ตอนที่ 222

หยุนจีและคนอื่นๆที่ติดตามการเคลื่อนไหวของท้องฟ้าสีดำก็เห็นข่าวเช่นกัน

“ฮู่ว~พวกเราออกไปได้แล้ว”

ในห้องของหลิงอี้ หยุนจีที่นอนอยู่ข้างๆถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกและพูดกับหลินซุโหรวที่อยู่ตรงข้าม “ เหตุการณ์นี้สิ้นสุดลงแค่ชั่วคราว ต่อจากนี้ประเทศต่างๆทั่วโลกต้องทำงานหนักเพื่อจัดการกับราชามอนสเตอร์”

“ฆ่าได้ทุกคนก็มีความสุข”

“ฆ่าไม่ได้ทุกคนก็จบเห่”

หลินซูโหรวยิ้ม เธอยื่นมือไปลูบไล้หน้าอกหลิงอี้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง “อาจจะมีคนได้รับบาดเจ็บหลายสิบหรือหลายร้อยล้านคนในประเทศอื่น”

“แต่เรามีป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์ ต่อให้เราตายก็แค่รออีกหนึ่งปี”

เมื่อได้ยินแบบนั้นหยุนจีจึงจ้องตาปลาตายของเธออย่างหมดคำจะพูด “มันไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิ”

“ในเวลานั้นท้องฟ้าสีดำจะปกคลุมโลกใบและมีมอนสเตอร์มากมายจะอยู่ในทุกที่ หลังจากพวกเธอฟื้นคืนชีพในหนึ่งปีให้หลัง ที่แห่งนี้กลายคงเป็นดาวเคราะห์มอนสเตอร์ไปแล้ว”

“สิ่งก่อสร้างทั้งหมดถูกทำลาย ไม่มีรอยเท้าของมนุษย์บนโลกใบนี้อีก อารยธรรมทั้งหมดของมนุษย์สูญหาย”

หยุนจีไม่รู้ว่าจะมีมอนสเตอร์อีกหรือเปล่าหลังจากมอนสเตอร์ยึดครองโลก แค่เธอคิดก็รู้สึกสิ้นหวังแล้ว

เมื่อมองใบหน้าที่หลับใหลของหลิงอี้ สีหน้าสวยของเธอก็แข็งทื่อ

‘เดี๋ยวก่อน! หลิงอี้...ฉันจำได้แล้วว่าเขาอยู่บนขั้นทางไร้เทียมทานในตำนาน!’

‘งั้นรอให้เขาตื่นก่อน...’

ทันใดนั้นกริ่งประตูก็ดังขึ้น

ติ๊งต่อง~

ติ๊งต่อง~

หลินซูโหรวกะพริบตา ทันใดนั้นเธอก็ลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ “แย่แล้ว! ลืมไปเลยว่าป้าของฉันจะมาหา!”

สิบห้าปีก่อน หลินเซียนสูญเสียน้องสาวของเธอเพราะไม่กล้าไปเจอหน้าพ่อแม่ของหลินซูโหรว เธอทิ้งประโยคไว้ว่า‘ฉันจะไม่กลับมาจนกว่าจะพบเธอ’เธอก็ออกเดินทางคนเดียวและค้นหาคนจากประเทศต่างๆ

เมื่อห้าปีที่ก่อน ท้องฟ้าสีดำระดับสามได้คร่าชีวิตของพ่อแม่หลินซูโหรวและทำลายบ้านบรรพบุรุษของพวกเขา ด้วยเหตุนี้หลินซูโหรวจึงย้ายออกจากสถานที่อันน่าเศร้านั้นและมาอาศัยอยู่ที่เมืองอึ๋งหั่วเพียงลำพัง

ถ้าไม่ใช่เพราะหลินเซียนก่อตั้งองค์กรข่าวกรอง‘เทียนเหวิน’ที่มีชื่อเสียงระดับโลกและติดตามเรื่องของเธอได้ทุกวัน หลินซูโหรวคงลืมไปแล้วว่าเธอมีป้าคนนี้อยู่

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้สนิทกับป้ามากนัก และพวกเธอยังมีความขัดแย้งกันเล็กน้อยด้วย

