ตอนที่ 218

อาซือหลันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามพูดได้ดีมาก

ดีเกินไปจนเหมือนหลอก

แต่ระฆังพูดความจริงที่โจวจื่อเหวินห้อยไว้กลับไม่ส่งเสียงดัง

\เขาไม่ได้โกหก...’

ข้อเสนอของอีกฝ่ายดีมากจนโจวจื่อเหวินกลัวว่าหลิงอี้จะถูกล่อลวง เขาจึงขยิบตาให้หนานกงหลี่ที่อยู่ข้างๆทันที

หนานกงหลี่ผงะไปครู่หนึ่ง พอคิดว่าอีกฝ่ายให้เธอบอกเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยของพันธมิตรเสินของพวกเขา เธอจึงหันไปหาหลิงอี้แล้วพูด “สำหรับการเสริมพลังป้ายหินโบราณและการบริจาคคริสตัลศักยภาพ พันธมิตรเสินของเรากำลังหารือเรื่องรางวัลอยู่ เราจะทำให้คุณพอใจอย่างแน่นอน”

เมื่อได้ฟังแบบนั้น

โจวจื่อเหวินถึงกับต้องตบหน้าผากกลอกตาไปมา เขาอยากให้เธอปัดความคิดที่จะเข้าร่วมไป๋อิงของศูนย์หนึ่ง ไม่ใช่ไปล่อลวงเขาด้วยผลประโยชน์ที่มากกว่า

เขารู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว พวกเขาเทียบไม่ได้เลยเมื่อเป็นเรื่องการให้รางวัล

เขาก้าวไปข้างหน้าและตอบด้วยใบหน้าที่จริงจัง “แม้ว่าเงื่อนไขจะดี แต่น่าเสียดายที่ศูนย์หนึ่งไม่อยากถูกคนอื่นจำกัดไว้ พวกแกต้องให้เขาทำโน่นนทำนี่ให้แน่นอน”

“ไม่เลย”

อาซือหลันส่ายหัวอย่างมั่นใจ “เรื่องที่ฉันพูดเป็นแค่เงื่อนไขพื้นฐาน ขอแค่ศูนย์หนึ่งมาเราจะให้อิสระเขาอย่างเต็มที่ จะไม่บังคับให้ทำอะไรทั้งนั้น”

เมื่อทุกคนรอบๆได้ยินก็ประหลาดใจ

“นี่เป็นการกุศลเหรอ? เงื่อนไขดีเกินไปแล้ว”

“การทำบุญเป็นเรื่องดี? เพราะอย่างนั้นเลยเซ่นไหว้เทพ?”

“ศูนย์หนึ่งคู่ควรกับเงื่อนไขนี้แล้ว ตราบใดที่เขาเติบโตได้อย่างราบรื่น เมื่อเข้าสู่ขั้นไร้เทียมทานเขาจะช่วยประเทศดีขึ้นเหนือสิ่งใด ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นเลย แค่ได้เขาที่เป็นเจ้าของป้ายหินโบราณก็คุ้มค่าแล้ว!”

“ถึงเงื่อนไขจะฟังดูดีแต่พอเอาไปใช้จริงแล้วมันจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย ที่ดินเป็นของไร้ประโยชน์ ต่อให้ไม่เข้าร่วมกับไป๋อิง ขอแค่เขาต้องการ ทำไมผู้หญิงหลายพันถึงจะไม่ไปหาเขาด้วยตัวเองล่ะ? มีโอกาสน้อยมากที่เสินเซี่ยจะทำให้เขาเดือดร้อนด้วยเรื่องพวกนี้ สมบัติ...เขาสร้างสมบัติระดับSด้วยตัวเองไม่ใช่เหรอ?”

คนข้างๆเขาสามารถเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เหตุผลที่ไป๋อิงเต็มใจมอบผลประโยชน์มากมายให้ศูนย์หนึ่งไม่ใช่เพราะป้ายหินโบราณของเขาอย่างเดียว

เมื่อเขาจากไป ป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์, ป้ายหินพื้นที่บริสุทธิ์, คริสตัลศักยภาพและสิ่งอื่นๆก็จะตามเขาไปด้วย แค่ของพวกนี้ก็คุ้มค่ามากแล้ว

ทุกคนต่างมุ่งความสนใจไปที่หลิงอี้ แม้พวกเขารู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับ แต่ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่? ——นอกจากว่าจะมีสกิลอ่านใจที่หายากมาก

