ตอนที่ 291

“หืม? สถานการณ์เป็นยังไง?”

“เทพรังกำลังไล่ล่าศูนย์หนึ่ง!”

“เชี่ย! เชี่ยเชี่ย!”

ผู้เล่นรอบๆที่ระดมโจมตีเทพรังเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นมันทิ้งพวกเขาไปไล่ศูนย์หนึ่ง

“หมายความว่า...พวกเราทุกคนไม่ได้เป็นภัยคุกคามเหมือนหลิงอี้?”

ในบรรดาผู้แข็งแกร่งของพันธมิตรเสิน มุมปากหลินเหมิ่งกระตุกขณะที่มองด้านหลังยักษ์ใหญ่ของมัน

“ฮ่าฮ่าฮ่า”

ด้านข้าง ลั่วหยวนลูบคางพลางหัวเราะ “สมแล้วที่เป็นผู้สร้างปาฏิหาริย์ เป็นคนรุ่นหลังที่น่ากลัวจริงๆ”

นับตั้งแต่ที่เขารู้ว่าศูนย์หนึ่งคือหลิงอี้ เขามักจะยิ้มอย่างมีความสุขเป็นครั้งคราวโดยเฉพาะตอนที่นึกถึงความเป็นมิตรระหว่างลูกสาวของเขากับหลิงอี้

ด้านข้างเขา นักบุญดาบเห็นพฤติกรรม‘แปลกๆ’ของเพื่อน เขาขมวดคิ้วถาม “นายมีความสุขอะไรขนาดนั้น? ทำไมถึงหัวเราะไม่หยุดตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า”

พอได้ยินคำถามของหนานกงฮั่น ลั่วหยวนก็หัวเราะอีกครั้งและบอกว่า “ไม่มีอะไร ฉันแค่ดีใจที่ลูกสาวมีเพื่อนที่ดี"

“เฮ้อ!”

พวกเขาไม่ได้คุยกันมากนัก พอเห็นหลิงอี้ลากราชามอนสเตอร์กลับมาจึงเริ่มโจมตีอีกครั้ง

“เขย่ามิติ!”

ลั่วหยวนพูดเสียงดังแล้วดันมือทั้งสองออกไปด้านหน้า ทันใดนั้นพื้นที่ด้านหน้าเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและส่งผ่านไปยังเทพรัง

“ค่ายดาบพายุ!”

หนานกงฮั่นถืออาวุธระดับA[ดาบทำนองสายลม]กระโดดขึ้นไปบนอากาศแล้วใช้สกิล[ค่ายดาบพายุ]ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา

ลมจำนวนนับไม่ถ้วนควบแน่นเป็นดาบและก่อตัวเป็นพายุดาบขนาดใหญ่โดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง เมื่อเขายกดาบยาวขึ้นและฟันไปที่เทพรังด้วยคลื่นดาบ พายุดาบทั้งหมดก็กลายเป็นมังกรลมสีเขียวอ่อนพุ่งออกไป!

เทพรังแตกกิ่งก้านเถาวัลย์ออกมาป้องกันการโจมตีทั้งหมด

หลังจากป้องกันเสร้จแล้วมันก็ใช้เถาวัลย์โจมตีผู้เล่นใกล้เคียงต่อราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและไม่สนใจการโจมตีของหนานกงฮั่น

พอเห็นแบบนั้น

หนานกงฮั่นถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เฮ้อ ขั้นไร้เทียมทานต่อกรด้วยยากจริงๆ ถ้าเป็นเทพมรณะปีกดำอย่างน้อยฉันคงทำให้มันบาดเจ็บได้”

“จะว่าไป ทำไมเทพรังถึงไล่ล่าแค่หลิงอี้? หรือเป็นเพราะเขาทำให้มันบาดเจ็บได้?”

เห็นได้ชัดว่าสกิลของเขาสร้างความเสียหายให้เทพรังไม่ได้แม้แต่น้อย และมันไม่คิดจะตอบโต้เขาด้วยซ้ำ

เขาเริ่มสงสัยเรื่องนี้หลังจากมันไล่ล่าหลิงอี้ด้วยพฤติกรรมที่แปลกไป

“เรื่องนี้”

ลั่วหยวนจับคางอีกครั้งด้วยความรู้สึกแปลกๆ

“การที่ราชามอนสเตอร์ไล่ตามแบบนี้แสดงว่าเขาเป็นภัยคุกคามสำหรับมัน ลูกสาวนายติดต่อเขาอยู่บ่อยๆไม่ใช่เหรอ ไม่ลองให้เธอถามเขาดูล่ะ?”

