ตอนที่ 191

“หืม? ภูมิต้านทานความตาย?”

นี่เป็นครั้งแรกที่หลิงอี้เห็นเอฟเฟกต์แบบนี้

เขาหันไปถามหยุนจี เธอเงยหน้าเล็กน้อยและครุ่นคิดด้วยคิ้วขมวด “ภูมิคุ้มต้านทานความตายเป็นเอฟเฟกต์ที่หายากมาก มันหมายความว่าถ้าสามารถรักษาพลังชีวิตส่วนสุดท้ายก่อนจะตาย การโจมตีของศัตรูในช่วงเวลานั้นจะไร้ผล”

“อืม”

หลิงอี้พยักหน้าเป็นอย่างที่คิด

แค่มีเอฟเฟกต์ภูมิต้านทานความตายไม่กี่วินาทีก็ถือว่าดีแล้ว ดังนั้นภูมิต้านทานความตายถาวรบอกได้เลยว่าท้าทายสวรรค์!

แต่เอฟเฟกต์นี้เป็นของมอนสเตอร์อัญเชิญเท่านั้น...มันมีประโยชน์ยังไง?

จะดีกว่าไหมถ้าอัญเชิญมอนสเตอร์อีกครั้งหลังจากมันตายทันที?

แล้วภูมิต้านทานความตายจะมีประโยชน์อะไร?

เขาหยุนจีด้วข้อสงสัยนี้ เธอวางถ้วยชาในมือลงและพยักหน้าเชิงยืนยัน “มีประโยชน์สิ! มีประโยชน์มากด้วย!”

“สกิลอัญเชิญจะไม่อัญเชิญมอสเตอร์ให้ภายใต้สองสถานการณ์”

หยุนจียิ้มแล้วชูสองนิ้ว “หนึ่ง เมื่อมอนสเตอร์อัญเชิญของผู้เล่นปรากฏตัวแล้ว สอง หลังจากมอนสเตอร์อัญเชิญตายภายในหนึ่งชั่วโมง”

“ไม่มีใครมั่นใจเรื่องเหตุผลที่แน่นอน แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนคาดเดาและทำข้อสรุปไว้มากมาย นายไปหาอ่านในฟอรัมได้นะ”

พอพูดจบยุนจีก็หยิบชาอุ่นๆตรงหน้าขึ้นมาจิบอีกครั้ง

“ไม่สามารถอัญเชิญใหม่ได้หลังจากตายหนึ่งชั่วโมง...มันไม่ถูก!”

หลิงอี้ขมวดคิ้วพูด “ตอนที่อยู่ในดินแดนลับเมื่อห้าวันก่อน เธอบอกว่าถ้าโล่วิญญาณพังก็เรียกใหม่ได้ไม่ใช่เหรอ?”

“มันคือ...อ๋อ ฉันเกือบลืมบอกว่ามอนสเตอร์อัญเชิญมีแบ่งประเภทด้วย...”

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง

ด้วยคำอธิบายของหยุนจี ในที่สุดหลิงอี้ก็เข้าใจ

โดยปกติแล้วมอนสเตอร์อัญเชิญแบ่งออกเป็นสามประเภท: ประเภทต่อสู้ ประเภทป้องกัน และประเภททำงาน

ประเภทต่อสู้: อัญเชิญมาต่อสู้ ใช้เวลาฟื้นฟู1ชั่วโมงหลังจากตาย

ประเภทป้องกัน: ไม่มีความสามารถในการโจมตีและใช้ป้องกันความเสียหายได้อย่างเดียว สามารถเรียกได้ทันทีหลังจากตาย

ลักษณะการทำงาน: ไม่สามารถต่อสู้ได้ โดยทั่วไปจะใช้สำหรับการสำรวจ การรักษา และการเดินทางโดยมีมนุษย์ควบคุม สามารถเรียกได้ทันทีหลังจากตาย

“หมายความว่า”

หยุนจีพูดทิ้งท้าย “เอฟเฟกต์ภูมิต้านทานความตายมีผลต่อมอนสเตอร์อัญเชิญประเภทต่อสู้เท่านั้น”

“อย่างนี้เอง~”

หลินซูโหรวที่ฟังอย่างเงียบๆพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ฉันรู้แค่ว่ามอนสเตอร์อัญเชิญมีสามประเภท แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีความแตกต่างระหว่างการอัญเชิญพวกมันหลังจากตาย”

“นักอัญเชิญไม่ยอมเผยแพร่ข้อมูลนี้หรอก...แต่ถ้าสังเกตดีๆเธอจะเข้าใจได้อย่างง่ายดาย” เซี่ยหว่านชิงสงสัยว่าหลิงอี้มีสกิลที่คล้ายกับสิ่งนี้

หลังจากการอธิบายจบลง ความรู้เกี่ยวกับสกิลอัญเชิญของหลิงอี้ก็พัฒนาขึ้น

'ดูเหมือนว่าเอฟเฟกต์พรสวรรค์ทั้งสองอย่างของฉันจะพัฒนาขึ้นเยอะเลย’

'ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องมีสกิลอัญเชิญมากกว่านี้ แต่บางทีฉันอาจต้องมีไอเทมอัญเชิญอย่างประตูสวรรค์มากกว่านี้...’

