ตอนที่ 273

“เอาละ เสร็จไปแล้วหนึ่ง”

หลิงอี้ถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่ราชามอนสเตอร์ไม่ได้ฉลาดมากนัก

ถ้าเทพอสูรปกป้องจักรพรรดิอู่ด้วยพลังทั้งหมด แรงกดดันจากราชามอนสเตอร์สองตัวจะมีมากกว่าราชามอนสเตอร์ตัวเดียว

แต่ตอนนี้พวกต้องจดจ่อกับมันที่เหลือแค่ตัวเดียวเท่านั้น

เทพอสูรธรรมใช้สกิลอัญเชิญกองทัพสามครั้งติด อัญเชิญกองทัพหมาป่าเงิน กองทัพหมีดำ และกองทัพอินทรีน้ำเงิน

แม้ว่าพวกมันจะมีจำนวนมากแต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นมอนสเตอร์ธรรมดา มีแค่ไม่กี่ตัวที่เป็นมอนสเตอร์ชั้นยอด

หลินเซียนที่อยู่ข้างๆเล็งเห็นโอกาสจึงพูดขึ้นว่า “ปล่อยให้ฉันจัดการมอนสเตอร์อัญเชิญพวกนี้เอง นายจะได้จดจ่อกับราชามอนสเตอร์ได้”

หลิงอี้มองเธอแล้วตอบแล้วอย่างรวดเร็ว “อืม”

เมื่อเธอหันกลับไป สีหน้าเธอก็เปลี่ยนเป็นเศร้าหมอง

“มีอะไรหรือเปล่า?”

หลิงอี้สบายใจใจมากเวลามีจักรพรรดิน้ำแข็งอมตะลอยอยู่เหนือหัว ดังนั้นแม้ว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญแบบนี้เขาก็ยังถามคำถามได้เล็กน้อย

หลินเซียนเม้มริมฝี เธอถอนหายใจเบา “เฮ้อ นี่เป็นยุคแรกเริ่มของระบบพลังต่อสู้ พวกเราต้องสูญเสียเมื่อท้าทาราชามอนสเตอร์”

“มอนสเตอร์ทุกตัวได้รับการพัฒนาคุณสมบัติทั้งหมดโดยตรง แต่ผู้เล่นอย่างเราต้องเริ่มต้นตั้งแต่แรกและพัฒนาที่ละขั้น ต้องใช้ระบบนี้พัฒนาไปจนถึงระดับหนึ่งเท่านั้นถึงจะมีโอกาสชนะราชามอนสเตอร์เท่าเดิม”

“โดยรวมแล้ว ความยากในเสินลู่เพิ่มขึ้น”

มีข่าวลือในกลุ่มผู้เล่นว่าเมื่อตระกูลไปถึงระดับกลางจะมีวิธีเพิ่มความแข็งแกร่งของสมาชิกในตระกูลอีก

แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน

“เอาล่ะ ไม่พูดเรื่องพวกนี้แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือจัดการกับเทพอสูร     พวกเธอพยายามเข้าล่ะ!”

ในเวลานี้จักรพรรดิน้ำแข็งเริ่มสู้กับเทพอสูรในจุดที่ห่างออกไปแล้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มมอนสเตอร์อัญเชิญหลินเซียนจึงอัญเชิญจิ้งจอกเจ็ดหางขนสีชมพูออกมารวมร่างด้วย

จิ้งจอกยักษ์กลายเป็นแสงเข้าไปในร่างกายหลินเซียนและทำให้เธอมีหูกับหางของจิ้งจอก

พอเธอกระโดดขึ้นไปบนอากาศ กระสุนสีชมพูจำนวนนับไม่ถ้วนก็สร้างขึ้นรอบตัวเธอ แม้กระสุนเหล่านี้จะลอยกระจายอยู่ในอากาศเหมือนแมลงวันหัวขาด แต่พวกมันสามารถพุ่งไปโจมตีมอนสเตอร์ได้อย่างน่าแปลกใจ

หลินเซียนจัดการราชามอนสเตอร์ไม่ได้ แต่เธอจัดการมอนสเตอร์พวกนี้ได้อย่างง่ายดาย

พอเห็นว่าเธอไม่มีปัญหา หลิงอี้จึงบินออกไปยังสนามรบที่ห่างออกไป

ด้วยผลของประกาศโลกสี่ครั้งติดต่อกัน ผู้ชมจึงหลั่งไหลเข้ามาในระหว่างการต่อสู้มากขึ้นเรื่อยๆ

