ตอนที่ 173

วันที่16ตอนเที่ยง

หลังจากเพลิดเพลินกับอาหารกลางวันแสนอร่อย หลิงอี้กับหลินชูโหรวก็มานั่งพักผ่อนในห้องโถง

เมื่อครั้งก่อน[กระดิ่งพูดความจริง]ค้นพบความคิดแท้จริงของเซี่ยหว่านชิง หลินซูโหรวจึงพูดคุยกับเธอเกี่ยวกับการย้ายเข้ามา

หลิงอี้ไม่รู้ว่าพวกเธอคุยอะไรกันแต่สุดท้ายเซี่ยหว่านชิงก็ตัดสินใจไม่ย้ายเข้ามา แต่เธอทำลายกำแพงลานบ้านของทั้งสองบ้านและรวมบ้านเป็นเดี่ยวแทน

พอหยุนจีรู้เรื่องนี้เธอก็เข้าไปช่วยเธอย่างแข็งขันหลังกลับมาจากเสินลู่ในตอนเช้า

ตอนนี้พวกเขามีบ้านสองหลังในสนามหญ้าขนาดใหญ่ บ้านทางขวาเป็นที่อาศัยของเขากับหลินซูโหรว ส่วนบ้านทางซ้ายเป็นที่อาศัยของหยุนจีกับเซี่ยหว่านชิง

ช่วงบ่ายของฤดูร้อนค่อนข้างร้อน

แสงแดดส่องสนามหญ้าสีเขียว ผีเสื้อสีสันสดใสกำลังโบยบินอยู่ในสวน

เสียงของจักจั่นทะลุผ่านกำแพงอย่างง่ายดายราวกับดังก้องอยู่ในหู

“ผีเสื้อในสวน...”

“อ๋อ ฉันซื้อรังผีเสื้อที่ผีเสื้ออาศัยอยู่ได้น่ะ”

“แล้วนกล่ะ”

“รังนกไง นายจะได้เห็นนกสวยๆทุกเวลา”

“เธอใช้เหรียญทองกับของตกแต่งสถานที่พวกนี้เหรอ?” มุมปากหลิงอี้กระตุกและพูดไม่ออก

“เปล่า”

หลินซูโหรวยิ้มเล็กน้อย “ฉันใช้เงินกับการดูแลความสวยและสุขภาพ”

หลิงอี้ “…”

เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด เธอจึงสวมแค่เสื้อคอกลมแขนสั้นหลวมๆสีขาวและกระโปรงสั้นสีขาว ในห้องโถงจึงเผยให้ลูกคลื่นสีขาวขนาดใหญ่

กลิ่นหอมยั่วยวนโชยออกมาจากร่างกายของเธอ หลิงอี้คว้าเอวเธอและปล่อยให้เธอนอนลงในอ้อมแขน หลินซูโหรวยิ้มหวานกอดเขา

เมื่อมองแก้มที่มีเสน่ห์ของเธอ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะจูบเธอและพูดว่า “เธอสวยขึ้นเรื่อยๆเลย”

หลินซูโหรวไม่ได้หน้าแดงด้วยความเขินอายเหมือนเมื่อก่อน เธอเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานให้เขา ดวงตาสดใสของเธอเต็มไปด้วยความผูกพันลึกซึ้ง

หลิงอี้ลูบผมเรียบลื่นของเธอแล้วเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกากับปฏิทิน ความคิดของเขาค่อยๆล่องลอยไป

'ผ่านด่านทั้งหมดของเส้นทางหลักแล้ว ศัตรูตัวต่อไปเหลือแค่ราชามอนสเตอร์อีกสองตัว ก่อนจะไปท้าทายปีศาจดาบไร้เทียบเคียง ต้องไปล้มคิงคองยักษ์ในโลกใหญ่ก่อน'

'อืม...วันนี้หยุดพักหนึ่งวันแล้วค่อยไปพรุ่งนี้’

ขณะที่คิดเรื่องนี้เขาก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ออกมาจากช่องท้องส่วนล่างของเขา เมื่อมองลงไปก็เห็นว่าหลินซูโหรวกำลังนั่งยองๆอยู่ตรงหว่างขาของเขา เธอปลดเข็มขัดอย่างกระตือรือร้นแล้วก้มหัวลงไปเลียมันอย่างตะกละตะกลาม

“หืม!?”