14.00น. ที่ห้องโถงชั้นหนึ่ง

หลินซูโหรวนั่งที่หัวโซฟาสีแดงไวน์ หลินเซียนนั่งบนโซฟาด้านซ้าย

ใบหน้าของทั้งสองคล้ายกันมาก ทั้งคู่สวยและสวมชุดสีขาว พวกเธอดูเหมือนพี่น้องเทพธิดา

คนแรกสดใสเหมือนดอกไม้ที่บอบบาง คนหลังเหมือนดอกไม้หอมแปลกใหม่ที่หายากในรอบพันปี ในทุกมุมมองล้วนสวยงามไร้สินสุด

“เธอมีแฟนแล้ว?”

หลินเซียนมองหลินซูโหรวขึ้นลง เธอคิดไม่ถึงว่าจะได้เห็นใบหน้าที่สวยกว่าเธอเล็กน้อย

“เอ๊ะ?”

“ฉันได้กลิ่นตอนที่ตามเธอมา และกลิ่นนี้มาจากตัวเธอ” หลินเซียนแสดงท่าทางแปลกๆ

แก้มหลินซูโหรวแดงขึ้นและกลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

“ใช่” เธอไม่อยากพูดอะไรมากกว่านี้

หลินเซียนถอนหายใจโดยไม่รู้ตัว สีหน้าของเธอค่อยๆผ่อนคลายลง

ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันมากมายในหน้าจอสนทนา แต่ตอนนี้พวกเธอได้พบกันอีกครั้งหลังจากผ่านไปหลายปี พวกเธอจึงมีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะคุยกัน

สองชั่วโมงต่อมา บทสนทนาระหว่างทั้งสองจบลง

“ฉันมาครั้งนี้แน่นอนว่าต้องมีของขวัญมาให้ด้วย”

หลินเซียนพลิกขึ้น ในฝ่ามือเธอมีถุงร้อยสมบัติที่ทอจากผ้าไหมสีแดงซึ่งมัดด้วยเชือกไหมสีทอง

หลินซูโหรวจำมันได้ นี่คือกระเป๋ามิติขั้นสูงซึ่งใหญ่มากจนบรรจุสนามฟุตบอลมาตรฐานได้

“นี่เป็นสกิล ไอเทม สมบัติ และยาที่ฉันเลือกมาจากคลังสมบัติเทียนเหวินซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเธอ เธอรับไปเถอะ”

“นี่...”

“รับไปเถอะ เธอเป็นคนในครอบครัวคนเดียวของฉัน ถ้าฉันไม่ดีกับเธอแล้วจะให้ดีกับใคร.”

หลินซูโหรวลังเลอยู่ครู่หนึ่งและรับมันมา

‘โอ้ เธอมาที่นี่เพราะมาให้สมบัตินี่เอง’

เมื่อกี้เขาลงไปชั้นล่างและเลื่อนเก้าอี้ตัวเล็กไปนั่งริมหน้าจอเพื่อชมทิวทัศน์ของสนาม อันที่จริง หลิงอี้ที่กำลังแอบฟังการสนทนาระหว่างทั้งสองกำลังคิดกับตัวเอง

หลังจากนั้นไม่นานหลินเซียนก็ลุกขึ้นและบอกลาหลินซูโหรว

เธอไม่ได้จากไปแต่เดินไปหาหลิงอี้ เธอยื่นมือหยกขาวออกมา “สวัสดี ฉันชื่อหลินเซียนเป็นป้าของซูโหรว โปรดดูแลกันด้วยในอนาคต”

“ฉันชื่อหลิงอี้”

หลิงอี้ยื่นมืออกไปจับ

มือเธอให้ความรู้สึกเหมือนผ้าไหมเนื้อดี เนียนนุ่มและสัมผัสได้ถึงความเย็น

เขาคิดว่ามันเป็นแค่การทักทาย แต่คิดไม่ถึงว่าหลินเซียนจะมองเขาขึ้นลงแล้วพูดบางอย่างที่น่าประหลาดใจ “โหงวเฮ้งจากใบหน้าซูโหรวคือผู้หญิงที่ดูดหยางชี่ พวกเธออยู่ด้วยกันทุกวันไม่เหนื่อยเหรอ จิตใจของคุณมีแรงขนาดนี้ได้ยังไง?”

