ตอนที่ 142

เมื่อมองชายตรงหน้า สายตาของหลินซูโหรวก็ค่อยๆเข้าสู่ภวังค์

เธอต้องการไล่ตามชายคนนี้ให้ทันแต่เธอรู้ดีว่าไม่สามารถทำได้ ทุกครั้งที่คิดเรื่องนี้เธอจะรู้สึกปวดใจราวกับโดนไฟเผา

“หลิงอี้” จู่ๆหลินซูโหรวก็เรียกเขา

“หืม?”

หลินซูโหรวหยุดนวดแล้วเลื่อนมือออกอย่างช้าๆ

พอชายตรงหน้าหันกลับมาด้วยใบหน้าสงสัย เธอจึงมองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง “ฉันอยากแข็งแกร่งขึ้นเพื่อตามหลังนาย”

“นายมีวิธีทำให้แข็งแกร่งขึ้นไหม?”

หลิงอี้มองเธอด้วยความประหลาดใจ “คิดไม่ถึงว่าเธออยากแข็งแกร่งขึ้นด้วย”

เขามักจะเห็นเธอรดน้ำดอกไม้และชอบหาซีรีส์ดู เขาเลยคิดว่าเธอไม่ชอบการต่อสู้และการฆ่าฟันเหมือนผู้หญิงส่วนใหญ่

“เรื่องคำแนะนำ...ถ้าทำให้แข็งแกร่งกว่าคนอื่นคงแนะนำได้ง่ายๆ แต่ถ้าไล่ตามหลังฉันคงจะยากหน่อย”

แม้จะพูดแบบนี้แต่เขายังมีสติดีอยู่

เขาแข็งแกร่งหรือเปล่าไม่รู้ แต่โลกนี้ไม่มีใครตามความเร็วในการพัฒนาของเขาทัน!

ต่อให้ไล่ตามหลังเขาก็ถือเป็นเรื่องยาก

“อืม...ฉันบอกไม่ได้ว่าเธอจะไล่ตามทันหรือเปล่า แต่ถ้าจะเพิ่มความแข็งกร่งอย่างรวดเร็วคงทำทีละขั้นไม่ได้ เธอต้องหาวิธีอื่น”

หลินซูโหรวย่อตัวลงเหมือนเด็กทารกที่อยากรู้อยากเห็น เธอมองเขาอย่างตั้งใจแล้วพยักหน้า“อืมอืม”และหวังให้เขาจะพูดต่อ

หลิงอี้ยังนอนอยู่เหมือนเดิมและเริ่มให้คำแนะนำ “ความเร็วในการเพิ่มความแข็งแกร่งมีแนวคิดเดียวกับความเร็วการเพิ่มเลเวล ตราบใดที่มีเลเวลสูง สมบัติดี สกิลดี และสกิลสนับสนุนดี เธอก็จะแข็งแกร่งขึ้นเอง...”

ทั้งสองคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง แม้ว่าเขาไม่ได้คิดวิธีแก้ปัญหาสำคัญ แต่เขาปล่อยให้หลินซูโหรวรู้ว่าต้องทำยังไง

แน่นอนว่าหลิงอี้ไม่ได้ขี้เหนียว เขามอบแพ็คสมบัติระดับAและแพ็คอาวุธระดับAให้เธอ

“จะไม่เป็นไรเหรอ?”

“ไม่เป็นไร เธอเป็นผู้หญิงของฉัน ของเธอก็เป็นของฉันเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ที่เหลือขึ้นอยู่กับเธอแล้ว”

เขามีแพ็คเสริมระดับA 4 อัน แพ็คระดับS 1 อัน

ตอนนี้ให้ไปแล้ว1อัน ไม่รู้ว่า4อันที่เหลือจะเอาไปทำอะไรดี

—— ผู้เล่นแต่ละคนสามารถใส่สมบัติและอาวุธได้หนึ่งชิ้นเท่านั้น ของที่ต่ำกว่าระดับSล้วนเป็นของไร้ประโยชน์สำหรับเขา

หลินซูโหรวที่ได้ฟังแบบนั้นไม่ได้หน้าแดงระเรื่อเหมือนเมื่อก่อน กลับกันแล้วแก้มทั้งสองข้างของเธอเกิดสีแดงจางๆเท่านั้น

เธอโน้มตัวลงลูบแก้มของหลิงอี้ด้วยมือหยกขาว แววตาที่มองเขาด้วยความรักเริ่มเปลี่ยนเป็นแววตาเอาใจโดยไม่รู้ตัว

......

