ถ้าหลิงอี้ได้ไปช่วยที่นั่นในอนาคต เธอก็ได้มีส่วนช่วยเหลือโลกทั้งใบทางอ้อม
หลินเซียนอยู่ไม่นานนัก หลังจากมอบปลอกคอให้หลิงอี้ไม่นานเธอก็ลุกขึ้นจากไป
หลิงอี้จำลองการกลายพันธุ์ปลอกคอ เขามอบอันเดิมให้หลินซูโหรวและอันที่ดีกว่าให้หยุนจี
นั่นเป็นเพราะว่าหยุนจีมีเลเวลสูงกว่าและสามารถใช้แรงได้เยอะกว่า
…
วันที่24เที่ยงคืน
หลิงอี้เข้าสู่การตรวจสอบคุณสมบัติเลเวล50-59อย่างตรงเวลา
เขาร่วมมือกับจักรพรรดิน้ำแข็งสู้กับศัตรูของการตรวจสอบคุณสมบัติ – ปีกแห่งท้องฟ้าราชามอนสเตอร์เลเวล59!
เป็นมังกรเขาเดียวที่มีปีกสีฟ้า
มังกรตัวนี้ไม่ใหญ่มากนัก มีความยาวประมาณสิบเมตรจากหัวถึงหาง ร่างของมันปกคลุมด้วยเกล็ดสีฟ้าคล้ายคริสตัล เกล็ดเหล่านั้นจะส่องแสงจ้าเมื่อโดนแสงอาทิตย์
มันบินได้อย่างรวดเร็ว และปล่อยดาบมิติจากระยะไกลได้
เขาไม่รู้ว่าเป็นมันเกี่ยวข้องกับสายพันธุ์มังกรด้วยหรือไม่ แต่ราชามอนสเตอร์ตัวนี้เหมือนมังกรห้าหัวที่ไม่สามารถควบคุมได้โดยสิ้นเชิง และความยากในการฆ่ามันไม่ได้ต่ำกว่าปีศาจดาวไร้เทียบเคียงแม้แต่น้อย
พอใช้[ร้องเรียกเทพสายลม]ก็ใช้ลมโจมตีแทบไม่ได้
หลิงอี้ใช้สกิลสนับสนุน[ยืมพลังวิญญาณวีรชน] นำธงรบออกมาติดดาบธาตุคู่และบินไปหาราชามอนสเตอร์!
เรื่องได้พิสูจน์แล้วว่าการโจมตีระยะประชิดมีโอกาสโจมตีโดนสูงกว่าเมื่อเทียบกับการโจมตีระยะไกล!
ทุกครั้งที่เขาเทเลพอร์ตไปที่ด้านข้างของราชามอนสเตอร์และโบกคลื่นแสงเปลวไฟที่ประกอบด้วยธาตุไฟและแสง ปีกแห่งท้องฟ้าก็จะสาดประกายแวววาวจนเป็นแสงกะพริบบนท้องฟ้า
โฮกกก!!
น้ำแข็งของจักรพรรดิน้ำแข็งและเปลวเพลิงของหลิงอี้รวมตัวเป็นน้ำแข็งและไฟ มันสร้างความเสียหายในระดับที่เจาะเข้าไปในตัวปีกแห่งท้องฟ้าจนทำให้มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
ในเวลานี้ ทุกครั้งที่มันอ้าปากมันจะพ่นคลื่นแสงสีขาวสว่างจ้ามาทางพวกเขาทั้งสอง—นั่นคือแสงแห่งการดับสูญ นอกจากสร้างความเสียหายสูงแล้วยังมีผลในการยับยั้งการฟื้นฟูของศัตรูด้วย
แต่เมื่อเทียบกันแล้วหลิงอี้กลัวลำแสงนี้เพราะมันจะหยุดพลังฟื้นฟูมากกว่า
ถ้าหลบได้ก็หลบ ถ้าหลบไม่ได้เขาจะใช้โล่ไร้เทียมทานทันที
ห้านาทีต่อมา
ภายใต้การโจมตีของกรวยน้ำแข็งและคลื่นแสงเปลวเพลิง ในที่สุดปีกแห่งท้องฟ้าก็ทนไม่ได้อีกต่อไปและกลายเป็นจุดแสงจำนวนนับไม่ถ้วนสลายไปพร้อมกับเสียง‘ตึง’
[ยินดีด้วยคุณผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ—ตำนาน!]
