ตอนที่ 175

ภายในห้องนอน

หลังจากอ่านเนื้อหาของข่าวทั่วโลกประจำสัปดาห์แล้ว หลิงอี้ก็ปิดฟอรัมลง

ตอนนี้เป็นเวลาเช้าที่ดวงอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออก

ขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะ หลิงอี้ก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นเตียงของตัวเองถูกหลิงเอ๋อร์ยึดไปแล้ว

เขาไม่ได้พูดอะไรแล้วหันหลังเดินออกจากห้องไป

ในห้องโถง หยุนจีกับเซี่ยหว่านชิงที่ถือว่าที่นี่เป็นบ้านของพวกเธอกำลังคุยกันอยู่

พอเห็นหลิงอี้ลงมาคนเดียว หยุนจีจึงถามด้วยความสงสัย “ซูโหรวไหน?”

“นอนพักอยู่”

“อะไรนะ!?”

หยุนจีมองขึ้นลงหลิงอี้ด้วยท่าทางประหลาดใจและพูดอย่างกล้าหาญ “มันต้องเป็นนายที่ต้องนอนหมดแรงไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเป็นเธอที่ไปนอนแทน?”

“เพราะฉันแข็งแรงกว่า”

“แล้วหลิงเอ๋อร์ล่ะ?” เซี่ยหว่านชิงถามเสียงดัง

ตอนนี้เธอสวมเดรสบางสีดำจึงทำให้ร่างหยกขาวใต้กระโปรงเป็นภาพเบลอ

หลิงอี้ยักไหล่ “เพื่อให้ความเข้ากันสูงขึ้นพวกเธอเลยต้องอยู่ด้วยกันทั้งวัน นอนบนเตียงเดียวกัน ใช้แปรงสีฟันอันเดียวกัน และไม่แยกจากกันตลอด24ชั่วโมง”

หยุนจีกับเซี่ยหว่านชิงที่ได้ยินแบบนั้นจึงมองหน้ากัน แก้มของพวกเธอเริ่มเป็นสีแดงจางๆ

“เดี๋ยวฉันไปเตรียมอาหารเช้าให้นาย” เซี่ยหว่านชิงพูดแล้วเดินเข้าไปในครัว

หลังจากเธอจากไปหยุนก็ยิ้มให้กับหลิงอี้

เธอเหลือบมองห้องครัวจากนั้นลุกเดินไปนั่งลงข้างๆเขา เธอวางแขนโอบไหล่เขาแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “พี่ชาย อยากต่อหรือเปล่า”

พอพูดจบเธอก็ใช้ร่างกายท่อนบนอันน่าภาคภูมิใจของเธอไปแนบตัวเขา

หลิงอี้รู้สึกตื่นตาแต่โบกมือปฏิเสธไป “ไม่ดีกว่า ฉันอยากพักผ่อน”

หยุนจีเม้มปาก เธอดูผิดหวังเล็กน้อย

แต่ในไม่ช้าเธอก็สงบสติได้แล้วพ่นลมหายใจข้างหน้าเขา “มาหาฉันได้ตลอดนะ~ นายมีบัตรอัญเชิญถาวรของฉันอยู่นะ”

“อ่า...เธอแกล้งฉันมากไปแล้ว เดี๋ยวฉันก็เรียกเธอไปจริงๆหรอก”

พอพูดจบเขาก็เห็นหยุนจีปิดปากและหัวเราะคิกคัก ทั้งร่างกายสั่นเทิ้มไปด้วยความสุข

“เอาสิ”

การแสดงออกของหลิงอี้กลายเป็นเคร่งขรึม และเขาเริ่มพูดเรื่องงานแทน “วันนี้ฉันจะไปสู้กับราชามอนสเตอร์ในโลกใหญ่ เธอจะไปกับฉันด้วยไหม?”

“ไปสิ นายเป็นผู้ชายคนเดียวที่กำหนดไว้ให้หว่านชิงกับฉัน ถ้านายตายไปแล้วพวกเราจะทำยังไง?” หยุนจีจ้องมองเขาด้วยดวงตาสีทองของเธอ

เมื่อเธอนึกถึงการไปโลกใหญ่ที่มีอันตรายมากมาย เธอจึงมองและพูดอย่างจริงจัง “สู้กับราชามอนสเตอร์ตัวไหน? ฉันจะได้เตรียมตัวก่อน”

“คือ...”