จำนวนผู้ชมเพิ่มสูงขึ้นจากเลขหลักเดียวเป็นเลขสองหลัก แน่นอนว่าหน่วยเป็นร้อยล้าน

เพื่อไม่ให้มีผลต่อการดู หลายคนจึงปิดการแสดงความเห็นและใช้พื้นที่แสดงความคิดเห็นทางด้านซ้ายและขวาแทน

แต่ตรงหน้าผู้ชมหลายพันล้านคน พื้นที่แสดงความคิดเห็นทั้งสองด้านยังคงเลื่อนผ่านอย่างรวดเร็วราวกับว่ากำลังมีคนปัดหน้าจอ

“พี่ใหญ่โคตรแข็งแกร่ง! สู้มันพี่ใหญ่!”

“ข่าวดี มีข่าวดี! พันธมิตรเสินประกาศว่าศูนย์หนึ่งบอกว่าคุณสมบัติของเขาแค่เพิ่มขึ้นชั่วคราว”

“หลินเซียนอยู่กับศูนย์หนึ่งจริงด้วย ช่างเป็นคู่ที่ฟ้าดินสร้างมา”

“ประกาศโลกติดกัน5ครั้งทำเอาฉันอิจฉาจริงๆ ศูนย์หนึ่งจะแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว”

“ผู้เชี่ยวชาญน้ำแข็งที่อยู่ถัดจากศูนย์หนึ่งสวยจังเลย ไม่เห็นจำได้เลยว่ามีผู้หญิงแบบนี้ด้วย”

แม้ว่าคนทั้งโลกจะรู้แล้วว่าศูนย์หนึ่งก็คือหลิงอี้ แต่ผู้คนก็ยังเรียกเขาว่าศูนย์หนึ่งเหมือนเดิม

สำหรับความแข็งแกร่งของเขา ทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว

ในกลุ่ม‘ผู้เล่นโจตีแนวหน้า’บนฟอรัม ผู้เล่นชั้นนำทั่วโลกกำลังพูดคุยกันอย่างดุเดือด

ชายชรากลางเมฆ “ศูนย์หนึ่งเป็นผู้เล่นอันดับหนึ่งในระดับต่ำกว่าขั้นไร้เทียมทานโดยที่ไม่มีใครคัดค้าน!”

ชั่วโมงแข่งขัน “แข็งแกร่งมาก พอเข้าขั้นไร้เทียมทานเมื่อไหร่เขาจะกลสายเป็นผู้ปกคลุมขั้นไร้เทียมทาน”

สามีเรียบตรงมือยักษ์ “ไม่มีความเห็น เสินเซี่ยของเรามีความสุขมาก”

หย่าซือ “ฉันคิดว่าพวกคุณต้องจ้างจิตแพทย์ไปให้ศูนย์หนึ่งเพื่อสังเกตสภาพจิตใจของเขาเป็นครั้งคราว ไม่อย่างนั้นถ้าเขากลายเป็นขั้นไร้เทียมทานในอนาคตแล้วเกิดกลับใจขึ้นมา คนทั้งโลกจะต้องทนทุกข์”

คืนมืดริมฝั่ง “เห็นด้วย”

ชายชรากลางเมฆ “ฮ่าฮ่า ฉันไม่ต้องรบกวนพวกคุณหรอก”

ผู้แข็งแกร่งของโลกกลุ่มนี้สื่อสารกันในกลุ่ม ในขณะเดียวกันก็เข้าห้องผู้ชมเพื่อดูการต่อสู้ของศูนย์หนึ่งกับราชามอนสเตอร์

คนในนี้อยู่เพื่อวิเคราะห์ความสามารถและคุณสมบัติของศูนย์หนึ่งกับสาวสวยน้ำแข็ง

บางคนต้องการเรียนรู้เพื่อเป็นประสบการณ์ และลองดูสามารถนำว่าวิธีของศูนย์หนึ่งไปใช้ได้ไหม

“เฮ้อ ศูนย์หนึ่งไม่ได้ใช้เทคนิคหรือกลยุทธ์อะไรเลย เขาใช้แค่ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ วิธีแบบนี้เอาไปทำตามไม่ไหรอก”

ในสนามรบ

การต่อสู้ผ่านไปแล้วสิบนาที

เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เล่นภายนอกรู้ไพ่ตายของพวกเขา หลิงอี้จึงไม่ให้จักรพรรดิน้ำแข็งใช้สกิลเช่น ‘แช่แข็งมิติเวลา’, ‘ฝนเยือกแข็งพันสังหาร’, ‘คุกสวรรค์เยือกแข็ง’

ตัวเขาเองกก็ใช้แค่[ร้องเรียกเทพสายลม]กับสกิลสนับสนุนเท่านั้น

“โฮกก!”