สกิลอัญเชิญต้องใช้ตำแหน่งดาว แต่ไอเทมอัญเชิญไม่จำเป็นต้องใช้

หลิงอี้เกิดความคิดหาไอเทมอัญเชิญอันยอดเยี่ยมเพิ่มขึ้นทันที!

แต่ตอนนี้ดึกมาแล้ว ไว้ค่อยพูดเรื่องนี้ทีหลัง

หลังจากหยุนจีกับเซี่ยหว่านชิงกลับไป หลิงอี้ก็สวมกอดหลินซูโหรวที่รวมร่างกับหลิงเอ๋อร์เดินกลับไปที่ห้อง

...

11:50น.

เสินเซี่ย นครหยุนไห่ เมืองอวี้หลง

ที่สนามเด็กเล่นของโรงเรียนประถมอวี้หลง ผู้เล่นจำนวนมากมายมารวมตัวกันที่นี่เพื่อรอให้ดินแดนลับใหญ่ ‘ศาลเจ้าดิน’เปิดในอีกสิบนาที

เนื่องจากดินแดนลับใหญ่มีการเปิดในวันนี้ของทุกเดือน โรงเรียนประถมอวี้หลงจึงมีการหยุดช่วงเช้าและถูกควบคุมโดยผู้เล่นจากพันธมิตรสาขาอวี้หลงชั่วคราว

ในเวลานี้เอง

ในสนามเด็กเล่นของทั้งโรงเรียนมีเพียงผู้เล่นจากกองกำลังต่างๆ ไม่มีคนธรรมดาอยู่เลย

หยุนจียืนพิงราวเหล็กที่ขึ้นสนิมอยู่บนดาดฟ้าของอาคารสอน เธอก้มมองหลิงอี้ที่กำลัง‘เดินเล่น’ท่ามกลางฝูงชนอย่างหมดคำจะพูด “เขากำลังทำอะไร?”

หลังจากทั้งสองมาถึงที่นี่พร้อมกันหลิงอี้ก็บอกว่าเขาจะลงไปเดินเล่น หยุนจีก็คิดว่าเขามีอะไรต้องไปทำ แต่พอเห็นแบบนี้...เขาไปเดินเล่นจริงๆเหรอ?

ด้านล่าง

[คุณดูดซับความรู้สึกตื่นเต้น73คะแนนของหลัวซือ]

[คุณดูดซับความรู้สึกคาดหวัง72คะแนนของหลิวหนิง]

[คุณดูดซับความรู้สึกตื่นเต้น68คะแนนของจ้าวไฉ]

[…]

หลิงอี้เดินเตร็ดเตร่ท่ามกลางฝูงชน ในขณะที่ดูดซับคะแนนความรู้สึกเขาก็ตรวจสอบโชคชะตาของพวกเขาไปด้วย

เป็นเหมือนกับครั้งที่แล้ว โชคชะตาเต็มไปด้วยข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง

บางครั้งก็เจอโอกาสเล็กน้อยเช่น การได้สมบัติระดับDและอาวุธระดับCเป็นต้น ไอเทมพวกนี้เขาไม่ได้สนใจอีกแล้วทิ้งเรื่องพวกนี้ไว้ด้านหลัง

“ฉันได้ยินมาว่าครั้งก่อนมีคนค้นพบการทำงานของรูปปั้นในศาลเจ้าป่าด้วย ไม่รู้ว่ารูปปั้นในศาลเจ้าดินจะทำอะไรได้บ้าง…”

“คนส่วนใหญ่มาเพื่อหินแดงศักดิ์สิทธิ์!”

“ว้าว! นั่นมันนักบุญดาบลมคลั่งหนึ่งในสองนักบุญดาบของประตูดาบ! ผู้เล่นเลเวล90ที่ติดหนึ่งร้อยอันดับแรกของโลก! เขามาที่นี่ด้วย!”

