ตอนที่ 253

จากนั้นไม่นาน

หลิงอี้เดินเข้าห้องสอบสวนภายใต้การเดินนำของหนานกงหลี่

ห้องสอบสวนมีขนาดใหญ่อย่างคาดไม่ถึง เหมือนได้อยู่ในโรงยิม เพดานสูงจากพื้นยี่สิบเมตรพื้นที่กว้างเป็นพันเมตร

โจวตี้ผมหน้าม้าสีเหลืองอายุประมาณสามสิบนั่งเก้าอี้อยู่กลางห้องสอบสวน เขามองดูเจ้าหน้าที่พันธมิตรตรงหน้าเดินออกไปด้วยความขบขัน

“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันมีความสามารถต้านทานการควบคุมจิตใจ การสะกดจิตทำอะไรฉันไม่ได้หรอก!”

ในขณะที่เจ้าหน้าที่พันธมิตรกำลังออกไป หนานกงหลี่ก็พาหลิงอี้เข้ามา

“อ้าว? มีคนมาสอบปากคำฉันอีกเหรอเนี่ย? ฮ่าฮ่าฮ่า ไร้ประโยชน์น่า!”

หลิงอี้ยืนห่างจากโจวตี้แค่สองสามเมตร เขาใช้[กระดิ่งพูดความจริง]ขณะคิดถึงวิธีฉกชิ้นส่วนเครื่องมือเทพโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว

“เอาล่ะ เริ่มกันเถอะ” เขาพูดกับหนานกงหลี่

หนานกงหลี่พยักหน้า เธอเริ่มถามตามรายการคำถามที่เจ้าหน้าที่พันธมิตรให้มา “ตัวตนแท้จริงของนายคือใคร?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า”

โจวตี้ตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะเสียงดัง “เธอไม่ได้ใช้ไอเทมกับสกิลแล้วมาถามฉันเนี่ยนะ แค่นี้เธอก็มาผิดทางแล้ว”

ในขณะที่เขากำลังหัวเราะ ความคิดก็เปิดเผยข้อมูลของเขา

[ถามว่าเขาเป็นใคร? เขาเป็นลูกชายนอกสมรสของโจวฟานเทียนผู้นำโบสถ์ทำลายล้าง]

พอเห็นดังนั้นเจ้าหน้าที่พันธมิตรที่รับผิดชอบการจดบันทึกจึงเริ่มจดข้อมูลทันที

“อะไรน่ะ!?”

โจวตี้ตกตะลึงจากนั้นหันไปมองชายสวมหน้ากากเสือที่อยู่ถัดจากหนานกงหลี่ทันที เขาพูดด้วยความแปลกใจ “นายคือเจ้าของความคิด!!”

“พันธมิตรเสินเชิญนายมาที่นี่ด้วยเหรอเนี่ย!!?”

“หึหึ~” หนานกงหลี่กอดอกเย้ยหยันสองครั้งจากนั้นพูดอย่างสงบ “ต่อให้นายไม่พูดก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวความคิดจะบอกเราเอง”

“เวรเอ้ย!!” โจวตี้มองชายสวมหน้ากากเสืออย่างโกรธแค้น

“เอาล่ะ คำถามต่อไป”

ในระหว่างการสอบสวนของหนานกงหลี่ หลิงอี้นั่งบนเก้าอี้ที่เจ้าหน้าที่พันธมิตรจัดให้

มองผิวเผินเขากำลังดูการสอบสวน แต่ความจริงแล้วเขากำลังคิดบางอย่างในใจ ‘จะเข้าไปใกล้โจวตี้แล้วฉกชิ้นส่วนเครื่องมือเทพมาจากเขาก็ไม่ได้’

‘ต้องไปหาสกิลมือปีศาจล่องหนมาจริงๆ’

พอคิดถึงการใช้สกิลนี้ตอนที่ไปดูคลังสมบัติในอนาคต หลิงอี้จึงไม่ลังเลอีกต่อไป

หลังบอกหนานกงหลี่แล้ว เขาหันหลังเดินเข้าไปในห้องน้ำ

[ตั๋วคำอธิษฐาน]ถูกใช้ในห้องน้ำนี้

หนึ่งนาทีต่อมา

หลิงอี้กลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขามีสกิลพิเศษที่เขาไม่มีด้วย

[มือไร้รูป(1ดาว·หายาก)]: สามารถสร้างมือล่องหนไร้รูปร่างได้ มือล่องหนนี้เป็นเหมือนมือของตัวเอง,ไม่สามารถอยู่ห่างจากตัวเองได้เกินห้าเมตร

สกิลนี้กลายพันธุ์มาจาก[มือปีศาจล่องหน] เทียบกับมือปีศาจอันเดิมแล้วมืออันนี้ล่องหนอันได้ดีกว่าและมีระยะที่ไกลกว่า

‘เอาล่ะ มาลองใช้สกิลใหม่ดีกว่า!’

'มือไร้รูป!’

ในพริบตาเดียว มือล่องหนที่มีแต่เขาที่มองเห็นควบแน่นอย่างรวดเร็ว มือนี้เหมือนกับมือขวาของเขาทุกประการแต่เป็นมือขวาล่องหน

เขาควบคุมมือไร้รูปลอยไปข้างหน้าและมาอยู่ข้างโจวตี้

'มือไร้รูปจะมองไม่เห็นสัมผัสไม่ได้ แต่อีกฝ่ายจะรู้สึกถึงมันได้เมื่อโดนสัมผัส เสื้อที่เขาใส่อยู่บางมาก ฉันอาจโดนจับได้ทันทีที่สัมผัสเขา’

เขาวางมือบนหน้าอกตัวเองอย่างแผ่วเบาและรู้สึกถึงการมีอยู่ของมือได้อย่างชัดเจน

หลิงอี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและควบคุมมือไปด้านล่าง เขาใช้หนึ่งนิ้วแตะเบาๆที่ท้องอีกฝ่ายผ่านช่องว่างของเชือกที่มัดไว้

การสัมผัสเสื้อผ้าอย่างเดียวไม่ถือว่าเป็นการสัมผัส ต้องสัมผัสร่างกายของอีกฝ่ายผ่านเสื้อผ้าถึงจะถือว่าเป็นการสัมผัส

ในเวลานั้นเองโจวตี้เริ่มขมวดคิ้ว เขารู้สึกบางอะไรอย่าง

ขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างหนานกงหลี่ก็ถามคำถามอื่น

“ต่อไป บอกข้อมูลของสมาชิกทุกคนในองค์กรที่นายรู้จักมาให้หมด”

โจวตี้ส่งเสียงหึเย็นชา เขาต้องมองความคิดเปิดเผยข้อมูลที่เขารู้อีกครั้ง

ไม่กี่นาทีต่อมา

หนานกงหลี่ส่งข้อความให้หลิงอี้เงียบๆหลังจากถามคำถามทั้งหมดแล้ว

[ทูตหงส์แดง: ขอโทษด้วย ฉันลืมไปเลยว่าคุณมาที่นี่เพื่อเรื่องอื่น แล้วเป็นยังไงบ้าง อยากให้ฉันช่วยอะไรไหม]

[ศูนย์หนึ่ง: ไม่จำเป็น ฉันทำเสร็จแล้ว]

เขาฉกชิ้นส่วนเครื่องมือเทพทันทีที่สัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย

ตอนนี้เขากังวลอย่างเดียวว่าอีกฝ่ายจะเปิดกระเป๋าเป้ตรวจสอบ

หลังจากผู้เล่นมืดถูกพันธมิตรเฉวียนจับ โดยพื้นฐานแล้วไอเทมดีๆทั้งหมดที่พวกเขาสามารถใช้ได้จะถูกนำออกไป มันคงลำบากไม่น้อยถ้าพวกเขารู้ว่าไอเทมของโจวตี้ถูกเขาเอาไปก่อนแล้ว

หนานกงหลี่พยักหน้ารับหลังจากได้รับคำตอบจากหลิงอี้และยุติการสอบสวนทันที

ทั้งสองเดินออกไปพร้อมกัน

หลังเดินออกจากห้องสอบสวน หนานกงหลี่หันมาพูด “ฉันจะส่งคุณกลับทันที หลังจากนี้ไม่นานปฏิบัติการกวาดล้างโบสถ์ทำลายล้างจะเริ่มขึ้น”

ในการสืบสวนครั้งนี้พันธมิตรเฉวียนได้ข้อมูลฐานที่ตั้งชั่วคราวของโบสถ์ทำลายล้าง

ในเวลาไม่กี่นาทีพันธมิตรผู้เล่นของประเทศต่างๆได้ประสานงานและวางแผนโจมตีร่วมกัน

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันกลับเอง”

หลิงอี้ยิ้มและโบกมืออย่างไม่สนใจ

กลับมาถึงห้องโถง เขาติดต่อลั่วเหยาทันที

[ศูนย์หนึ่ง: ฉันมีชิ้นส่วนเครื่องมือเทพ3ชิ้นแล้ว]

[ลั่วเหยา: เยี่ยมมาก ถ้าฉันอาบน้ำเสร็จแล้วเราไปเจอกันค่ายดีไหม? อีกสักครึ่งชั่วโมง?]

[ศูนย์หนึ่ง: ได้]

เมื่อเปิดกระเป๋าเป้ ดูชิ้นส่วนเครื่องมือเทพสามชิ้นในนี่น หลิงอี้ถอนหายใจยาว “ไม่รู้ว่ามันจะผสมสำเร็จหรือเปล่า”

ทันใดนนั้นเขาก็นึกได้ว่ายังไม่เคยใช้ตาทิพย์ตรวจสอบชิ้นส่วนพวกนี้เลย

ตรวจสอบด้วยตาทิพย์ทันที

[ชิ้นส่วนเครื่องมือเทพ (ชิ้นส่วนแสงไหลผ่านพันลวงตา·มีเพียงชิ้นเดียว)]: หนึ่งในชิ้นส่วนเครื่องมือเทพ สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตและแรงกายอย่างช้าๆให้แก่ยูนิตโดยรอบ

หลิงอี้ผิดหวังเพราะไม่เห็นข้อมูลที่ซ่อนอยู่ของชิ้นส่วนเครื่องมือเทพ

“มีอะเหรอ?”

หลินซูโหรวที่กำลังทำอาหารเย็นอยู่ในครัวเดินมานั่งในอ้อมแขนเขาแล้วถาม

หลิงอี้ส่ายหัว “ฉันไม่เห็นข้อมูลบางอย่าง เรื่องเล็กๆน่ะ”

“ฉันจำได้ว่าเธออยู่ในช่วง40-49นานแล้วใช่ไหม? แล้วการตรวจสอบคุณสมบัติล่ะ”

“ผ่านแล้ว!”

หลินซูโหรวชี้เซี่ยหว่านชิงที่กำลังยืดขาอยู่ไม่ไกลจากหยุนจี “ตอนนี้เธอเป็นอันดับหนึ่งของช่วงเลเวล40”

“อีกไม่นานเธอก็ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว”

“อ๋อ~”

หลิงอี้หยักหน้ารับด้วยความเขิน เขาไม่ได้สนใจการจัดอันดับของช่วงเลเวลอื่นเลย

“ถ้าอย่างนั้นเธอเพิ่มเลเวลเป็นเลเวล59ได้แล้วใช่ไหม”

“ใช่”

หลิงอี้ดูค่าประสบการณ์ที่สะสมไว้ในบ่อประสบการณ์

ค่าประสบการณ์ที่สามารถโอนได้: ประมาณ280,000

ค่าประสบการณ์ที่ไม่สามารถโอนได้: ประมาณ820,000

“ค่าประสบการณ์แค่นี้ไม่น่าจะเพิ่มเลเวลของเธอเป็น59 ในภายหลัง หลังจากนี้ฉันจะไปกวาดมอนสเตอร์ในเสินลู่”

พอได้ยินสิ่งที่หลิงอี้พูด หลินซูโหรวก็ปฏิเสธทันที “ไม่ต้องหรอก แค่สกิลที่นายให้มาฉันก็ฟาร์มมอนสเตอร์จนเพิ่มเลเวลได้เร็วแล้ว”

“ไม่”

หลิงอี้ส่ายหัวพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าโอนค่าประสบการณ์ให้เธอฉันจะได้กลับมามากกว่านั้น ถ้าให้เธอไปทำเองอัญมณีบรรพบุรุษของฉันคงไม่คืนค่าประสบการณ์ให้”

“อืม ก็ได้” หลินซูโหรวเข้าใจ