ตอนที่ 257

ราชามอนสเตอร์เทพมรณะปีกดำไม่สนใจว่าผู้เล่นเหล่านี้เป็นพวกเดียวกันหรือเปล่า

มันตวัดเคียวสีดำไปทางหลิงอี้กับจักรพรรดิน้ำแข็งอีกครั้ง

หลังจากหลิงอี้กับจักรพรรดิน้ำแข็งหลบได้ ลมปีศาจสีเขียวเข้มพุ่งออกมาพัดใส่พวกเขาที่อยู่ตรงนั้น

[คุณได้รับผลกระทบจาก‘พลังเทพมรณะ’ ไม่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้]

ข้อมูลหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

หลิงอี้ไม่แปลกใจแม้แต่น้อย ก่อนเข้ามาเขาได้หาข้อมูลสกิลของราชามอนสเตอร์จากในฟอรัมแล้ว

[พลังเทพมรณะ (8ดาว,ติดตัว)]: เป้าหมายที่ถูกโจมตีจะไม่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้, หลังตายจะไม่สามารฟื้นคืนชีพด้วยสกิลหรือไอเทม

——นี่เป็นราชามอนสเตอร์ที่ฆ่าเขาได้!

“เจ้านาย”

หลังจากหลบอีกครั้ง จักรพรรดิน้ำแข็งรีบมาอยู่ข้างหลิงอี้เพื่อรอคำสั่งจากเขา

แม้ว่าเธอจะรู้ว่าเจ้านายกำลังคิดอะไรอยู่ แต่พวกเขายังเคยชินกับการพูดคุยกันมากกว่า

“รอก่อน อย่าเพิ่งลงมือ”

หลิงอี้มองผู้เล่นที่บินอยู่บนอากาศในระยะไกล เขาจับมือจักรพรรดิน้ำแข็งถอยออกไประยะหนึ่ง

ด้วยเอฟเฟกต์ของพรสวรรค์[พลังอัญเชิญเทพ] ตอนนี้จักรพรรดิน้ำแข็งขึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการใช้สกิล

ซึ่งหมายความว่าเธอสามารถใช้ร่าง‘จักรพรรดินี’ได้ทุกเมื่อ และไม่ว่าจะใช้นานแค่ไปไหนเธอจะไม่เข้าสู่การหลับใหล

ผู้คนที่มาจากระยะไกลถูกแบ่งเป็นกลุ่มซ้ายและขวา ทางซ้ายคือผู้เล่นจากพันธมิตรเสินอย่างหนานกงหลี่กับโจวจื่อเหวิน ส่วนทางขวาคือผู้เล่นจากประเทศอื่นที่นำโดยอาซือหลัน

ทั้งสองฝ่ายมาถึงเกือบจะพร้อมกัน

“ศูนย์หนึ่งกำลังท้าทายราชามอนสเตอร์จริงด้วย!”

“อยากโค่นราชามอนสเตอร์ก่อนที่มันจะแข็งแกร่งมากกว่านี้เหรอ? เป็นความคิดที่ดีนิ”

“แล้วพวกเราจะเอายังไงดีล่ะ?! ช่วยศูนย์หนึ่งสู้กับราชามอนสเตอร์ หรือจะช่วยราชามอนสเตอร์สู้กับศูนย์หนึ่งดี?”

ในขณะกลุ่มของอาซือหลัยกำลังคุยกัน หนานกงหลี่ก็รีบไปหาหลิงอี้อย่างรวดเร็วและถามด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณมาฆ่าราชามอนสเตอร์ใช่ไหม?”

“อืม”

หลิงอี้จัดแจงคำพูดของเขาเล็กน้อย “ตามจริงแล้วฉันแค่อยากทดสอบมันเฉยๆ ถ้าฆ่าได้ก็ฆ่าเลย ถ้าฆ่าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ยังถึงยังไงฉันก็ต้องฆ่ามันอยู่แล้ว”

ในขณะที่เขากำลังพูด ชายวัยกลางใบหน้าอ่อนเยาว์สวมแว่นดำ โจวจื่อเหวินทูตเต่าดำของพันธมิตรเสินก็แวบเข้ามา

เมื่อได้ยินสิ่งที่หลิงอี้พูดเขาก็เสนอว่า “ในเมื่อคุณยังไม่ได้เริ่มอย่างจริงจัง ฉันขอเสนอว่าอย่าเพิ่งจัดการกับมันตอนนี้แล้วไปจัดการกับคนพวกนั้นก่อนดีกว่า”