หนึ่งในผู้เล่น100อันดับแรกของโลก แม้แต่หลิงอี้ก็ยังต้องหันไปมองเมื่อได้ยินชื่อนี้

เป็นชายวัยกลางคนผมสีดำจอนสีขาวถูกล้อมรอบด้วยผู้คนมากมาย เขายิ้มอย่างอบอุ่นด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ดูแล้วเหมือนคุณลุงที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย

‘หยุนจีเคยบอกว่าพ่อของหนานกงหลี่คือนักบุญดาบลมคลั่งหนานกงฮั่น หรือว่านั่นจะเป็นเขา?’

ในใจหลิงอี้มีแต่ความอยากรู้อยากเห็น เขาเริ่มตรวจสอบโชคชะตาของอีกฝ่ายจากระยะที่ไกลกว่า100เมตร

[วันที่20เดือนหก เข้าดินแดนลับศาลเจ้าดิน เข้าไปในถ้ำลึกลับใต้หน้าผาที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ของดินแดนแดนลับ หลังจากลงลึกไปเรื่อยๆในที่สุดก็ได้สมบัติที่ต้องการจากส่วนลึกของถ้ำ]

[พอออกจากถ้ำเขาก็เห็นอดีตผู้นำประตูศักดิ์สิทธิ์เซิ่งฟู่เทียนกำลังสู้กับเต่าดำหนึ่งในสี่ทูตของพันธมิตรเสิน อย่างไม่คาดคิด เขารีบเข้าไปช่วยแต่ถูกผู้นำโลกแห่งเงาลอบโจมตีจากด้านหลังจึงทำให้ตาย]

[ฟื้นคืนชีพข้างป้ายหินโบราณวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์]

“???”

หลิงอี้ตกตะลึงอีกครั้งหลังจากดูโชคชะตาครั้งนี้

ผู้เล่น100อันดับแรกของโลกนี้ถูกฆ่าง่ายๆแบบนี้เลย?

ราชาเงาแข็งแกร่งเกินไปหรือว่าเขาอ่อนแอเอง?

เขาจำโพสต์ที่เห็นในฟอรัมเมื่อไม่กี่วันก่อนได้ ในเวลานั้นเซิ่งฟู่เทียนกระตุ้นให้ราชาเงาส่งคนเข้ามา

ตอนนั้นดูเหมือนว่าเรื่อนนี้จะจบลง

แต่เผลอแค่แป๊บเดียวก็วิ่งเข้ามาแล้ว?

หลิงอี้หาข้อมูลราชาเงาผ่านฟอรัมอย่างรวดเร็วและพบว่า—

ราชาเงา ผู้เล่นสายนักฆ่าเลเวล90 ขั้นไร้เทียมทาน

อยู่ในอันดับ20ของการจัดอันดับความแข็งแกร่งระดับโลก!

และถูกเรียกว่าผู้เฝ้าประตูไร้เทียมทานเพราะเป็นผู้เล่นไร้เทียมทานที่อ่อนแอที่สุด

ถนัดในด้านการเคลื่อนย้ายของจำนวนมากไปยังเป้าหมายในระยะเวลาสั้นๆ!

“ที่แท้ก็เป็นนักฆ่าขั้นไร้เทียมทาน ไม่แปลกใจเลยที่ฆ่าหนานกงฮั่นได้ด้วยการลอบโจมตี...”

หลิงอี้ขมวดคิ้วแน่นเมื่อคิดว่าผู้เล่นไร้เทียมทานเลเวล90จะเข้ามาด้วย

แต่ไม่นานเขาก็รู้สึกโล่งใจเล็กน้อย

'ตอนนี้ฉันมีพรสวรรค์ใหม่พลังเทพอัญเชิญแล้ว ถ้าจักรพรรดิน้ำแข็งใช้ร่างที่สองเธอจะเทียบได้กับราชามอนสเตอร์เลเวล50 นอกจากนี้เธอยังเป็นอมตะและมีภูมิต้านท้านสถานะเชิงลบ’

'ถ้าให้เธอสู้กับราชาเงาด้วยตัวคนเดียว...ถึงจะไม่รู้ว่าใครแข็งแกร่งกว่ากัน แต่อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าจักรพรรดิน้ำแข็งจะไม่แพ้!’

ไม่ว่าจะอันตรายแค่ไหนก็ยังมีป้ายหินโบราณวิญญาณปกป้องชั่วนิรันดร์ ดังนั้นหลิงอี้จึงตัดสินใจที่จะเข้าไป

เพื่อให้เป็นการรอบคอบ เขาเลยไปแจ้งเรื่องนี้กับพันธมิตรเสินก่อน