ตอนที่ 184

แม้ว่าน้ำเต้าขับไล่มอนสเตอร์จะมีระยะแค่100เมตร แต่หน้าที่ที่สำคัญที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการต่อสู้เมื่อมีคนไม่มากและเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่โดนมอนสเตอร์ไล่ตาม

ดังนั้นความเร็วในการเดินทางของคนทั้งสามจึงเร็วกว่า100เมตรต่อวินาที

ในระหว่างการเดินทาง จู่ๆก็มีสิ่งมีชีวิตบินได้ขนาดใหญ่เข้ามาในการรับรู้ของเขา สิ่งมีชีวิตที่บินได้นั้นบินจากตะวันออกเฉียงใต้ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วสูง ถ้าพวกเขายังคงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วนี้อีกสิบวินาทีพวกเขาคงได้วิ่งไปชนมันแน่!

หลิงอี้ขมวดคิ้วเและถามหยุนจี “มีราชามอนสเตอร์ตัวหนึ่งอยู่ในป่าแมลงปีศาจใช่หรือเปล่า?”

“ห๊ะ?”

หยุนจีหยุดชั่วขณะ จากนั้นเดินหน้าต่อไปและหันกลับมายิ้มให้ “มากกว่านั้นอีก มีราชามอนสเตอร์สองคนอยู่ในป่าแมลงปีศาจ”

“ตัวหนึ่งคือเจ้าแห่งผืนดินที่ซ่อนอยู่ในดิน ส่วนอีกตัวคือเจ้าแห่งท้องฟ้าซึ่งบินอยู่บนท้องฟ้า”

มอนสเตอร์ในโลกใหญ่จะเกิดใหม่หลังจากพวกมันถูกฆ่า แต่ช่วงเวลาเกิดใหม่จะนานกว่าปกติประมาณหนึ่งวัน

ช่วงเวลาเกิดใหม่ของราชามอนสเตอร์คือประมาณหนึ่งสัปดาห์

“เจ้าแห่งท้องฟ้าเลเวลเท่าไหร่?”

“เจ็ดสิบ มีอะไรเหรอ?”

หลิงอี้พูดอย่างรวดเร็วด้วยมุมปากที่กระตุก “ฉันสัมผัสได้ว่ามีแมลงบินได้ตัวใหญ่ผ่านมา! รีบหยุดเร็ว!”

เมื่อได้ยินแบบนั้นหยุนจีกับหลินซูโหรวก็หยุดทันที

ทั้งสองมองไปรอบๆ พอเห็นจุดที่มีต้นไม้ใหญ่หลายปิดบัง พวกเธอจึงรีบดึงหลิงอี้ให้บินเข้าไปและกระซิบว่า “ตรงนี้ใช้เป็นที่กำบังได้ เข้ามาซ่อนตรงนี้ก่อน””

หลิงอี้ “...”

พวกเขาทั้งสามซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่เล็กๆ การสัมผัสร่างกายจึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หยุนจีและทั้งสองไม่สามารถสัมผัสกันได้ แต่หลิงอี้กับหลินซูโหรวตัวติดกันแน่น

เดิมทีทั้งคู่ก็มีความสัมพันธ์เนื้อแนบเนื้อกันอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาเลยไม่สนใจรายละเอียดยิบย่อยนี้

เสียง‘พรึ่บพรึ่บ’ที่ได้ยินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับว่ามีมอนสเตอร์กำลังบินมาจากไกลๆ

ทั้งสามกลั้นหายใจและเงยหน้ามองผ่านช่องว่างที่กว้างหนึ่งเมตร

เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีแมลงบินได้ตัวใหญ่ปีกกว้าง100เมตรและมีดอกไม้ไฟสีฟ้าทั่วตัวก็ลอยอยู่เหนือหัวพวกเขา

ฝุ่นสีฟ้ามากมายฟุ้งกระจายไปทั่วตามทิศทางที่มันบินผ่าน แสงสีฟ้าในอากาศสวยงามราวกับกาแลคซี่

ไม่กี่วินาทีต่อมาฝุ่นบางส่วนก็ลอยหายไปกับสายลม ในขณะที่บางส่วนค่อยๆตกลงสู่พื้น

“นั่นเป็นฝุ่นเปลวไฟของจ้าวแห่งท้องฟ้า มันจะลุกไหม้หรือระเบิดทันทีถ้าไปโดนมัน” หยุนจีเห็นทั้งสองคนจ้องมองฝุ่นเปลวไฟที่สวยงามอยู่ เธอจึงบอกเรื่องนี้ให้พวกเขาฟัง