โหงวเฮ้ง?

หลิงอี้ผงะไปครู่หนึ่งและถาม “คุณเห็นว่าพวกเราอยู่ด้วยกันทุกวันแล้วเหนื่อยไหมล่ะ?”

หลินเซียนชี้หลินซูโหรวและแสดงท่าทางไม่ชอบ “ร่างกายของเธอมีแต่กลิ่นอายนาย กลิ่นอายพวกนี้จะติดคงทนเมื่อทำกิจกรรมเดิมซ้ำๆเป็นเวลานานเท่านั้น”

“ดูแล้วน่าจะดำดิ่งกันไปตั้งนานแล้ว...มีบางครั้งที่เธอต้องการนายอย่างกะทันหันและรีบร้อนใช่ไหม?”

เดิมทีหลิงอี้สงสัยว่าผู้หญิงคนนี้กำลังพยายามหลอกเขาหรือเปล่า เขาควรใช้ตาทิพย์กับสอดส่องโชคชะตาสอดแนมเธอดีไหม

แต่พอได้ยินแบบนั้นเขาจึงรู้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนเก่ง

“ใช่” เขาพยักหน้าทันที หยุนจีมีอาการนี้ในตอนเช้าและเขาอยากรู้จริงๆว่าสาเหตุคืออะไร

“ร่างกายของเธอหิวกระหายตัวนายแล้ว”

“คุณพูด…อย่างกับว่าร่างกายเธอกำลังจะกินฉัน”

พอเห็นว่าเขาไม่ได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ หลินเซียนจึงกอดอกยิ้มด้วยความคาดหวัง “เธอไม่ได้กินนาย เธอแค่อยากอยู่กับนาย”

“แต่เธอระงับมันไว้ภายในใจมาตลอด”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ใบหน้าของหลินเซียนก็แสดงความประหลาดใจ

ชายตรงหน้าเธอสบายดีอยู่จริงเหรอ?

เธอเดินหมุนตามเข็มนาฬิการอบตัวเขาสองครั้งโดยเอามือหยกไพล่หลัง เมื่อเดินกลับมาอยู่หน้าเขาอีกครั้งเธอก็ขมวดคิ้วพูดอย่างสงสัย “แปลก ทำไมพลังหยางทั่วร่างกายนายถึงล้นออกมา”

จาก[ตาสวรรค์จัดการเทพ]ของเธอ กลุ่มประกายไฟเล็กลอยล้อมรอบตัวหลิงอี้เป็นครั้งคราว

ประกายไฟเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของหยาง

ด้วยความสังสัยนี้เธอจึงจับข้อมือหลิงอี้และรู้สึกถึงมันอย่างระมัดระวัง

“อ๊า!”

ในวินาทีถัดมาเธอปล่อยมือเขาและร้องราวกับโดนไฟช็อต เท้าดอกบัวหยกในรองเท้าส้นสูงคริสตัลถอยหลังไปสามก้าวติดกัน

เธอไม่สามารถยืนนิ่งได้และล้มลงกับพื้นทำให้กระโปรงสีขาวกระจายอยู่บนพื้นเหมือนผ้าห่ม

หัวผมหยักศกสีดำเข้มร่วงลงมาจนถึงเอวเรียวของเธอและแกว่งไปมา เธอมองหลิงอี้ด้วยดวงตาดำที่เบิกกว้าง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตกใจ

ริมฝีปากสวยงามสีแดงสดสั่นอยู่ครู่หนึ่ง เธอเปิดปากพูดอีกครั้งด้วยความแปลกใจ “ร่างกายของนายมีหยางชี่ที่น่าทึ่งมาก!?”

เธอรู้สึกว่าเหมือนอีกฝ่ายได้อาบแสงอาทิตย์อันไร้สิ้นสุด มือและเท้าของเธอสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้เมื่ออยู่ใกล้

เมื่อหลิงอี้เดินเข้าไปหาทีละก้าว เธอก็อยากถอยห่างจากเขาแต่กลับเธอพบว่าร่างกายเหมือนเต็มไปด้วยตะกั่วซึ่งหนักเกินกว่าจะขยับตัวได้