ตอนที่ 293

“ใช่ ตอนนี้ฉันไม่กลัวพวกเสาหลักเทพจะแพ้แล้ว ฉันกลัวว่าศูนย์หนึ่งจำแสดงความสิ้นหวังให้เห็นเหมือนกันมากกว่า ขอแค่เขายังสู้อยู่ฉันก็รู้สึกมีความหวัง”

ความจริงแล้วไม่ได้มีแค่คนเสินเซี่ยเท่านั้น แต่แม้แต่ผู้เล่นต่างชาติและคนต่างชาติก็ให้ความสนใจกับชายในตำนานคนนี้

ที่ผ่านมาเขาเป็นคนไร้พ่ายมาโดยตลอด และตอนนี้เขาได้กลายเป็นสิ่งค้ำจุนจิตใจและความเชื่อของคนอ่อนแอจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว

“เอ๊ะ!? ศูนย์หนึ่งยิ้ม! ยิ้ม! เขากำลังยิ้ม!”

“พอราชามอนสเตอร์ใช้ฝนพิษกับฟ้าผ่าหลายครั้งเขากลับยิ้ม!”

เมื่อหน้าจอเปลี่ยนจากฝูงชนวุ่นวายท่ามกลางพายุฝนสายฟ้าเป็นศูนย์หนึ่งบนอากาศ ทุกคนก็เห็นเขายิ้มอย่างชัดเจน

พอเห็นรอยยิ้มของเขา ผู้คนนับไม่ถ้วนทั่วโลกจึงมีความมั่นใจแล้วก็ยิ้มออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

“ยังมีหวัง พวกเรายังมีหวัง!”

“สถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไง? ทำไมเขาถึงยิ้ม?”

เมื่อเกิดข้อสงสัย ผู้เล่นบางคนจึงเดาว่า “ถ้าเป็นฉัน การยิ้มอย่างมั่นใจในระหว่างต่อสู้แบบนี้เป็นเพราะรู้วิธีต่อสู้ทั้งหมดของอีกฝ่ายเลยรู้สึกมั่นใจ”

“ใช่เลย มันต้องเป็นแบบนั้นแน่!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ชนะแล้ว ตอนนี้ราชามอนสเตอร์กำลังไล่ล่าศูนย์หนึ่งอยู่ๆ เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นภัยคุกคามสำหรับมัน แล้วตอนนี้หลิงอี้ยังยิ้มอีก เขาคงมีแผนฆ่ามันอยู่ในใจแล้ว!”

“เอาเลยศูนย์หนึ่ง!”

ฝนพิษโหมกระหน่ำ ฝ่าผ่าดังสนั่น

ทางทิศใต้ของทะเลกลายเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดในโลก!

แม้แต่ผู้แข็งแกร่งในสายตาของผู้เล่นก็จะตายทันทีหากไม่ระวัง

เถาวัลย์, ฝนพิษ, สายฟ้า, หมอกพิษ, เท้าแมงมุมเหยียบ, อัญเชิญแมงมุมปีศาจ, ลำแสงมรณะที่พ่นจากปากแมงมุม และสกิลติดตัว[กลิ่นอายความตาย]ที่สร้างความเสียหายแก่ศัตรูโดยรอบอย่างต่อเนื่อง

ตอนนี้เทพรังมี8วิธีในการสร้างความเสียหาย!

ผู้เล่นบางคนมุ่งความสนใจไปที่การสู้กับแมงมุมปีศาจ ผู้เล่นบางคนโจมตีขาแมงมุมด้วยพลังทั้งหมด ผู้เล่นบางคนยังหลบลำแสงตัดชีวิต และผู้เล่นบางคนกำลังจัดการกับมอนสเตอร์ระดับสูงตัวอื่นๆที่ปรากฏในพื้นที่ท้องฟ้าสีดำ

——บริเวณนี้เป็นพื้นที่ท้องฟ้าสีดำมาโดยตลอด มอนสเตอร์ระดับสูงจำนวนมากจึงปรากฏขึ้นทุกเวลา ผู้เล่นที่อ่อนแอกว่าต้องไปจัดการกับมอนสเตอร์พวกนี้โดยเฉพาะ

จางชิงเทพธิดาแห่งราชวังชิงเหลียนที่ได้รับการยกย่องจากผู้เล่นนับไม่ถ้วนว่าเป็น‘ผู้สนับสนุนอันดับหนึ่งของโลก’อยู่ท่ามกลางฝูงชนและคอยช่วยล้างพาและรักษาพวกเขา

“แถบแสงแห่งชีวิต”

เธอยื่นมือออกไป มีแสงสีเขียวเข้มเหมือนมีหิ่งห้อยหลายร้อยตัวมารวมตัวกันบนมือเธอแล้วเคลื่อนผ่านฝูงชนไป

1,2,...51730

ในเวลาไม่กี่วินาทีผู้คนหลายสิบคนหาเป็นปกติ สามารกลับมาเคลื่อนไหวและลุกขึ้นจากขึ้น

แต่ยังไม่จบเท่านั้น เธอวางมือทั้งสองไว้ด้านหน้า โล่สีม่วงปรากฏขึ้นและปกคลุมร่างกายเธอ

หลังจากนั้นโล่สีม่วงก็ปรากฏขึ้นบนผู้คนโดยรอบ มันปกป้องพวกเขาจากหมอกและฝนพิษ

“ว้าว สมกับที่เป็นผู้สนับสนุนอันดับหนึ่งของโลก ความสามารถป้องกันแบบนี้หาใครมาเทียบไม่ได้เลยจริงๆ!”

“จริง กลุ่มรักษา กลุ่มโล่ กลุ่มฟื้นคืนชีพ มีหลากหลายมาก!”

ใต้ฝ่าเท้าเธอมีวงเวทฟื้นคืนชีพสีแดง แม้จะไม่มีความสามารถฟื้นคืนชีพที่ทรงพลังเหมือน[ทำลายดินแดนมรณะ] แต่ก็ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นสกิลคืนชีพกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

——ขอแค่ตายในระยะนั้น หลังจากผ่านไปสิบวินาทีจะสามารถฟื้นคืนชีพได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ข้อเสียคือระยะไม่กว้างมาก วงเวทมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง100เมตร

หลังจากรักษาผู้เล่นที่อยู่ใกล้เคียงแล้ว จางชิงก็หันไปมองกลุ่มคนที่ถูกเทเลพอร์ตออกไปไกล

เมื่อสงครามเริ่มต้นขึ้น พันธมิตรทั้งหมดได้เปิดใช้เครื่องเทเลพอร์ตระยะไกลภายในประเทศของตนเพื่อให้ผู้เล่นแข็งแกร่งคนอื่นๆในประเทศของตนได้มีโอกาสเข้าสนามรบเพื่อช่วยสู้กับวิกฤตระดับโลกตนนี้

จนถึงตอนนี้มีผู้เล่นจากทั่วโลกเข้าร่วมสนามรบทุกเวลา

ในเวลานี้

ท่ามกลางฝูงชนที่เทเลพอร์ตมาครั้งนี้ มีสาวสวยที่ใส่ชุดแฟชั่นมาด้วย

เมื่อเห็นเธอ จางชิงยกยิ้มมุมปากแล้วพูดอย่างดูถูก “เป็นเธอจริงด้วย ในโลกนี้มีแค่เธอคนเดียวที่ปล่อยกลิ่นอายน่ารังเกียจแบบนี้”

แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะอยู่ห่างกันหลายร้อยเมตรและเธอไม่ได้พูดเสียงดัง แต่สาวสวยที่อยู่ห่างไกลก็สามารถได้ยินคำพูดของเธอได้อย่างชัดเจน

ร่างของอีกฝ่ายปรากฏขึ้นเงียบๆห่างออกไปสองสามเมตรด้านหน้าเธอ เธอปิดปากพูดด้วยรอยยิ้ม “ฮ่าฮ่า ฉันก็ด้วย กลิ่นน้ำหอมบนตัวเธอเป็นสิ่งที่ฉันเกลียดมากที่สุด”

เมื่อคนรอบข้างพวกเขาก็ไม่สนใจแล้วเดินออกห่าง

พอพวกเขาออกมาไกลพอพวกเขาจึงกล้าพูด

“เทพธิดาจางชิงกับปีศาจสาวเหยาจิ้งเหลียน สองคนนี้เคยเป็นเพื่อนสนิทกับพี่น้องกันมาก่อนไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมพอมาเจอกันตอนนี้ถึงดูเกลียดกัน?”

“ไม่รู้สิ มีข่าวลือว่าเดิมทีตำแหน่งเทพธิดาเป็นของเหยาจิ้งเหลียน แต่ตอนหลังก็เปลี่ยนเป็นจางชิงโดยไม่รู้สาเหตุ จากนั้นทั้งสองก็กลายเป็นแบบนี้”

“ผู้หญิงจะลงเอยด้วยการเป็นศัตรูเพราะเรื่องเล็กน้อย ฮ่าฮ่า ในอนาคตต้องระวังเรื่องนี้ไว้ให้ดี”

“…”

เหยาจิ้งเหลียนชำเลืองมองคนไม่กี่คนที่จากไป

เธอหัยกลับมามองผู้หญิงตรงหน้า “ครั้งนี้ฉันไม่ได้มาเพื่อคุยกับเธอ แต่เป็น...”

