ตอนที่ 250

ผู้เล่นที่อยู่ไกลๆไม่กล้าอยู่ที่นี่ต่อและเริ่มกลับไป

หลิงอี้ยืนขมวดคิ้วขณะเฝ้าดูเหตุการณ์ตรงหน้า

“ถ้าเป็นแบบนี้ คงมีแต่ต้องใช้กำลัง”

ทันใดนั้นผู้แข็งแกร่งในบรรดาผู้เล่นที่กำลังหลบหนีก็ออกไปสู้กับเขา ผู้เล่นเหล่านี้มีความว่องไวสูงจึงสามารถหลบแสงได้อย่างง่ายดาย

“ได้โอกาสแล้ว!”

ดวงตาของหลิงอี้เป็นประกาย ขณะที่หยิบหน้ากากเสือของเมื่อวานมาสวมอีกครั้งเขาก็พุ่งไปที่สนามด้วย หยุนจีที่อยู่ด้านหลังได้ตามไปติดๆ

จากนั้นไม่นานทั้งสองกลายเป็นหนึ่งใน‘ผู้แข็งแกร่งท่ามกลางฝูงชน’ที่เข้าร่วมปิดล้อมหว่อเข่า

ในเวลาเดียวกันมีผู้เล่นที่ประกาศตัวเองว่าแข็งแกร่งคนอื่นเข้าไปร่วมการต่อสู้อย่างกระตือรือร้นเช่นกัน

ผู้แข็งแกร่งที่ไม่รู้จักกันเหล่านี้ร่วมกันปิดล้อมหว่อเข่าไว้ตรงกลาง

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

หว่อเข่าหัวเราะอย่างตื่นเต้น “มันนานมากแล้วที่ อั่ก!”

ก่อนจะพูดจบเขาโดนโจมตีโดยคนที่อยู่ข้างหลัง หมัดต่อยที่ขมับเขาอย่างแรงจนเขากระเด็นไปด้านข้างหลายพันเมตรพร้อมกับเสียงกรีดร้อง

ทุกคนหันไปมอง สิ่งที่เห็นคือคนสวมหน้ากากเสือ

“ทำได้ดีมาก!” มีคนยกนิ้วให้เขา

ทุกคนรีบไล่ตามหว่อเข่าไปอย่างรวดเร็ว

สองหมัดยากที่จะเอาชนะสี่มือ ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งเลเวล92อย่างหว่อเข่าก็ไม่สามารถต้านทานการปิดล้อมของฝูงชนได้เลย

ในที่สุด

เพียงครู่เดียว แสงจากไฟฉายของเขาถูกหยุนจีซึ่งวางแผนไว้นานแล้วสะท้อนแสงกลับมาที่ตัวเขาเอง

ใบหน้าของหว่อเข่าเปลี่ยนไป เขาเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นดัง‘ตึง’

เขารู้ซึ้งถึงพลังของลำแสงนี้เป็นอย่างดีจึงเลิกต่อต้านมัน

หลังจากเขาพ่นอุจจาระและปัสสาวะหมดแล้ว ทุกคนก็ลากเขาไปที่อื่นและช่วยกันกดเขาไว้แล้วบอกให้ผู้เล่นสักคนหยิบ[เชือกผูกปีศาจ]ออกมามัดมือมัดเท้าเขา

“เชี่ยเอ้ย นี่คือผู้นำเทพสวรรค์ไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงโดนพวกเราปราบได้ละเนี่ย?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า! เรื่องนี้เหมาะกับการเอาไปโม้จริงๆ!”

คนอื่นตื่นเต้นมาก พวกเขาไม่ใช่คนยิ่งใหญ่และไม่เคยคิดว่าจะได้เป็นหนึ่งในคนที่เอาชนะผู้นำกิลด์เทพสวรรค์ได้

หลิงอี้ยิ้มโดยไม่พูดอะไรและใช้โอกาสใช้[ถุงมือนักล่า]

แม้ว่าการกระทำของเขาจะผิดศีลธรรม แต่มันไม่เป็นไรถ้าคนที่โดนคือศัตรู

ตอนแรกหว่อเข่าส่งหน่วยรบชั้นยอดมาจัดการกับเขา และการสอดส่องโชคชะตาเมื่อวานนี้เขายังเห็นว่าเจี๋ยนั่วลูกชายของหว่อเข่ากำลังรวบรวมวัสดุสีดำของเขาเพื่อทำลายชื่อเสียงของเขา

