ตอนที่ 262

‘ระบบ จำลองการกลายพันธุ์เครื่องมือเทพ!’

หลิงอี้คิดในใจอย่างรีบร้อน

[คุณยืนยันจำลองการกลายพันธุ์แสงไหลผ่านพันลวงตาหรือไม่? (ต้องใช้10คะแนนกลายพันธุ์)]

‘ยืนยัน’

หลังจากนั้นไม่นานผลการจำลองเพียงอันเดียวก็ปรากฏขึ้น หลิงอี้ปล่อยให้มันปรากฏโดยไม่ดูมันก่อน

[คุณยืนยันให้เครื่องมือเทพแสงไหลผ่านพันลวงตาปรากฏขึ้นหรือไม่ (ต้องใช้500คะแนนกลายพันธุ์)]

‘ยืนยัน!’

เมื่อเห็นราคา‘500’หลิงอิ้จึงเรียงลำดับความคิดทันที

เครื่องมือเทพอันนี้ต้องเป็นเครื่องมือขั้นสูงที่มีในเสินลู่แน่นอน

ต้องใช้500คะแนนกลายพันธุ์เพื่อทำให้เป็นจริง เครื่องมืออันอื่นของเขายังไม่ต้องใช้มากขนาดนี้

จากนั้นไม่นาน‘ไพลิน’เม็ดเดียวกันได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าหลิงอี้ เขาเก็บมันใส่กระเป๋าเป้ทันที

กดตรวจสอบ

[แสงไหลผ่านพันราตรี (เครื่องมือเทพ·มีเพียงชิ้นเดียว)]: เพิ่มพลังเวท1600

1: ลดเลเวลของเป้าหมายและให้อีกฝ่ายได้รับค่าประสบการณ์ที่เท่ากัน คุณสมบัติทั้งหมดของเป้าหมายจะลดลงอย่างถาวรตามเลเวลที่ลดลง (สามารถรับคุณสมบัติอิสระได้อีกครั้งเมื่อเพิ่มเลเวล)

2: สามารถเปลี่ยนค่าประสบการณ์ของตัวเองให้กลายเป็นบอลค่าประสบการณ์ชั่วคราว, หากได้รับความยินยอมจากผู้เล่นคนอื่นจะสามารถเปลี่ยนค่าประสบการณ์ของอีกฝ่ายให้เป็นบอลค่าประสบการณ์ชั่วคราว, ผู้เล่นคนอื่นสามารถได้รับค่าประสบการณ์ที่เท่ากับบอลค่าประสบการณ์ชั่วคราวโดยการดูดซับ

ชัดเจนแล้วว่า

แสงไหลผ่านพันราตรีคือแสงไหลผ่านพันลวงตาที่ได้พัฒนาแล้ว

ถ้าหลิงอี้ถือมันไว้คนเดียว เขาจะสามารถควบคุมเลเวลของผู้เล่นโดยรอบได้อย่างอิสระตราบใดที่เขามีค่าประสบการณ์เพียงพอ

อีกด้านหนึ่ง ลั่วเหยาแสดงท่าทางประหลาดใจและค่อยๆสงบลง

“นั่น...หลิงอี้ เครื่องมือเทพชิ้นนี้”

“หืม? อ๋อ เธอเอาไปสิ”

เขาไม่จำเป็นต้องสู้กับลั่วเหยาเพื่อชิงแสงไหลผ่านพันราตรีหรือแสงไหลผ่านพันลวงตานี้

“เอ๊ะ? นี่”

ลั่วเหยามองหน้าหลิงอี้อย่างระมัดระวัง แต่เธอเห็นว่าสีหน้าของเขาสงบนิ่งและดูเหมือนจะไม่ใช่การเสแสร้ง

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังพูดว่า “ไม่ต้องห่วงนะหลิงอี้ พวกเราทั้งคู่มีส่วนแบ่งในเครื่องมือเทพอันนี้ พอใช้เสร็จแล้วฉันจะคืนให้คุณทันที”

“ในวันข้างหน้าไม่ว่าคุณหรือพี่โหรวจะครอบครองมัน ถ้าต้องการใช้ฉันจะมายืมเอง”

“เครื่องมือเทพเป็นมันร้อน นอกจากประเทศแล้วก็มีแค่คุณเท่านั้นที่ปกป้องมันได้”

ตอนนี้ลั่วเหยาได้พบกับหลินซูโหรวและคืนที่เหลือแล้ว

สำหรับ‘เทพธิดาชุดขาว’หลินซูโหรว ลั่วเหยารู้สึกชอบเธอมาก

“ได้ ไม่เป็นไร”