“ฉันไม่ไป” หลิงอี้ตอบสั้นๆ

สายตาของเขาเปลี่ยนจากอาซือหลันมองไกลออกไป

ตอนนี้มอนสเตอร์ที่เขาฆ่าไปเริ่มฟื้นกลับมาแล้ว

“งั้นเหรอ”

อาซือหลันมองผู้คนรอบๆแล้วส่ายหัว “น่าเสียดายน่าเสียดาย”

หลังพูดแบบนั้นเขาก็ตะโกนเสียงดังกับคนดู “ทุกคนได้ยินกันแล้ว! ถ้าพวกเขาไม่ต้องการแม้แต่เงื่อนไขที่ไป๋อิงของเรามอบให้ สำหรับพวกนายก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้!”

“ออกมาใช้แผนสอง!”

“กำจัดปัจจัยที่เป็นสิ่งคุกคามความมั่นคงของโลกที่นี่!”

หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มคนจากฝูงชนก็ออกมา

“อ่า ฉันเดาตอนจบได้ตั้งนานแล้ว บอกแล้วว่าให้เลิกฝัน” ชายสูงสองเมตรถือเสาหินเดินออกมาจากฝูงชน พร้อมกับกลุ่มน้องชายที่หน้าตาน่าเกลียด

“ศัตรูมีศูนย์หนึ่งกับหัวหน้าหน่วยของพันธมิตรเสินสองคนใช่ไหม? ดูแล้วคงพอจัดการได้” ชายคนหนึ่งที่นอนอยู่บนแรดยักษ์เขาเดียวลืมตาข้างหนึ่งพูด

“จะได้สู้กับวีรบุรษที่เขย่าโลกแล้ว ตื่นเต้นจังเลย” มีคนวิ่งออกไปด้วยท่าทางตื่นเต้น

เมื่อเห็นคนเหล่านี้กระจายตัวล้อมรอบพวกเขา หนานกงหลี่และโจวจื่อเหวินจึงขมวดคิ้ว

“อีกฝ่ายเตรียมตัวมาอย่างดี ต้องลำบากกันแล้ว” โจวจื่อเหวินมองซ้ายขวาอย่างระมัดระวัง เขาคิดวิธีรับมือภายในใจอย่างรวดเร็ว

“ความต้านทานต่อการควบคุมของฉันอยู่ในระดับปานกลาง ถ้าฉันโดนจับตัวก็ไม่ต้องห่วง” หนานกงหลี่กัดฟัน หยิบดาบฟีนิกซ์ออกมา เธอเตรียมใจไว้แล้วว่าเธออาจต้องตายหนึ่งครั้ง

การเผชิญหน้ากับคนๆหนึ่งในเวลาเดียวกันกับการเผชิญหน้ากับคนหมู่มากในเวลาเดียวกันเป็นสิ่งที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

ต่อให้เป็นหัวหน้าหน่วยของพันธมิตร สิ่งแรกที่จะทำเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูหลายคนในเลเวลเดียวกันคือการวิ่งหนี

ในเวลานี้

แม้ว่าหลิงอี้จะเป็นตัวหลักของปัญหา แต่เขาก็ไม่ได้ลนลานแต่อย่างใด

‘ดาวตก!’

เขาคิดภายในใจ

ในเวลาต่อมา

ดาวเพลิงใหญ่โตมหึมาเผาผลาญเมฆทั้งหมดบนท้องฟ้า ราวกับว่าดวงอาทิตย์กำลังตกลงมาในบริเวณนี้

เมื่อทุกคนเงยหน้ามองก็ไม่มีตื่นตระหนกนอกจากประหลาดใจว่าทำไมดาวเพลิงถึงใหญ่ขนาดนี้

บางคนดึงโล่ออกมา บางคนซ่อนตัวอยู่ในมิติ บางคนถึงกับไม่สนใจมันและฟาดสายฟ้าใส่คนอื่น

เห็นได้ชัดว่าเตรียมตัวกันมาอย่างดี

หนานกงหลี่และโจวจื่อหลันเผชิญหน้ากับศัตรูทันที!

