ตอนที่ 212

“ข่าวนี้เรื่องจริงหรือเปล่า!?”

“ใครจะรู้ แต่ฉันอาจจะลองไปดูที่นครเชียนเจียงหน่อย เพราะความคิดลึกลับก็ปรากฏที่นั่นเป็นครั้งแรกเหมือนกัน”

“หืม? เจ้าของความคิดลึกลับที่มีข่าวลือว่าสามารถฆ่าเซิ่งฟู่เทียนด้วยการโจมตีครั้งเดียวคือพี่ใหญ่ศูนย์หนึ่งไม่ใช่เหรอ? ต้องรู้นะว่าตอนที่เขาเข้าโลกใหญ่ เขาทำให้พลังชีวิต40%ของลิงคิงคองยักษ์หายไปด้วยการโจมตีครั้งเดียว!”

“เชี่ย! มีเหตุผลมาก!”

ผู้เล่นเริ่มเชื่อมโยงข้อสงสัยทั้งหมดเข้าด้วยกัน ยิ่งพวกเขาพูดคุยกันพวกเขาก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น

ผู้เล่นหลายคนถึงกับคิดว่านี่เป็นเรื่องจริงโดยคิดว่าศูนย์หนึ่งในตำนานต้องอยู่ในนครเชียนเจียง

ข่าวนี้ไปถึงหูถังหยวนผู้พิทักษ์นครเชียนเจียงอย่างรวดเร็ว

เขาเข้าไปในสำนักงานใหญ่เพราะต้องการดูรายชื่อผู้เล่นใหม่ของนครเชียนเจียงในเดือนหก แต่เมื่อเขากดเปิดหน้าจอป๊อปอัพก็เด้งขึ้นมา

[กรุณาใส่รหัสผ่าน: ______]

“รหัสผ่าน!? ทำไมถึงมีรหัสผ่าน?”

ถังหยวนที่อายุมากกว่าครึ่งศตวรรษตกใจทันทีหลังจากสับสนในตอนแรก

“รายชื่อนครเชียนเจียงของเรา นอกจากฉันแล้วก็มีแค่หัวหน้าสำนักงานใหญ่เท่านั้นที่สามารถใส่รหัสได้ หรือว่า...!”

การมีรหัสขึ้นอย่างผิดปกติในรายชื่อผู้เล่นใหม่เดือนหกในนครเชียนเจียงของสำนักงานใหญ่ทำให้ถังหยวนตระหนักว่าข่าวลือในฟอรัมที่‘ศูนย์หนึ่ง’อยู่ในนครเชียนเจียงน่าจะเป็นเรื่องจริง!

และสำนักงานใหญ่พันธเสินก็รู้เรื่องนี้ด้วย!

“สำนักงานใหญ่อาจจะไม่ใช่แค่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน แต่ยังรู้ว่าเขาเป็นใครด้วย...”

ในฐานะผู้พิทักษ์นครเชียนเจียง ถังหยวนจึงไม่กล้าพูดมากเกินไป

ต่อให้เพื่อนหลายคนจะซุบซิบเขาหลังจากเขาออกจากที่ทำงาน เขาก็ไม่กล้าพูดคุยเรื่องนี้อยู่ดีเพราะกลัวจะมีใครบางคนใช้ประโยชน์จากตรงนี้

ในเวลาเดียวกัน

จู่ๆหนานกงหลี่ที่กำลังหลับอยู่ในบ้านเช่าชั่วคราวก็ได้รับข้อความจากถงเวยหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของ พันธมิตรเสิน

[ถงเวย: ก่อนหน้านี้เธอบอกฉันว่าหลิงอี้มาหาเธอแล้วเปิดเผยตัวตนของเขาสินะ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เธอต้องไปหาเขา]

[ทูตหงส์แดง: ห๊ะ? จะให้ไปทำอะไร?]

หนานกงหลี่ที่นอนอยู่ใต้ผ้าห่มขยี้ตาที่ง่วงนอนของเธอ แต่เธอก็ยังงัวเงียอยู่เล็กน้อย

[ถงเวย: ไปคุยกับเขาเรื่องตำแหน่งที่จะวางคริสตัลศักยภาพ อีกอย่างคือถามเรื่องการเปิดเผยตัวตนของเขา]

[ทูตหงส์แดง: ว่าไงนะ? คริสตัลศักยภาพ?]

หนานกงหลี่ยังไม่ตื่นเต็มที่ ความคิดของเธอจึงสับสนอยู่พักหนึ่ง

หลังจากเข้าใจความหมายในคำพูดของถงเวย เธอรีบเปิดร้านค้ากิจกรรมทันที

——แม้ว่ากิจกรรมจะจบลง ร้านค้ากิจกรรมก็ยังเปิดให้ผู้เล่นได้ใช้จนกว่าหินราตรีและหินราตรีขั้นสูงในมือผู้เล่นจะหมดลง จากนั้นมันถึงจะหายไปจากหน้าต่างของผู้เล่น

หนานกงหลี่ตะลึงไปสองวินาทีเมื่อเห็นว่าไม่มีเครื่องมือเทพแขวนไว้ด้านบนอีกแล้ว

หลังจากเปิดฟอรัมเธอก็ตระหนักว่าหลิงอี้ไม่ได้ชนะราชามอนสเตอร์เลเวล80อย่างเดียว แต่เครื่องมือเทพชิ้นที่สอง[สุดยอดคริสตัล]ยังถูกหลิงอี้แลกไปทีด้วย!

“เขาเขาเขาเขา...เขาได้หินราตรีขั้นสูงมาจากไหนเยอะแยะ?”

เธอยังจำได้อยู่เลยว่าเมื่อวานนี้ผู้ชายคนนี้มาขอยืมหินราตรีขั้นสูงสามก้อนจากเธอ

นั่นทำให้เขาแลกเครื่องมือเทพสองชิ้นในวันเดียว?

“เป็นไปไม่ได้ ต่อให้ชนะราชามอนสเตอร์ในความยากระดับฝันร้ายก็ได้หินราตรีขั้นสูงแค่60ก้อน หรือว่าหินก้อนอื่นๆจะเสกออกมา?”

ตอนนี้คนทั้งโลกกำลังถกเถียงกันเรื่องนี้ และทุกคนไม่เข้าใจว่าศูนย์หนึ่งใช้วิธีถึงได้มีหินราตรีขั้นสูงมากขนาดนั้น

แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถงเวยที่อยู่อีกฝั่งยังรอเธออยู่ดังนั้นเธอจึงรีบตอบกลับในหน้าต่างสนทนา

[ทูตหงส์แดง: ไม่มีปัญหา ]

[ถงเวย: นอกจากนี้ภายในของเราคงถกเถียงเรื่องเขามีเครื่องมือเทพสองชิ้น ตอนที่ไปพรุ่งนี้เธอก็ทดสอบทัศนคติของเขาด้วย]

[ทดสอบแบบง่ายๆก็พอ ให้ดีที่สุดคือถามในมุมมองของเธอ]

[ทูตหงส์แดง: เข้าใจแล้ว ถ้ามีอะไรผิดพลาดฉันจะรับผิดเอง]

[ถงเวย: นอกจากนี้เขต66ยังเพิ่มระดับเป็นแผนที่ระดับสูง ตอนนี้เล่นต่างประเทศจำนวนมากกำลังเข้าเขต66ด้วยบัตรย้าย พรุ่งนี้เธอ....]

หลังจากตอบรับไม่กี่คำหนานกงหลี่ก็อ้าปากหาวแล้วเอนตัวนอนใต้ผ้าห่มต่อ

และค่อยๆคิดเรื่องในวันพรุ่งนี้

เวลาผ่านไป

คนที่ตื่นขึ้นมาแล้วต่างพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น

หลิงอี้ตื่นแต่เช้าและออกไปวิ่งที่สนามเพื่อรับแสงแดดยามเช้า

“ต่อจากนี้ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นในเสินลู่กับโลกปัจจุบัน ศัตรูในอนาคตของฉันน่าจะเป็นศัตรูในการตรวจสอบคุณสมบัติแต่ละครั้งและราชามอนสเอตร์เลเวล90ของแผนที่ระดับสูง”

สองอย่างนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก

ต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้วเท่านั้นถึงจะเข้าขั้นไร้เทียมทานในตำนานและเริ่มต้นการเป็นขั้นไร้เทียมทานที่แท้จริง

ต้องสู้ในเส้นทางหลักเท่านั้นถึงจะทำลายขีดจำกัดของเลเวลสูงสุดและเข้าสู่พื้นที่ที่สูงขึ้นได้

ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นเลย บอสมอนสเตอร์ในเส้นทางหลักของแผนที่สุดท้ายล้วนอยู่ขั้นไร้เทียมทาน คิดได้เลยว่าราชามอนสเตอร์เลเวล100ของแผนที่สุดท้ายก็อยู่ขั้นไร้เทียมทานเหมือนกัน

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะชนะมันโดยไม่อยู่ในขั้นไร้เทียมทานและมีเลเวลสูงกว่านี้

แน่นอนว่าเรื่องนี้ยังอีกยาวไกล

ในปัจจุบัน เป้าหมายระยะสั้นของหลิงอี้คือราชามอนสเตอร์ของแผนที่ระดับสูง

“จะว่าไปแล้ว เหตุผลที่เสินลู่ปรากฏขึ้นยังไม่รู้แน่ชัด บางทีอาจจะรู้เรื่องนี้หลังจากชนะราชามอนสเตอร์แผนที่สุดท้าย”

ผู้คนมักจะมีข้อสงสัยอยู่เสมอ

ความหมายของเสินลู่คือเส้นทางสู่การเป็นเทพ แต่เทพคืออะไรกันแน่? แข็งแกร่งมากไหม?

พอเข้าขั้นไร้เทียมทานแล้วจะแยกตัวออกจากการเป็นมนุษย์หรือเปล่า?

เขาจะกลายเป็นเทพแบบไหน?

จนถึงตอนนี้เสินลู่ยังไม่ได้ให้ข้อมูลที่แน่ใจ

ดังนั้นในช่วง20ปีที่ผ่านมาผู้คนจำนวนมากจึงคิดว่าผู้เล่นในปัจจุบันยังไม่ได้สัมผัสแก่นแท้ของเสินลู่

หลังจากเอาชนะราชามอนสเตอร์แผนที่สุดท้ายได้แล้วคงต้องมีบางอย่างรอผู้เล่นอยู่

ส่วนใหญ่มองว่ามันเป็นความท้าทายใหม่ แต่มีคนอีกไม่น้อยที่มองโลกในแง่ร้ายมากมายและเชื่อว่ามันเป็นจุดจบของโลก เมื่อถึงตอนนั้นเสินลู่จะเปิดเผยจุดประสงค์ที่แท้จริง...

“ช่างเถอะ อย่าไปคิดเรื่องนี้ดีกว่า”

หลิงอี้ส่ายหัวสลัดสิ่งที่คิดอยู่ออกไป

ตอนนี้เขาเป็นแค่ผู้เล่นเลเวล50 และเพิ่งอยู่ในเส้นทางหลักของแผนที่ระดับสูง

ไว้ค่อยมาพูดเรื่องนี้ภายหลัง

เขาพลิกตัวนอนบนเก้าอี้ไม้ในสวน เพลิดเพลินกับวันแรกของการอาบแดดต่อไป

จักจั่นร่ำร้อง สายลมพัดเอื่อยๆ

ในสวนเต็มไปด้วยดอกไม้และสามารถได้กลิ่นหอมของมัน

เขาไม่รู้ว่าตัวเองนอนอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้ว แต่เสียง‘ติ๊งต่อง’สองครั้งปลุกให้เขาตื่นจากการงีบหลับ

เขาลืมตาลุกขึ้นและพบว่าตัวเองถูกห่มด้วยผ้าห่มสีน้ำตาลที่ทำจากฝ้าย เมื่อหันหน้าไปก็เห็นหลินซูโหรวในชุดขาวกำลังรดน้ำดอกไม้อยู่ข้างประตูบ้าน

เมื่อเสียงกริ่งประตูดังขึ้นเธอก็มองออกไปนอกประตู พอเห็นว่าใครเป็นคนมาเธอก็มองหลิงอี้โดยจิตใต้สำนึก เห็นได้ชัดว่าต้องการให้เขาเป็นคนตัดสินใจ

“ให้เธอเข้ามา” หลิงอี้พูดโดยไม่หันไปมอง

สายลมบอกตัวตนของคนที่มาให้เขารู้แล้ว - แน่นอนว่าคนที่มาคือนักบุญดาบฟินิกซ์

หลินซูโหรววางการดน้ำดอกไม้และเปิดประตูอย่างอ่อนโยน

หนานกงหลี่ยิ้มและพยักหน้าให้หลินซูโหรวซึ่งอยู่ข้างประตู จากนั้นหลินซูโหรวก็พาเธอไปที่เก้าอี้ไม้

“นั่งลงแล้วพูดมาตามตรงเลย”

หลิงอี้ยื่นผ้าฝ้ายให้หลินซูโหรว เขาตบที่นั่งด้านข้างเขาเพื่อบอกให้หนานกงหลี่นั่งลง

พอนั่งลงหนานกงหลี่ก็พูดว่า “ที่มาหาคุณครั้งนี้เพราะต้องการคุยกับคุณสองสามเรื่อง”