เสื้อของเขาถูกยกสูงจนปิดบังการมองเห็น แต่การเคลื่อนไหวที่เร่งรีบและลมหายใจที่ติดขัดของอีกฝ่ายทำให้เขาสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ

“แปลก...เมื่อก่อนเธอไม่เคยเป็นแบบนี้...ดูแล้วคงลองถามเธอทีหลัง”

......

เวลา23:30น. เมื่อหลิงอี้ฆ่าบอสมอนสเตอร์สองตัวเสร็จและกลับมาบ้าน เขาก็ไปคุยกับหลินซูโหรว

“เมื่อตอนเที่ยงเกิดอะไรขึ้นกับเธอ?”

ทั้งสองยังนั่งด้วยกันบนโซฟาตัวเดิม

หลินซูโหรวแลบลิ้นสีแดงอันอ่อนนุ่มออกมาเลียรอบๆริมฝีปากชั่วขณะจากนั้นถามอย่างสงสัย “นายหมายถึงอะไร? มีคนโจมีนายเหรอ?”

“เปล่า ฉันหมายถึงทำไมตอนนั้นเธอถึงดูกระหายขนาดนั้น?”

พอพูดจบหลิงอี้ก็เห็นหน้าหลินซูโหรวเริ่มมีเลือดฝาดบางๆที่เห็นได้ชัด

'หรือจะเป็นเหตุผลที่อธิบายไม่ได้? ' พอเห็นเธอเป็นแบบนี้เขาก็เริ่มเดาอยู่ในใจ

“ฉัน... ไม่บอกได้ไหม?”

“ถ้าเธอไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร ฉันแค่แปลกใจเฉยๆ”

หลิงอี้โบกมือปัดแล้วยิ้ม

ในตอนนั้นเองหยุนจีกับเซี่ยหว่านชิงก็เดินเข้ามาในขณะที่พูดคุยด้วยเสียงหัวเราะ

ทันทีที่เห็นหลิงอี้ ใบหน้าของหยุนจีก็ฉายแววตื่นเต้นและหัวเราะคิกคัก “มีคนอยากทำแบบนายที่ไปสู้ราชามอนสเตอร์ แต่สุดท้ายก็ทำให้ตัวเองอับอายต่อหน้าคนทั้งประเทศ”

“อะไรนะ?”

หลิงอี้อึ้ง

หยุนจียิ้มโดยไม่ได้พูดอะไร เธอเปิดทีวีฉายข่าวภาคค่ำของวันนี้ซ้ำและกดข้ามไปครึ่งหลัง

[ผู้ดำเนินรายการ: เวลา13:35น. นครหยุนไห่ปรากฏท้องฟ้าสีดำระดับสาม สิบสองนาทีหลังจากท้องฟ้าสีดำเริ่มขึ้นทรราชแผดเผาราชามอนสเตอร์เลเวล30ก็โผล่ออกมา!]

ในภาพบนทีวี จู่ๆเหนือท้องฟ้าสีดำสนิทก็ปรากฏทะเลเพลิง ต่อจากนั้นนกอินทรีไฟขนาดใหญ่ที่มีปีกกว้างกว่าสองร้อยเมตรก็บินออกมาจากทะเลเพลิงพุ่งทะยานไปในท้องฟ้าชั่วครู่แล้วร่อนลงมาบนพื้น

ผู้ถ่ายวิดีโอที่มาถึงตกใจกลัวจนทำโทรศัพท์หล่นทำให้หน้าจอด้านหลังก็กลายเป็นสีดำสนิทและได้ยินแค่เสียงนกอินทรีร้องดังลั่นเท่านั้น!

[หลังจากราชามอนสเตอร์ปรากฏตัว พันธมิตรเสินสาขานครหยุนไห่ก็รีบระดมผู้เล่นทุกคนและคนธรรมดาที่อยู่ในท้องฟ้าสีดำให้ค้นหาคริสตัลมอนสเตอร์ พวกเขาใช้เวลาเพียงห้านาทีในการค้นพบคริสตัลมอนสเตอร์และทำลายมันในห้องศิลปะของโรงเรียนประถมศึกษาหยุนไห่ ผู้ค้นพบเป็นกลุ่มนักเรียนของโรงเรียนประถมศึกษาหยุนไห่]

[แต่สิ่งที่น่าพูดถึงมากที่สุดคือในช่วงเวลานั้นมีกลุ่มผู้เล่นพยายามท้าทายราชามอนสเตอร์ แต่น่าเสียดายที่พวกเขาพ่ายแพ้และหนึ่งในนั้นคือ‘รุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุด’หลิวเซิ่งผู้เล่นเลเวล69]

[การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายไม่เพียงก่อให้เกิดความเสียหายภายในนครเป็นระยะหลายกิโลเมตรเท่านั้น แต่ยังทำให้ราชามอนสเตอร์เกิดความโกรธด้วย หลังจากหลิวเซิ่งและคนอื่นๆหนีไปทรราชแผดเผาก็เริ่มทำลายล้างบริเวณรอบๆ]

เมื่อนักข่าวบนหน้าจอพูดเช่นนี้ หน้าจอก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง

คราวนี้เป็นมุมที่คนอื่นถ่ายจากระยะไกล ภาพที่เห็นนกอินทรีไฟขนาดใหญ่สูง50ถึง60เมตรยืนอยู่บนดาดฟ้าโดยกางปีกออก มันก้มหน้ามองภายในนครอันสวยงามยามดึกจากนั้นเปิดปากลำแสงเปลวไฟที่รุนแรง

ด้วยอ้าปากครั้งเดียวของนกอินทรี ลำแสงเปลวไฟก็กวาดไปทั่วเมือง ตึกรามบ้านช่องต่างระเบิดออกอย่างน่าตกใจ

ในชั่วพริบตาพื้นที่โดยรอบก็กลายเป็นทะเลเพลิง

[ผู้ดำเนินรายการ: ตอนนี้มาดูที่ข่าวต่อไป...]

ถึงตอนนี้ข่าวเกี่ยวกับท้องฟ้าสีดำนได้จบลงแล้ว

หลิงอี้เลิกคิ้วขึ้นและถามหยุนจี “ ถ้าไม่เจอคริสตัลมอนสเตอร์เร็วนัก อีกไม่นานผู้พิทักษ์ก็คงออกมาเอง”

หยุนจีส่ายหัวยิ้มและตอบกลับ “ถ้าไม่เจอคริสตัลมอนสเตอร์เร็วขนาดนั้น ทรราชแผดเผาคงอยู่ได้ไม่นาน”

“หกเสาหลักปกป้องประเทศจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องผิดพลาด อย่างน้อยต้องมีสามคนที่ต้องว่างในเวลาเดียวกันเพื่อคอยป้องกันเหตุฉุกเฉิน”

“ดังนั้นหลังจากราชามอนสเตอร์ปรากฏตัวได้4นาที หลินเหมิ่งเสาหลักเทพหลินคงได้นำทีมไปที่นครหยุนไห่แล้ว”

พอพูดจบหยุนจีก็ส่ายหัวเล็กน้อยด้วยความเสียใจ “ถ้าเจอคริสตัลมอนสเตอร์ช้ากว่านี้ ราชามอนสเตอร์เลเวล30ตัวนี้คงตายภายใต้ทีมเสาหลักเทพหลิน”

เพื่อลดความสูญเสียในการต่อสู้กับราชามอนสเตอร์บนโลกปัจจุบัน ทุกคนจึงพยายามจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุดในทุกครั้ง

ไม่มีใครต้องการเสียสละคนจำนวนมากเพื่อแลกกับชื่อจอมปลอมที่สู้กับราชามอนสเตอร์ตัวต่อตัว โดยเฉพาะกับคนที่ถูกจับตามองโดยสายตานับไม่ถ้วน

หลิงอี้พยักหน้าแสดงให้เห็ยว่าเข้าใจ

ในตอนนั้นเองหลินซูโหรวก็หันไปถามหยุนจี “ในข่าวแล้วเคยบอกว่า'รุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งอันดับหนึ่งของ เสินเซี่ย'คือหลิงอี้ไม่ใช่หรือ? แล้วมันเป็นหลิวเซิ่งไปได้ยังไง?”

หลายคนที่อยู่ที่นั่นรู้ตัวตนแท้จริงของหลิงอี้แล้ว ดังนั้นหลินชูโหรวจึงกล้าถามออกมาโดยตรง

หยุนจีชำเลืองมองหลิงอี้และพูดด้วยรอยยิ้ม “รุ่นเยาว์หมายถึงผู้ที่มีอายุต่ำกว่า25ปี”

“โลกภายนอกยังไม่รู้อายุของหลิงอี้ ดังนั้นตอนนี้เขาจึงไม่รวมอยู่ในนั้นด้วย”