พวกเขาเดินออกจากพื้นที่เล็กๆที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ “ไปกันเถอะ เดินทางอีกไม่กี่นาทีก็ถึงสันเขาต้นไม้สูงแล้ว”

ทั้งสามเดินทางต่ออีกครั้ง

ไม่กี่นาทีต่อมาพวกเขาก็ออกมาจากป่าแมลงปีศาจได้อย่างปลอดภัยและมาถึงสันเขาต้นไม้สูง

สันเขาต้นไม้สูง ชื่อของมันบ่งบอกแล้วว่าที่นี่เป็นสันเขาซึ่งมีต้นไม้สูง

มองครั้งแรกจะได้เห็นภูเข้าอันไร้สิ้นสุด ภูเขาล้วนปกคลุมด้วยพืชสีเขียว ส่วนยอดของภูเขาถูกปกคลุมด้วยเมฆ

ในบริเวณนี้ไม่มีแสงแดดและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อาจจะมีฝนตกได้ตลอดเวลา ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆมืดครึ้มและมีเสียงฟ้าร้องเป็นบางครั้ง

ภูมิประเทศระหว่างภูเขานั้นเปิดโล่ง ทำให้สามารถเห็นกลุ่มผู้เล่นสู้กับมอนสเตอร์ลิงประเภทต่างๆ

นอกจากนี้ห่างออกไปสามกิโลเมตรยังมีภูเขาที่สูงที่สุดอยู่ เมฆหมอกที่ปกคลุมส่วนบริเวณเชิงเขาเท่านั้น ทำให้ส่วนของยอดเขาเป็นเหมือนภูเขาลอยฟ้า

“ราชามอนสเตอร์แห่งสันเขาต้นไม้สูงอยู่บนภูเขานั้น ไปกันเถอะ!” หยุนจีชี้‘ภูเขาสวรรค์’และบอกพวกเขาสองคน

ภูมิประเทศที่นี่เปิดกว้างซึ่งทำให้บินได้ง่าย ความเร็วของทั้งสามจึงเพิ่มมากขึ้น

เพื่อให้ไปถึงเร็วขึ้นหลิงอี้จึงใช้สายลมเร่งความเร็วให้พวกเขา

ในไม่ช้าพวกเขาก็บินขึ้นไปถึงยอดเขา แต่พอขึ้นมาถึงพวกเขาก็เห็นผู้เล่นหลายร้อยคนที่อยู่บนยอดเขากำลังสู้กับลิงคิงคองยักษ์

เมื่อพิจารณาจากความเสียหายของสภาพแวดล้อมจึงประเมินได้ว่าการต่อสู้นี้น่าจะดำเนินมาระยะหนึ่งแล้ว

ทั้งสามมองหน้ากันแล้วลงไปที่ขอบภูเขา

ตรงขอบภูเขายังมีต้นไม้สูง30ถึง40เมตรมากมาย แม้ว่าจะไม่ได้ซ่อนตัวแต่ก็ยังยากที่จะเจอตัว

“ขอฉันดูก่อน”

หลิงอี้ใช้ตาทิพย์มองลิงคิงคองยักษ์ที่อยู่ห่างออกไปหลายพันเมตร พอเห็นว่ามันมีพลังชีวิตอยู่62%เขาก็โล่งใจเล็กน้อย “ไม่ต้องห่วง ราชามอนสเตอร์เหลือพลังชีวิตมากกว่า”

หลินซูโหรวขมวดคิ้วและถามอย่างกังวล “อีกฝ่ายมีคนเยอะขนาดนั้น...เราจะทำยังไงดี?”

“ฮ่าฮ่า”

หลิงอี้พูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไร ปล่อยให้คนพวกนั้นช่วยสู้กับมันไปก่อน เดี๋ยวฉันค่อยไปตามเก็บทีหลัง”

พอได้ยินแบบนั้นหยุนจีเลยเบิกตากว้างและพูดด้วยความประหลาดใจ “ตรงนั้นมีอย่างน้อยห้าถึงหกร้อยคน นายแน่ใจเหรอว่าจะขโมยมาได้?”

“ลิงคิงคองยักษ์ไม่มีสกิลช่วยชีวิตอื่นนอกจากสกิลลดความเสียหาย ถ้าพลังชีวิตของมันเหลือน้อยกว่าครึ่งเมื่อไหร่ ฉันจะฆ่ามันทันทีด้วยการโจมตีครั้งเดียว”

หยุนจีกับหลินซูดโหรว: !!!∑(?Д?)