ในเมื่อพันธมิตรไป๋ใช้กิลด์เทพสวรรค์เป็นอาวุธมาจัดการกับเขา ถ้าอย่างนั้นพวกเขาควรคิดถึงผลที่ตามมาด้วย

“ถึงจะเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด แต่ยังดีที่ได้ชิ้นส่วนเครื่องมือเทพมา”

กลับมาที่ห้องโถง หลิงอี้พอใจกับชิ้นส่วนเครื่องมือเทพ2ชิ้นในกระเป๋าเป้มาก

เขามี2ชิ้น ลั่วเหยามี2ชิ้น ส่วนชิ้นสุดท้าย

“นายกำลังรวบรวมชิ้นส่วนเครื่องมือเทพอยู่เหรอ? นายรวบรวมของเครื่องเทพแบบไหน?” หยุนจีที่นั่งอยู่บนโซฟาข้างๆเลิกคิ้วขึ้นถาม

“ใช่ เป็นเครื่องมือเทพที่เพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้ได้มาก”

หลิงอี้พยักหน้าแล้วพูดเสริม “ฉันตั้งใจจะสร้างเครื่องมือเทพชิ้นนี้ให้เสร็จก่อนจะไปสู้กับเทพมรณะปีกดำราชามอนสเตอร์แผนที่ระดับสูง”

“แล้วโดมดำของเทพรังล่ะ?”

“เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง ฉันต้องรอให้หยางชี่ของฉันเพิ่มขึ้นก่อน”

พอพูดถึงหยางชี่หลิงอี้ก็นึกถึง[ยาระเบิดหยางชี่]ที่หนานกงหลี่ให้เขามาเมื่อคืน

มันเหมือนกับยาสมบัติส่วนใหญ่ ผู้เล่นแต่ละคนสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว ดังนั้นเมื่ออ่านเอฟเฟกต์แล้วเขาจึงกลายพันธุ์มันโดยตรง

[ยาระเบิดหยางชี่ (B)]: หลังกินจะได้รับหยางชี่ชั่วคราว100แต้ม เมื่อผ่านไปครบ12ชั่วโมงจะได้รับหยางชี่ถาวร

หยางชี่ของคนทั่วไปมีแค่5 100แต้มถือว่าสูงมากแล้ว

“หยางชี่กับเวลาเพิ่มเป็นสองเท่าหลังกลายพันธุ์ แต่ถึงยังอย่างนั้นก็ยังต้องเหนื่อยเหมือนเดิม”

“อืม หลังจากนี้คงต้องทำงานหนัก”

พูดจบเขาหันไปมองคนด้านข้าง สายตาของเขาจังจ้องที่หลินซูโหรวอยู่นาน

“เธอเปลี่ยนไปมาเลยนะถ้าเทียบกับยี่สิบวันก่อน ” หลิงอี้ลูบผมเธอขณะพูดห

ตอนนี้ผิวของเธอเหมือนจะเปล่งแสงจางๆตลอดเวลา ด้วย[หนึ่งกายหนึ่งใจ]ของเธอนอกจากหน้าตาจะเปลี่ยนไปแล้ว รูปร่างมือและเท้าของเธอเปลี่ยนไปมากเช่นกัน

ร่างกายเธอกลายเป็นสมบัติเทพธิดาไปแล้ว

“ใช่ เกือยแข่งกับหลินเซียนผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกได้แล้ว” หยุนจีพยักหน้าเห็นด้วย

หลินซูโหรวที่กำลังพักผ่อนขณะที่กอดแขนหลิงอี้เงยหน้ามองหลิงอี้ เธอหน้าแดงแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “มันทำให้นายหลงฉันมากขึ้นไหม?”

“เกือบแล้ว”

“โอ้? ฉันเห็นนะว่านายหมกมุ่นอยู่กับฉันมากขนาดไหน?”

“หืม?”

