ตอนที่ 224

ถ้าหลิงอี้ได้ไปช่วยที่นั่นในอนาคต เธอก็ได้มีส่วนช่วยเหลือโลกทั้งใบทางอ้อม

หลินเซียนอยู่ไม่นานนัก หลังจากมอบปลอกคอให้หลิงอี้ไม่นานเธอก็ลุกขึ้นจากไป

หลิงอี้จำลองการกลายพันธุ์ปลอกคอ เขามอบอันเดิมให้หลินซูโหรวและอันที่ดีกว่าให้หยุนจี

นั่นเป็นเพราะว่าหยุนจีมีเลเวลสูงกว่าและสามารถใช้แรงได้เยอะกว่า

วันที่24เที่ยงคืน

หลิงอี้เข้าสู่การตรวจสอบคุณสมบัติเลเวล50-59อย่างตรงเวลา

เขาร่วมมือกับจักรพรรดิน้ำแข็งสู้กับศัตรูของการตรวจสอบคุณสมบัติ – ปีกแห่งท้องฟ้าราชามอนสเตอร์เลเวล59!

เป็นมังกรเขาเดียวที่มีปีกสีฟ้า

มังกรตัวนี้ไม่ใหญ่มากนัก มีความยาวประมาณสิบเมตรจากหัวถึงหาง ร่างของมันปกคลุมด้วยเกล็ดสีฟ้าคล้ายคริสตัล เกล็ดเหล่านั้นจะส่องแสงจ้าเมื่อโดนแสงอาทิตย์

มันบินได้อย่างรวดเร็ว และปล่อยดาบมิติจากระยะไกลได้

เขาไม่รู้ว่าเป็นมันเกี่ยวข้องกับสายพันธุ์มังกรด้วยหรือไม่ แต่ราชามอนสเตอร์ตัวนี้เหมือนมังกรห้าหัวที่ไม่สามารถควบคุมได้โดยสิ้นเชิง และความยากในการฆ่ามันไม่ได้ต่ำกว่าปีศาจดาวไร้เทียบเคียงแม้แต่น้อย

พอใช้[ร้องเรียกเทพสายลม]ก็ใช้ลมโจมตีแทบไม่ได้

หลิงอี้ใช้สกิลสนับสนุน[ยืมพลังวิญญาณวีรชน] นำธงรบออกมาติดดาบธาตุคู่และบินไปหาราชามอนสเตอร์!

เรื่องได้พิสูจน์แล้วว่าการโจมตีระยะประชิดมีโอกาสโจมตีโดนสูงกว่าเมื่อเทียบกับการโจมตีระยะไกล!

ทุกครั้งที่เขาเทเลพอร์ตไปที่ด้านข้างของราชามอนสเตอร์และโบกคลื่นแสงเปลวไฟที่ประกอบด้วยธาตุไฟและแสง ปีกแห่งท้องฟ้าก็จะสาดประกายแวววาวจนเป็นแสงกะพริบบนท้องฟ้า

โฮกกก!!

น้ำแข็งของจักรพรรดิน้ำแข็งและเปลวเพลิงของหลิงอี้รวมตัวเป็นน้ำแข็งและไฟ มันสร้างความเสียหายในระดับที่เจาะเข้าไปในตัวปีกแห่งท้องฟ้าจนทำให้มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

ในเวลานี้ ทุกครั้งที่มันอ้าปากมันจะพ่นคลื่นแสงสีขาวสว่างจ้ามาทางพวกเขาทั้งสอง—นั่นคือแสงแห่งการดับสูญ นอกจากสร้างความเสียหายสูงแล้วยังมีผลในการยับยั้งการฟื้นฟูของศัตรูด้วย

แต่เมื่อเทียบกันแล้วหลิงอี้กลัวลำแสงนี้เพราะมันจะหยุดพลังฟื้นฟูมากกว่า

ถ้าหลบได้ก็หลบ ถ้าหลบไม่ได้เขาจะใช้โล่ไร้เทียมทานทันที

ห้านาทีต่อมา

ภายใต้การโจมตีของกรวยน้ำแข็งและคลื่นแสงเปลวเพลิง ในที่สุดปีกแห่งท้องฟ้าก็ทนไม่ได้อีกต่อไปและกลายเป็นจุดแสงจำนวนนับไม่ถ้วนสลายไปพร้อมกับเสียง‘ตึง’

[ยินดีด้วยคุณผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ—ตำนาน!]

