าฮ่า ครั้งนี้ราชาเงาบ้าไปแล้วจริงๆถึงได้กล้าเปิดเผยตัวที่นี่ เขาหนีไปไหนไม่ได้แน่นอนถ้าไม่ฆ่าลั่วหยวนก่อน!”

บนท้องฟ้า คนทั้งสี่ที่สู้กับราชาเงามีความสุขมากเพราะพวกเขาเห็นความคิดนี้เช่นกัน

“แค่ปิดกั้นมิติไว้ก็จับตัวเขาได้แล้ว!”

ลั่วหยวนตระหนักถึงความสำคัญของตัวเองในทันที

แต่เขาค่อนข้างแปลกใจ ทำไมราชาเงาไม่ลอบโจมตีเขาก่อนทั้งๆที่รู้จักตัวตนของเขา?

ตอนอยู่ในถ้ำมืดไม่ได้สำคัญเท่าไหร่เพราะต้องพึ่งเขาในการผ่านด่าน แต่ตอนที่ออกมาล่ะ?

อีกด้านหนึ่ง

ราชาเงาโดลดสติปัญญาจนลืมไปแล้วว่าใครคือคนที่อันตรายที่สุดสำหรับเขา สิ่งเดียวที่เขาคิดในตอนนี้คือต้องสู้

ข้อมูลที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เขาหัวเราะดังลั่น “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! เห็นหรือเปล่า! ถ้าไม่มีความสามารถปิดมิติ ต่อให้เสาหลักเทพมาก็จับฉันไม่ได้อยู่ดี!”

“หกเสาหลักเทพของพวกแกไม่มีความสามารถในการปิดมิติ ถึงเสาหลักเทพจะชนะฉันได้แต่พวกมันจับตัวฉันไม่ได้! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

ราชาเงาที่กลายปีศาจยักษ์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เสียงของเขาแผ่กระจายไปในวงกว้าง

ทุกคนที่อยู่ด้านล่างได้ยินคำพูดของเขาอย่างชัดเจน

กลุ่มของลั่วหยวนมองหน้ากันด้วยความตะลึง

“เขาไม่คิดบ้างเหรอว่าลั่วหยวนกับเสาหลักเทพจะร่วมมือกันแล้วจับเขาได้แบบง่ายๆ?”

“หรือว่าเขาไม่รู้จักลั่วหยวน?”

“ไม่น่าจะใช่...”

ขณะที่ผู้เล่นกำลังสงสัย หลิงอี้ก็ยิ้มกว้าง

[คุณดูดซับความรู้สึกแปลกใจ88คะแนนของหลิวหยวน]

[คุณดูดซับความรู้สึกคิดไม่ถึง85คะแนนของจางเฟิง]

[คุณดูดซับความรู้สึกสงสัย81คะแนนของหวังรุ่ย]

“…”

“หืม? นายยยิ้มทำไม?” พอเห็นหลิงอี้ยิ้มลั่วเหยาจึงถามด้วยความสงสัย

“โอ้ ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่ดีใจที่อีกไม่นานผู้นำองค์กรมืดอันดับสองของโลกจะโดนจับ”

พอพูดจบหลิงอี้ก็นึกอะไรบางอย่างได้

ราชาเงาจะมาเสินเซี่ยคนเดียวเหรอ? แล้วคนของเขาล่ะ?

[ครั้งนี้ราชาเงาหูเจี๋ยมาที่นี่เพื่อความคิดลึกลับและนำผู้ปฏิบัติงานระดับสูงห้าในสิบคนมาด้วย สามคนถูกจัดให้ไปนครเชียนเจียง สองคนที่เหลือตามเขามาในดินแดนลับนี้]

[เมื่อเขาเข้าไปในถ้ำแล้ว เขาได้ส่งสองคนนี้ไปช่วยเซิ่งฟู่เทียนจัดการกับเจ้าหน้าที่พันธมิตรเสินและทูตเต่าดำ ตอนนี้พวกเขากำลังสู้กันที่มุมตะวันตกเฉียงใต้ของดินแดนลับห่างจากศาลเจ้าดิน30กิโลเมตร]

“ไม่แปลกใจเลยที่ไม่เห็นทูตเต่าดำตั้งแต่เข้ามา]

เขาจำได้ว่าตอนที่ดูโชคชะตาก่อนหน้านี้ มีแค่ทูตเต่าดำกับลั่วหยวนเท่านั้นที่สามารถยับยั้งราชาเงากับเซิ่งฟู่เทียนได้

สามารถจินตนาการความแข็งแกร่งของทูตของสำนักงานใหญ่ได้เลย - แม้ว่าทูตทั้งสี่ของพันธมิตรเสินจะรู้จักกันในชื่อหัวหน้าหน่วย แต่ในแง่ของหน้าที่การงานแล้วพวกเขามีตำแหน่งนายพล

ไม่ใช่นายพลของกองทหารทั่วไป แต่เป็นนายพลของพันธมิตรเสิน

พวกเขาเป็นตัวแทนของเกียรติยศสูงสุดและพลังต่อสู้ของพันธมิตรเสิน โดยปกติแล้วจะไม่ได้รับอนุญาตให้พ่ายแพ้ เว้นแต่ว่าต้องเผชิญหน้ากับราชามอนสเตอร์หรือผู้เล่นขั้นไร้เทียมทาน

หลิงอี้เงยหน้ามองท้องฟ้าอีกครั้ง พอเห็นว่าสถานการณ์การต่อสู้บนฟ้าไม่ได้เปลี่ยนไปมากเขาก็เริ่มขมวดคิ้ว

“แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะฆ่าเขาได้”

“มีแต่ต้องดึงเวลาไว้จนกว่าดินแดนลับจะสิ้นสุด หลังจากนั้นค่อยให้ลั่วหยวนกับเสาหลักเทพร่วมมือกัน”

เขาจำได้ว่าประธานของกลุ่มการเงินดาวจักรพรรดิมีสกิลสหะที่ทรงพลังและใช้ได้ดีกับการควบคุมเป้าหมายเดี่ยว

หนึ่งถึงสองหมื่นคนในตอนนี้สามารถช่วยกันจับเข้าได้สบายๆ

แต่ก่อนหน้านั้นต้องทำให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะควบคุมได้

[พี่ใหญ่คนหนึ่งในฝูงชนคิดว่าสกิลสหะของหยุนเฮอสามารถแก้ปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ได้]

[แต่ราชาในร่างปีศาจมีความต้านทานการควบคุมอันยอดเยี่ยม ถ้าต้องการควบคุมเขาเป็นเวลานานจำเป็นต้องยกเลิกร่างแปลงของเขาก่อน แต่การยกเลิกร่างแปลงมีแต่เขาที่ทำได้ หรือไม่ก็ต้องใช้แรงกายที่มากกว่านี้]

“ดี ความคิดยืนยันให้ฉันแล้ว” หลิงอี้ยิ้มเล็กน้อย

ตราบใดที่ขังเขาไว้ในนั้นได้ การประมูลก็สามารถดำเนินต่อไปได้

ในเวลาเดียวกัน.

ผู้เล่นที่เห็นข้อมูลนั้นก็หันไปสนใจหยุนเฮอประธานของกลุ่มการเงินดาวจักรพรรดิทันที

ครั้งที่แล้วผู้ชายคนนี้เป็นคนขังเซิ่งฟู่เทียนเอาไว้จนดินแดนลับสิ้นสุด