เมื่อได้ยินแบบนั้นหนานกงฮั่นจึงมองหาลูกสาว แต่ทันใดนั้นเสียง‘ปัง!’ก็ดังจากด้านหน้า ร่างสีแดงด้านหน้าโดนเถาวัลย์เส้นหนึ่งฟาดใส่

ตู้ม!!

พื้นดินรอบๆหลายสิบเมตรแตกเป็นรอยร้าว ก้อนหินและฝุ่นควันฟุ้งกระจาย!

ผู้เล่นแพทย์ในบริเวณใกล้เคียงที่เห็นรีบเข้าไปรักษาคนคนนั้นทันที

แต่จู่ๆคลื่นพลังมากมายก็ปะทุออกมาจากฝุ่น มันพัดฝุ่นรอบด้านออกไปและเผยให้เห็นใบหน้าของคนด้านใน

เป็นหนานกงหลี่ นักบุญดาบฟีนิกซ์!

หลังจากโดนโจมตีเธอก็เข้าสู่สถานะ‘ปลุกวิญญาณแท้’โดยมีตรานกฟีนิกซ์ทองปรากฏขึ้นตรงระหว่างคิ้ว คลื่นพลังอันแข็งแกร่งแผ่ออกมาจากร่างกายเธออย่างต่อเนื่อง

เธอเงยมองเถาวัลย์ขนาดใหญ่ที่ทอดยาวไปทั่วท้องฟ้า เช็ดเลือดออกจากมุมปากคว้าดาบฟีนิกซ์ที่ตกบนสู่พื้นและกำลังจะกระโดดขึ้นไป

หนานกงฮั่นที่กลายเป็นพายุปรากฏตัวข้างเธอเหมือนผี เขาจับไหล่เธอแล้วพูดว่า “พักก่อนเถอะ พ่อมีเรื่องจะคุยด้วย”

“หืม?” หนานกงหลี่กะพริบตาปริบ

“ลูกถามศูนย์หนึ่งทีได้ไหมว่าเมื่อกี้เขาทำอะไรลงไป ทำไมราชามอนสเตอร์ถึงตอบโต้รุนแรงแบบนี้” เขาพูดอย่างรวดเร็ว

“พวกเราคิดว่าศูนย์หนึ่งมีวิธียับยั้งราชามอนสเตอร์แล้ว” ลั่วหยวนอธิบายเพิ่ม

“นี่”

หนานกงหลี่เงยหน้ามองช่องว่างด้านหน้าราชามอนสเตอร์

ในเวลานี้ เถาวัลย์ประมาณครึ่งหนึ่งจากทั้งหมดกำลังโจมตีชายคนนั้นที่อยู่บนอากาศ เขาเป็นคนดึงดูดการโจมตีส่วนใหญ่ของราชามอนสเตอร์

“ตอนนี้...คงไม่สะดวกเท่าไหร่”

“ไม่ต้องห่วง แค่ส่งข้อความเสียงเบาๆไป มันไม่ส่งผลต่อการสู้หรอก” หนานกงฮั่นพูดอย่างสบายใจ

“ก็ได้”

หนานกงหลี่ส่งข้อความถึงหลิงอี้

แต่สิ่งที่พวกเขาคิดไม่ถึงคือหลังจากนั้นกงหลี่บอกว่า“ส่งแล้ว” หลิงอี้ที่อยู่บนอากาศก็โดนโจมตี ร่างของเขาพุ่งตรงไปที่ค่ายเป่ยสงเหมือนลูกกระสุนปืนใหญ่

ตู้ม!!

หนานกงฮั่นกับลั่วหยวนตาเบิกกว้างด้วยความแปลกใจ

หนานกหงลี่ตื่นตระหนกจนหน้าซีด เธอกลายร่างเป็นฟีนิกซ์ทองอย่างรวดเร็วแล้วมุ่งไปยังเต็นท์เป่ยสง

ตอนนั้นหลิงอี้กำลังหาโอกาสเข้าไปในเต็นท์เป่ยสงอยู่พอดี

และตอนนี้บอกใบ้คำทำนายได้ให้คำใบ้เขาแล้ว

[ในจุดนี้หลังจากนี้1วินาที คุณจะโดนโจมตีและกระเด็นไปอยู่ข้างผู้ถือเครื่องมือเทพในเต็นท์เป่ยสง]