ข้อเสนอของลั่วเหยาได้รับการพิจารณามาอย่างดี ส่วนหลิงอี้ที่ไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธจึงพยักหน้าตกลงอย่างง่ายดาย

กลับมาที่ห้องโถง หลิงอี้ก้มหน้ามองร่างกายตัวเองด้วยความสงสัยว่าควรเอาเครื่องมือเทพไปไว้ตรงไหนดี

“มือขวาคือแกนพลังงานจักรวาล ส่วนมือซ้ายคือสุดยอดคริสตัล”

“เอาแสงไหลผ่านพันราตรีไว้ตรงเท้าซ้าย เท้าขวา หรือตรงหัวดี?”

หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาได้ตัดสินใจลองวางมันไว้บนมือขวาเพื่อดูว่าส่วนหนึ่งสามารถเก็บเครื่องมือเทพสองชิ้นพร้อมกันได้หรือเปล่า

โชคดีที่มันทำได้!

แน่นอนว่าต้องใส่ไว้เลย!

หลังจากดูดซับแสงไหลผ่านพันราตรีแล้ว หลิงอี้ไม่ได้รู้สึกแปลกๆแต่อย่างใด

เครื่องมือเทพทั้งสองสามารถใช้งานได้ปกติอย่างไม่มีข้อขัดแย้ง

เขาเปิดดูแผงคุณสมบัติ

ความแข็งแกร่ง2040, พลังเวท3992, ความว่องไว 1742, ความทนทาน 1325, ร่างกาย2285

“ฟู่ว—ขนาดเทพมรณะปีกดำเลเวล90ยังมีพลังเวทน้อยกว่าฉันเยอะ”

แม้ว่าพลังเวท1,600แต้มที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันไม่ได้เพิ่มพลังเวทเป็นสองเท่า แต่มันก็เพิ่มขึ้นมากกว่า50%!

ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่าความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาก!

“ที่เหลือก็แค่รอให้เสินลู่อัปเดตเสร็จวันพรุ่งนี้”

แม้ว่าเอฟเฟกต์ของเครื่องมือเทพทรงพลังมาก แต่มันไม่ได้ช่วยหลิงอี้กับพวกเธอ

เหตุผลที่พวกเธอบางส่วนไม่เพิ่มเลเวลเป็นเพราะการตรวจสอบคุณสมบัติ ต่อให้จะให้ค่าประสบการณ์หลิงอี้ก็จะใช้[อัญมณีบรรพบุรุษ]เพื่อให้ได้รับค่าประสบการณ์คืนมา

“จะว่าไป”

เขามองหยุนจี “เธออยากลดเลเวลไหม? ตอนนี้เธอแข็งแกร่งมากแล้ว น่าจะผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติได้ด้วย”

หยุนจีพยักหน้าโดยไม่ลังเลแล้วถอนหายใจ “ตอนแรกอันดับสูงสุดของฉันคือมากกว่า1,000 ฉันไม่กล้าฝันถึงการเข้าขั้นไร้เทียมทานเลย”

“ถ้าไม่เข้าขั้นไร้เทียมทานชีวิตของผู้เล่นจะไม่สมบูรณ์ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ฉันเสียใจมาโดยตลอด”

“ตอนนี้ฉันมีโอกาสแล้ว ฉันจะพยายามให้ดีที่สุด”

หลิงพยักหน้า“อืม” แล้วพูดต่อ “หินเปลี่ยนดาวใช้ได้พรุ่งนี้ เอาสกิลของเธอออกก่อนแล้วค่อยลดเลเวลตามที่เธอต้องการ”

“จะว่าไป เธอจะเสียวิญญาณแท้หรือเปล่า?”

“ไม่เป็นไร วิญญาณแท้ของฉันธรรมดามาก”

“ดี”

เนื่องจากเข้าเสิน,ไม่ได้เพราะมีการอัปเดต คืนนี้จึงมีผู้เล่นมากขึ้นในเมือง

นครเทียนเหอ บนยอดเขาที่ตั้งป้ายหินโบราณและคริสตัลศักยภาพไว้ยังคงแออัดด้วยผู้คน

ภายใต้การคุกคามโลกจากเทพรัง ผู้คนในเสินเซี่ยจึงตระหนักถึงความสำคัญของป้ายหินวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์ที่มอบการคุ้มครองให้พวกเขา