[คุณได้รับใบรับรองไร้เทียมทานในตำนาน×1]

[ประกาศผู้เล่น: ผู้เล่น‘ศูนย์หนึ่ง’ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติความยากระดับตำนานในช่วงเลเวล50-59 ได้รับใบรับรองไร้เทียมทานในตำนาน!]

“เอาล่ะ! ตอนนี้มีสามใบแล้ว!”

หลังจากกลับมา หลิงอี้ยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นใบรับรองไร้เทียมทานในตำนานทั้งสามใบวางอยู่ในกระเป๋าเป้

ใบรับรองไร้เทียมและใบรับรองไร้เทียมทานในตำนานเป็นไอเทมพิเศษของเสินลู่ ถึงจะใส่ไว้ในกระเป๋าเป้แต่ผู้เล่นก็ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้ และไม่สามารถนำไปทิ้งหรือถูกขโมยโดยคนอื่น

“ตอนนี้ได้เวลาเพิ่มเลเวลแล้ว...ไม่รู้ว่าหยุนจื่อจินเพิ่มเลเวลไปถึงไหนแล้ว”

เขาเรียนรู้เรื่องในดินแดนลับ ตอนนั้นอีกฝ่ายมีเลเวล44

ภายใต้สถานการณ์ปกติ ผู้สนับสนุนต้องมีเลเวลไม่ต่างกันเกิน10เลเวล

แต่ด้วย[สัญญาแห่งการร่วมมือ] ทุกการเพิ่มขึ้นหนึ่งระดับ ความต่างของเลเวลผู้สนับสนุนจะเพิ่มขึ้นหนึ่งเลเวล

[สัญญาแห่งการร่วมมือ]ระดับห้าหมายความว่าคนอื่นๆสามารถเป็นผู้สนับสนุนเขาต่อไปได้ตราบเท่าที่เลเวลของพวกเขาไม่ต่างกันเกิน15เลเวล

เขาเลเวล59และหยุนจื่อจินเลเวล44 น้อยกว่า15เลเวลแน่นอน

หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาก็เปิดหน้าจอสนทนากับเธอ

[ศูนย์หนึ่ง: เธอมีทรัพยากรฝึกเยอะไม่ใช่เหรอ? ทำไมไม่เพิ่มเลเวลต่อล่ะ?]

ผ่านไปครึ่งนาทีอีกฝ่ายก็ตอบกลับมา

[ไนติงเกลร้องเพลง: มีทรัพยากรเยอะจริงๆนั่นแหละเพราะก่อนหน้านี้ฉันได้หินแดงศักดิ์สิทธิ์มาเยอะจากดินแดนลับศาลเจ้าดิน แต่ถ้าเพิ่มเลเวลต่อ...ฉันกลัวว่านายจะตามไม่ทัน]

หลิงอี้รู้เรื่องหินแดงศักดิ์สิทธิ์ มันเป็นหินประสบการณ์ชนิดหนึ่ง ยิ่งหินก้อนใหญ่ก็ยิ่งมีประสบการณ์เยอะ

แต่การใช้พวกมันต้องมีแสงดดที่เพียงพอ

อันเล็กใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง อันใหญ่ใช้เวลาหลายวันหรือสิบวัน

[ศูนย์หนึ่ง: ไม่ต้องห่วง เธอเพิ่มเลเวลได้เลย]

เขาคิดว่าอีกฝ่ายหาค่าประสบการณ์ไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายคิดว่าเขาจะตามไม่ทัน?

[ไนติงเกลร้องเพลง: ได้ ที่นายทักมาหาฉันเพราะอยากให้ฉันเพิ่มเลเวล?]

[ซีโร่วัน:ใช่]

[ไนติงเกลร้องเพลง: นาย...ใช่ศูนย์หนึ่งคนนั้นหรือเปล่า?]