หลินซูโหรวเอนหลังโดยใช้มือยันไว้ตรงโซฟา เธอเอาเท้าขาวนุ่มแหย่เข้าไปในแขนของหลิงอี้ อีกด้านหนึ่ง เซี่ยหว่านชิงใช้โอกาสตอนที่เขาเสียสมาธิถอดเข็มขัดของเขาออก

บนโซฟาด้านขวา หยุนจีเลียริมฝีปากสีแดงแล้วลุกขึ้นด้วยรอยยิ้ม

ตอนเที่ยงของวันต่อมา

หลิงอี้รู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย เขาลงไปชั้นล่างแล้วหยิบเก้าอี้ไม้ไปนั่งข้างหน้าต่างคนเดียว

หยางชี่ของเขาในตอนนี้——

หยางชี่ในปัจจุบัน: 252

“ใช้ได้ มีเกินครึ่งแล้ว!”

ด้วยอัตราเพิ่มหยางชี่30แต้มทุกวัน หลิงอี้ประเมินว่าต้องใช้เวลามากสุดอีกแค่9วันเท่านั้น

ในระยะเวลานี้เขาต้องผสมเครื่องมือเทพ ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเลเวล60-69 และเอาชนะ เทพมรณะปีกดำ—ถ้าไม่มีอย่างอื่นนอกเหนือจากนี้

“คิดอะไรอยู่เหรอ?”

ขณะที่หลิงอี้กำลังใช้ความคิด จู่ๆเสียงคุ้นเคยก็ดังมาจากข้างหลัง

หันกลับไปมองเห็นเป็นหลินซูโหรว

ตอนนี้เธอยืนอยู่ข้างหลังเขาด้วยเท้าเปล่าโดยสวมเสื้อคลุมไว้อยู่

หลิงเอ๋อร์มีสกิลติดตัว[ร่างหยกศักดิ์สิทธิ์]ซึ่งทำให้เธอสะอาดตลอดเวลา ดังนั้นตราบใดที่หลิงเอ๋อร์รวมร่างกับเธอ หลินซูโหรวจะสะอาดตลอดเวลาเช่นกัน

หลิงอี้ตบต้นขาของเขาให้เธอนั่งและถามว่า “เสี่ยวหย่ากับคนอื่นๆล่ะ?”

“ยังนอนพักอยู่”

หลินซูโหรวกอดเขาแล้วเอนศีรษะซบกับหน้าอกของเขา สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหลงใหล

“แล้วเธอลวมาทำอะไร?”

“คิดถึงนาย”

หลิงอี้กอดร่างหอมกรุ่นและอ่อนนุ่มอย่างแน่นในอ้อมแขนและพูดขึ้นมาทันที “ฉันมีไอเทมถอดสกิลกับเปลี่ยนคุณสมบัติจะให้เธอ”

“มันใช้ซ้ำได้ด้วยนะ”

ก่อนหน้านี้เขาได้จำลองการกลายพันธุ์[หินเปลี่ยนดาว]กับ[หินเปลี่ยนคุณสมบัติ] หินอันใหม่ของทั้งสองอย่างนี้กลายเป็นไอเทมถาวรที่สามารถใช้ได้วันละครั้ง

“ห๊ะ!?” หลินซูโหรวเงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาเบิกกว้างราวกับว่าเธอไม่อยากเชื่อเลยว่ามีไอเทมแบบนี้อยู่ด้วย

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งเธอก็พยักหน้า “ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ทิ้งสกิลที่ค่อนข้างไร้ประโยชน์แล้วเรียนสกิลที่ดีกว่าแทน”

“ถ้าทำแบบนี้ความท้าทายในการฝึกฝนคงจะสำเร็จได้เร็วขึ้น”

“อย่าที่พูดเลย”

เธอเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายของเธอ “นายคิดว่าฉันต้องเปลี่ยนแนวทางในการพัฒนาไหม?”

“อืม ไม่ต้องหรอก การใช้สกิลสนับสนุนกับสกิลน้ำค่อนข้างดีอยู่แล้ว”

พูดจบเขาก็มอบ[หินเปลี่ยนดาว]กับ[หินเปลี่ยนคุณสมบัติ]ให้เธอ

ขณะที่เธอใช้หินสองก้อนนี้ จู่ๆหลิงอี้ก็นึกได้ว่า “พอเธอถอดสกิลออกแล้ว ฉันน่าจะทำแบบนั้นได้”

เขาสามารถเอาสกิลของเธอมากลายพันธุ์ได้