เธอมองขึ้นไปบนท้องฟ้าไกลๆ แม้ว่าเธอจะมองไม่เห็นการต่อสู้ด้านบนแต่เธอรู้ว่าบุคคลในตำนานกำลังสู้อยู่ที่นั่น

“เพื่อความสงบสุขของโลก ฉันจะเข้าไปช่วยด้วย”

เหตุผลที่เหยาจิ้งเหลียนถูกเรียกว่า‘ปีศาจสาว’ไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนไม่ดี

แต่เพราะเธอมีสกิลปล่อยพลังงานที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง

หลังจากการจ้องมอง จางชิงก็มองไปบนท้องฟ้าแล้วพูดอย่างนุ่มนวลด้วยรอยยิ้ม “คนในโลกลือกันว่าเธอเป็นแฟนคลับตัวยงของเขา คิดไม่ถึงว่ามันจะเป็นเรื่องจริง จำไม่เห็นได้เลยว่าเธอเป็นคนเสนอตัวช่วยคนอื่นก่อน...เพราะแบบนี้เธอเลยเป็นเทพธิดาไม่ได้ใช่ไหม?”

“หยุดพูดไร้สาระ เธอไปเรียกคนมาฉันจะได้ใช้สกิลกลุ่ม”

พูดจบเธอก็ใช้ดวงตาสีแดงของเธอมองหน้าจางชิง “คุณก็รู้ พอเราร่วมมือกันเราจะแสดงพลังอันน่าทึ่งได้”

ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตแบบนี้จางชิงไม่พูดตอบแล้วหันไปบอกให้ทุกคนรวมตัวมา

ฟิ้ววว!

เถาวัลย์สามเส้นฟาดใส่หลิงอี้จากด้านพร้อมกัน หลังจากหลบเถาวัลย์ทั้งสามเส้นเขาก็เทเลพอร์ตหลบสายฟ้ามากมายที่พุ่งเข้ามาอีกครั้ง

“แฮ่กแฮ่ก”

เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก หันไปมองจักรพรรดิน้ำแข็งที่อยู่ไม่ไกล

ตอนนี้เธอยังใช้เข็มน้ำแข็งศูนย์องศาในมือโจมตีเถาวัลย์ที่อยู่รอบๆ แม้จะสร้างความเสียหายได้ไม่มากนัก แต่การโจมตีของเธอก็ยังดีกว่าผู้เล่นขั้นไร้เทียมทานบางคน

จากสัมผัสรับรู้ ผู้เล่นขั้นไร้เทียมทานทั้งสิบจากสามประเทศโจมตีแมงมุมบนพื้นดิน มีเพียงหลินเหมิ่งและอีกสองสามคนเท่านั้นที่โจมตีต้นเถาวัลย์ส่วนบนอยู่บนอากาศ

พวกเขาสร้างความเสียหายให้ราชามอนสเตอร์ได้บ้าง แต่ในด้านประสิทธิโดยรวม พวกเขายังเทียบจักรพรรดิน้ำแข็งไม่ได้

ยังไงแล้วจักรพรรดิน้ำแข็งก็เทียบได้กับราชามอนสเตอร์เลเวล69 แค่แผงคุณสมบัติอย่างเดียวผู้เล่นก็ไม่สามารถเทียบได้แล้ว

'แต่อย่าได้ดูถูกคนอื่น’

เขาหันไปมองหลินเหมิ่งกับจักรพรรดิสงครามทรราชเลือดของไป๋อิง

ตอนนี้ทั้งสองถือเครื่องมือเทพ ความเสียหายที่พวกเขาสร้างเป็นรองแค่เขาเท่านั้น

ถ้าเขาไม่มีเพิ่มพลัง‘ร้อยเท่า’ของร่างเทพโบราณ สองคนนั้นต้องจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นภัยคุกคามสำหรับเทพรังมากกที่สุด

'ขั้นปกติอย่างพวกเราจะสร้างความเสียหายแค่หนึ่งในสิบของขั้นไร้เทียมทาน แต่ขั้นไร้เทียมทานไม่เพิ่มหรือลดความเสียหายในขั้นไร้เทียมทาน’