เขาชี้กลุ่มของอาซือหลันที่อยู่ห่างออกไปแล้วพูดเสริม “ไม่อย่างนั้นจะเกิดการต่อสู้ในภายหลัง พวกมันต้องแทงหลังพวกเราแน่นอน”

พอมองจุดที่โจวจื่อเหวินชี้จะเห็นกลุ่มคนที่อยู่ไกลๆกระซิบกระซาบได้อย่างชัดเจน

หลิงอี้ได้ยินการสนทนาของพวกเขาอย่างชัดเจนผ่าน[ร้องเรียกเทพสายลม]

คนผมสีม่วงที่มีลายสายฟ้า “เราต้องช่วยราชามอนสเตอร์จัดการศูนย์หนึ่ง ราชามอนสเตอร์ตรงนั้นจะสู้เมื่อไหร่ก็ได้ แต่โอกาสได้จัดการศูนย์หนึ่งมีไม่มากหรอก”

หัวเห็ดเขียว “ใช่ ใครบ้างที่ไม่อยากได้เครื่องมือเทพบนตัวมัน!”

ชายผมเหลืองคนหนึ่ง “ต้องหยุดการเติบโตของศูนย์หนึ่งไว้ให้ได้ ถ้าเราฆ่ามันที่นี่ได้ ทุกคนจะกลายเป็นคนดังหรือแม้แต่ฮีโร่ของทุกประเทศ!”

อาซือหลัน “เอาล่ะ เอาตามนี้แหละ”

กลุ่มคนบินมาที่นี่หลังจากคุยกัน

หนานกงหลี่และโจวจื่อเหวินยังยืนอยู่หน้าหลิงอี้เพื่อรอให้เขาตัดสินใจ

“ได้”

หลิงอี้พยักหน้าและเปลี่ยนเป้าหมายการต่อสู้ “ไปฆ่าพวกมันก่อน”

“แต่ราชามอนสเตอร์ยังอยู่ตรงนี้ สู้ที่นี่ไม่ง่ายเลย ย้ายไปที่อื่นก่อน”

“อืม” หนานกงหลี่กับโจวจื่อเหวินพยักหน้า

หลิงอี้บอกให้หลินซูโหรวเลิกใช้โล้ไร้เทียทานแล้วกอดเธอบินออกไป

ราชามอนสเตอร์เทพมรณะปีกดำยังลอยอยู่ที่เดิม รูม่านตาสีม่วงเข้มเฝ้ามองร่างที่จากไปของคนไม่กี่คนและไม่ได้ไล่ตามพวกเขา

——เนื่องจากหลิงอี้กับคนอื่นๆไม่ได้โจมตีมัน การต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงยังไม่เริ่มขึ้น เทพมรณะสามารถให้ศัตรูถอยไปก่อนได้

ไกลออกมาไม่มาก

พอเห็นกลุ่มหลิงอี้บินออกไป กลุ่มอาซือหลันจึงหยุดแล้วตะโกนบอกจากระยะไกล “พี่ใหญ่ศูนย์หนึ่ง! พวกคุณหนีทำไมล่ะ! เรามาสู้กับราชามอนสเตอร์ด้วยกันเถอะ!”

“ใช่! ถ้าร่วมมือกันพวกเราต้องฆ่าราชามอนสเตอร์ได้แน่!”

หนานกงหลี่ที่กำลังบินอยู่กลัวว่าหลิงอี้จะถูกหลอกล่อ เธอจึงรีบหันหน้าไปพูดกับเขา “อย่าหลงกลนะ พวกมันมีเจตนาร้ายแน่”

“ไม่ต้องห่วง” หลิงอี้ยิ้มกว้าง เมื่อกี้เขาเพิ่งฟังการพูดคุยของพวกมันมา

พวกเขาไม่หยุดและยังคงบินออกไปต่อ

บนท้องฟ้า ราชามอนสเตอร์เทพมรณะปีกดำได้ยินเสียงของผู้เล่นอีกกลุ่มหนึ่ง—แม้ว่าพวกมันจะพูดไม่ได้ แต่พวกมันยังเข้าใจภาษาที่ผู้เล่นใช้พูดคุยกันได้

ในวินาทีต่อมา เทพมรณะปีกสีดำยกเคียวสีดำขนาดใหญ่ขึ้นสูงแล้วเหวี่ยงลงมาอย่างแรง

ฟึบ!