“ฉันรู้ว่านายแข็งแกร่ง แม่นายจะพูดเกินไปหน่อยมั้ง” หยุนจีมองหลิงอี้ราวกับว่าเธอกำลังมองมอนสเตอร์ เธอไม่แปลกใจเลยที่ตัวเองพูดคำหยาบออกมา

“การโจมตีของนาย...น่าจะมีเงื่อนไขใช่ไหม?” หลินซูโหรวหาเหตุผล

“อา...ใช่ใช่ เงื่อนไขคือ...”

“เดี๋ยวก่อน! นายไม่ต้องพูด!” หยุนจีพูดเสียงเบา

“หืม”

“ปล่อยให้พวกเราได้จินตนาการเองเถอะ เผื่อพวกเราจะได้รู้สึกดีขึ้น”

หลิงอี้: →_→

ในขณะที่เขาพูดไม่ออก หยุนจีและหลินซูโหรวก็เริ่มจินตนาการอยู่ในใจ: 'นี่ต้องเป็นสกิลที่มีเงื่อนไขรุนแรงมาก และมีราคาที่ต้องจ่ายสูงลิ่ว...'

เขาไม่สนใจทั้งสองและดูพลังชีวิตของราชามอนสเตอร์อีกครั้ง

62.9%

“เวร...โคตรช้าเลย”

พอพูดจบหลิงอี้ก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ พอมองอีกครั้งเขาก็เห็นว่าเป็น62.9%เท่าเดิม เครื่องหมายคำถามปรากฏบนหน้าผากเขาทันที

“???”

เขามองสนามรบที่ห่างไกลด้วยสีหน้างุนงงและถามด้วยความแปลกใจ “พลังชีวิตของลิงคิงคองยักษ์ตัวนี้เพิ่มขึ้นมาได้ยังไง?”

“ฉันจำได้ว่ามันไม่มีสกิลฟื้นฟูพลังชีวิต!”

ก่อนจะเข้ามาโลกใหญ่เขาได้อ่านสกิลของลิงคิงคองยักษ์แบบละเอียดแล้ว – สกิลของมันถูกเขียนไว้ในฟอรัมโดยทีมแข็งแกร่งที่เคยชนะมัน

ถ้ามันมีสกิลฟื้นฟูพลังชีวิตมันก็ควรแสดงให้เห็นในการต่อสู้ครั้งก่อน ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะไม่ใช้สกิล นอกจากว่าจะมีคนปิดยังข้อมูลโดยเจตนา

ด้วยความสงสัยในใจ เขาจึงเริ่มตรวจสอบเสียงของผู้เล่นในบริเวณนั้น

จากนั้นไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงของผู้เล่นคนอื่นที่กำลังคุยกัน

“เฮอะ ตอนแรก็บอกว่าจะให้คนละ10,000เหรียญทอง แต่พอมารวมกลุ่มแล้วพวกมันกลับหาข้ออ้างลดให้เหลือ6,000เหรียญทอง อย่ามาโทษฉันแล้วกันที่ทำอะไรบางอย่างกับราชามอนสเตอร์”

“สกิลรักษาของฉันไม่แสดงให้เห็นเมื่อใช้มงาน ยังไงก็ไม่มีทางจับได้”

สกิลสร้างความเสียหายของผู้เล่นมีผลต่อมอนสเตอร์หรือผู้เล่นอื่น สกิลรักษาก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน

แต่ว่าไม่มีใครยอมรักษาให้มอนสเตอร์ก็เท่านั้น

เพราะไม่ว่าจะปฏิบัติกับมอนสแตอร์อย่างไร พวกมันก็ยังเห็นผู้เล่นเป็นศัตรูและฆ่าผู้เล่นอย่างไร้ความปรานี

พอรู้เหตุผลแล้วหลิงอี้ก็มองด้วยสายตาแปลกๆ

ผู้เล่นคนอื่นไม่มีสกิลตรวจสอบพลังชีวิตของราชามอนสเตอร์ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สังเกตเห็นการกระทำเล็กน้อยของผู้ชายคนนั้น

แต่หลิงอี้ที่ตั้งใจจะให้คนพวกนั้นลดเลือดราชามอนสเตอร์ให้จะยอมปล่อยให้เป็นแบบนั้นได้ยังไง?

ขณะที่เขากำลังจะฆ่าผู้ชายคนนั้นอย่างเงียบๆ หยุนจีที่ยืนอยู่ด้านข้างก็พูดขึ้นด้วยแปลกใจ “เฮ้ย!? คนพวกนั้น...เป็นกองกำลังรุ่นเยาว์ของเสินเซี่ยเราไม่ใช่เหรอ?”