...

“น่าเสียดายที่หนีไปได้คนหนึ่ง”

ในพันธมิตรเสินสาขาอึ๋งหั่ว นักบุญดาบฟินิกซ์นั่งอยู่ในห้องทำงานชั่วคราวของเธอและถอนหายใจกับรายงานการต่อสู้เมื่อวาน

เมื่อวานซืนซุนเหว่ยเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบของพันธมิตรเสินกลายเป็นผู้นำองค์กร ดังนั้นเธอจึงเริ่มทำลายตาข่ายแล้วเข้าจับกุม

ทุกคนถูกจับได้หมด มีแค่อดีตหัวหน้าขององค์กรหลิวฉงไป๋ที่หนีไปได้

“เฮ้อ มันมีหัวหน้าองค์กรที่กลัวตายแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?”

หนานกงหลี่ขมวดคิ้ว ความสับสนปรากฏขึ้นในดวงตาสีแดงของเธอ

ซุนเหว่ยและสมาชิกคนอื่นๆของหน่วยฟีนิกซ์กำลังนั่งบนเก้าอี้ไม้ข้างเธอ พอเห็นหัวหน้าพูดเรื่องนี้พวกเขาเลยรู้สึกตลก “หลิวฉงไป๋เป็นคนที่กลัวตายจริงๆ ทันทีที่พวกเราสองสามคนปรากฏตัวเขาก็ใช้ระเบิดควัน ลูกบอลรบกวน ยันต์ ฯลฯ อย่างชำนาญทันที”

“ฉันรู้สึกว่าเขาไม่ได้พร้อมจะสู้ แต่พร้อมจะหนีมากกว่า...”

บางคนส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ในตอนนั้นเองหนานกงหลี่ก็นึกถึงงานที่ถงเวยมอบให้เธอ—

ตรวจสอบเจ้าของของความคิดลึกลับ

ตอนแรกพวกเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายมาก แต่สองวันต่อมาพวกเขาก็ยังไม่ได้รับเบาะแสแม้แต่ชิ้นเดียว

สิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเป็นพิเศษ ซึ่งมักจะร้อนแรงและรวดเร็วเสมอ

“ช่างเถอะ ปล่อยให้กลุ่มชายหญิงในเมืองออกมาแสดงอีกสักพักแล้วคอยดูว่าความคิดลึกลับนั่นปรากฏขึ้นอีกไหม”

หนานกงหลี่ถอนหายใจด้วยเสียงต่ำและส่งสมาชิกในทีมทั้งหมดออกไป

ในห้องทำงานนั้นเหลือแค่เธออยู่คนเดียว เธอมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย เธอจึงเปิดดูรายชื่อผู้เล่น

บางทีเธออาจเจอเงื่อนงำบางอย่างจากรายชื่อ

ในฐานะหัวหน้าของสำนักงานใหญ่พันธมิตรเสินเธอจึงมีอภิสิทธิ์สูงมาก ซึ่งรวมถึงสิทธิ์ในการดูรายชื่อผู้เล่นด้วย

เมื่อเธอเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเธอและเปิดรายชื่อผู้เล่นในนครเชียนเจียง ชื่อที่อัดแน่นทำตรงหน้าก็แทบทำให้เธอเป็นลม

เธออึ้งไปชั่วขณะก่อนจะฟื้นคืนสติ เธอพิมพ์คำว่า‘หยุนจี’ในช่องค้นหาด้วยรอยยิ้ม

“อา หยุนจีไม่ใช่ผู้เล่นในนครเชียนเจียง”

เธอรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ไม่สามารถอ่านข้อมูลของ‘คู่ปรับเก่า’คนนี้ได้

เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นดวงตาของเธอก็เป็นประกาย

“จริงด้วย!”

“ดูเหมือนหลิงอี้กับหยุนจีจะมีความสัมพันธ์ไม่ชัดเจน ลองตรวจสอบดูดีกว่า”

พอพูดจบเธอก็รีบพิมพ์คำว่า‘หลิงอี้’ในช่องค้นหา

มีเพียงผลลัพธ์เดียวที่ปรากฏ

[no.12638——หลิงอี้]

[วันที่ลงทะเบียนล่าสุด: วันที่31เดือนพฤษภาคม]

[เลเวลในการลงทะเบียนล่าสุด: 1]

[หมายเลขผู้เล่น: 200666-00033]

[หมายเลขประจำตัว:......]

“หืม?”

หนานกงหลี่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นกะพริบตาและดูอีกครั้ง

“อะไรกัน!? นี่นี่...หลิงอี้คนนี้เป็นผู้เล่นใหม่ในเดือนมิถุนายน!?”

คราวนี้เธอไปดูรายละเอียดหมายเลขผู้เล่นของเขา

200666หมายความว่านี่คือผู้เล่นปี20เดือน6เขต66 00033หมายถึงหมายเลขของเขาในเขตนี้คือ33

“2006...66!? เขาเป็นผู้เล่นเดือน6เขต66!”

ครั้งนี้หนานกงหลี่แปลกใจจริงๆ ทันใดนั้นก็มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวเธอ!

ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะจับอะไรบางอย่าง แต่เธอก็รู้สึกแย่ลงเล็กน้อย

“เดี๋ยวเดี๋ยวเดี๋ยว ฉันต้องทำมันอย่างช้าๆ”

เธอรีบฉีกหน้ากระดาศจากสมุดบันทึกด้านข้างแล้วเขียน ‘หลิงอี้’, ‘เดือน6เขต66’, ‘ค้นพบการทำงานของรูปปั้นในดินแดนลับ’, ‘ดาบธาตุคู่’และ‘หยุนจี’

หลังจากขมวดคิ้วเป็นเวลานาน เธอก็ค่อยๆนึกถึงผู้หญิงที่เธอเห็นข้างหยุนจีก่อนหน้านี้

จากนั้นเธอก็เขียนชื่อ ‘เซี่ยหว่านชิง’

และทันทีที่เธอเขียนเซี่ยหว่านชิงเสร็จ เธอก็นึกถึงศูนย์หนึ่งที่เห็นเซี่ยหว่านชิงได้เท่านั้น ต่อจากนั้นเธอเขียนคำว่า’ศูนย์หนึ่ง’ต่อจากเซี่ยหว่านชิง

เมื่อเธอเขียนชื่อเหล่านี้เสร็จและมองดูอีกครั้ง รูม่านตาของเธอก็เบิกกว้าง

“ยาก...ยากไหม...”

ดวงตาสีแดงเข้มคู่นั้นมองกลับไปกลับมาระหว่างคำว่า‘หลิงอี้’และ‘ศูนย์หนึ่ง’

“หลิงอี้ ศูนย์หนึ่ง หลิงอี้ ศูนย์หนึ่งหลิงอี้ ศูนย์หนึ่ง นี่...”

เธอท่องชื่อทั้งสองนี้อย่างต่อเนื่องจนเหงื่อไหลบนหน้าผาก

สองชื่อที่มีพินอินเหมือนกัน เซี่ยหว่านชิงซึ่งอยู่ข้างๆเขา ผู้เล่นจากเขต66...

การมีสกิลสนับสนุนพิสูจน์ได้ว่าเขามีเลเวล10 แต่เขาไม่ได้มาที่พันธมิตรเสินเพื่อรับรางวัลเลเวล...

ยิ่งหนานกงหลี่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่ ร่างกายของเธอก็ยิ่งหลั่งเหงื่อมากขึ้น

“ถ้าเขาเป็นศูนย์หนึ่งจริงๆ...นี่ก็อธิบายเรื่องผิดปกติหลายอย่างได้”

หลิงอี้รู้การทำงานของรูปปั้นได้ยังไง?

ครั้งที่แล้วเขารู้ได้อย่างไรว่าประตูศักดิ์สิทธิ์จะวางระเบิดในตึก15ของสวนเจียงฮวา?

ตั้งแต่กิจกรรมเริ่มขึ้น จะมีบอสหนึ่งถึงสองตัวที่คนอื่นฆ่าไป แต่นอกจากทีมของเธอแล้วก็ไม่ควรมีผู้เล่นอื่นในเมืองที่สามารถฆ่าบอสในเวลาสั้นๆได้ ผู้เล่นลึกลับคนนั้นคือใคร?