[คุณได้รับใบรับรองไร้เทียมทานในตำนาน×1]
[ประกาศผู้เล่น: ผู้เล่น‘ศูนย์หนึ่ง’ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติความยากระดับตำนานในช่วงเลเวล50-59 ได้รับใบรับรองไร้เทียมทานในตำนาน!]
“เอาล่ะ! ตอนนี้มีสามใบแล้ว!”
หลังจากกลับมา หลิงอี้ยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นใบรับรองไร้เทียมทานในตำนานทั้งสามใบวางอยู่ในกระเป๋าเป้
ใบรับรองไร้เทียมและใบรับรองไร้เทียมทานในตำนานเป็นไอเทมพิเศษของเสินลู่ ถึงจะใส่ไว้ในกระเป๋าเป้แต่ผู้เล่นก็ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้ และไม่สามารถนำไปทิ้งหรือถูกขโมยโดยคนอื่น
“ตอนนี้ได้เวลาเพิ่มเลเวลแล้ว...ไม่รู้ว่าหยุนจื่อจินเพิ่มเลเวลไปถึงไหนแล้ว”
เขาเรียนรู้เรื่องในดินแดนลับ ตอนนั้นอีกฝ่ายมีเลเวล44
ภายใต้สถานการณ์ปกติ ผู้สนับสนุนต้องมีเลเวลไม่ต่างกันเกิน10เลเวล
แต่ด้วย[สัญญาแห่งการร่วมมือ] ทุกการเพิ่มขึ้นหนึ่งระดับ ความต่างของเลเวลผู้สนับสนุนจะเพิ่มขึ้นหนึ่งเลเวล
[สัญญาแห่งการร่วมมือ]ระดับห้าหมายความว่าคนอื่นๆสามารถเป็นผู้สนับสนุนเขาต่อไปได้ตราบเท่าที่เลเวลของพวกเขาไม่ต่างกันเกิน15เลเวล
เขาเลเวล59และหยุนจื่อจินเลเวล44 น้อยกว่า15เลเวลแน่นอน
หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาก็เปิดหน้าจอสนทนากับเธอ
[ศูนย์หนึ่ง: เธอมีทรัพยากรฝึกเยอะไม่ใช่เหรอ? ทำไมไม่เพิ่มเลเวลต่อล่ะ?]
ผ่านไปครึ่งนาทีอีกฝ่ายก็ตอบกลับมา
[ไนติงเกลร้องเพลง: มีทรัพยากรเยอะจริงๆนั่นแหละเพราะก่อนหน้านี้ฉันได้หินแดงศักดิ์สิทธิ์มาเยอะจากดินแดนลับศาลเจ้าดิน แต่ถ้าเพิ่มเลเวลต่อ...ฉันกลัวว่านายจะตามไม่ทัน]
หลิงอี้รู้เรื่องหินแดงศักดิ์สิทธิ์ มันเป็นหินประสบการณ์ชนิดหนึ่ง ยิ่งหินก้อนใหญ่ก็ยิ่งมีประสบการณ์เยอะ
แต่การใช้พวกมันต้องมีแสงดดที่เพียงพอ
อันเล็กใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง อันใหญ่ใช้เวลาหลายวันหรือสิบวัน
[ศูนย์หนึ่ง: ไม่ต้องห่วง เธอเพิ่มเลเวลได้เลย]
เขาคิดว่าอีกฝ่ายหาค่าประสบการณ์ไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายคิดว่าเขาจะตามไม่ทัน?
[ไนติงเกลร้องเพลง: ได้ ที่นายทักมาหาฉันเพราะอยากให้ฉันเพิ่มเลเวล?]
[ซีโร่วัน:ใช่]
[ไนติงเกลร้องเพลง: นาย...ใช่ศูนย์หนึ่งคนนั้นหรือเปล่า?]