หลิงอี้เรียกจักรพรรดิน้ำแข็งออกมาและให้เธอมอบโล่เย็นศักดิ์สิทธิ์ให้กับเขาและหยุนจีทันทีเพื่อป้องกันเอฟเฟกต์จากสกิลต่างๆได้

“กลุ่มเงียบงัน!” ในวินาทีต่อมา นักเวทคนหนึ่งตะโกนอยู่ด้านหลังเขา

จักรพรรดิน้ำแข็งยกมือขึ้นโดยไม่หันไปมอง ค้อนน้ำแข็งจำนวนมากก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่าด้านหลังเธอและยิงไปทางนักเวทที่กำลังหยิบสิ่งกีดขวางออกมาป้องกันการโจมตี

......

‘จะว่าไปแล้ว ตอนนี้เป็นเวลาที่ดีที่จะลองใช้จักรพรรดิแห่งความเจ็บปวด’

เมื่อดาวเพลิงมาถึง พอเห็นว่าผู้เข้ามาจัดการเขาพร้อมที่จะจัดการกับดาวเพลิงแน่นอน หลิงอี้จึงหยุดใช้ดาวเพลิง

ตอนนี้เขาใช้แค่พายุหมุนเพียงอย่างเดียวในการเอาชนะศัตรูรอบข้างทั้งหมดจนคนที่เหลือหลั่งเหงื่อเย็นและไม่กล้าก้าวเท้าออกไป

“เขาแข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่ ลมขอของมันที่พัดมาโดนโคตรเจ็บเลย” ใครบางคนขมวดคิ้ว

ถ้าชายคนนี้ไม่พูดถึง‘ความเจ็บปวด’ หลิงอี้คงไม่นึกถึง‘จักรพรรดิแห่งความเจ็บปวด’ในระหว่างสู้

เขาบินไปบนอากาศและเห็นว่าทุกคนกำลังจ้องมองเขาและไม่กล้าก้าวออกมา ดังนั้นเขาจึงกลายพันธุ์ ‘จักรพรรดิแห่งความเจ็บปวด’ในกระเป๋าเป้ของเขาโดยตรง

“แค่ชิ้นเดียวก็พอแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องจำลองขึ้นมาเพิ่ม”

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ตรวจสอบเอฟเฟกต์ไอเทมชิ้นนี้อีกครั้ง

[จักรพรรดิสองหน้า (S-หายาก)]: สามารถเพิ่มหรือลดความเจ็บปวดและความสุขในส่วนที่กำหนดของเป้าหมายและจะหายไปเมื่อคุณกับเป้าหมายอยู่ห่างกันเกิน1,000เมตร, ปรับขอบเขตสูงสุด10เท่า, เป้าหมายจะจดจำความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับร่างกายตัวเองอย่างถาวร เมื่อทำแบบเดิมซ้ำๆกับเป้าหมาย ร่างกายอีกฝ่ายจะจำความรู้สึกนั้นได้

‘......’

เอฟเฟกต์ของมันค่อนข้างเข้าใจได้ แต่ประสิทธิภาพของมันยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่

หลิงอี้มองไปรอบๆ พอเห็นว่าผู้คนที่อยู่นอกเขตพายุยังไม่กล้าเข้าใกล้เหมือนเดิม เขาจึงหันไปมองอาซือหลันที่กำลังสู้กับหนานกงหลี่อยู่ไกลๆ

“ใช้เขาเป็นตัวทดลองแล้วกัน”

เขาบินออกไปนอกสนามที่ทั้งสองกำลังต่อสู้กัน เขามองอาซือหลันที่หยุดไปชั่วขณะจากนั้นใช้เอฟเฟกต์ของไอเทมบนมือ—เพิ่มความเจ็บปวด30เท่า

วินาทีต่อมา

จู่ๆอาซือหลันที่สู้กับหนานกงหลี่ด้วยดาบคู่ในมืออีกครั้งก็ร้อง‘อ๊าก’อย่างน่าอนาถ!

ดาบคู่ในมือของเขาหลุดออกจากมือ

เสียงกรีดร้องนี้ดังก้องอยู่ในหูของทุกคนทำให้ทุกคนที่ได้ยินตกใจกลัว

หนานกงหลี่ตกตะลึงกัลเสียงกรีดร้องอย่างกะทันหันของอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง แต่เธอก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วและใช้โอกาสนี้โจมตี

อาซือหลันเป็นนักฆ่าที่เน้นความว่องไวและความว่องไวของเขาสูงกว่าหนานกงหลี่ ในช่วงเวลาวิกฤตนี้เขาจึงหลบได้