ในเวลาเดียวกัน

เสินเซี่ยนครโม่ไห่ ในวิลล่าแห่งหนึ่ง หยุนจื่อจินที่เพิ่งออกกำลังกายประจำวันเสร็จหยิบผ้าเช็ดหน้าที่แม่บ้านยื่นให้นำมาเช็ดเหงื่อบนใบหน้า เธอเดินไปอยู่ใต้เงาข้างสนามเพื่อรอคำตอบจากอีกฝ่าย

นับตั้งแต่มีข่าวว่าว่า‘ศูนย์หนึ่ง’อยู่ในเสินเซี่ยนครเชียนเจียงออกมา หยุนจื่อจินก็เชื่อมโยงหลิงอี้กับศูนย์หนึ่งได้อย่างง่ายดาย

มีคำพ้องเสียงของศูนย์หนึ่งและหลิงอี้ อยู่ในนครเดียวกันและมีดาบธาตุระดับS อันที่จริงเธอน่าจะเดาได้ตั้งนานแล้วว่าดาบธาตุระดับSไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะมีได้

หลังจากรอสองสามวินาทีแล้วไม่มีการกลับหยุนจื่อจินก็มีคำตอบอยู่ในใจ เธอเขียนต่ออีกประโยคหนึ่ง

[ไนติงเกลร้องเพลง: ฮ่าฮ่าฮ่า ล้อเล่นน่ะ]

[ถ้าฉันเพิ่มเลเวลแล้วเดี๋ยวฉันจะมาบอกนาย]

[ศูนย์หนึ่ง: อืม]

“โอกาสสูงมากที่หลิงอี้จะเป็นศูนย์หนึ่ง...”

หยุนจื่อจินสูดอากาศยามค่ำคืนเข้าลึก เธอทั้งรู้สึกตื่นเต้นและประหม่า

ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนได้เป็นนางเอกในเรื่อง‘ผู้สนับสนุนของฉันคือราชามอนสเตอร์?’ ทั้งๆที่ได้เป็นผู้สนับสนุนของราชามอนสเตอร์แต่กลับไม่รู้เรื่องนี้เลย

“นางเอกในหนังเรื่องนี้เป็นลูกสาวเศรษฐี ส่วนพระเอกในหนังเรื่องนี้ก็คนโดดเดี่ยว...”

“แต่นางเอกของหนังเรื่องนี้โง่มากที่ไปเปิดโปงข้อมูลของพระเอกจนทำให้พระเอกตกอยู่ในอันตราย แต่ฉันจะไม่ทำแบบนั้น”

ด้วย‘บทเรียนที่ได้รับจากอดีต’ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ตอนนี้หยุนจื่อจินจึงเห็นตัวตนของทั้งสองฝ่ายได้อย่างชัดเจน

“ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่ฉันจะช่วยเขาได้มากที่สุดคือการเพิ่มเลเวลให้เร็วขึ้นและพัฒนาคุณสมบัติที่ฉันให้เขา”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้หยุนจื่อจินก็จำได้ว่าพวกเขายังไม่ได้ปรับคุณสมบัติการสนับสนุนตั้งแต่เริ่มสนับสนุน

คุณสมบัติการสนับสนุนของทั้งสองยังเหมือนเดิมตั้งแต่เริ่มการเป็นผู้สนับสนุนกันและกัน

“คุณลักษณะที่ฉันแบ่งปันกับเขาคือความว่องไว อืม...หลังจากนี้ฉันจทำให้เขาแปลกใจ”

ในขณะที่รอให้หยุนจื่อจินเพิ่มเลเวล หลิงอี้ที่กำลังแช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อนได้เปลี่ยนความสนใจไปยังตำแหน่งสนับสนุนที่เหลืออีกสองตำแหน่ง

เนื่องจาก[สัญญาแห่งการร่วมมือ]ที่กลายพันธุ์แล้วให้ตำแหน่งผู้สนับสนุนหนึ่งตำแหน่งทุกครั้งที่เขาเพิ่มขึ้นสองระดับ ตอนนี้ตำแหน่งผู้สนับสนุนของเขาจึงว่างอยู่สองตำแหน่ง

“ซูโหรวได้ของดีๆมาจากกระเป๋ามิติที่ป้าเธอมอบให้และเพิ่งผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ เธอสามารถเพิ่มเลเวลต่อได้ หว่านชิงก็ด้วย”

