ตอนที่ 200

พอเห็นแบบนั้นหยุนเฮอจึงยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“ฉันต้องการความช่วยเหลือจากทุกคนสำหรับการใช้สกิลสหะของฉัน แต่คงต้องรอให้อีกฝ่ายเลิกแปลงร่างก่อน”

ทุกคนรอบตัวตอบรับทันที “แน่นอน”

บนท้องฟ้า

พอเห็นข้อมูลความคิด ราชาเงาที่กำลังคลั่งสลัดคนทั้งสี่ที่อยู่ตรงหน้าเขาและเริ่มกางแขนหัวเราะอีกครั้ง “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า สถานะปีศาจยักษ์ของฉันสามารถเปลี่ยนความเสียหายเป็นแรงกายได้ ไม่ว่าสี่คนนี้จะสู้อีกนานแค่ไหนสถานะแปลงร่างของฉันก็จะอยู่ตลอดไป!”

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

กลุ่มลั่วหยวนตกตะลึงขณะที่มองราชาเงาร่างปีศาจยักษ์หัวเราะ

“ที่เขาพูดเป็นความจริงหรือเปล่า?” เฉินเต๋าที่ยืนบนนกกระจอกดำถามลั่วหยวนอยู่ด้านข้าง

“ไม่น่าจะจริง ราชาเงาเป็นคนฉลาดมาก เขาไม่มีทางบอกข้อมูลเหมือนคนโง่แบบนี้หรอก” ลั่วหยวนตอบ

“ใช่ น่าจะเป็นการทำให้สับสนมากกว่า บางที...ความจริงอาจเป็นสิ่งตรงข้ามกับที่เขาพูด” หนานกงฮั่นขมวดคิ้วครุ่นคิด

“แล้วเราจะทำยังไงกันดี?” ปีศาจสาวไฟคลั่งมองลั่วหยวน

ในฐานะที่ลั่วหยวนเป็นหัวหน้าผู้แข็งแกร่งของพันธมิตรสมบัติและมีชื่อเสียงและอำนาจมหาศาล ดังนั้นสามคนที่เหลือจึงเต็มใจทำตามที่เขาบอก

“ใช้วิธีสู้แบบเดิม ทำต่อไป...” ก่อนที่ลั่วหยวนจะได้พูดจบ ข้อความความคิดก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

[ลั่วหยวนและคนอื่นๆคิดว่าราชาเงาจงใจทำให้สับสน แต่นี่เป็นเรื่องจริง เขาสามารถเปลี่ยนความเสียหายที่ศัตรูสร้างเป็นแรงกายได้]

พอเห็นข้อความนี้พวกเขาทั้งสี่ก็ตกตะลึงอย่างสมบูรณ์

ผู้คนกว่า20,000คนด้านล่างก็ตะลึงเช่นกัน

ทุกคนมองกันไปมาด้วยความรู้สึกงงงวย

“อะไรกัน...ราชาเงาเปิดเผยจุดอ่อนตัวเอง?”

“บางทีเขาอาจตั้งใจพูดแบบนั้นเพื่อไม่ให้กลุ่มลั่วหยวนเดามาทางนี้ แต่เขาคงคิดไม่ถึงว่าจะโดนเปิดเผยความจริงเพราะความคิดใช่ไหม?”

“น่าจะเป็นแบบนั้น ถ้าความคิดนี้ไม่เปิดเผยความจริงกลุ่มของลั่วหยวนคงสับสนกันแน่นอน”

“บอกตามตรงเลยนะ ฉันรู้สึกว่าราชาเงาไม่ค่อยฉลาดเลย...”

“จะเป็นแบบนั้นได้ไง! เขาเป็นผู้นำองค์กรมืดอันดับสองของโลกนะ ถ้าเขาไร้ความสามารถจริงลูกน้องจะเชื่อฟังเขาเหรอ?””

“…”

กลุ่มลั่วหยวนบนท้องฟ้าเงียบไปครู่หนึ่ง พวกเขารู้สึกอายเล็กน้อย

ไม่มีใครซักถามความถูกต้องจากข้อความความคิดนี้

“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่ต้องโจมตีแล้ว แค่พยายามหลบการโจมตีของเขาก็พอ”

“ได้” หนานกงฮั่นและคนที่เหลือตอบรับ

แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ลงมือ ราชาเงาตรงหน้าก็หยุดโจมตีทันทีและหัวเราะเสียงดัง “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! น่าสนใจจริงๆ!”

“ที่ฉันเข้ามาเสินเซี่ยก็เพราะความคิดลึกลับอันนี้ ตอนนี้ฉันได้เห็นกับตาแล้วว่ามันน่าทึ่งจริงๆ!”

มุมปากของกลุ่มลั่วหยวนกระตุก

เฮ้ยเฮ้ย นายโดนมันเปิดเผยข้อมูลแล้วยังจะชื่นชมมันอีก

“แม้แต่ความสามารถของร่างปีศาจยักษ์ของฉันก็ยังมองออก เมื่อกี้เพิ่งโดนเปิดเผยไปสินะ!?"

ฝูงชนด้านล่างมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง นายเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอ

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ในเมื่อทรงพลังขนาดนี้ ถ้าฉันได้แกมาเมื่อไหร่ฉันจะใช้แกเปิดเผยความชั่วในใจคนแล้วทำให้โลกนี้วุ่นวายซะ!”

ก่อนหน้านั้นนายควรหาวิธีหนีก่อนดีไหม?

หลังราชาเงาหัวเราะเสียงดัง เขาก้มหน้าปีศาจยักษ์มองฝูงชนด้านล่าง พอเห็นสีหน้าแปลกใจของทุกคนเขาก็หัวเราะอีกครั้ง “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...”

กลุ่มลั่วหยวนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามสับสนกันมาก

“ทำไมวันนี้ราชาเงาดูมีความสุขจัง?”

“เขาติดสถานะพิเศษบางอย่างหรือเปล่า? เขาดูแปลกมาเลยนะ”

กลุ่มคนด้านล่างเริ่มแสดงอาการแปลกใจ

“เขาหัวเราะไม่หยุดเลย!”

“หรือว่าเขากำลังคิดเรื่องที่มีความสุขอยู่?”

ในเวลานี้เองราชาเงาก็หยุดหัวเราะแล้วหันหน้าไปพูดกับกลุ่มลั่วหยวนด้วยท่าทางจริงจัง “ฉันจะเอาจริงแล้ว ระวังด้วยล่ะ!”

“สกิลเจ็ดดาว!”

ทุกคนเห็นราชาเงาตะโกนว่า “แทงหลัง!”

ต่อจากนั้นร่างของเขาก็ย้ายไปที่ด้านหลังนักบุญดาบลมคลั่งและโจมตีเขา

หนานกงฮั่นคอยระวังตัวตลอดเวลา พอได้ยินชื่อของสกิลเขาก็หลบได้อย่างราบรื่น

พอเห็นแบบนั้น

ราชาเงาตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็พยักหน้า ดวงตาสีแดงเข้มของเขาแสดงความชื่นชม “ไม่เลว หลบการโจมตีของฉันได้ด้วย สมแล้วที่เป็นนักบุญดาบลมคลั่ง น่าประทับใจดี”

ทุกคน “???”

นายตะโกนทำไมในเมื่อจะลอบโจมตี?

“แต่การโจมตีครั้งต่อไปยังจะหลบได้อยู่หรือเปล่า? เฮอะ รูปแบบสังหารลวงตากลั่นปีศาจ!”

ราชาเงาโบกมือปีศาจยักษ์ไปทางนักบุญดาบลมคลั่ง ในตอนนั้นเองออร่าสีเทาเข้มก็ห่อหุ้มร่างของหนานกงฮั่น เขาไม่สามารถสลัดมันออกได้ไม่ว่าเขาจะขยับไปทางซ้ายหรือขวา

ทนัทีหลังจากนั้น ภายใต้สายตาของทุกคน หนานกงฮั่นค่อยๆหยุดเคลื่อนไหวและห้อยตัวอยู่กลางอากาศราวกับสูญเสียจิตวิญญาณไป

กลุ่มลั่วหยวนรีบตะโกนเรียกแต่มันก็ไม่มีประโยชน์

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! นี่คือสกิลพิเศษของร่างปีศาจของฉันรูปแบบสังหารลวงตากลั่นปีศาจ เมื่อโดนโจมตีและไม่โดนโจมตีจากภายนอกก็จะตกอยู่ในภาพลวงตาไปจนตาย!”

หลังจากได้ยินแบบนั้น ปีศาจสาวไฟคลั่งที่อยู่ใกล้หนานกงฮั่นที่สุดลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปาบอลไฟขนาดเล็กใส่เขา

บอลไฟพุ่งใส่ร่างหนานกงฮั่น เปลวไฟได้กระจายไปทั่วทุกทางและขับไล่ออร่าสีเทาออกไปราวกับเป็นกรรมตามสนองของรัศมีสีเทา

หนานกงฮั่นหยุดชะงัก ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็กลับมาสดใสเหมือนเดิม

พอเห็นแบบนั้นกลุ่มลั่วหยวนอีกสามคนก็มองหน้ากัน พวกเขารวมกลุ่มอย่างรวดเร็วเพื่อคุยกันด้วยเสียงเบา

“ตอนนี้ราชาเงาคงอยู่ในสถานะพิเศษแน่ ดูเหมือนเขาน่าโง่ลงจนกลายเป็นคนโง่”

“เขาพูดชื่อสกิลตอนจะใช้ทุกครั้ง...นี่มันไม่ปกติเลย เขากลายเป็นคนโง่ไปแล้ว

“ถ้าเขาอยู่ในสถานะนี้ แค่เราพูดสองสามคำบางทีเขาอาจจะยกเลิกการแปลงร่างด้วยตัวเอง”

ทั้งสามมองหน้ากันแล้วพยักหน้าโดยปริยาย

ลั่วหยวนบินไปข้างหน้าห่างไม่กี่เมตรและพูดเสียงดังกับราชาเงาตรงหน้า “ถ้านายไม่ยกเลิกการแปลงร่างแล้วฉันจะให้เบาะแสชายหนุ่มคนนั้นได้ยังไง?”

“ที่นายมาก็เพื่อแก้แค้นเขาไม่ใช่หรือไง?”

ราชาเงาที่แปลงร่างเป็นปีศาจยักษ์ตะลึงไปครู่หนึ่งอย่างเห็นได้ชัด

ทุกคนเห็นเขาลูบหัวและพูดด้วยความประหลาดใจ “จริงด้วย ฉันเกือบลืมไปเลยว่าฉันมาหาเขา”

“ได้! ไม่เมื่อนายอยากให้ข้อมูลนายก็คงไม่กลับคำ”

พอพูดจบ

ร่างปีศาจยักษ์ก็เริ่มจางลงจนกระทั่งหายไปในที่สุด

พอเห็นอีกฝ่ายยกสถานะด้วยตัวเองจริงๆลั่วหยวนก็ถึงกับพูดไม่ออก

เขาตั้งใจจะยืนยันสถานะของอีกฝ่ายก่อนจึงถามว่า “ถามได้ไหมว่านายใช้สกิลแปลงร่างนี้ได้วันละครั้งใช่ไหม?”

“ใช่แล้ว!”

ราชาเงากลัวว่าอีกฝ่ายจะกลับคำจึงรีบถามหลังจากตอบ “บอกมา! เบาะแสของชายหนุ่มคนนั้น”

ลั่วหยวนเหลือบมองลงมาข้างล่าง พอเห็นว่าหยุนเฮอจากกลุ่มการเงินดาวจักรพรรดิเตรียมสกิลสหะไว้อยู่แล้วเขาก็โล่งใจ

เขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้งและพูดกับราชาเงาที่อยู่ข้างหน้าเขา “เบาะแสคือ...ชายหนุ่มคนนั้นมีอายุน้อยกว่าสามสิบปี”

เขาคิดว่าอีกฝ่ายจะยอมรับอย่างง่ายดาย แต่ติดไม่ถึงว่าราชาเงาจะจ้องเขาและพูดด้วยความโกรธ “นี่คือเบาะแสที่แกจะบอก!?”

แล้วนี่ไม่ใช่เหรอ?

ร่างกายของลั่วเหยวนเกร็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขาไม่รู้ว่าแน่ใจว่าสถานะ‘ลดสติปัญญา’ที่บังคับใช้กับราชาเงาคืออะไรและอยู่ได้นานแค่ไหน

เขาสงสัยอยู่ในใจว่าผู้ชายคนนี้กลับมาเป็นปกติหรือยัง

“สิ่งที่เรียกว่าเบาะแส อย่างน้อยต้องบอกตำแหน่ง!” ราชาเงาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามตะโกน

“เขาอยู่ที่ลานกว้าง”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ต้องแบบนี้สิ” ราชาเงาหัวเราะเสียงดัง