หลังถูกโจมตีอีกครั้ง เทพอสูรเงยหน้าขึ้นฟ้าคำรามเสียงดังและตบฝ่ามือลงพื้นอย่างแรง!

คลื่นแสงวงกลมสีเขียวแตกกระจายรอบฝ่ามืออย่างรวดเร็ว ต้นกล้าทะลุจากกระเบื้องปูพื้นและลอยขึ้นเหนือพื้น ในเวลาแค่สองสามวินาทีพวกมันก็เติบโตเป็นต้นไม้สูงตระหง่าน

[กำเนิดป่าไม้(7ดาว)]: ตบพื้นสร้างป่าโดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง, เมื่อตัวเองอยู่ในป่าแห่งนี้ความเร็วในการฟื้นฟูพลังชีวิตและแรงกายเพิ่มเป็นสองเท่า

“หืม? สกิลพื้นที่?”

ครั้งนี้เทพอสูรในป่าไม่ได้พุ่งเข้าหาทั้งสองคนอีก มันอ้าปากกว้างพ่นลำแสงสีแดงเข้มใส่ทั้งสอง

ลำแสงสีแดงเหมือนจะสามารถดูดซับแสงได้ ในบริเวณที่ลำแสงผ่านจึงมืดสลัวลง

จักรพรรดิน้ำแข็งยื่นมือขาวออกไปโดยต้องการใช้กำแพงกระจกสะท้อนสมบูรณ์ แต่ทันใดนั้นเธอก็จำที่หลิงอี้บอกให้เก็บไพ่ไว้ในมือให้ได้มากที่สุดได้ ดังนั้นเธอจึงหยุดมือแล้วกระโดดหลบไปด้านข้าง

แสงสีแดงเข้มพุ่งเข้าหาหลิงอี้ เขามองด้วยตาทิพย์ พอรู้ว่ามันเป็นแสงที่สามารถดูดซับแรงกายของเป้าหมายได้เขาจึงไม่กล้าโดนมันและหลบไปด้านข้าง

'ฉันเรียนรู้สแงตรึงพลังงานแล้วตรึงมันไว้ดีไหมนะ?’

'แล้วแสงเชื่องช้าที่เป็นส่วนผสมสกิลสามารถชะลอพลังงานได้ด้วยหรือเปล่า?’

ขณะที่ลอยในอากาศหลิงอี้ก็อดคิดเรื่องถึงนี้ไม่ได้

'ถ้าชะลอพลังงานได้จริงๆมันจะมีประโยชน์มาก'

เทพอสูรยังควยืนอยู่ในป่าและใช้การโจมตีระยะไกลใส่พวกเขา พอเห็นว่ามันไม่ยอมออกมาหลิงอี้จึงใช้ดาวตก

'ดาวตก’ เขาพูดในใจ

บนสนามที่ปกคลุมด้วยแสงขาวจากแสงจันทร์ ดาวเพลิงปรากฏขึ้นทันทีและส่องสว่างไปทั่วสนามราวกับว่าอยู่ใต้แดดร้อนในตอนเที่ยง แสงสีทองที่สะท้อนบนกระเบื้องปูหินอ่อนพร่างพราวเล็กน้อย

เทพอสูรในป่าเงยหน้าขึ้น แม้ว่ามันจะไม่แสดงอารมณ์มากนักแต่พอได้เห็นดาวเพลิงที่ปกคลุมท้องฟ้ามันก็แสดงความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณออกมา!

ดวงตาหมียักษ์ยังจ้องมองจนเป็นเกิดเส้นเลือด!

'จริงด้วย เกือบลืมไปเลยว่ามีอีกคนที่อยู่ในนี้’

หลิงอี้มองหลินเซียนที่อยู่ห่างออกไป เขาขยับร่างพุ่งไปหาเธอทันที

แม้ว่าจักรพรรดิน้ำแข็งจะไม่ตายแต่เธอยังรู้สึกเจ็บปวดได้ ดังนั้นเขาจึงบอกให้เธอตามาผ่านความคิด

เมื่อดาวเพลิงกำลังจะตกถึงพื้น หลิงอี้ทำให้ดาวเพลิงแข็งแกร่งขึ้นร้อยเท่าในขณะที่โอบกอดทั้งสองคนและใช้โล่ไร้เทียมทาน