ขณะที่พูดอยู่เขาก็บอกให้หลิงเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆไปตามสองคนนั้นมา เขาหันหลังพิงกำแพงและมองไปทางประตูห้อง

จากนั้นไม่นานหลิงเอ๋อร์ก็พาสองคนนั้นมา หลิงเอ๋อร์ลงไปในบ่อน้ำอีกครั้ง สองคนที่เพิ่งมาก็เริ่มถอดชุดออก

หลิงอี้รีบหยุดทันที “ไม่ ฉันเรียกพวกเธอที่นี่เพื่อให้ค่าประสบการณ์”

พวกเธอมองหน้ากันและหยุดสิ่งที่กำลังทำ จากนั้นเดินเข้าไปหาพร้อมกันอย่างรวดเร็ว

พอเห็นหลิงอี้หยิบอัญมณีบรรพบุรุษออกมา หลินซูโหรวก็วางมือของเธอบนมือของหลิงอี้และกุมมือเขาโดยถืออัญมณีบรรพบุรุษไว้ตรง

หลังจากถึงเลเวล59 เขามี300,000ค่าประสบการณ์ที่ไม่สามารถโอนให้ได้

ส่วนที่โอนได้มาจากการสะสมด้วยการฆ่ามอนสเตอร์ ลูกปัดประสบการณ์รายวัน และวงล้อรายวันซึ่งมีเพียง80,00ประสบการณ์

แต่เขายังมีหินราตรีอีก100,000ก้อนที่สามารถแลกเป็นค่าประสบการณ์ได้ และเขายังมีหินราตรีขั้นสูงอีก24ก้อน

——ตราบใดที่เขาเก็บหินราตรีขั้นสูงไว้อย่างน้อย1ก้อน ร้านค้ากิจกรรมจะไม่มีวันปิดให้เขา

หมายความว่าคนที่สามารถรับหินราตรีสูงได้ทุกวันจะมีร้านค้ากิจกรรมแบบถาวร!

กลับมาปัจจุบัน

หลิงอี้เปิดดูร้านค้ากิจกรรม‘จมสู่คืนมืดมิด’อีกครั้ง ตอนนี้ไม่มีไอเทมจำกัดจำนวนเหลืออีกแล้ว เหลือแค่ไอเทมที่ไม่สำคัญบางอย่าง

เขารอช้าอีกต่อไปและแลกเหินราตรีทั้งหมดเป็นค่าประสบการณ์

อัตราส่วนคือ1:2 ดังนั้นจึงแลกค่าประสบการณ์ได้200,000กว่า

หลังจากนั้นเขาก็โอนค่าประสบการณ์200,000และค่าประสบการณ์80,000ให้หลินซูโหรวและเซี่ยหว่านชิงอย่างต่อเนื่อง ทั้งคู่ขึ้นเป็นเลเวล47

[อัญมณีบรรพบุรุษ: คุณได้รับค่าประสบการณ์400,000!]

[อัญมณีบรรพบุรุษ: คุณได้รับค่าประสบการณ์160,000!]

หลังจากโอนแล้วค่าประสบการณ์สำรองที่ใช้ได้คนเดียวก็เพิ่มขึ้นเป็น860,000!

“เอาล่ะ ต่อให้ฉันเพิ่มเป็นเลเวล60ความสัมพันธ์ของผู้สนับสนุนก็จะไม่หาย”

“พวกเรามาเป็นผู้สนับสนุนกันเถอะ”

พอได้ยินหลิงอี้พูดว่ามาเป็นผู้สนับสนุนกัน พวกเธอก็พูดด้วยความงุนงง “หืม?”

หลินซูโหรวพูดด้วยท่าทางกังวล “แต่สกิลสนับสนุนของฉันไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

เซี่ยหว่านชิงก้มหน้าลง “คุณสมบัติของฉันไม่ได้สูง”

หลิงอี้ยิ้มและโบกมือพูดอย่างสบายๆ “ไม่เป็นไร พวกเธอยังพัฒนาได้อีกเยอะ สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้สนับสนุนของพวกเธอต้องมั่นคง”

เมื่อได้ยินแบบนั้นพวกเธอจึงหยุดลังเลและพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง