ตอนที่ 164

ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนเป็นคนบ้า นอกจากจะไม่กลัวแล้ว พวกเขายังรู้สึกตื่นเต้นด้วยซ้ำเมื่อได้ยินแบบนั้น

“ไม่เลว หัวหน้าคนใหม่ดีกว่าเยอะ เขาไม่ขี้กลัวเหมือนหลิวฉงไป๋ ฉันชอบเขานะ!”

“ใช่! ทุกครั้งที่ทำงานก็มีแต่ให้พวกเราที่มีเลเวล80ไปซุ่มโจมตีพวกเลเวล60-70”

หลิวฉงไป๋ซึ่งนั่งอยู่ในตำแหน่งเดิมของซุนเหว่ยพูดด้วยหน้าบูดบึ้ง “ฉันระมัดระวังต่างหาก ตอนที่ฉันเป็นหัวหน้าอยู่มีศัตรูไหนบ้างที่หนีรอดไปได้?”

“ฮ่าฮ่า หยุนจียังอยู่ดีไม่ใช่หรือ?”

“เฮอะ ตอนนั้นต้องมีคนช่วยเธอแน่”

ตึง!

ซุนเหว่ยตบโต๊ะและทำให้ทุกคนสงบลง “เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จดังนั้นเราจะทำงานกันเป็นกลุ่ม พวกนายสิบคนแบ่งเป็นกลุ่มล่ะสองคน แต่ละกลุ่มมีหน้าที่ของตัวเอง...”

“ว่าไงนะ! นายจะให้เราแยกกัน!?”

หลิวฉงไป๋ที่ได้ยินแบบนั้นรู้สึกกระวนกระวายทันที “ถ้าเราแยกกัน ตอนไปเจอผู้แข็งแกร่งเราอาจจะหนีไม่พ้น!”

ก่อนที่ซุนเหว่ยจะได้พูด มีใครบางคนหัวเราะออกมา

“ฮ่าฮ่า นครเชียนเจียงเล็กๆแบบนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญแบบไหนกัน? นักบุญดาบฟีนิกซ์ หยุนจี กับผู้พิทักษ์ไม่เกินสามคน อ่อ ยังมีผู้เล่นลึกลับนั่นด้วย”

“ถ้ากลัวก็กลับบ้านไปกินนมซะ จะไปทำอะไรก็ไปจะได้ไม่ต่องเสี่ยง เรื่องแค่นี้ก็ไม่เข้าใจเหรอ?”

“หุบปากซะ ตอนนี้นายไม่ใช่หัวหน้าแล้ว”

เมื่อถูกทุกคนเย้ยหยัน หลิวฉงไป๋จึงทำได้แค่ปิดปากเงียบ

ต่อหน้าเขาอาจจะฟังแผนของซุนเหว่ย แต่อีกด้านเขากำลังคิดแผนหลบหนีตอนไปเจอผู้แข็งแกร่ง

......

คืนนี้ในเมืองต่างๆมีบอสมอนสเตอร์ปรากฏแค่สองตัวเท่านั้น

ตัวหนึ่งถูกฆ่าโดยคนของพันธมิตรเสินซึ่งนำโดยนักบุญดาบฟินิกซ์ ส่วนอีกตัวถูกฆ่าโดยหลิงอี้และหยุนจี

“หืม!?”

พอเห็นว่าไม่มีหินราตรีขั้นสูงดรอปหลังจากบอสมอนสเตอร์สลายไป หยุนจีจึงเบิกตากว้างด้วยความรู้สึกแปลกใจ “ทำไมไม่เห็นมีอะไรเลย! เป็นไปไม่ได้”

พอเห็นใบหน้าของเธอเริ่มประหม่า หลิงอี้จึงอธิบายทันที “ตอนดรอปมันก็เข้ากระเป๋าเป้ฉันแล้ว ไอเทมจากมอนสเตอร์ที่ฉันฆ่าจะเข้ากระเป๋าเป้ฉันโดยอัตโนมัติ”

“เฮ้อ~แบบนี้เอง” หยุนจีถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เธอแสดงท่าทางประหลาดใจด้วยรอยยิ้ม “คิดไม่ถึงว่านายจะมีไอเทมแปลกๆแบบนี้ด้วย ไม่แปลกใจเลยที่ฉันไม่เห็นของดรอปตอนที่นายฆ่ามอนสเตอร์”