พอได้คำใบ้นี้หลิงอี้จึงเทเลพอร์ตกลับมาจุดนี้ใน1วินาทีต่อมา เขาโดนเถาวัลย์ที่พุ่งเข้ามาฟาดใส่ ร่างของเขาตกไปตรงเต็นท์เป่ยสง

เมื่อตกถึงพื้น พื้นที่บริเวณนั้นก็ถูกทำลายหลายร้อยเมตรจนดูเกินจริงและทำให้เกิดฝุ่นควันลอยฟุ้ง

ก่อนจะลุกขึ้น หลิงอี้ใช้[มือไร้รูป]สัมผัสแผ่นในมือของคนร่างหนาที่อยู่ข้างๆอย่างรวดเร็ว

คนร่างหนาแปลกใจมากที่ผู้เล่นในตำนานมาล้มลงข้างๆเขา เขามองอีกฝ่ายที่ลุกขึ้นซึ่งห่างไปสามสี่เมตรด้วยสายตาว่างเปล่า

ลมแรงพัดผ่านบริเวณนั้นและกวาดฝุ่นผงหายไปในพริบตา

ในเวลานี้เทพรังปรากฏตัวที่นี่และดึงดูดสายตาของทุกคน มันยกขาแมงมุมขนาดใหญ่ขึ้นและกระทืบไปที่หลิงอี้

หลิงอี้กระโดดขึ้นจากหลุมและหายไปจากสายตาของทุกคน

วินาทีต่อมาเถาวัลย์ที่ส่ายไปมาอยู่บนฟ้าฟาดจนเกิดเสียงดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อหนานกงหลี่ที่กลายเป็นฟีนิกซ์สีทองมาถึง หลิงอี้ก็ได้กลับไปสู้กับเทพรังอีกครั้งแล้ว

ติ๊ง~

เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นทำให้เธอรู้สึกตึงเครียด เธอรีบเปิดขึ้นมาดู

[ศูนย์หนึ่ง: อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่ใช้สกิลปิดผนึกทำให้มันฟื้นฟูไม่ได้ ส่วนทำไมมันถึงไล่ตามฉัน...อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีมันอาจจะมีความทรงจำของร่างแยกเลยแค้นฉัน]

[ทูตหงส์แดง: ฉันขอโทษ ข้อความที่ฉันส่งไปเมื่อกี้ทำให้คุณเสียสมาธิ]

[ศูนย์หนึ่ง: เอ่อ จริงๆแล้วมันไม่ได้เป็นเพราะเธอหรอก แค่เรื่องบังเอิญนะ]

พอเห็นคำตอบของเขา หนานกงหลี่ถึงกับกัดริมฝีปากล่าง

‘ที่เขาพูดแบบนั้นคงเพราะไม่อยากให้ฉันรู้สึกผิด’

ใครก็ตามที่รู้เรื่องในครั้งนี้ต้องเดาได้แน่นอนว่าเป็นเพราะเธอแน่ๆ

ไม่อย่างนั้นเขาจะโดนโจมตีได้ยังไง?

[ทูตหงส์แดง: ขอบคุณ พอครั้งนี้สู้ชนะแล้วฉันจะเลี้ยงข้าวเย็นคุณเอง ]

อีกด้านหนึ่ง

หลิงอี้ไม่สนใจการเลี้ยงอาหารค่ำของหนานกงหลี่ ตอนนี้เขากำลังหลบการโจมตีของเทพรังในขณะที่ดูเครื่องมือเทพที่เพิ่งจำลองการกลายพันธุ์มา

[ทำลายดินแดนมรณะ (เครื่องมือเทพ,มีเพียงชิ้นเดียว)]: เพิ่มคุณสมบัติร่างกายเจ้าของ1500แต้ม

1: หลังใช้งานสามารถเปิดใช้วงจรเกิดใหม่, สามารถฟื้นคืนชีพยูนิตพันธมิตรที่ตายไปแล้วในระยะใกล้เคียงได้ฟรี, หลังฟื้นคืนชีพแต่ละครั้ง เวลาที่ใช้ในการฟื้นคืนชีพจะเพิ่มขึ้น5วินาที, เวลาที่ใช้ในการฟื้นคืนชีพเริ่มต้นคือ5วินาที เวลาที่ใช้ในการฟื้นคืนชีพสูงสุดคือ100วินาที

2: ในช่วงใช้งานจะใช้พลังชีวิตของตัวเองอย่างต่อเนื่อง