ผู้แสวงบุญมีมากขึ้นเรื่อยๆ

กลุ่มผู้คนจำนวนมากกำลังพูดคุยเรื่องเหตุการณ์สำคัญล่าสุดอย่างกระตือรือร้น

“ไอ๊หยา ยังไม่ทันแก้ไขภัยคุกคามจากเทพรัง เสินลู่ยังจะอัปเดตพัฒนาพลังต่อสู้อีก หลังจาพรุ่งนี้พวกผู้เล่นจะแข็งแกร่ง ส่วนคนธรรมดาอย่างพวกเราจะยิ่งอันตรายมากขึ้นไปอีก”

“การอัปเดตนี้ไม่เกี่ยวกับการประเมินของผู้เล่นสักนิด น่าโมโหจริงๆ! หนึ่งล้านต่อเดือนจะไปมีประโยชน์อะไร! จำนวนคนที่เกิดทุกเดือนยังมีมากกว่าอีก!”

“วันมะรืนคือการประเมินผู้เล่น คริสตัลศักยภาพจะช่วยพัฒนาคุณสมบัติทำให้คนเสินเซี่ยจะมีโอกาสมากขึ้น”

“ใช่ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณพี่ใหญ่ศูนย์หนึ่ง ผลประโยชน์ที่เขามอบให้พวกเราล้วนเป็นของจริง!”

“…”

หลิงอี้กำลังนั่งกินบาร์บีคิวอยู่ในป่านอกลานกว้างบนยอดเขา

เนื่องจากเซิ่งหย่ามาที่นี่เพื่อกระตุ้นศักยภาพของเธอและมาดูว่าสามารถกระตุ้นกับร่างแยกของเธอได้หรือไม่ ดังนั้นหลิงอี้จึงพาเธอมาที่นี่

ทั้งสองได้รับหมายเลขคิวแล้ว จนกว่าจะถึงคิวของพวกเขาให้ไปเข้าแถว พวกเขาสามารถไปทำอย่างอื่นได้อย่างอิสระ

“พวกคุณได้คิวที่เท่าไหร่?”

หลิงอี้มองหน้าจอที่อยู่ไม่ไกลแล้วถามพวกเธอ

[หมายเลข3,000-3,500โปรดเตรียมตัว คาดว่าจะใช้เวลา27นาที]

“ได้คิวที่สามพันแปดร้อยกว่า” เสี่ยวหย่าพูด

“คงใช้เวลาอีกสักพัก”

หลิงอี้กับเสี่ยวหย่านั่งด้วยกัน ส่วนเซิ่งหย่านั่งมองพวกเขาจากฝั่งตรงข้าม

“เธอไม่กินเหรอ?” หลิงอี้ถาม

“ไม่” เซิ่งหย่าส่ายหัว

เธอหันไปมองรอบตัวแล้วยกหน้ากากสีขาวขึ้นมาสวมที่หน้าทันที

เธอเป็นผู้ช่วยของเทพธิดาแห่งราชวังชิงเหลียน ส่วนหลิงอี้เป็นผู้มาใหม่ที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง

ตอนนี้เทพธิดายังคงติดอยู่ข้างใน และมันคงไม่ดีถ้ามีข่าวลือว่าเธอออกเดตกับชายแปลกหน้าหรือข่าวลืออะไรซักอย่าง

“ไม่เป็นไร”

เสี่ยวหย่าที่อยู่ข้างๆหยิบแก้วน้ำหลิงอี้ขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ เธอวางแก้วลงแล้วยิ้มให้เขา “ฉันแบ่งความรู้สึกกับเธอ สิ่งที่ฉันกินคือสิ่งที่เธอกิน”

พอพูดจบเธอก็กอดหัวหลิงอี้ ก้มคอลงมาทาบริมฝีปากหอมกับเขา

ทั้งสองจูบกันอย่างดูดดื่มราวกับจะแย่งอาหารในปากของกัน

เซิ่งหย่าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามรู้สึกถึงความรู้สึกทุกอย่างจากปากของเธอ ร่างกายของเธอแข็งเกร็งพร้อมกับเบิกตากว้าง ริมฝีปากที่มีกลิ่นหอมภายใต้หน้ากากสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้

หลังจากนั้นไม่นานเสี่ยวหย่าแยกออกจากใบหน้าหลิงอี้ด้วยความพอใจ

“หึหึ~”

เธอกอดคอของหลิงอี้แล้วลูบไล้คอเขาอย่ามี “ขอบคุณที่ตามใจ~”

“ลิ้นกับฟันของฉันเหมือนกับเซิ่งหย่าทุกอย่าง~”

ถ้าเธอไม่พูดก็คงไม่เป็นไร แต่พอเธอพูดแล้วใบหน้าของเซิ่งหย่าก็เริ่มแดงทันที