หลิงอี้ปิดอาณาเขตส่องแสงและกลับมาพร้อมกับหยุนจี

เมื่อทั้งสองกลับมา หลินซูโหรว เซี่ยหว่านชิง และหลิงเอ๋อร์ก็กำลังคุยเรื่องซีรีส์อยู่ในห้องโถง จากนั้นไม่นานหยุนจีก็เข้าไปผสมโรงกับพวกเธอด้วย

หลิงอี้เดินขึ้นชั้นสองคนเดียวและไปแช่น้ำพุอย่างสบายใจ

ในขณะที่เพลิดเพลินกับการนวดของน้ำแร่ที่เหมือนลิ้นเล็กๆนับไม่ถ้วนเลีย จู่ๆเขาก็ได้รับข้อความจากเพื่อนเก่า

[หลินชิงอวี่: นายกลายเป็นคนดังแล้ว!]

[ศูนย์หนึ่ง: ห๊ะ?]

[หลินชิงอวี่: นายค้นพบการทำงานของรูปปั้น! ตอนนี้คนต่างประเทศมากมายกำลังอิจฉาเสินเซี่ยที่มีดินแดนลับสองแห่ง]

[ศูนย์หนึ่ง: โอ้ เรื่องบังเอิญนะ ฮิฮิ ]

หลินชิงอวี่เป็นเพื่อนคนแรกของเขาพบตั้งแต่ที่เขามาที่นี่

เธอเป็นคนธรรมดาสามัญ ทุกครั้งที่คุยกับเธอเขาจะรู้สึกผ่อนคลายมาก

[หลินชิงอวี่: รางวัลที่พันธมิตรเสินมอบให้นายจะต้องใจกว้างมากแน่นอน ครั้งนี้นายจะรวยแล้ว! แถมดินแดนลับใหญ่นี้ยังอยู่ในเมืองหยุนฮว๋าของเราด้วย พอฉันแข็งแกร่งขึ้นเมื่อไหร่ฉันจะไปที่นั่นเหมือนกัน! (*^▽^*)]

[ศูนย์หนึ่ง: เธอไม่คิดว่ามันแปลกเหรอที่ฉันเข้าไป?]

[หลินชิงอวี่: ห๊ะ? ไม่ใช่เพราะว่าหยุนจีปกป้องนายอยู่เหรอ? ]

[จะว่าไป นายลืมโครงการอัจฉริยะไปแล้วหรือยัง? ตอนฉันไปรายงานตัวเมื่อวาน มีคนบอกว่าฉันเป็นคนแรกในนครนี้ที่ไปถึงเลเวล10ในเดือนนี้]

[ตอนนี้ฉันเป็นผู้เล่นช่วยเหลือภายนอกของพันธมิตรเสินแล้ว ฮี่ฮี่]

[ศูนย์หนึ่ง: ยินดีด้วย ]

พอส่งข้อความนี้เสร็จ หลิงอี้ก็ยิ้มออกมา

แม้ว่าเธอจะเป็นผู้เล่นช่วยเหลือภายนอกของพันธมิตรเสินสาขาอึ๋งหั่ว แต่ขอบเขตของการช่วยเหลือภายนอกครอบคลุมไปทั้งนคร

กล่าวอีกอย่างคือตราบเท่าที่เธอเป็นผู้เล่นช่วยเหลือภายนอก เธอก็จะอยู่ในการรับรู้ของเขา

แต่ตอนนี้เขายังรับรู้ว่าเธออยู่ในเมืองหยุนฮว๋าผ่านสายลม – ก่อนเริ่มการทดสอบผู้เล่นใหม่ สายลมจดจำลมหายใจของเธอไว้

“นอกจากนี้ฉันยังมีบอลคริสตัลเห็นชัดด้วย ถ้าใช้การรับรู้จากสายลมกับบอลคริสตัลร่วมกัน ฉันจะเห็นสิ่งที่หลินชิงอวี่กำลังทำอยู่ไม่ใช่เหรอ?”

การรับรู้จะกำหนดพิกัดเป้าหมาย ส่วนลูกแก้วจะสังเกตพิกัดนั้น

เป็นการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบ!