ครืนนน! ! !

มีเสียงกึกก้องดังมาจากด้านหลัง กลุ่มหลิงอี้หยุดบินแล้วหันไปมอง พวกเขาเห็นแต่ฝุ่นควันฟุ้งกระจายสูงหลายร้อยเมตร

“นี่” หนานกงหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

แต่กลุ่มอาซือหลันใช้ว่าจะถูกฆ่าได้ง่ายๆ เหล่าผู้เล่นบินออกจากฝุ่นควันด้วยความลำบากใจ

“ไปกันเถอะ เราต้องไปให้ไกลกว่านี้”

หลิงอี้ชำเลืองมองพวกเขาแล้วบินออกไปอีกครั้ง

ครึ่งนาทีต่อมา

พวกเขาหยุดที่ที่ราบสูงลาวาด่านสิบสามของเส้นทางสายหลัก

ภูมิประเทศที่นี่เปิดกว้าง ในระยะ100กิโลเมตรไม่มีกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตซึ่งเหมาะสำหรับเป็นสนามรบมาก

จากนั้นไม่นานกลุ่มอาซือหลันก็ตามพวกเขาได้ทัน

พอเห็นพันธมิตรเสินที่นำโดยหนานกงหลี่กับโจวจื่อเหวินรออยู่ที่นี่อาซือหลันจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขามองด้วยแปลกใจ “พวกนายคิดจะสู้กับพวกเราที่นี่?”

“แปลกตรงไหนล่ะ?”

หนานกงหลี่กับโจวจื่อเหวินมองหลิงอี้

หลิงอี้ปล่อยหลินซูโหรวบินไปด้านหน้าฝูงชนด้วยตัวคนเดียว เขากอดอกพูดอย่าจริงจัง “ถ้าไม่กำจัดพวกแกก่อน ฉันคงกำจัดราชามอนสเตอร์ไม่ได้”

“ว่าไงนะ!?”

อาซือหลันตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็เถียงกลับ “พวกเรามาดี! พวกเราไม่ได้มาขัดขวางคุณ!”

หลิงอี้หยิบกระดิ่งพูดความจริงออกมาถือไว้ในมือ “นายกล้าพูดแบบนั้นอีกครั้งไหมล่ะ?”

พอเห็นกระดิ่งพูดความจริงในมือ’ศูนย์หนึ่ง’ที่ดูแตกต่างเล็กน้อย แต่อาซือหลันกับคนอื่นก็จำได้ว่านั่นคือกระดิ่งพูดความจริง

มีเอฟเฟกต์‘ส่งเสียงเมื่อมีคนโกหก’

อาซือหลันตกตะลึงไปชั่วขณะแล้วถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ใบหน้าของเขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

“นายนี่มันน่าเบื่อจริงๆ” อาซือหลันพูด

“ฉันแค่ยอากให้ทุกคนซื่อสัตย์”

“การโกหกจะทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น”

“นั่นขึ้นอยู่กับแต่ละโอกาส”

“แล้วตอนนี้ไม่ใช่หรือไง?”

อาซือหลันผายมือและพูดต่อ “พวกเราต่างคนต่างอยู่เถอะ”

“หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว”

หลิงอี้ขัดจังหวะเขาแล้วพูด “พวกนายจะจัดการฉันตอนที่ฉันไปสู้กับราชามอนสเตอร์ใช่ไหมล่ะ?”

อาซือหลัยหลับตาแล้วพูด “ไม่ใช่”

กริ๊ง--

กระดิ่งพูดความจริงดังขึ้นตามที่คิดไว้

“ดี ดีมาก” อาซือหลันตบมือ เขาอ้าแขนออกอีกครั้งแล้วจ้องหลิงอี้ “ฉันเปิดไพ่เลยแล้วกัน พวกเราอยากฆ่าแกจริงๆนั่นแหละ เราอยากฆ่าแกแล้วเอาเครื่องมือเทพมาจนแทบรอไม่ไหวแล้ว พวกเราจะฆ่าแกจนกว่าจะกลับไปเป็นเลเวล0อีกรอบ!”

“เลิกพูดมากแล้วเริ่มสักที”

หลิงอี้ยื่นมือออกไปควบแน่นบอลลม

พอเห็นแบบนั้นอาซือหลันก็เงยหน้าขึ้นแล้วหัวหัวเราะเสียงดัง “เข้ามา!!”