23.00น.

บอสมอนสเตอร์สามตัวปรากฏขึ้นพร้อมกันในทุกเมืองบนโลก

พวกมันคือตั๊กแตนเกราะเงินเลเวล25 ผีเสื้อปีศาจเลเวล35 และปีศาจโกลาหลเลเวล50

หลิงอี้กำลังจับสัมผัสตำแหน่งของบอสมอนสเตอร์อยู่ข้างโซฟา ส่วนหลินซูโหรวนั่งอยู่บนโซฟาด้วยผมยุ่งเหยิงและอาการเหนื่อยล้า แต่เธอก็ยังช่วยหลิงอี้ใส่เข็มขัดให้เข้าที่

หลังจากรัดเข็มขัดเสร็จหลิงอี้ได้ลูบแก้มของเธอย่างอ่อนโยน หลินซูโหรวลูกฝ่ามือของเขาอย่างเสน่หาจากนั้นเปิดปากอมนิ้วโป้งของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ

“ฉันไปก่อนนะ”

ตอนนี้สายตาของหลิงอี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ความรุ้สึกในเรื่องอย่างว่าไม่มีอีกต่อไป

พอเดินออกมาจากบ้านเขาก็กระโดดไปหาบอสมอนสเตอร์ทั้งสาม

ครั้งนี้บอสทั้งสามตัวปรากฏในจุดเดียวกันด้วยความบังเอิญ

เมื่อหลิงอี้มาถึง ผู้เล่นจำนวนมากก็มารวมตัวกันก่อนแล้ว

ตอนนี้หลิงอี้ยืนอยู่บนดาดฟ้าของตึกสูง20ชั้น เขาสำรวจตึกโดยรอบแล้วต้องขมวดคิ้ว

นี่คือเขตที่อยู่อาศัย‘สวนเจียงฮวา’ซึ่งมีตึกลักษณะเดียวกันทั้งหมด30หลัง แต่ละตึกมีประมาณแปดสิบครอบครัว

ถ้าแต่ละครอบครัวมีประมาณสี่คน นั่นหมายความว่าแถวนี้มีผู้อยู่อาศัยเกือบ10,000คน

พอมองมอนสเตอร์และบอสมอนสเตอร์ด้านล่างที่หันไปมาระหว่างอาคาร หลิงอี้กับผู้เล่นที่อยู่บนดาดฟ้าต่างแสดงสีหน้าบูดบึ้ง

“ปล่อยพวกมันไปก่อน” มีคนพูดขึ้น

“ฉันก็ว่าอย่างนั้น” มีคนตอบลกับ

หลังจากนั้นคนเหล่านี้ก็บินออกไปด้วยวิธีของตัวเอง

ก่อนที่หลิงอี้จะลงมือ จู่ๆวงกลมแสงสีม่วงเข้มก็ปรากฏขึ้นบนดาดฟ้าของตึกตรงข้าม

“หืม!? นั่นมัน...”

หลิงอี้ก็จำได้ทันทีที่เห็นคนในชุดคลุมดำสองสามคนออกจากช่องแสง

คนพวกนั้นเป็นสมาชิกขององค์กรมืดประตูศักดิ์สิทธิ์!

“มาครั้งนี้พวกมันคิดจะทำอะไร?”

ทันทีที่พูดจบหลิงอี้ก็ส่ายหัว “ช่างเถอะ ยังไงก็ไม่ใช่เรื่องดีอยู่แล้ว”

มีผู้แข็งแกร่งมากมายในกลุ่มคนพวกนั้น เพื่อความปลอดภัยเขาจึงเรียกจักรพรรดิน้ำแข็งออกมารอ

เขารู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อมีผู้หญิงผมขาวสวมชุดสีฟ้าใสลอยอยู่ข้างๆ

ร่างปกติของจักรพรรดิน้ำแข็งมีเพียงสีหน้าเฉยชา ถ้าดูจากรูปลักษณ์อย่างเดียวคงคิดว่าเธอไม่ได้แข็งแกร่ง

ในเวลาเดียวกันกับที่หลิงอี้เรียกจักรพรรดิน้ำแข็ง ชายชุดดำซึ่งดูเหมือนผู้นำกลุ่มได้หยิบลูกบอลสีดำออกมาแล้วโยนขึ้นไปบนอากาศ

เขาเห็นบอลดำหมุนด้วยความเร็วสูงบนอากาศ ในขณะเดียวกันมันได้กระจายคลื่นแสงสีแดงเลือดไปทุกทิศทาง

เมื่อคลื่นแสงผ่านมาทางหลิงอี้ จักรพรรดิน้ำแข็งก็ใช้โล่เย็นศักดิ์สิทธิ์คลุมตัวพวกเธอทันที

หลิงอี้รีบใช้ตาทิพย์ตรวจสอบบอลดำลูกนั้น

[ลูกแก้วผลาญเลือด (b)]: กระจายคลื่นแสงผลาญเลือดไปทั่วบริเวณโดยรอบ สิ่งมีชีวิตจะได้รับเอฟเฟกต์จากคลื่นแสงนี้

“เฮอะ”

พอเห็นเอฟเฟกต์นี้ สิ่งแรกที่หลิงอี้คิดได้คือทำลายมันโดยเร็วที่สุด

แต่ก่อนที่เขาจะลงมือ เปลวไฟสีทองจำนวนหนึ่งได้พุ่งมาจากด้านหลังและทำลายลูกแก้วอันนั้น!

หลิงอี้มองกลับไปและเห็นนกฟีนิกซ์สีทองบินมาจากระยะไกลด้วยความเร็วสูง

เพียงครู่เดียวเธอบินอยู่เหนือหลิงอี้และกลายเป็นลูกเพลิงสีทองตกลงบนดาดฟ้าของตึกฝั่งตรงข้าม ร่างชุดคลุมดำตรงนั้นต่างหนีกระจายกันด้วยความตกใจ!

มีหลายคนวิ่งมาทางเขา

พอเห็นแบบนั้นจักรพรรดิน้ำแข็งจึงสร้างกำแพงน้ำแข็งบนอากาศอย่างรวดเร็ว!

ปักปักปัก!

คนชุดคลุมดำพวกนี้หลบไม่ทันจึงกระแทกเข้ากับกำแพงน้ำแข็งและส่งเสียง‘อ้ากกก’พร้อมกับร่วงลงพื้น

หลิงอี้มองไปรอบๆและเห็นว่าผู้เล่นด้านล่างและนักบุญดาบฟินิกส์บนหลังคาฝั่งตรงข้ามเริ่มสู้กันแล้ว ในตอนนั้นเองก็มีความคิดการใช้อาณาเขตได้แล่นเข้ามาในหัว

เขาไม่รอช้าและพูดออกมา “อาณาเขตส่องแสง!”

เพียงครู่เดียว! แสงสีทองเจิดจ้าออกมาจากตัวเขาและกระจายไปยังบริเวณโดยรอบด้วยความเร็วที่อยากจะตอบโต้!

เพียงสามวินาที อาณาเขตครอบคลุมระยะ500เมตรได้ก่อตัวขึ้น!

ขนาดของอาณาเขตกำหนดโดยผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งานสามารถปรับขนาดเล็กใหญ่ได้ตามใจชอบ

แต่แรงกายที่ต้องใช้เป็นไปตามความใหญ่ของอาณาเขต

ระยะ500เมตรนี้แทบไม่มีผลอะไรกับเขาที่มีความทนทาน50แต้มเลย

แต่เพื่อให้ตัวเองสบายขึ้น หลิงอี้จึงหยิบ[ลูกเต๋าเทพความทนทาน]ออกมาทอย

ครั้งนี้โชคไม่ดีนักเขาทอยได้แค่ 1

ความทนทาน+200