ขณะที่หลิงอี้กำลังจะลงมือ อีกฝ่ายก็ส่งข้อความมาอีก

[หลินชิงอวี่: ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว เอาไว้แค่นี้นะ]

[ศูนย์หนึ่ง: อืม...อ่า]

เมื่อปิดหน้าจอสนทนา หลิงอี้ก็ถอนหายใจด้วยความคลุมเครือ

“ฉันดูหลินชิงอวี่ไม่ได้ แต่ฉันดูคนอื่นได้”

เขายังจำลมหายใจของผู้พิทักษ์เขตฟางเฉิงได้

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงหยิบบอลคริสตัลออกมาและกำหนดตำแหน่งของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วด้วยการรับรู้ ต่อมาภาพในลูกแก้วก็ฉายขึ้นบนกำแพง

ตอนนี้ฟางเฉิงอยู่ที่ชั้นหนึ่งของสาขาอึ๋งหั่ว พันธมิตรสาขามีชั้นสาม ภาพตรงหน้าเขาคือชั้นหนึ่ง

'มองทะลุตึกเข้าไปข้างในได้ด้วย'

การมองทะลุได้หรือไม่ได้นั้นถือเป็นความแตกต่างระหว่างฟ้ากับดิน

ในภาพนี้ฟางเฉิงกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาวและพูดคุยกับสองสามคนรอบๆ ภาพมีความชัดเจนมากจนสามารถเห็นกระบนหน้าและไฝดำที่คอของฟางเฉิงได้อย่างชัดเจน

เสียงของพวกเขายังถูกส่งมายังภาพฉาย——

“ระหว่างการทดสอบผู้เล่นใหม่ครั้งล่าสุด มีคนทำลายห้องควบคุมของพันธมิตรเฉวียนที่อยู่บนเกาะลอยน้ำอตาลันต้าและจุดไฟเผาอาคารสำนักงานใหญ่รวมถึงขโมยเกราะป้องกัน แน่นอนว่ามันคือผู้เล่นจากเขต66”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ตอนที่พันธมิตรเฉวียนเสนอให้รวมเขต ผู้เล่นเขต66ส่วนใหญ่ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ตอนเห็นข่าวฉันก็พอเดาได้แล้ว แล้วพันธมิตรเฉวียนจะทำยังไงกับพวกเขา?”

“จะทำอะไรได้ล่ะ? สามคนนั้นมาจากเสินเซี่ยพันธมิตรเฉวียนเลยยื่นมือเข้าไปยุ่งไม่ได้ พันธมิตรเฉวียนได้แต่เจรจาบอกให้พวกเขาจัดการ”

“แล้วพันธมิตรเสินล่ะ? พวกเขา    ทำยังไง?”

“ได้ยินมาว่าพวกเขาวุ่นวายมากเพราะไม่รู้ทัศนคติของพี่ใหญ่อย่างศูนย์หนึ่ง ตอนนี้มีแค่ข่าวลือออกมาเล็กน้อย แต่ยังไงเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาของเรา มันคงโง่น่าดูถ้าไปรุกรานพี่ใหญ่ด้วยเรื่องแบบนี้”

“ใช่เลย...”

สองสามคนนั้นพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวอื่นๆ แต่หลิงอี้ไม่ได้สนใจจึงหยุดใช้บอลคริสตัล

“จิ๊จิ๊ อย่างกับดูหนังในโรง นอกจากภาพคมชัดแล้วยังมีเสียงฟังชัดด้วย”

“ใช้ได้ใช้ได้”

หลิงอี้พอใจกับประสบการณ์การใช้บอลคริสตัลครั้งแรกมาก

ตราบใดที่มีสิ่งนี้ คนที่หายใจอยู่ในขอบเขตการรับรู้ของเขา เขาจะสามารถดูสถานการณ์ของพวกเขาได้ทันที และได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดตลอดเวลา

แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะระบุตำแหน่งของคนที่อยู่นอกขอบเขตได้อย่างแม่นยำ

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน

เมื่อหลิงอี้เอนกายพิงกำแพงบ่อน้ำพุอย่างสบายใจและหลับตาลง ทันใดนั้นเสียง’ติ๊ง’แจ้งเตือนของเสินลู่ดังขึ้น

เขาลืมตาขึ้นโดยไม่รู้ตัว สิ่งดึงดูดสายตาของเขาคือข้อมูลเกี่ยวกับการท้าทายทรัพยากรในเขต

“เป็นอย่างที่หยุนจีพูดเลย มันเกิดขึ้นเมื่อมีคนถึงสิบล้าน” เขารู้อยู่แล้วว่ามันต้องปรากฏในช่วงนี้

[จำนวนผู้เล่นในเขตนี้มีถึง10ล้านคน การท้าทายทรัพยากรขนาดใหญ่จะเริ่มขึ้นในอีก5นาที!]