ในเวลาเดียวกัน
เสินเซี่ยนครโม่ไห่ ในวิลล่าแห่งหนึ่ง หยุนจื่อจินที่เพิ่งออกกำลังกายประจำวันเสร็จหยิบผ้าเช็ดหน้าที่แม่บ้านยื่นให้นำมาเช็ดเหงื่อบนใบหน้า เธอเดินไปอยู่ใต้เงาข้างสนามเพื่อรอคำตอบจากอีกฝ่าย
นับตั้งแต่มีข่าวว่าว่า‘ศูนย์หนึ่ง’อยู่ในเสินเซี่ยนครเชียนเจียงออกมา หยุนจื่อจินก็เชื่อมโยงหลิงอี้กับศูนย์หนึ่งได้อย่างง่ายดาย
มีคำพ้องเสียงของศูนย์หนึ่งและหลิงอี้ อยู่ในนครเดียวกันและมีดาบธาตุระดับS อันที่จริงเธอน่าจะเดาได้ตั้งนานแล้วว่าดาบธาตุระดับSไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะมีได้
หลังจากรอสองสามวินาทีแล้วไม่มีการกลับหยุนจื่อจินก็มีคำตอบอยู่ในใจ เธอเขียนต่ออีกประโยคหนึ่ง
[ไนติงเกลร้องเพลง: ฮ่าฮ่าฮ่า ล้อเล่นน่ะ]
[ถ้าฉันเพิ่มเลเวลแล้วเดี๋ยวฉันจะมาบอกนาย]
[ศูนย์หนึ่ง: อืม]
“โอกาสสูงมากที่หลิงอี้จะเป็นศูนย์หนึ่ง...”
หยุนจื่อจินสูดอากาศยามค่ำคืนเข้าลึก เธอทั้งรู้สึกตื่นเต้นและประหม่า
ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนได้เป็นนางเอกในเรื่อง‘ผู้สนับสนุนของฉันคือราชามอนสเตอร์?’ ทั้งๆที่ได้เป็นผู้สนับสนุนของราชามอนสเตอร์แต่กลับไม่รู้เรื่องนี้เลย
“นางเอกในหนังเรื่องนี้เป็นลูกสาวเศรษฐี ส่วนพระเอกในหนังเรื่องนี้ก็คนโดดเดี่ยว...”
“แต่นางเอกของหนังเรื่องนี้โง่มากที่ไปเปิดโปงข้อมูลของพระเอกจนทำให้พระเอกตกอยู่ในอันตราย แต่ฉันจะไม่ทำแบบนั้น”
ด้วย‘บทเรียนที่ได้รับจากอดีต’ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ตอนนี้หยุนจื่อจินจึงเห็นตัวตนของทั้งสองฝ่ายได้อย่างชัดเจน
“ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่ฉันจะช่วยเขาได้มากที่สุดคือการเพิ่มเลเวลให้เร็วขึ้นและพัฒนาคุณสมบัติที่ฉันให้เขา”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้หยุนจื่อจินก็จำได้ว่าพวกเขายังไม่ได้ปรับคุณสมบัติการสนับสนุนตั้งแต่เริ่มสนับสนุน
คุณสมบัติการสนับสนุนของทั้งสองยังเหมือนเดิมตั้งแต่เริ่มการเป็นผู้สนับสนุนกันและกัน
“คุณลักษณะที่ฉันแบ่งปันกับเขาคือความว่องไว อืม...หลังจากนี้ฉันจทำให้เขาแปลกใจ”
…
ในขณะที่รอให้หยุนจื่อจินเพิ่มเลเวล หลิงอี้ที่กำลังแช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อนได้เปลี่ยนความสนใจไปยังตำแหน่งสนับสนุนที่เหลืออีกสองตำแหน่ง
เนื่องจาก[สัญญาแห่งการร่วมมือ]ที่กลายพันธุ์แล้วให้ตำแหน่งผู้สนับสนุนหนึ่งตำแหน่งทุกครั้งที่เขาเพิ่มขึ้นสองระดับ ตอนนี้ตำแหน่งผู้สนับสนุนของเขาจึงว่างอยู่สองตำแหน่ง
“ซูโหรวได้ของดีๆมาจากกระเป๋ามิติที่ป้าเธอมอบให้และเพิ่งผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ เธอสามารถเพิ่มเลเวลต่อได้ หว่านชิงก็ด้วย”
ขณะที่พูดอยู่เขาก็บอกให้หลิงเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆไปตามสองคนนั้นมา เขาหันหลังพิงกำแพงและมองไปทางประตูห้อง
จากนั้นไม่นานหลิงเอ๋อร์ก็พาสองคนนั้นมา หลิงเอ๋อร์ลงไปในบ่อน้ำอีกครั้ง สองคนที่เพิ่งมาก็เริ่มถอดชุดออก
หลิงอี้รีบหยุดทันที “ไม่ ฉันเรียกพวกเธอที่นี่เพื่อให้ค่าประสบการณ์”
พวกเธอมองหน้ากันและหยุดสิ่งที่กำลังทำ จากนั้นเดินเข้าไปหาพร้อมกันอย่างรวดเร็ว
พอเห็นหลิงอี้หยิบอัญมณีบรรพบุรุษออกมา หลินซูโหรวก็วางมือของเธอบนมือของหลิงอี้และกุมมือเขาโดยถืออัญมณีบรรพบุรุษไว้ตรง
หลังจากถึงเลเวล59 เขามี300,000ค่าประสบการณ์ที่ไม่สามารถโอนให้ได้
ส่วนที่โอนได้มาจากการสะสมด้วยการฆ่ามอนสเตอร์ ลูกปัดประสบการณ์รายวัน และวงล้อรายวันซึ่งมีเพียง80,00ประสบการณ์
แต่เขายังมีหินราตรีอีก100,000ก้อนที่สามารถแลกเป็นค่าประสบการณ์ได้ และเขายังมีหินราตรีขั้นสูงอีก24ก้อน
——ตราบใดที่เขาเก็บหินราตรีขั้นสูงไว้อย่างน้อย1ก้อน ร้านค้ากิจกรรมจะไม่มีวันปิดให้เขา
หมายความว่าคนที่สามารถรับหินราตรีสูงได้ทุกวันจะมีร้านค้ากิจกรรมแบบถาวร!
กลับมาปัจจุบัน
หลิงอี้เปิดดูร้านค้ากิจกรรม‘จมสู่คืนมืดมิด’อีกครั้ง ตอนนี้ไม่มีไอเทมจำกัดจำนวนเหลืออีกแล้ว เหลือแค่ไอเทมที่ไม่สำคัญบางอย่าง
เขารอช้าอีกต่อไปและแลกเหินราตรีทั้งหมดเป็นค่าประสบการณ์
อัตราส่วนคือ1:2 ดังนั้นจึงแลกค่าประสบการณ์ได้200,000กว่า
หลังจากนั้นเขาก็โอนค่าประสบการณ์200,000และค่าประสบการณ์80,000ให้หลินซูโหรวและเซี่ยหว่านชิงอย่างต่อเนื่อง ทั้งคู่ขึ้นเป็นเลเวล47
[อัญมณีบรรพบุรุษ: คุณได้รับค่าประสบการณ์400,000!]
[อัญมณีบรรพบุรุษ: คุณได้รับค่าประสบการณ์160,000!]
หลังจากโอนแล้วค่าประสบการณ์สำรองที่ใช้ได้คนเดียวก็เพิ่มขึ้นเป็น860,000!
“เอาล่ะ ต่อให้ฉันเพิ่มเป็นเลเวล60ความสัมพันธ์ของผู้สนับสนุนก็จะไม่หาย”
“พวกเรามาเป็นผู้สนับสนุนกันเถอะ”
พอได้ยินหลิงอี้พูดว่ามาเป็นผู้สนับสนุนกัน พวกเธอก็พูดด้วยความงุนงง “หืม?”
หลินซูโหรวพูดด้วยท่าทางกังวล “แต่สกิลสนับสนุนของฉันไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
เซี่ยหว่านชิงก้มหน้าลง “คุณสมบัติของฉันไม่ได้สูง”
หลิงอี้ยิ้มและโบกมือพูดอย่างสบายๆ “ไม่เป็นไร พวกเธอยังพัฒนาได้อีกเยอะ สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้สนับสนุนของพวกเธอต้องมั่นคง”
เมื่อได้ยินแบบนั้นพวกเธอจึงหยุดลังเลและพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved